เห็นแล้วอยากปกป้อง

1427 Words
หลังจากทานหมูย่างจนแน่นท้องไปหมด พี่เทมส์ก็เรียกเช็คบิลแถมชิงตัดหน้าจ่ายอีกต่างหาก พอฉันจะจ่ายคืนก็ไม่ยอมท่าเดียว บอกว่ามันเป็นหน้าที่ของผู้ชาย รุ่นพี่เลี้ยงข้าวรุ่นน้องน่ะถูกแล้ว ห้ามขัดคำ สั่งเด็ดขาด.. ฉันเลยจำใจต้องเก็บเงินเข้ากระเป๋าเพราะกลัวโดนว้ากไงเล่า ฮือ! ฉันกับพี่เทมส์ขึ้นลิฟท์มายังชั้นโรงหนังอีกครั้ง ตอนนี้คนเยอะกว่าตอนมาเอาตั๋วอีกแฮะ มีทั้งคนที่รอดูหนังเรื่องอื่น มีทั้งดาราวัยรุ่นที่กำลังให้สัมภาษณ์เรื่องการพากษ์เสียงเป็นตัวเอกในอนิเมะ มีทั้งเหล่าอินฟลูและยูทูปเบอร์ รวมถึงตากล้องที่เก็บบรรยากาศโดยรอบ เหมือนมีมหกรรมขนาดย่อมเลยล่ะ “เอาน้ำกับป๊อบคอร์นมั้ย” พี่เทมส์เลิกคิ้วถาม ฉันนี่รีบส่ายหน้าทันควัน “หนูทานอะไรไม่ไหวล่ะคะ” “อยากเข้าห้องน้ำมั้ย อีกห้านาทีหนังจะเข้าละ” พี่เทมส์ถามพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู “ก็ดีค่ะ” ฉันพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “เดี๋ยวพี่ไปส่ง เผื่อมีคนมากวน” ฉันงงกับคำพูดพี่เทมส์นิดหน่อย แต่เมื่อร่างสูงใหญ่กวาดสายตามองโดยรอบ ฉันเลยมองตามแล้วพบว่าทั้งผู้หญิงผู้ชายมองมาที่เราสองคนเยอะพอสมควร อย่าบอกนะพี่เทมส์คิดว่าจะมีใครเข้ามาเต๊าะฉัน เพราะงั้นเลยทำหน้าที่ปกป้องรุ่นน้อง อันที่จริงอาจไม่มีใครสนใจฉันด้วยซ้ำ แต่มองที่พี่เทมส์หล่อเกินต้านก็ได้ป่ะ “ขอบคุณค่ะ” แต่ในเมื่อพี่เขาทำด้วยความเป็นห่วง ฉันก็ไม่ได้แย้งอะไร นอกจากขอบคุณด้วยรอยยิ้ม พอเข้าห้องน้ำเรียบร้อย เราสองคนก็เดินเข้ามาในโรง อ้อ! หนังรอบสื่อมีทั้งแบบพากษ์ไทยและแบบซาวด์แทร็ก ฉันได้ดูในโรงซาวด์แทร็คแหละซึ่งเป็นอะไรที่ถูกใจมาก ว้าว! เพิ่งรู้แฮะว่าได้นั่งหลังสุด ตอนขอตั๋วจากพี่เทมส์มาถ่ายรูปก็ไม่ได้สังเกตว่านั่งแถวไหน แต่ว่านะ...จนตัวอย่างหนังจบ ยังไม่มีใครเข้ามานั่งแถวเดียวกันเลย ทั้งแถวมีแค่ฉันกับพี่เทมส์นั่งตรงกลางแค่สองคน ส่วนแถวอื่นจากที่สังเกตคือเต็มหมดนะ เป็นงี้ไปได้ไงเนี่ย “พี่เทมส์คะ หนูถามอะไรหน่อย” ฉันกระซิบถามคนข้างๆ เบาๆ “ว่า?” พี่เทมส์เลิกคิ้วในความสลัว ตอนนี้มีแค่แสงจากจอใหญ่ให้ความสว่างเท่านั้น แต่ทว่าใบหน้าหล่อเหลาเกินต้านยังคงเจิดจ้าทิ่มสองตาฉันอยู่อย่างนั้น “ทำไมแถวสุดท้ายถึงมีแค่เราสองคนล่ะคะ” “..........” พี่เทมส์เงียบ ยกไหล่ขึ้นเป็นเชิงบอกกลายๆ ว่าไม่รู้เหมือนกัน “คุณอาของพี่ต้องเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่แน่เลยใช่มั้ยคะ” ว่าจะไม่ถามแล้วนะแต่ดันเผลอพลั้งปากจนได้ เอาจริง! ฉันสงสัยตั้งแต่มีคนใหญ่คนโตมาก้มหัวให้พี่เทมส์ละ ไหนตอนนี้จะที่นั่งโคตรรวีไอพีอีก ขนาดอินฟลูหรือยูทูปเบอร์ที่ว่าดังๆ ... ยังไม่ได้ที่นั่งดีขนาดเราสองคนเลย นี่มันไม่ปกติแล้วเถอะ “ก็ไม่ถึงขนาดนั้น” เอ้า! ตอบเหมือนหมกเม็ดเข้าไปอีก “งั้นหนูขอถามได้มั้ยคะ คุณอาของพี่เทมส์คือใคร ขอโทษนะคะที่ละลาบละล้วง แต่หนูว่ามันชักแปลกเกินไปแล้ว” ฉันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยเต็มพิกัด ในความสลัวนั้นฉันเห็นพี่เทมส์อมยิ้ม ก่อนให้คำตอบด้วยหน้าตาและน้ำเสียงนิ่งๆ ว่า “อาของพี่คือเจ้าของห้างนี้” ห๊ะ! ฉันตาโตเท่าเข่าห่านในบัดดล หมายความว่า... พี่เทมส์คือหลานเจ้าของห้างที่หรูที่สุดในเมือง ไทยแถมติดอันดับเอเชียด้วย ต้องรวยขนาดไหนกันคะเนี่ย! พอเสียงภาษาญี่ปุ่นลอดเข้าหูฉันก็ได้สติ หันไปโฟกัสอนิเมะทันควัน เกือบสองชั่วโมงที่อยู่ในโรงเป็นอะไรที่เพลินมาก มีบางครั้งฉันเหลือบมองพี่เทมส์โดยไม่ตั้งใจก็เห็นพี่เขามองมาอยู่ก่อนแล้ว... แต่ฉันก็ไม่ได้อะไรนะ เพราะมัวแต่สนใจหนังบนจอ ฉันเกือบร้องไห้อยู่หลายรอบเพราะตัวเอกอย่างยูตะเจอเรื่องราวที่โคตรน่าสงสารตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งสิ่งที่พยายามกลั้นมาตลอดได้พังทลายลง วิญญาณที่ตามปกป้องยูตะมาตลอดอย่างริกะได้ถูกปลดปล่อยและกำลังจะไปโลกอื่น ทั้งสองกอดและบอกลากัน... เป็นอะไรที่ซึ้งมากแต่ก็เจ็บปวดมากเช่นกัน ผล็อย! น้ำตาที่ฉันพยายามกลั้นไว้ทั้งเรื่องรินไหลลงมา สาวๆ ในโรงส่วนใหญ่ก็มีอาการไม่ต่างกัน ตอนนี้ได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นไปทั่วทั้งโรง แหมะ! ยังไม่ทันที่ฉันจะล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมา ร่างสูงใหญ่ที่นั่งข้างๆ ก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าเข้ามาซับน้ำตาให้ ฉันผงะหันไปมองอย่างตกใจ แล้วก็เห็นพี่เทมส์กำลังส่งยิ้มมาอย่างอ่อนโยน “วันนี้พี่ยังไม่ได้ใช้ผ้าเช็ดหน้า สะอาดแน่นอน” “ขอบคุณค่ะ” ฉันบอกขอบคุณพลางจับผ้าเช็ดหน้าของหนุ่มหล่อโดยพยายามไม่ให้นิ้วของเราแตะโดนกัน จากนั้นก็ใช้ผ้าซับน้ำตาทั้งสองข้าง พอเครดิตหนังขึ้น คนก็เริ่มทยอยออกจากโรง เราทั้งคู่รอจนคนออกเกือบหมดถึงจะออกบ้าง “เดี๋ยวหนูซักผ้าเช็ดหน้าแล้วจะรีบคืนนะคะ” ฉันบอกเมื่อเราเดินออกมาตามทาง “ไม่ต้องรีบก็ได้ พี่ยังมีที่คอนโดอีกเยอะ” พี่เทมส์ว่าอย่างง่ายๆ ทำให้ฉันพยักหน้าขึ้นลง “พี่เทมส์ว่าอนิเมะทำดีมั้ยคะ หนูว่าทำออกมาดีเลย ดูละอินมาก อินจนร้องไห้ แฮ่ๆ” ฉันหัวเราะอย่างเขินๆ เมื่อเผลอร้องไห้ต่อหน้าหนุ่มหล่อที่เดินเคียงข้าง “พี่ไม่คิดว่าจะได้เห็นเราร้องไห้” “อันที่จริงหนูเป็นพวกเซนซิทีฟค่ะ พี่เทมส์อย่าเผลอไปบอกใครล่ะ” ฉันว่าอย่างเล่นลิ้นพลางใช้นิ้วชี้จุ๊ปาก พี่เทมส์หัวเราะนัยน์ตาพราวก่อนจะตอบว่า “ไม่บอกหรอกน่า แต่พี่ชอบนะเด็กผู้หญิงที่ร้องไห้เวลาเศร้า เห็นแล้วอยากปกป้อง” หือ! นี่พี่เขาพูดถึงผู้ หญิงทั่วไปหรือว่าฉันกัน? ยังไม่ทันที่ฉันจะได้คำตอบ เราสองคนก็เดินมาถึงหน้าโรงละ พรึ่บ! อะไรเนี่ย? จู่ๆ มีพิธีกรรายการอะไรสักอย่างเดินถือไมค์มาดักทางไว้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนฉันงง! “เรามาถามคู่รักหน้าตาดีคู่นี้กันบ้างดีกว่าค่ะ” ห๊ะ! อะไรคือคู่รักคะ ไม่ใช่สักหน่อย “เอ่อ...ไม่ใช่” ยังไม่ทันที่ฉันจะปฏิเสธ พิธีกรสาวที่ถือไมค์ก็ยิงคำถามทันที “เป็นไงกันบ้างคะ ความรู้สึกหลังจากดู Jujutsu kaisen สนุกมั้ย” ว่าแล้วก็ยื่นไมค์มาที่เราสองคน แถมตากล้องยังแพลนกล้องมาที่เราเข้าไปอีก “สนุกครับ ตอนท้ายซึ้งมาก ซึ้งจนเด็กผู้หญิงในโรงร้องไห้ออกมา... เนอะ” พี่เทมส์เป็นฝ่ายตอบคำถามแถมพยักหน้ามาทางฉันยิ้มๆ ... อะไรอ่ะ? คือพี่เทมส์ไม่ใช่ประเภทที่อยากอยู่ในแสงไฟเลย ขนาดเมื่อกี้ตอนเดินด้วยกัน มีคนยื่นนามบัตรให้เราทั้งสองคนบอกว่ามาจากบริษัทแคสติ้ง ยังไม่ทันฟังรายละเอียดพี่เทมส์ก็ปฏิเสธทันที ไหงตอนนี้กลับเป็นฝ่ายตอบคำถามซะเอง... “ขนาดคู่รักยังคอนเฟิร์มว่าสนุก แสดงว่าอนิเมะเรื่องนี้เหมาะกับทุกเพศจริงๆ นะคะ... ทางรายการของเรามีของเล็กๆ น้อยๆ มามอบให้ด้วยค่ะ” จากนั้นหนึ่งในทีมงานก็เดินเอาตุ๊กตาที่หน้าตาคล้ายยูตะมาให้พิธีกร “O_O” เฮ้ย! ฉันตาโตทันที หนูอยากได้ค่ะ “เป็นของลิมิเต็ดจากหนังเรื่องนี้ค่ะ” ว่าแล้วก็ยื่นตุ๊กตามาทางนี้ ฉันยิ้มกว้างลืมความสงสัยก่อนหน้านี้ในพริบตา “ขอบคุณค่ะ” ฉันบอกขอบคุณพร้อมกับรับตุ๊กตามาถือไว้ พอเงยหน้ามองพี่เทมส์ก็เห็นพี่เขากำลังอมยิ้ม ฉันส่งยิ้มกลับอย่างสดใส วันนี้เป็นอีกวันที่รู้สึกว่าตัวเองโชคดีหลายเรื่อง หวังว่าจะโชคดีไปตลอดนะ เพี้ยง!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD