ฝันหวาน Talks
หลังจากพาพีชไปส่งที่ห้องพยาบาลเรียบร้อย เราสามคนก็แวะโรงอาหารเพื่อหาไรรองท้อง โดยนั่งโต๊ะเดียวกับลิซ่าและเอมี่ เม้าท์มอยกันเรื่อยเปื่อย พอใกล้ถึงเวลา... พวกเราทั้งเอกก็เดินมายังลานเกียร์ แต่พอมา ถึง ฉันได้แต่อุทานคำว่าคุณพระอยู่ในใจเมื่อรุ่นพี่คณะวิศวะไม่ได้มาคุมเหมือนปกติ แต่กลายเป็นว่าพี่ประธานคณะมนุษย์อย่างพี่เบียร์เป็นคนคุม หนำซ้ำยังสั่งเช็คชื่อรุ่นน้องทุกเอกอีกต่างหาก
วันนี้ใครมา ม. แต่ไม่เข้ารับน้องต้องตามกลับมาให้ได้ ถ้าปีหนึ่งเข้าไม่ครบ... ทั้งคณะมนุษย์และคณะวิศวะไม่ต้องกลับบ้าน ที่แย่ไปกว่านั้นคือตอนนี้มีเพียงพีชคนเดียวที่ขาดไง
โอย! ทำไมวันนี้พี่เทมส์ต้องมีปิดคลาสแล้วเลิกช้าด้วยนะ เรื่องมันถึงได้วุ่นขนาดนี้
“เอกญี่ปุ่นขาดงั้นเหรอ ใครขาด!” พี่เบียร์ตะโกนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แถมมองมาที่พวกเราทั้งเอกด้วยสีหน้าและแววตาฟึดฟัด
พรึ่บ! กลายเป็นว่าปี 1 ทั้งสองคณะต่างพุ่งสายตามาที่เอกญี่ปุ่นเป็นจุดเดียว
“ลูกพีชค่ะ” พวกเราทั้งเอกตอบพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง
“ไปตามกลับมาให้ได้ ไม่งั้นคนที่อยู่ในลานเกียร์ไม่ต้องกลับบ้าน!” พี่ผู้หญิงอีกคนที่ยืนซุบซิบกับพี่เบียร์ก่อนหน้านี้ประกาศเสียงกร้าว ทำเอาปี 1 เริ่มวิจารณ์กันต่างๆ นานา พวกเราเอกญี่ปุ่นมองหน้ากันอย่างปรึกษา แล้วฉันก็พยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเดี๋ยวตอบเอง
พรึ่บ! ฉันลุกขึ้นยืนทำให้ทั้งรุ่นพี่รวมถึงรุ่นเดียวกันหันมามองด้วยความแปลกใจ
“พี่ขา ตอนนี้ลูกพีชไม่สบาย นอนอยู่ห้องพยาบาล ไม่น่าจะเข้ารับน้องได้ค่ะ”
“ไม่สบายก็ต้องมาค่ะ จะมาถืออภิสิทธิ์ไม่เข้าได้ไงในเมื่อเพื่อนคนอื่นเข้ากันหมด” อะไรวะ! ฉันได้แต่ร้องในใจเมื่อพี่เบียร์ตอบกลับมาด้วยสีหน้าแข็งกร้าว คนไม่สบายอยู่ จะให้ลากสังขารมานั่งฟังพวกหล่อนบ่นรึไง ประสาทมาก!
“พี่ครับ แต่พี่เทมส์เคยบอกว่า ใครไม่สบายไม่ต้องเข้ารับน้องก็ได้นี่ครับ”
พรึ่บ! เพื่อนวิศวะคนนึงซึ่งเป็นเหมือนหน่วยกล้าตายลุกขึ้นยืนพูดเสียงเรียบ ทำเอารุ่นพี่ปีสองคณะมนุษย์หลายคนที่มาคุมวันนี้ฟึดฟัดกันใหญ่
“นั่นมันตอนที่พี่เทมส์คุมค่ะ ตอนนี้พี่เป็นคนคุม พี่สั่งยังไงก็ต้องเป็นแบบนั้น น้องต้องไปตามเพื่อนมาเข้ารับน้องให้ได้ ถ้าเพื่อนไม่มา... ปีหนึ่งทั้งหมดก็ไม่ต้องกลับ!” พี่เบียร์แผดเสียงลั่น หายใจฟึดฟัด สีหน้าเหมือนกินเลือดกินเนื้อทำเอาพวกเราปี 1 งงเป็นตาแตกกับเหตุผลบ้าบอ ก่อนจะหันไปซุบซิบกันใหญ่โต
“เงียบ! จะวิจารณ์ทำไมคะ ประธานบอกว่าไงก็ต้องทำตามสิ!” รุ่นพี่ผู้หญิงอีกคนตะโกนดังลั่นทำเอาพวกเราเด็กปี 1 เงียบลง ฉันถอนหายใจยาว ดูท่าจะไม่จบง่ายๆ แล้วล่ะถ้าพีชไม่มา
“เอาไงดี” เอมและแก้มยุ้ยที่นั่งอยู่หน้าฉันหันถามเหมือนปรึกษา
“เดี๋ยวฉันไปรับพีชมาที่นี่ละกัน” ไหนๆ พี่เทมส์ก็บอกให้พีชมารอแถวลานเกียร์ละ แถมพวกรุ่นพี่บ้าบอคอแตกพวกนี้คงไม่ยอมจบง่ายๆ ถ้าไม่เห็นหน้าพีช เพราะงั้นไปรับพีชมาเลยละกัน ถ้าพี่เทมส์เลิกคลาส... พีชจะได้ขึ้นรถกลับหอเลย
“หนูขอตัวไปรับพีชมาที่นี่นะคะ” ฉันตัดสินใจบอกออกไป
“ทำไมต้องไปรับคะ เพื่อนน้องไม่มีขารึไง ถึงเดินมาเองไม่ได้!” คำถามของพี่เบียร์ทำเอาฉัน เอม แก้มยุ้ยรวมถึงเพื่อนในเอกไม่พอใจมาก เห็นได้จากสีหน้าคนทุกคนกำลังเริ่มเหวี่ยง ฉันพยายามระงับอารมณ์อย่างสุดความสามารถแล้วพูดเสียงเรียบ
“กระเป๋าของพีชอยู่ที่หนูค่ะ โทรศัพท์ก็อยู่ที่หนูด้วย ถ้าหนูไม่ไปตาม เพื่อนก็คงไม่รู้ว่าต้องรีบมาที่นี่”
“งั้นก็ไปค่ะ แล้วอย่าไปนานล่ะ พี่ให้เวลาสิบนาทีเท่านั้น”
“ค่ะ” ฉันรับคำแต่ในใจกร่นด่ารุ่นพี่ผู้หญิงในคณะที่โคตรบ้าอำนาจ แล้ววันนี้รุ่นพี่เอกญี่ปุ่นเลิกช้าด้วยไง เลยไม่มีใครมาช่วยได้ ถ้าเวรกรรมมีจริง... ขอให้พวกรุ่นพี่พวกนี้โดนทรมานเหมือนที่กำลังทำกับเพื่อนรักของฉันด้วยเถอะ! end
ฝันเรียกฉันตื่นพร้อมกับบอกเหตุผลที่ทำเอาฉันตกใจและพยายามลุกจากเตียงทันที
ถ้าฉันไม่เข้ารับน้อง... เพื่อนทั้งสองคณะจะไม่ได้กลับบ้าน เพราะงั้นถึงจะปวดหัวแค่ไหน ฉันยังคงพยายามพาร่างมาให้ถึงลานเกียร์โดยมีฝันคอยพยุงตลอดทาง
“มาแล้วเหรอคะคนป่วย ออกมายืนข้างหน้านี่เลยค่ะ!” พี่เบียร์ประธานคณะมนุษย์ประกาศเสียงกร้าว
“โอ๊ย!” เข้ามากระชากแขนอย่างแรงจนฉันเผลอร้องออกมา
พี่เบียร์ดึงร่างอันไร้เรี่ยวของฉันให้เผชิญกับเพื่อนปี 1 ทั้งสองคณะ และมันทำให้ฉันเห็นว่าทุกคนที่นั่งอยู่ในลานเกียร์กำลังมองมาด้วยสีหน้าตกตะลึง
“เป็นไรมากมั้ยพีช” ฝันทำท่าจะเข้ามาพยุง แต่รุ่นพี่ปี 2 อีกคนรีบเข้ามาดักทางแถมยังสั่งฝันเสียงเข้ม
“คนป่วยทิพย์อย่างเพื่อนน้องไม่เป็นไรหรอกค่ะ เข้าไปอยู่ในแถวเดี๋ยวนี้!” ทั้งที่ฉันแทบทรงตัวไม่ไหว แต่กลับถูกรุ่นพี่กล่าวหาว่าแกล้งป่วย...
“พี่คะ! เพื่อนหนูไม่สบายอยู่นะคะ ทำไมต้องทำรุนแรงกันด้วย!” ลิซ่าลุกขึ้นถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ สีหน้าฟึดฟัดเมื่อเห็นฉันโดนกระชากตัว แถมเพื่อนในเอกต่างมีสีหน้าพร้อมบวกไม่ต่างกัน
“ทำไมคะ กับคนป่วยทิพย์ก็ต้องจัดการแบบนี้แหละ น้องคนอื่นจะไม่ได้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง” ว่าแล้วพี่เบียร์ก็บีบแขนฉันอย่างแรง มันเจ็บมากแต่ต้องกลั้นไว้ไม่ให้ร้องออกมา เนื่องจากไม่อยากให้เพื่อนในเอกลุกฮือมากไปกว่าเดิม ฉันไม่ต้องการให้เรื่องมันบานปลายใหญ่โต
“พวกมึงทำเกินไปละนะ น้องหน้าซีดจนแทบไม่มีสีเลือด ทำไมต้องกระชากตัว ทำไมต้องบอกว่าแกล้งป่วยด้วยวะ” พี่เฮ้ดว้ากคณะมนุษย์ที่ปกติดุมากเดินเข้ามาถามพี่เบียร์ด้วยสีหน้าหงุดหงิด เหมือนไม่โอเคกับสิ่งที่เพื่อนเขาทำ
“เรื่องนี้มึงไม่เกี่ยว พวกกูจัดการกันเองได้” พี่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหน้าเถียงกลับ มองพี่เฮ้ดว้ากอย่างไม่ลดละ
“พวกมึงจะจัดการยังไงกูถามหน่อย” พี่ว้ากอีกคนเดินเข้ามาถามเสียงเครียด
“ก็สั่งให้คนที่โดดรับน้องไปวิ่งรับโทษไง” พี่เบียร์ตอบเสียงกร้าว ทำเอาเพื่อนปี 1 ที่นั่งอยู่ในลานเกียร์หันหน้าเข้าหาคนข้างๆ และเริ่มวิจารณ์กันใหญ่โต
“พวกมึงจะบ้าเหรอ! น้องไม่สบายอยู่ มึงจะให้ไปวิ่งบ้าบอกคอแตกอะไร กูว่ามันชักจะเกินไปแล้วนะ!” พี่ผู้ชายอีกคนเข้ามาเถียง กลายเป็นว่าตอนนี้รุ่นพี่แบ่งออกเป็นสองฝั่งและกำลังฮึ่มๆ ใส่กัน
“กูเป็นประธาน กูสั่งให้น้องมันวิ่งก็ต้องวิ่ง! พวกมึงไม่มีสิทธิ์ขัด” พี่เบียร์กระชากเสียงต่ำใส่เพื่อน
“แต่เพื่อนหนูไม่สบายอยู่นะคะพี่ เกิดเป็นลมขึ้นมา คนสั่งจะรับผิดชอบไหวเหรอ” เอมลุกขึ้นถามน้ำ เสียงเดือดดาล
“พวกพี่คิดแต่จะสั่ง สั่ง สั่ง ไม่ฟังเหตุผลกันเลย มันไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ” แก้มยุ้ยลุกขึ้นถามด้วยสีหน้าไม่พอใจเช่นกัน
“เหอะ! รักกันมากใช่มั้ยเอกญี่ปุ่น เข้าข้างเพื่อนมากนักใช่มะ” พี่เบียร์แสยะยิ้ม มองทั้งฉันก่อนจะหันไปมองเพื่อนในเอกด้วยสายตาวาวโรจน์ “งั้นวิ่งทั้งเอก สิบรอบสนามวิศวะ ถ้าไม่วิ่ง... ทั้งสองคณะไม่ต้องกลับบ้าน!”
“เฮ้ย!” เด็กปี 1 ทั้งตกใจทั้งฮือฮากับสิ่งที่ประธานสั่ง ฉันที่ไม่อยากมีปัญหากับใคร อยากเรียนให้จบสี่ปีอย่างสงบสุขเลยพูดออกไปว่า
“หนูขอวิ่งคนเดียวค่ะ เพื่อนของหนูไม่เกี่ยวอะไรด้วย”
“แหม! เป็นคนดีจังเลยนะคะน้องลูกพีช มิน่า! ใช้เวลาไม่นานถึงเป็นแฟนพี่เทมส์ได้ นี่คงเอาความดีมัดใจพี่เฮ้ดว้ากคณะวิศวะสินะคะ” พี่ผู้หญิงคนนึงเดินลอยหน้าลอยตาเข้ามาถาม
วินาทีนี้ฉันรู้เลยว่ารุ่นพี่ผู้หญิงหลายคนคงได้ดูคลิปที่หน้าโรงหนังจนเกิดอาการไม่พอใจ เพราะคิดว่าฉันกับพี่เทมส์เป็นแฟนกันจริงเลยหาทางแกล้งฉันอยู่
“ต่อให้เป็นแฟนพี่เฮ้ดว้ากก็ต้องวิ่งนะคะ ไม่ได้รับอภิสิทธิ์อะไรทั้งนั้น ไปวิ่งสิบรอบสนามเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่วิ่งเพื่อนทั้งหมดไม่ได้กลับบ้าน!” พี่เบียร์สลัดแขนฉันออกอย่างแรงจนฝันต้องรีบเข้ามารับฉันไว้ก่อนที่จะล้มลง
“เป็นไรมากมั้ยพีช แกโอเคมั้ย” ฝันละล่ำละลักถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“ฝัน... ฉันจะวิ่ง” ด้วยความที่อยากจบปัญหา ฉันเลยบอกเพื่อนรักไป ฝันตาโตอย่างตกใจ แต่คงรู้ว่ายังไงก็ห้ามไม่ได้เลยพยักหน้าอย่างจำยอม
“พวกฉันไปด้วย” เอมี่โพล่งเสียงดัง พอหันไปมองก็เห็นว่าเพื่อนทั้งเอกลุกขึ้นยืนกันหมดแล้ว น้ำใสๆ เริ่มปริ่มที่หัวตาทั้งสองข้างด้วยความซึ้งใจ
เพื่อนร่วมคณะรวมถึงเพื่อนคณะวิศวะต่างปรบมือให้พวกเราเอกญี่ปุ่นจนเสียงดังไปทั้งลานเกียร์ แถมยังตะโกนเชียร์บอกให้สู้ๆ รุ่นพี่ผู้หญิงที่ร่วมกันสั่งทำโทษแผดเสียงห้าม พวกเราทั้งเอกพากันเดินมายังสนามก่อนจะออกวิ่งไปด้วยกัน
“พีช! หน้าแกซีดมาก ไหวมั้ย” พอวิ่งได้หนึ่งรอบ ร่างกายของฉันก็เริ่มซวนเซ เป็นสัญญาณบอกว่าเริ่มไม่ไหวแต่ต้องแข็งใจส่งยิ้มให้พวกเพื่อนๆ ก่อนจะบอกทุกคนว่า
“ยังไหวอยู่ แฮ่ก! ฉันขอบใจ... พวกแกมากนะ ที่มาวิ่งด้วยกัน”
“ไหวอะไรกันยะ หน้าแกซีดยิ่งกว่าไก่เปื่อย แกพักก่อนดีกว่าพีช” ลิซ่าร้องห้ามแต่ฉันส่ายหน้า ขาก็วิ่งไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ตามแรงอันน้อยนิดที่เหลืออยู่
“ไม่ล่ะ ถ้าฉันพัก... เดี๋ยวรุ่นพี่พวกนั้นจะหาเรื่องพวกเราไม่จบไม่สิ้น”
“วิ่งสิคะ อย่ามัวแต่คุยกัน อยากโดนยี่สิบรอบรึไง!” เสียงรุ่นพี่ผู้หญิงที่ตอนนี้มายืนคุมข้างข้ามสนามตะโกนเข้ามา
“อีดอก อิจฉาเพื่อนกูแต่ทำไรไม่ได้เลยต้องหาเรื่องแกล้งแบบนี้” เอมี่พูดอย่างเคียดแค้น ถึงแม้สายตาฉันจะเริ่มพร่ามัว แต่สังเกตเห็นว่าเพื่อนคนอื่นมีสีหน้าฟึดฟัดอย่างเห็นได้ชัด
“สวยไม่เท่าเพื่อนกู แล้วยังมาอิจฉาเพื่อนกูอีก อีรุ่นพี่บ้าอำนาจ ผู้ชายที่ไหนจะมองมึง!”
“มีเรื่องไรกันวะ นั่นเด็กเอกไรวิ่งในสนาม” เพราะสติใกล้หลุดลอยเต็มที ฉันเลยจับใจความเสียงที่อยู่นอกสนามแทบไม่รู้เรื่อง
“พวกแก! พวกพี่ว้ากคณะวิศวะมาแล้วเว้ย!”
“พีช! แกรอดละ พี่เทมส์วิ่งเข้ามาแล้ว!” เหมือนฉันจะได้ยินฝันพูด แต่ด้วยความที่เหนื่อยมาก ขาล้า ตาแทบปิดทำให้กลั้นใจถามไปว่า
“แก แฮ่ก! พูดไรนะฝัน”
“หยุด!! หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้!” เหมือนได้ยินเสียงพี่เทมส์จากที่ไกลๆ เลย
“พี่เทมส์สั่งหยุดวิ่งแล้วพวกแก พวกเราหยุดเว้ย!” ฉันได้ยินเสียงลอดเข้าหู แต่เพราะร่างกายอ่อนแอสู้แทบไม่ไหว ขาซวนเซจนพยุงร่างแทบไม่อยู่
“ลูกพีช! พีช!” หมับ! เหมือนได้ยินเสียงทุกคนเรียก รู้สึกเหมือนมีใครเข้ามากอด แต่เพราะฝืนต่อไปไม่ไหว... สติก็ดับในที่สุด