กลั่นแกล้ง 1

1535 Words
หมดกัน! ความหวังที่จะเรียนมหาลัยอย่างสงบสุขคงพังลงแล้วสินะ สรุปรายการนั้นนำช่วงที่สัมภาษณ์พี่เทมส์หน้าโรงหนังโดยมีฉันยืนเอ๋ออยู่ข้างๆ มาออนแอร์! แล้วใครดันตาดีไปเห็นเข้าแถมตัดเป็นคลิปส่งต่อกันอีก จะไม่ให้ลูกพีชคนนี้มีที่ยืนเลยใช่มั้ย ไม่ต้องสืบก็รู้เลยว่าฉันโดนสาวๆ ใน ม. เกลียดขี้หน้ารวมถึงหมั่นไส้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวแน่นอน ฮือ! “สรุปมันยังไงกันแน่ชะนี” เสียงของลิซ่าทำให้ฉันรู้สึกตัวพลางยื่นมือถือคืนเพื่อน สั่งให้ตัวเองตั้งสติ เพราะเชื่อว่าเดี๋ยวต้องมาคำถามมากมายเกิดขึ้น “นั่นดิพีช เพื่อนฉันที่อยู่รัฐศาสตร์ก็ถามมาเหมือนกัน” “เพื่อนฉันที่อยู่เอกอิ้งค์ด้วย” จากนั้นเพื่อนอีกหลายคนต่างถามในแนวเดียวกัน ฉันไม่ใช่ดาราหรือคนดังสักหน่อย...ทำไมต้องมาแก้ข่าวอะไรแบบนี้ด้วย โฮก! “ก็ไม่ยังไงอ่ะ” ฉันตอบหน้าซื่อตาใส ในใจก็พยายามคิด คิด แล้วก็คิด จะบอกกับเพื่อนในเอกยังไง... จริงสิ! เอางี้ละกัน! “แต่พอยท์หลักมันอยู่ที่พิธีกรพูดว่าสัมภาษณ์คู่รัก แถมพี่เทมส์กับแกก็ไม่มีใครปฏิเสธ สรุปแกกับพี่เทมส์คบกันจริงใช่มะ!” เอมี่ระรัวมาเป็นชุด เพื่อนคนอื่นที่อยู่ในห้องต่างตาโตรอคอยคำตอบเช่นกัน “พวกแกเข้าใจคำว่าวงการบันเทิงป่ะ” พอฉันถาม ทุกคนต่างมีสีหน้างง ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนสนิททั้งสาม “อะไรยังไงไหนเล่า” เอมและแก้มยุ้ยถามพร้อมกัน “รายการแค่ต้องการคำตอบจากคู่รัก ละคนที่ไปดูหนังรอบนั้นไม่มีใครมาเป็นคู่ชายหญิงเลย ส่วนใหญ่จะมากับเพื่อน ชายชาย หญิงหญิงอะไรเงี้ย เค้าเห็นฉันกับพี่เทมส์มาด้วยกันเลยขอร้องว่าช่วยสัมภาษณ์ให้หน่อยได้มั้ย... แล้วมันก็ออกมาอย่างที่เห็นนั่นแหละ” ฉันว่าพลางยักไหล่ขึ้นเหมือนไม่มีอะไรทั้งที่ในใจกำลังลุ้นมาก หวังว่าทุกคนจะเชื่อ! “แค่เนี้ยะ!” เพื่อนคนนึงโพล่งถาม “อื้อ! แค่นี้เลย” ฉันพยักหน้า กวาดสายตามองทุกคนโดยไม่มีการหลบใดๆ ทั้งนั้น “แต่สายตาของพี่เทมส์ที่มองแก ดูไม่ธรรมดาเลยนะพีช” ทิชาถามด้วยสีหน้าคลางแคลงใจ “แกดูหน้าฉันในคลิปดีๆ ก่อน แกว่าฉันมองพี่เทมส์เหมือนคนเป็นแฟนมองกันป่ะ” พอฉันพูดจบ หลายคนล้วงมือถือออกมาดูคลิปเจ้าปัญหา บางคนยื่นหน้าไปดูกับเพื่อนข้างๆ สักพักก็เงยหน้ามองฉันในเวลาไล่เลี่ยกัน “เออ! ก็ไม่นะ” ฝันพูดพลางส่ายหน้าช้าๆ ซึ่งมันได้ผลมากเมื่อเพื่อนรักช่วยฉันอีกแรง สังเกตจากสีหน้าเพื่อนในเอกคนอื่นต่างเริ่มเห็นด้วยกับฝันแล้ว “ก็ใช่ไง มันไม่มีอะไรจริงๆ ฉันกับพี่เทมส์แค่ไหลไปตามน้ำเท่านั้น” ฉันรีบย้ำ ดีนะที่เคยยอมรับว่าไปดูหนังกับพี่เทมส์มาก่อน ถ้าพลาดโกหกตั้งแต่วันโน้นล่ะก็... มีหวังทุกคนต้องไม่เชื่อแน่ “แกอาจจะไม่มี แต่ฉันว่าพี่เทมส์มีว่ะ สายตาพี่เค้ามองแกไม่ธรรมดาเลย” เพื่อนคนนึงตั้งข้อสังเกต “นี่ก็ว่างั้น ฉันไม่เคยเห็นสายตาแบบนี้ของพี่เทมส์ที่ลานเกียร์สักครั้ง รับน้องทีไรเห็นแต่แววตาดุดันเย็นชา แล้วดูตอนที่พี่เค้ามองแกในคลิปดิ ทั้งอบอุ่นอ่อนโยน อย่างกับมองคนรักงั้นแหละ” “โนว! อย่าพูดงั้น!” ฉันรีบยกสองมือห้าม “เกิดแฟน กิ๊ก หรือคนคุยของพี่เทมส์ได้ยินเข้าจะมาตบฉันได้” “แกจะบอกว่าพี่เทมส์ไม่โสดแล้วเหรอพีช” เคทประธานปี 1 ถามเสียงหลง สาวๆ ในเอกงี้ตาโตกันใหญ่ “แต่จากที่พวกฉันตามหนุ่มฮ็อตใน ม. พี่เทมส์ไม่เคยมีข่าวแนวนี้หลุดมาเลยนะ” พลับพลารวมถึงผองเพื่อนแกงค์สาวสวยย่นคิ้วราวกับแปลกใจในสิ่งที่ฉันพูด “ถึงจะไม่เคยมีข่าวทำนองนี้ แต่อันที่จริงพี่เทมส์ก็ใช่ย่อยนะพวกแก” ขวับ! ทุกสายตาหันไปที่ลิซ่าทันควัน ไม่เว้นแม้แต่ฉันด้วย... หมายความว่าไงกัน? “แกรู้อะไรมาลิซ่า เม้าท์!” แก้มยุ้ยโพล่งถามด้วยสีหน้าอยากรู้ ลิซ่ายิ้มมุมปากแถมยังหัวเราะหึๆ “ใน ม. พี่เทมส์อาจจะไม่มีใคร แต่นอก ม. อย่าให้เซ่ดจ้า พวกพี่เอเคยเม้าท์ให้ฉันกับนังเอมี่ฟังว่าพี่เทมส์คือเสือตัวพ่อนะคะ เจอในผับทีไร ควงชะนีสวยๆ แซ่บๆ ไม่เคยซ้ำหน้าเลยพ่อเอ๊ย!” จี๊ด! อาการเจ็บแปลบที่หัวใจตอนนี้คืออะไร นอกจากจะปวดหัวตัวร้อนเป็นไข้แล้ว ฉันยังอาการหนักถึงขนาดเจ็บหัวใจร่วมด้วยเลยเหรอ “จริงเหรอเอมี่!” เพื่อนคนอื่นหันไปถามคู่หูของลิซ่าบ้าง “ก็จริงน่ะสิยะ แต่ก็ธรรมดาป่ะ หล่อขนาดนั้น ได้ข่าวว่ารวยมากด้วย มีหรือชะนีจะไม่พุ่งเข้าหา” “นี่ก็ว่าจริง ดูทรงแล้วพี่เทมส์ไม่น่าใช่หนุ่มลุคคลีนแสนดีแบบพระเอกนิยาย พี่เค้าดูมีเสน่ห์แพรวพราวซ่อนอยู่เน้อ” นั่นสินะ... คนเรามักมีหลายพาร์ท ฉันอาจจะเคยเห็นพี่เทมส์ในพาร์ทใจดีหลายต่อหลายครั้ง แถมวันนี้ยังได้เห็นพาร์ทสุภาพบุรุษให้เกียรติรุ่นน้องอย่างฉันด้วย แต่ก็ไม่ได้ความว่าพี่เค้าจะไม่มีมุมอื่นอย่างมุมเจ้าชู้นี่เนอะ วูบ! หมับ! จู่ๆ ขาของฉันรู้สึกหมดแรงเอาซะดื้อๆ จนต้องเอื้อมมือไปเกาะฝันเพราะกลัวตัวเองล้มทั้งยืน “เฮ้ยพีช! มือแกเย็นมากเลย หน้าก็ซีดด้วย ไข้กลับมาอีกเหรอ” ฝันจับมือฉันไว้แน่น ร้องเสียงตื่น แถมยังเอามือมาอังที่หน้าผากฉันด้วย “ตัวแกอุ่นมาก นั่งพักก่อนเร็ว” ขวับ! ทุกคนในเอกหยุดพูดเรื่องพี่เทมส์แถมยังหันมามองฉันเป็นสายตาเดียว “แกไม่สบายเหรอพีช แล้วทำไมยังมาอีก” ทั้งเอมและแก้มยุ้ยเดินเข้ามาจับตามแขนฉันเป็นการใหญ่ “เฮ้ย! ตัวแกรุมๆ จริงด้วย ทำไมไม่พักอยู่ห้องยะ เกิดอาการหนักกว่าเดิมทำไง” แก้มยุ้ยบ่นด้วยสีหน้าเป็นห่วง “ไปนั่งเร็ว” ว่าแล้วทั้งฝัน เอม แก้มยุ้มต่างดันร่างฉันให้นั่งลงที่เก้าอี้จนได้ “ก็วันนี้ฉันมีสอบสนทนา ขาดไม่ได้พวกแกก็รู้” ฉันพูดเสียงเรียบ “จริงด้วย วันนี้ทั้งเอกมีแกสอบแค่คนเดียว เฮ้ย! นี่เที่ยงกว่าละ ป่านนี้แกยังไม่ไปหาเซนเซย์... ไม่โดนตัดสิทธิ์แล้วเหรอ!” เอมร้องลั่นโพล่งหน้าตื่น “แกสอบตอนเที่ยงเหรอ! ทำไงดีวะ ขอโทษนะพีช พวกฉันไม่น่ารั้งแกไว้เลย” เพื่อนคนอื่นพากันขอโทษขอโพยหน้าสลดจนฉันต้องยกมือห้าม “ใจเย็น ฉันไปสอบมาละถึงมาที่นี่เถอะ” ฉันว่าพลางยิ้มทำให้ทั้งเอม แก้มยุ้ยรวมถึงทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก “ค่อยยังชั่ว นึกว่าความเสือกของฉันจะทำให้เพื่อนพลาดคะแนนไปละ” เอมี่พูดด้วยสีหน้าโล่งใจ แต่ดันทำให้ทุกคนรวมถึงฉันหัวเราะออกมาซะงั้น “แล้วเซนเซย์ถามไรมั่ง” “เดี๋ยวๆ! อย่าเพิ่งบอก ขอเอาปากกามาจดก่อน” จากนั้นเพื่อนคลาสเบสิคต่างวิ่งไปหยิบสมุดมาจด ส่วนคลาสแอดวานซ์ก็ยืนรอฟังคำถามเช่นกัน เมื่อทุกคนพร้อม... ฉันก็บอกอย่างละเอียดด้วยรอยยิ้มที่สามารถช่วยเหลือเพื่อนๆ ได้น่ะนะ ฉันลืมหยิบคาร์ดิแกนมาด้วย ละคือแอร์ห้องนี้หนาวมาก หนาวเหมือนกำลังหมกหิมะโดยไม่ใส่เสื้อโค้ทยังไงยังงั้น สองชั่วโมงที่นั่งฟังอาจารย์บรรยายและจดแนวข้อสอบทำเอาฉันตัวสั่นปากสั่นและปวดหัวเหมือนไข้กลับมาอีกครั้ง “เฮ้ยพีช! ไหวมั้ยเนี่ย หน้าแกซีดไม่มีสีเลือดแล้ว!” พออาจารย์ออกจากห้อง ฝันที่นั่งจดเล็กเชอร์ข้างกันร้องถามเสียงดังทำเอาแก้มยุ้ย เอม รวมถึงเพื่อนในเอกแตกตื่นไปด้วย “ฉันหนาวมาก แล้วก็ปวดหัวด้วย” ฉันว่าพลางเอามือขวากุมหน้าผากตัวเองไว้ “ไปห้องพยาบาลให้หมอตรวจอาการดีกว่า โห! ตัวแกร้อนเหมือนไฟแล้วเหอะ” ว่าแล้วแก้มยุ้ยกับเอมก็พยุงแขนฉันขึ้นคนละข้าง ส่วนฝันทำหน้าที่เก็บสัมภาระให้ ทั้งสามคนพาฉันมาห้องพยาบาลโดยมีเพื่อนในเอกมองด้วยความเป็นห่วง พอมาถึงคุณหมอก็ให้วัดไข้... ปรากฏว่าไข้สูงถึง 39 องศา ฉันทานยาและนอนห่มผ้าอยู่บนเตียง จากนั้นก็ผล็อยหลับไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD