บริษัทปิติธนเมธานนท์
ห้องทำงานท่านประธาน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"เชิญ" เสียงเคาะประตูห้องทำงานของอินทัชดังขึ้นในขณะที่เขากำลังนั่งทำงานเคลียร์เอกสารภายในห้องทำงานของเขา แล้วคนที่เคาะประตูก็คงไม่ใช่ใครก็คงจะเป็นเลขาที่ทำงานกับเขานั่นเอง
"ขออนุญาตครับท่านประธาน" อานุซึ่งเป็นเลขาของเขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางมีมารยาทและนอบน้อม
"มีเรื่องอะไร?" ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญอานุเลขาของเขาจะไม่เข้ามา
"พอดีว่าทางโรงเรียนของคุณหนูติดต่อมาครับ ว่าตอนนี้คุณหนูไม่สบายอยากให้ผู้ปกครองไปรับกลับ" อนุรายงานตามที่บอดี้การ์ดได้ให้มา
"ไม่สบายงั้นหรอ?" เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็รู้สึกเป็นห่วงรีบวางงานในมือทันทีและลุกขึ้นหยิบเสื้อสูทขึ้นมาสวมเตรียมตัวออกจากบริษัท
เขาคิดว่าน่าจะเป็นผลจากการตากฝนเมื่อคืนนี้ บางทีเมื่อเช้าเขาถามเราว่าอยากจะไปโรงเรียนหรือเปล่าแต่ลูกชายของเขาอยากไปโรงเรียนก็เลยต้องยอมให้ไป
"ใช่ครับ คุณครูติดต่อมาที่ไคเคนครับ"
"เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันไปรับเองให้ไคเคนรออยู่ที่โรงเรียนนั่นแหละ แล้วก็เตรียมหมอด้วย"
"รับทราบครับท่านประธาน...เดี๋ยวผมจะโทรลงไปให้คุณกาชัยเตรียมรถนะครับ"
"อืม" อินทัชพยักหน้าและเดินออกมาจากห้องทำงานของเขาทันที
ทีมบอดี้การ์ดของตระกูลปิติธนเมธานนท์ นั้นมีทั้งหมด 2 ทีมด้วยกันนั่นก็คือบอดี้การ์ดทีมของอินทัชและทีมบอดี้การ์ดของอชิระ
ซึ่งทีมบอดี้การ์ดของอินทัชนั้นจะมีหัวหน้าบอดี้การ์ดชื่อว่ากาชัย และมือขวาชื่อว่าเจอาร์
ส่วนบอดี้การ์ดทีมของอชิระ มีหัวหน้าบอดี้การ์ดชื่อว่าไคเคน และรองลงมาชื่อว่าเพชร ซึ่งในทีมบอดี้การ์ดก็จะมีลูกน้องในทีมแยกลงไปอีก เรียกได้ว่าบอดี้การ์ดที่ดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยของตระกูลปิติธนเมธานนท์มีเกือบ 100 ชีวิตเลยก็ว่าได้ แต่นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของทั้งสองคน อินทัชไม่ใช่นักธุรกิจธรรมดาแต่เขาเองก็มีอิทธิพลในเรื่องต่างๆเช่นกัน แถมถ้าเกิดอะไรขึ้นมาคู่แข่งที่รอจังหวะโค่นล้มก็จะรีบเข้ามาเสียบทันที ส่วนอชิระซึ่งเป็นลูกชายของอินทัชขึ้นชื่อเรื่องความสำคัญ เพราะฉะนั้นห้ามเกิดเรื่องไม่ดีกับอชิระโดยเด็ดขาดไม่อย่างนั้นเท่ากับว่าคนพวกนั้นต้องการท้าทายอินทัชและแน่นอนว่าคนพวกนั้นจะจบอย่างไม่สวย
บนรถ
"ทางครูที่โรงเรียนติดต่อมาว่ายังไงบ้าง ชิระอาการแย่มากเลยหรอ?" ขณะที่กำลังเดินทางไปยังโรงเรียนของอชิระ อินทัชก็ถามขึ้นมาซึ่งแน่นอนว่าลูกน้องของเขาพร้อมตอบทุกอย่างที่เจ้านายอยากรู้
"อาการไม่ได้แย่มากครับ ครูที่โรงเรียนให้ทานยาทานข้าวและกำลังนอนพักผ่อนอยู่ แต่เนื่องจากว่ากลัวจะนำพาหะไปให้เพื่อนๆในห้องคุณครูก็เลยให้กลับบ้านก่อนและเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้อาการแย่ไปกว่านี้ครับ"
"อืม" อินทัชตอบกลับสั้นๆโดยที่เขากำลังก้มหน้าทำงานอยู่ในแท็บเล็ต
"แล้วก็เรื่องคุณผู้หญิงที่เข้ามาช่วยคุณหนูตอนนี้ผมได้ข้อมูลมาเรียบร้อยแล้วครับ..แล้วได้ทำการส่งเข้าไปในเมล์ของนายท่านแล้วด้วยครับ" กาชัยอธิบาย
"ขอข้อมูลแบบสั้นๆกูขี้เกียจอ่าน" อินทัช
"เธอชื่อว่าอิษยาครับ อายุ 25 ปี แล้วไม่รู้ว่าเพราะบังเอิญโลกกลมหรือว่าพรหมลิขิต เธอคนนี้ทำงานเป็นคุณครูสอนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ที่โรงเรียนอนุบาลนานาชาติซึ่งอยู่ในเครือของบริษัทครับ และก็เป็นโรงเรียนเดียวกันกับคุณหนูด้วย"
"ชั้นอนุบาล 2 ก็ชั้นเดียวกันกับชิระนี่?" เขาเกิดความสงสัยขึ้นมา หรือว่าบางทีเธออาจจะจงใจเข้าหาลูกชายของเขาเพื่อเหตุผลบางอย่าง
"ชั้นเดียวกันก็จริงครับแต่ว่าคนละห้อง เธอคนนี้สอนอนุบาล 2/B ครับ ส่วนคุณหนูอชิระอยู่ห้องเอครับ"
"อ่อ" มาฟังข้อมูลสั้นๆมาแล้วอินทัชก็ตอบกลับสั้นๆ ไปเท่านั้นไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษ
โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ
ห้องปฐมพยาบาล
"อิษยา...แกโทรเรียกผู้ปกครองของเด็กคนนั้นให้มารับหรอ?" เรวดีเดินมาหาเพื่อนที่ห้องปฐมพยาบาลเมื่อได้ยินว่าอิษยาได้มีการโทรเรียกผู้ปกครองของอชิระมารับกลับบ้านไป
"ใช่ เด็กที่ไม่สบายก็ต้องกลับบ้านไปพักผ่อนถ้าหากว่าให้อยู่ต่อและอาการแย่ลงขึ้นมา แกนั่นแหละที่จะเดือดร้อนหรือว่าถ้าอาการของเด็กคนนั้นไปแพร่ให้กับเด็กคนอื่นในห้องเรียนแกคราวนี้เรื่องใหญ่แน่" อิษยาอธิบายถึงเหตุผลที่เธอได้ติดต่อผู้ปกครองของอชิระให้มารับกลับไป
"แต่ฉันเป็นคุณครูประจำชั้นฉันมีสิทธิ์ตัดสินที่จะให้กลับหรือว่าไม่ให้กลับ!" ตอนแรกเธอก็คิดว่าอิษยาจะแค่พาเด็กห้องเรียนเธอมานอนเท่านั้นแต่นี่กลับติดต่อผู้ปกครองเองเลย เธอรู้สึกว่ามันข้ามหน้าข้ามตาเกินไปหน่อย
"OK! ฉันผิดเองแหละแต่ว่าถ้าเป็นเธอๆ จะไม่ให้กลับหรอ?" อิษยาขี้เกียจที่จะเถียงด้วยก็เลยถามกลับไป
"ไม่ให้กลับ...อาการไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อยไอสะแอะก็ยังไม่มีเลยมันจะแพร่เชื้อโรคให้กับเด็กคนอื่นได้ยังไง?!" เรวดีถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"แล้วจะรอให้ไอหนักจนแพร่กระจายให้คนอื่นหรือไงแกถึงจะอนุญาตให้เด็กกลับบ้านได้?" อิษยาเถียง
"แต่ฉันเป็นครูประจำชั้นไง!! ฉันมีสิทธิ์ที่จะตัดสินว่าจะให้เด็กกลับบ้านหรือว่าไม่ให้กลับบ้าน!! แกแค่มาดูแลแทนมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินแทนฉัน?!"
"ขอโทษที่ทำให้ไม่พอใจนะวดี แต่ที่ฉันทำมันก็เป็นผลดีต่อแกทั้งนั้น ถ้าแกให้เด็กเรียนต่อแล้วอาการสุดแย่ขึ้นมาพ่อแม่เขามาเอาเรื่องแกๆจะทำยังไง?!" อิษยาถามกลับไป
"ฉันสามารถจัดการได้อยู่แล้ว! ไม่จำเป็นที่จะต้องให้คนอย่างแกมาช่วยหรอก!! หรือว่าอยากทำดีเอาหน้าเพราะว่าพี่ภาคกำลังจะขอแกแต่งงาน?" เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ทีไรเรวดีก็รู้สึกเจ็บใจขึ้นมาทันที
"มันไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย! ที่ฉันทำลงไปทั้งหมดก็เพราะความเป็นห่วงเด็ก!!แต่ถ้าหากว่าแกไม่ชอบฉันก็จะไม่ทำอีก"
"ก็ได้...ฉันจะปล่อยครั้งนี้ไปก่อน...แต่ฉันจะบอกอะไรให้นะเด็กนั่นน่ะเป็นเหมือนเธอเลยก็ไม่แปลกใจหรอกที่เธอจะยื่นมือเข้ามาช่วยอาจจะมีชะตาต้องกันก็ได้" เรวดีพูดพร้อมกับมองไปที่อชิระที่กำลังนอนหลับอยู่อย่างไม่รู้เรื่องอะไร
"เหมือนกันยังไง?"
"ก็เด็กอชิระนั่นไม่มีพ่อแม่เหมือนกับเธอไง" เรวดีพูดพร้อมกับกอดอกมองหน้า
"จะเกินไปแล้วนะ" อิษยาเริ่มหัวร้อนขึ้นมาบ้าง
"ก็ฉันพูดจริงนี่...เด็กนั่นตั้งแต่เข้าเรียนเปิดเทอมมายังไม่เห็นพ่อแม่มารับส่งเลยสักครั้งเดียว ไม่เคยมาประชุมผู้ปกครองเลยด้วยแบบนี้ถ้าไม่มีพ่อแม่แล้วจะเรียกว่าอะไร!?"
"แค่พ่อแม่ไม่ได้มารับมาส่งและไม่ได้มาประชุมผู้ปกครองไม่ได้แปลว่าเด็กคนนั้นไม่มีพ่อแม่ บางทีอาจจะติดธุระสำคัญก็ได้"
"ฉันไม่สนใจหรอกฉันคิดแค่ว่า...พ่อแม่ที่ไม่ว่างมาดูแลลูกเป็นพ่อแม่ที่แย่มาก!" เนื่องจากว่าอินทัชต้องทำงานหนักมากจริงๆเขาเลยไม่ว่างที่จะมารับส่งอชิระเท่าไหร่นักมีเพียงบอดี้การ์ดเท่านั้นที่ดูแล แต่เมื่อกลับจากโรงเรียนไปอชิระก็ได้รับความรักและการดูแลจากอินทัชเป็นอย่างดี
"แต่คนที่ตัดสินคนอื่นขึ้นมามั่วๆเป็นคนที่แย่มากกว่า" อยู่ๆก็เกิดเสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังของเรวดี