ฉันสะลึมสะลือเอื้อมมือควานหาไอโฟนที่กำลังส่งเสียงร้องเพื่อจะปิดเสียงปลุก สงสัยเมื่อวานโดนฝนตอนกลับจากทานข้าวกับฝันแน่เลย ตอนนี้เลยรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆ แถมหน้าร้อนผะผ่าวซะงั้น
ฉันพยายามดันตัวลุกนั่ง... มึนหัวชะมัด แต่วันนี้จะขาดไม่ได้ มีปิดคลาสภาษาอังกฤษแถมอาจารย์จะบอกแนวข้อสอบ ไหนจะต้องสอบสนทนาภาษาญี่ปุ่นอีก ถึงไข้ขึ้นยังไงฉันก็ต้องไป
ฉันลากสังขารลงมาจากเตียง เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าห้องน้ำ พอแต่งตัวเรียบร้อยก็ได้ยินเสียงมือถือดัง พอหยิบขึ้นดูก็เห็นว่าเป็นเทมส์โทรมา
“สวัสดีค่ะพี่เทมส์” ฉันกรอกเสียงลงไปในสาย
“ทำไมเสียงเราอู้อี้แปลกๆ” น้ำเสียงแปลกใจลอดมาตามสาย
“หนูรู้สึกเหมือนจะมีไข้ค่ะ ว่าแต่พี่เทมส์มีอะไรรึเปล่าคะ”
“พี่เลิกเรียนละ กำลังจะไปเอาผ้าเช็ดหน้าที่หอเรา” จริงด้วยสิ เมื่อคืนพี่เทมส์ไลน์มาบอกว่าจะมาเอาผ้าเช็ดหน้าหลังเลิกเรียนคาบเช้าแล้ว อาการปวดหัวทำให้ฉันลืมขนาดนี้เลยเหรอ
“งั้นอีกสักพักหนูลงไปรอที่หน้าหอนะคะ”
“เราไม่สบายอยู่นี่ ถ้าถึงแล้วเดี๋ยวพี่โทรหา อย่าเพิ่งลงมาล่ะ”
“โอเคค่ะ ถ้าถึงแล้วบอกหนูนะคะ เดี๋ยวหนูลงไป” ฉันกดวางสายก่อนจะเดินไปค้นยาแก้ปวด เจอแล้วก็เปิดตู้เย็นเพื่อจะหาไรรองท้องก่อนทานยา แย่จัง... มีแต่นมสด ขนมอย่างอื่นไม่มีสักอย่าง ทานยากับนมเวลาไล่เลี่ยกันก็ไม่ได้ด้วย ถ้างั้นตอนพี่เทมส์มาเอาผ้าเช็ดหน้า ค่อยลงไปซื้อข้าวต้มแถวหน้าหอละกัน
ฉันไลน์ไปบอกฝันว่าเหมือนจะเป็นไข้ นั่งมองหน้าจอสักพักเพื่อนยังไม่ไลน์กลับแสดงว่าอาจจะยังไม่ตื่นหรือเข้าห้องน้ำอยู่ พอไม่รู้จะทำไรเลยเดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้าเตรียมไว้ให้พี่เทมส์ ก่อนจะมานั่งพักสายตาที่โซฟากลางห้องรับแขก
I will always remember. The day you kissed my lips. เสียงมือถือที่ส่งเสียงร้องทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อย นี่เราเผลอหลับไปเหรอ พอมองหน้าจอก็เห็นว่าเป็นเทมส์โทรมา
“พี่เทมส์ถึงแล้วเหรอคะ เดี๋ยวหนูลงไปค่ะ” ฉันกรอกเสียงลงไปในสายอย่างสะลึมสะลือ
“ยัง เราอยู่ห้องไหน”
“คะ?” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ
“หอเราอยู่ห้องไหนชั้นไหน” พี่เทมส์ถามย้ำกลับมา
“หนูอยู่ชั้น 6 ห้อง 624ค่ะ” อาจเป็นเพราะกำลังเป็นไข้ พอพี่เทมส์ถามมาก็ตอบไปโดยไม่คิดอะไร พอตอบแล้วก็เพิ่งคิดได้ว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรตอบรึเปล่า แต่คงไม่มีอะไรมั้ง ยังไงคนถามคือคนที่ยื่นมือเข้าช่วย เหลือฉันหลายต่อหลายครั้ง... พี่เค้าอาจถามไปงั้น ถามเล่นๆ เหมือนชวนคุยเรื่อยเปื่อยก็เท่านั้น
“โอเค” พูดจบพี่เทมส์ก็วางสาย ทิ้งให้ฉันมองหน้าจอแบบงงงัน อะไรของพี่เขากันนะ
ติ๊งต่อง~ เสียงออดหน้าห้องทำให้ฉันรู้เลยว่าต้องเป็นฝันที่รีบมาหาด้วยความเป็นห่วง เลยพยายามดันตัวเองลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปเปิดประตู
“ว่าไงฝัน... พี่เทมส์!!” ฉันเปลี่ยนอารมณ์ในชั่ววินาที ร้องอยากตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องไม่ใช่เพื่อนรักอย่างที่คิด แต่กลับเป็นผู้ชายหล่อเกินต้านอย่างพี่เทมส์!
พี่เทมส์ยืนอยู่หน้าห้องฉัน นี่ฉันไม่ได้ไข้ขึ้นจนตาฝาดใช่มั้ย!!!
“อือ” พี่เทมส์ยักคิ้วอย่างง่ายๆ
“ถ้ารู้จักกัน ป้าขอตัวก่อนนะ” เสียงที่เข้าหูทำให้ฉันเปิดประตูกว้างกว่าเดิมก็เห็นเป็นป้าแม่บ้านประจำหอส่งยิ้มมาอย่างใจดี ฉันรีบส่งยิ้มกลับไป
“ขอบคุณนะครับ” พี่เทมส์ก้มหัวให้อีกฝ่าย ก็ว่าอยู่ทำไมขึ้นมาได้... ที่แท้ป้าแม่บ้านตามประกบนี่ เอง คือหอนี้ถ้าไม่ใช่ผู้เช่าจะไม่สามารถเข้ามาเองได้ค่ะ ทั้งยาม ป้าแม่บ้าน รวมถึงคนทำความสะอาดจำหน้าผู้เช่าได้ทั้งหมด ถ้ามีคนนอกมาหาต้องนั่งรอใต้หอจนกว่าเจ้าของห้องจะลงไปรับ แต่ถ้ามาพร้อมกับเจ้าของห้องก็สามารถขึ้นมาได้เลย
“พี่เห็นเราไม่สบายเลยขอขึ้นมา นี่ข้าวต้ม... เอาไว้ทานก่อนทานยา” ว่าแล้วหนุ่มหล่อก็ยื่นถุงมาตรงหน้า ฉันยืนนิ่งมองหน้าพี่เทมส์ด้วยความอึ้ง มองตรงๆ โดยที่อีกฝ่ายก็มองมาโดยไม่มีใครหลบสายตาของใครเช่นกัน
วาบ! ความรู้สึกอุ่นซ่านในใจตอนนี้มันคืออะไร? เป็นเพราะไม่สบายรึเปล่านะ พอมีคนใส่ใจ... ซื้อข้าวมาให้ถึงหน้าประตูกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
“ขอบคุณนะคะ” ฉันยกมือไหว้อย่างนอบน้อมก่อนจะรับถุงมาถือไว้
“แล้วทำไมใส่ชุดนี้ ไม่สบายยังจะไป ม. อีก” พี่เทมส์พยักเพยิดมายังชุดนักศึกษา ฉันก้มมองร่างบอบบางของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าสบตากับร่างสูงใหญ่พลางให้เหตุผลว่า
“วันนี้หนูมีสอบภาษาญี่ปุ่นค่ะ แถมมีปิดคลาสภาษาอังกฤษด้วย ยังไงก็ต้องไป”
“งั้นรีบทานข้าวทานยา แล้วไปด้วยกัน”
“หือ” อะไรคือไปด้วยกัน? แถมตอนพูดยังใช้น้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปงั้นล่ะ
“ปกติเราเดินไป ม. นี่ แล้วไม่สบายเดินไหวเหรอ” พี่เทมส์เลิกคิ้วถาม ณ.ตอนนี้ให้เดินคงไม่ไหวจริงๆ นั่นแหละ แค่เดินในห้องยังมึนเลย แต่ถ้ากินยาไปแล้วอาการคงดีขึ้นล่ะมั้ง
“หนูคิดว่าหนูจะนั่งวินไปค่ะ” ฉันคิดไว้ตั้งแต่ตอนอาบน้ำละ วันนี้จะใช้บริการพี่วินแถวปากซอยเป็นครั้งแรกดู
“นั่งรถพี่ไปดีละ ไม่สบายอยู่เกิดพลัดตกวินทำไง” หนุ่มหล่อตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
“แต่...”
“ไม่มีแต่ ทานข้าวแล้วทานยา พี่จะลงไปรอข้างล่าง” ฉันเผลอยิ้มอย่างโล่งใจเมื่อพี่เทมส์ไม่เข้ามาในห้องอย่างที่วิตก ถือว่าพี่เค้าเป็นสุภาพบุรุษคนนึงเลยเนอะ
แต่ว่า... มันจะน่าเกลียดเกินไปรึเปล่า? คนอุตส่าห์มีน้ำใจซื้อข้าวมาส่งให้ถึงหน้าประตูแถมยังใจดีจะให้นั่งรถไป ม. ด้วยกัน ฉันกลับปล่อยให้อีกฝ่ายลงไปนั่งรอใต้หอ ส่วนตัวเองนั่งทานข้าวที่เขาซื้อมาฝากงี้เหรอ? อี๋! เธอดูแล้งน้ำใจมากเลยลูกพีช! งั้นเอางี้ละกัน...
“พี่เทมส์เข้ามานั่งเล่นในห้องหนูก็ได้ค่ะ ข้างล่างคนเข้าออกตลอด หนูกลัวพี่จะอึดอัด” ฉันตัดสินใจบอกออกไป ในเมื่อพี่เทมส์แสดงความเป็นสุภาพบุรุษให้เห็นคาตา ถ้าฉันไม่ไว้ใจหนุ่มหล่อเกินต้านมันก็ดูเกินไปหน่อย อีกอย่างถ้าฝันเห็นไลน์เดี๋ยวคงรีบมาหาที่ห้องตามนิสัยอยู่ละ เพราะงั้นให้พี่เทมส์เข้ามารอในห้องคงไม่น่าเกลียดอะไรหรอกมั้ง
“แน่ใจ? เผื่อเราอึดอัด” พี่เทมส์เลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ชั่วแว๊บนึงเหมือนเห็นร่างสูงใหญ่ยิ้มมุมปากงั้นล่ะ ไม่หรอกมั้ง...พี่เทมส์จะยิ้มทำไมกัน ฉันคงตาฝาดไปเองมากกว่า
“แน่ใจสิคะ เชิญค่ะ” ว่าแล้วฉันก็เลี่ยงให้พี่เทมส์เข้ามา ก่อนจะเป็นฝ่ายปิดประตูด้วยตัวเอง
“เชิญนั่งค่ะ เดี๋ยวหนูเอาน้ำมาให้” ฉันผายมือไปยังโซฟาทำให้ร่างสูงใหญ่ที่ยืนรออยู่กลางห้องเดินเข้าไปนั่ง
“เราทานข้าวเถอะ พี่ดูแลตัวเองได้” พี่เทมส์มองหน้าฉันนิ่งๆ แต่น้ำเสียงกลับอ่อนโยนอยู่ในที
“งั้นก็ได้ค่ะ ถ้าเบื่อเปิดทีวีได้เลยนะคะ” แม้จะมึนหัวอยู่บ้าง ฉันก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มให้อีกฝ่าย
“พี่เล่นเกมส์ดีกว่า” ว่าแล้วก็ล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็จ้องหน้าจอตาไม่กะ พริบ ฉันยิ้มกับภาพตรงหน้าก่อนจะเดินมาที่โต๊ะทานข้าว แกะข้าวต้มกุ้งเทใส่ถ้วย อืม! ได้ซดน้ำร้อนค่อยรู้สึกโล่งคอขึ้นมาหน่อยนึง
“เรามีสอบกี่โมง” ฉันเงยหน้ามองคนถาม แล้วก็เห็นหนุ่มหล่อมองมาอยู่ก่อนแล้ว สรุปพี่เค้าเลิกเกมส์แล้วเหรอ...เร็วชะมัด
“ตอนเที่ยงค่ะ” พอได้คำตอบพี่เทมส์ก็ดูนาฬิกาที่ข้อมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน แล้วถามฉันต่อ
“ต้องอ่านทบทวนอะไรอีกมั้ย”
“ไม่แล้วค่ะ” ฉันส่ายหน้าไปมา “หนูสอบสนทนาภาษาญี่ปุ่น ถ้าเข้าใจว่าเซนเซย์ถามอะไรก็น่าจะไปรอด จริงสิ! ผ้าเช็ดหน้าของพี่เทมส์หนูเตรียมไว้ให้แล้วนะคะ” ฉันบอกอย่างนึกได้พลางลุกขึ้นยืนเพื่อจะหยิบผ้าเช็ดหน้าให้อีกฝ่าย
“ทานข้าวไป พี่จัดการเอง” คำสั่งของพี่เทมส์ทำให้ฉันนั่งลงเก้าอี้ตามเดิม
“ผ้าเช็ดหน้าพี่อยู่ข้างมือถือหนูเลยค่ะ” ฉันชี้ไปยังริมขวาสุดของโซฟา พี่เทมส์ที่นั่งตรงกลางเบาะหันมองตามพลางเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ฉันใช้ทิชชูห่อไว้อีกชั้นกันเปื้อนขึ้นมาถือ หนุ่มหล่อแกะทิชชูออก ก่อนจะนำผ้าเช็ดหน้าใส่กระเป๋าเสื้อไว้
“ถังขยะห้องเราอยู่ไหน” พี่เทมส์ถามพลางชูทิชชูขึ้น
“เอาไว้ตรงนั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูถือเอาไปทิ้งตอนลงข้างล่างง่ายกว่า” ว่าแล้วฉันก็ยิ้ม
“ตามใจ” พี่เทมส์ยอมง่ายๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องที่ทำเอาฉันงง “เลิกแล้วยังไม่ต้องรีบกลับนะ”
“คะ?”
“เลิกแล้วอย่าเพิ่งกลับ เดี๋ยวพี่ขับรถมาส่ง” พี่เทมส์พูดราวกับมันเป็นเรื่องทั่วไปที่ทำอยู่ทุกวันงั้นล่ะ