บทนำ
เสียงนาฬิกาที่ดังอยู่เนืองๆ หญิงสาวลุกขึ้นมาปิดโดยอัตโนมัติด้วยความเคยชิน มือเรียวยาวขยี้ดวงตากลมโตเพื่อมองสิ่งต่างๆได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้นเธอเริ่มจัดการทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว
จิรัญญา วรวงศ์ หยิบประวัติส่วนตัวขึ้นมามองด้วยสายตาอ่อนล้า นี่ก็เกือบสามสัปดาห์ที่เธอเที่ยวตะเวนหางาน แต่ก็ยังไม่มีบริษัทติดต่อกลับมาเลย บ้านของเธอก็ไม่ได้ขัดสนถึงขนาดที่เธอต้องหาเลี้ยงครอบครัว แค่ต้องการใช้ชีวิตในเมืองกรุงบ้างสักครั้ง เธอตัดสินใจขอบิดาและพี่ชาย เพราะอยากลองมาใช้ชีวิตในกรุงเทพ ต้องยกเหตุผลต่างๆนาๆ มาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่เธอไม่จำเป็นต้องมาเดินหางานแบบนี้ก็ได้ แต่การใช้ชีวิตแบบคุณหนู มันจะไปมีสีสันอะไร
มือเรียวบางคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋า เมื่อได้ยินเสียงเพลงโปรดของเธอ คงเป็นใครไม่ได้นอกจากพี่ชาย ที่โทรจิกเธออย่างกับอะไรดี เธอคงโกรธพวกเขาไม่ได้ ที่จะหาใครหวังดีเหมือนพี่ชายและบิดาไม่ได้อีกแล้ว
“ว่าไงคะ พี่กฤษ” จิรัญญาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสเช่นเคย
“พี่โทรหาตั้งหลายสาย แล้วทำไมพึ่งมารับสายพี่ ทำอะไรอยู่” กฤษถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงเคืองๆน้องสาวที่รับสายช้า
“โห่ พี่กฤษ จิ๊บอาบน้ำอยู่จะให้จิ๊บรับโทรศัพท์พี่ได้ยังไงกันคะ”
“พี่ไม่เซ้าซี้เราแล้วก็ได้ งานเราไปถึงไหนแล้ว ถ้ายังหาไม่ได้ก็กลับมาที่เชียงใหม่ซะ น้องสาวคนเดียวพี่กับพ่อมีปัญญาหาเลี้ยงได้”กฤษอดว่าน้องสาวไม่ได้ ใช้ได้ที่ไหนกันล่ะ อยู่บ้านดีๆไม่ชอบ ชอบทำให้เขาเป็นห่วงอยู่เรื่อย
“โธ่ พี่กฤษยังเป็นตำรวจเลย จิ๊บก็อยากทำงานบ้าง ไม่อยากทำตัวไร้ค่าไปวันๆ ไม่พูดกับพี่กฤษแล้ว”
“เดี๋ยวๆๆ ยัยจิ๊บ...” เสียงปลายขาดหายไปอย่างฉับพลัน ใครจะดื้อรั้นเท่ายัยจิ๊บน้องสาวเขาไม่มีอีกแล้ว
จิรัญญาตัดสายพี่ชาย ถ้าเธอคุยกับพี่ชายของเธอมีหวังต้องเกลี้ยกลมให้เธอกลับเชียงใหม่แน่นอน ถ้าเธอกลับไปคงไม่ได้ทำอะไรเป็นแน่ กำนันธรรศผู้เป็นพ่อของเธอคงไม่ยอมให้เธอทำอะไร นอกจากงานในไร่ส้ม ไม่ใช่ว่า จิรัญญาจะไม่ชอบการทำงานในไร่หรอกนะ ตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบสามปี เธอยังไม่ได้เคยทำอะไรด้วยตัวเองสักอย่าง เธออยากได้อะไรเพียงแค่เอ่ยปาก บิดาและพี่ชายก็หามาไม่ว่าสิ่งนั้นจะยากเย็นสักเพียงไหน
ตอนนี้เป็นโอกาสที่จิรัญญาได้พิสูจน์ตัวเอง ให้ทุกคนรู้เธอไม่ได้เป็นเพียงคุณหนู ยังสามารถทำอะไรได้หลายๆอย่างด้วยเอง
“สู้ เว้ย” จิรัญญาพูดกับตัวเองพร้อมสูดลมหายใจเข้าปลอดลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจก่อนออกจากบ้าน
จิรัญญาเลือกขึ้นรถเมล์ ดีกว่าแท็กซี่ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะแถมยังได้ประสบการณ์ใหม่ๆอีก นั่งรถไม่นานก็ถึงบริษัทที่จิรัญญาหาในอินเทอร์เน็ตแล้ว
ตึกอีซีโอ พาวเวอร์ ที่สูงระฟ้าคงไม่น้อยกว่าสามสิบห้าชั้น จากการคาดเดาของจิรัญญาแล้ว เธอหยุดยืนทำใจตรงหน้าประตูของหาตึกเพื่อสร้างความมั่นใจ
“ว้าย!...” จิรัญญาสะดุดตรงขอบประตูทำให้เสียหลักล้มลงหน้าขม่ำกับพื้นแล้วแน่ถ้าไม่ได้อ้อมแขนของใครบางคนรับเธอไว้เสียก่อน
จิรัญญาค่อยๆลืมตามาพบกับหนุ่มหล่อ จมูกโด่งรับกับใบหน้าคมคาย ผมเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนปนดำเล็กน้อย กอปรกลิ่นกายของบุรุษเพศช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน
“นี่คุณ! เลิกจ้องผมได้แล้ว ถ้าจ้องผมนานกว่านี้ ผมคิดตังค์นะ” จิรัญญารีบผละออกจากออมแขนของเขาทันที เธอเกือบหลงเสน่ห์ของชายหนุ่มตรงหน้าไปแล้ว ถ้าไม่ติดตรงที่ความหลงตัวเองของชายหนุ่ม
“เปล๊า... ฉันไม่ได้มองนายเสียหน่อย” ตรงข้ามสายตาที่เธอมองเขามันทำให้เขาอยากทำความรู้จักเธอนักว่าจะลีลาเด็ดขนาดไหน
“แล้วทำไมต้องตอบเสียงสูงขนาดนั้นด้วย” สิงห์ อีเมอร์สัน เค้นถามผู้หญิงตรงหน้าเสียไม่ได้ แต่ละวันมีผู้หญิงมาเข้าหาเขาด้วยวิธีหลากหลาย บางทีเขาก็เบื่อที่จะเล่นด้วย แต่กับแม่คนนี้เขาอยากรู้ว่าเธอจะใช้วิธีไหนที่ทำให้เขาสามารถเล่นตามเกมของเธอ “ถ้าเธออยากขนาดนั้นก็ไม่ได้ตรงเสียเวลาวางแผนมาอ่อยฉันแบบนี้ก็ได้”
“อะไรนะ?” จิรัญญางุนงงกับคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าที่อายุก็น่าจะย่างเขาสามสิบแล้วยังทำตัวเป็นตาเ*******ูอีก
“ฉันบอกว่า ถ้าเธออยากนอนกับฉันไม่ต้องลงทุนมาอ่อยฉันขนาดนี้ก็ได้” เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงทำตัวไร้เดียงสาขนาดนี้ แถมยังเข้าใจยากอีกต่างหาก “แต่วันนี้ฉันคงไม่ว่างให้เธอฟัดฉันหรอกนะ เพราะฉันมีธุระ” สิงห์ตอบปัดๆไป
จิรัญญาเริ่มหมดความอดทนเต็มทีกับชายหนุ่มตรงที่กำลังคุกคามเธอทางคำพูด หญิงสาวกำหมัดแน่นถ้าชายตรงหน้าไม่หยุดพูดเหมือนเธอเป็นผู้หญิงบริการที่ต้องการเข้าหาเขาแบบนั้นล่ะก็...
“อ้ะ นี่นามบัตรฉันไว้เธอต้องการ โอ้ย...” เมื่อหมดความอดทน จิรัญญาต่อยหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสุดกำลัง ยังไม่พอใจหญิงสาวแทงเข่าไปที่ระหว่างขาเขาอย่างหนักชนิดที่ว่าอวัยวะส่วนนั้นไม่สามารถทำงานได้ชั่วคราว
“ยัยผู้หญิงบ้า กลับมาเดี๋ยวนี้นะ” สิงห์ตะโกนเรียกหญิงสาวที่สร้างความเจ็บป่วยในน้องชายของเขา มารับผิดชอบต่อการกระทำที่กล้าทำร้ายร่างกายของเขา “หน็อยแนะ ยัยตัวดีอย่าให้เจอคราวหน้าได้เห็นดีกันแน่”
จิรัญญาเดินไปที่เคาเตอร์โดยที่ไม่สนใจเสียงเรียกที่อยู่ตรงทางเข้า ดีที่ช่วงนี้เป็นช่วยพักกลางวันจึงไม่มีคนวุ่นวายสักเท่าไร ถ้าช่วงเวลาเข้างานปกติเธอคงโดนจับข้อหาทำร้ายคนแก่แน่นอน ก็ใครมันจะไปคิดว่าหน้าตาหล่อแบบนั้นจะหลงตัวเองได้โอเวอร์ คิดได้ไงว่าเธอมาเสนอตัวให้เขาได้เชยชม ไม่มีวันเด็ดขาด
“สวัสดีค่ะ รับสมัครพนักงานอยู่ชั้นไหนค่ะ” จิรัญญาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“คะ? จะมาสมัครงานใช่ไหมค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ” ไม่นานเกินรอ หลังจากพนักงานสาวของบริษัทคีย์หาข้อมูลเสร็จ “อยู่ชั้น5 ค่ะ ฝ่ายบุคคลค่ะ ว่าแต่จะมาสมัครตำแหน่งอะไรเหรอคะ”
“การตลาดค่ะ ฉันเรียนจบทางด้านนี้มาโดยเฉพาะ” จิรัญญาอบด้วยความภูมิใจกว่าที่จะฝ่าฟันเรียนจบคว้าใบปริญญามาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เรียนจบมาในมหาวิทยาลัยประจำจังหวัด แต่ยังได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งพร้อมกับความภาคภูมิใจของครอบครัวอีกด้วย
“ตำแหน่งนี้เหรอคะ เมื่อวานได้ยินว่ารับสมัครเต็มจำนวนแล้วนี่ค่ะ”พนักงานตอบพาซื่อ จิรัญญาสลดไปเลยทีเดียว
“ค่ะ” จิรัญญาได้แค่รับคำแค่นั้น เดินไปที่ลิฟต์ด้วยจิตใจที่ผิดหวังมากพอควร แต่มาถึงบริษัทนี้แล้วอย่างน้อยก็ได้ส่งใบสมัครก็ดีกว่าที่จะกลับไปมือเปล่า
ติ้ง! เสียงลิฟต์ดังขึ้น จิรัญญาตื่นจากห้วงความคิดของตัวเอง แค่นี้จะท้อแล้วเหรอจิรัญญา เธอต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอไม่ใช่ลูกแง ให้มันรู้ว่าเรื่องแค่นี้คนอย่างจิรัญญาจะทำไม่ได้
จิรัญญาก้าวขายาวๆด้วยความมั่นใจ ถึงจะไม่ได้ทำงานในบริษัทนี้อย่างน้อยที่สุด เธอก็ได้ทำเติมที่แล้ว “สวัสดีค่ะ ดิฉันมาสมัครงานค่ะ” จิรัญญาเอ่ยทักด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“เชิญกรอกใบสมัคร ถ้าเสร็จแล้วก็กลับได้เลยนะคะ” เพกาเจ้าที่ฝ่ายบุคคลอายุราวสี่สิบปียื่นใบสมัครให้กับจิรัญญา
“ไม่ได้สอบสัมภาษณ์เหรอคะ?”
“ทางเราจะให้ผู้บริหารเห็นชอบก่อน แล้วค่อยเลือกมาสัมภาษณ์ค่ะ ไม่ต้องสงสัยหรอกค่ะมันเป็นคำสั่งของท่านที่ต้องเลือกพนักงานฝ่ายนี้เอง เพราะเคยมีเจ้าหน้าที่ละหลวมในการรับสมัครงานเพราะต้องการเงินใต้โต๊ะ พอได้มาทำงานก็ทุจริตจนบริษัทเสียหายไปหลายล้านบาท” เพกาบอกหญิงสาวตรงหน้าให้เข้าใจถึงเรื่องราวว่าทำไมผู้บริหารถึงมาสอบสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง
จิรัญญากรอกใบสมัครอย่างละเอียด หลังจากตรวจดูข้อมูลครบแล้ว เธอก็ยื่นใบสมัครให้กับเพกา “ขอบคุณนะคะ สำหรับคำแนะนำ”
“ไม่เป็นไรค่ะ มันคือหน้าที่ของพี่อยู่แล้วค่ะ” เพกากล่าวด้วนสรรพนามที่สนิทสนม เพราะหญิงตรงหน้าคงห่างจากเธออยู่มากโข
“งั้น จิ๊บกลับก่อนนะคะ” จิรัญญากล่าวลาตามมารยาท
ในห้องทำงานของนักธุรกิจหนุ่มนั้นอบอวนไปด้วยความโกรธกริ้วของท่านประธานหนุ่ม ที่พึ่งไล่พนักงานออกไปถึงสองคนแล้วในรอบเดือนโทษฐานทำงานสะเพร่าจนเขาต้องเกือบเสียลูกค้ารายใหญ่ไป เขาให้โอกาสหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังทำงานผิดพลาดอีก มาครั้งนี้เขาทนไม่ไว้แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะลูกค้าทำธุรกิจมาตั้งแต่รุ่นพ่อของเขา คงจะถอนตัวออกจากบริษัทอย่างง่ายดาย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“เข้ามา” สิงห์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนคนฟังรับรู้ถึงชะตากรรมที่จะตาม
“คือ... ดิฉันเอาใบสมัครมาให้คุณสิงห์พิจารณาน่ะค่ะ”เพการีบวางเอกสารบนโต๊ะของเจ้านายทันทีด้วยรู้ว่านาทีนี้เจ้านายของเธอกำลังอารมณ์เสีย
“อ้าว! เสร็จแล้วจะยืนทำอะไรก็ไปทำงานสิ” สิงห์พลางพาลใส่เลขาคู่ใจ จะไม่ให้เขาโกรธได้ยังวันนี้ทั้งวันเจอแต่เรื่องหงุดหงิดทั้งวันเลย
เพกาไม่รอให้เจ้านายสั่งอีกรอบ เธอก็รีบออกจากห้องไป ด้วยรู้ว่าเจ้านายเวลาโกรธมักต้องการพื้นที่สวนตัว เวลาปกติสิงห์ มักจะเป็นคนที่รักลูกน้องทุกคน มีความรับผิดชอบซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้องหลายคนเสมอ รวมแม้กระทั้งตัวเธอที่เห็นสิงห์ยังเล็ก เป็นหนุ่มน้อยที่มีเสน่ห์ตั้งแต่วัยเยาว์ ใครเห็นล้วนหลงรัก ซึ่งโตมาเป็นหนุ่มแล้วเสน่ห์ที่มีก็ไม่เคยลดละ มีสาวๆมาคอยวนเวียนอยู่ไม่ห่าง จนเธอต้องปวดหัวที่ต้องเคลียร์สาวๆไม่ให้รถไฟชนกัน ที่เป็นอีกหน้าที่ ที่เพกาต้องทำ เธออยากให้เจ้านายแต่งงานสักที หน้าที่นี้จะไม่ได้เป็นของเธออีกต่อไป
สิงห์นั่งครุ่นคิดถึงหญิงสาวที่เขาเจอเมื่อตอนกลางวัน เจ้าหล่อนช่างมีวิธีทำให้เขาสนใจได้ไม่เหมือนใคร พอบอกความต้องการของเขาไปตรงๆ เธอกลับปฏิเสธเสียนี่ เขายอมรับว่าเธอทำให้เขาเสียศูนย์ได้ถึงเพียงนี้ แต่กลับมาใจสั่นกับคำพูดของผู้หญิงตัวเล็กแบบนั้น คลาสโนวาอย่างเขาที่สาวๆบอกกันปากต่อปากหาตัวจับยากแล้วจะต้องมาแพ้ฤทธิ์เสน่ห์ของเธอหรือเนี่ย
สิงห์สลัดความคิดบ้าๆนั้นออกไปจากสมอง เอื้อมมือไปหยิบเอกสารที่เลขาวางไว้ นี่เขาเกือบลืมทำหน้าที่ตัวเอง เพียงเพราะคิดถึงเรื่องของใครก็ไม่รู้ สิงห์พลิกดูเนื้อหารายละเอียดคงจะเป็นเอกสารรับพนักงานที่สั่งให้นำมาพิจารณา ให้เขาได้เลือกพนักงานเอง เขาอ่านประวัติของแต่ละคนโดยละเอียด แต่กลับมาตกใจในหน้าสุดท้ายที่มีใบหน้าของหญิงสาวที่สร้างความเจ็บปวดให้น้องชายเขาไม่หายเลย
โอ้ พระเจ้า! นี่เจ้าหล่อนมาสมัครงานบริษัทเขางั้นเหรอ ดีล่ะเขาจะได้แก้เผ็ดเธอที่ทำเขาเจ็บแสบได้เพียงนั่น พอได้อ่านประวัติของเธอแล้ว ยิ่งสร้างความตกใจให้กับสิงห์อย่างมาก เธอคือยัยฟันหลอ ลูกของกำนันธรรศที่เป็นคู่อริของครอบครัวเขาที่อยู่ข้างบ้าน ก่อนที่เขาจะย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯเพื่อมาสืบทอดธุรกิจของคุณตา ไม่เพียงแต่ครอบครัวจะไม่ถูกกันแล้ว เขากับเธอยังเป็นคู่กัดอีกต่างหาก ยัยฟันหลอโตจนเป็นสาวสะพรั่งแล้วยังไม่ลดความแสบ
หึ...หึ...หึ... สิงห์หัวเราะในลำคอเมื่อคิดแผนการที่จะแก้แค้นยัยฟันหลอได้เลย พลางยกโทรศัพท์ต่อสายเลขา
“คุณเพกา ช่วยมาพบผมที่ห้องด้วยครับ” ไม่นานเลขาวัยสี่สิบที่ทำงานกับบริษัทของเขามาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณตาแล้ว ก็เข้ามาอยู่ในห้องเรียบร้อย
“ที่คุณสิงห์เรียกเพกามานี่มีอะไรเหรอคะ?” เพกาถามด้วยความสงสัย ถ้าเป็นเรื่องการรับสมัครพนักงานไว้รอพรุ่งนี้ไม่เห็นจะต้องรีบร้อนขนานนี้เลย เพราะนี่มันก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว ปกติเจ้านายหล่อนจะไม่เป็นแบบนี้สักครั้ง
“ผมอยากให้คุณเพกาช่วยติดต่อผู้หญิงคนนี้มาพบผมในวันพรุ่งนี้ให้หน่อย” สิงห์บอกพลางยื่นเอกสารให้เพกา
“แต่ว่า มันยังไม่ถึงกำหนดสัมภาษณ์ไม่ใช่เหรอคะ?”
“เถอะน่า ผมบอกให้คุณตามเธอมาให้ผม แค่นั้นก็พอ” เพกาพยักหน้ารับคำเจ้านายพร้อมกับความสงสัยที่อยู่ในใจมากมาย หรือว่าเจ้านายเธอจะตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้ เพกาพลางคิดมาถึงตรงนี้ก็อดอมยิ้มไม่ได้
“คุณยิ้มอะไรนะ คุณเพกา” ชายหนุ่มเห็นเลขาของตนยิ้ม อดที่จะถามไม่ได้
“ก็ยิ้มคุณนั้นแหละค่ะ ชอบน้องคนนี้แต่ทำเป็นเก๊กอีกนะคะ” คำพูดของเพกาทำให้สิงห์ถึงกับอึ้งไปทันที ปฏิเสธแทบไม่ทัน
“ผม...เปล่าซะหน่อย คุณพูดอะไรไร้สาระสิ้นดี” เจ้านายพูดพลางเก็บเอกสารกลับบ้าน “อย่าลืมที่ผมบอกแล้วกัน” สิงห์เน้นย้ำคำสั่งในทันที ก่อนออกจากห้อง ทิ้งให้เพกาหัวเราะในท่าทีของเจ้านายอย่างนั้นไป
“ค่ะ เจ้านาย” เพกาตอบพร้อมหัวเราะคิกคัก
พอจิรัญญากลับมาถึงคอนโดสิ่งแรกที่ทำคือการชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ ปานนี้พ่อกับพี่ชายคงโทรหาเธอจนสายแทบไหม้แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่อย่างที่จิรัญญาคิดไว้ มีเบอร์ที่ไม่คุ้นโทรมาหาเธอเกือบสิบสาย ใครกันนะ จิรัญญาอดสงสัยไม่ได้ เธอตัดสินใจโทรกลับไปเผื่อเป็นบริษัทที่เธอไปสมัครงานไว้
“สวัสดีค่ะ มีธุระอะไรเหรอคะ? คือดิฉันเห็นมิสคอลหลายสายเลยโทรกลับน่ะค่ะ”
“โอ้! ติดต่อได้สักที สวัสดีค่ะ คุณจิรัญญาใช่ไหมคะ” เสียงปลายทางที่บ่งบอกถึงอาการดีใจเมื่อเธอติดต่อกลับ
“ค่ะ มีอะไรเหรอคะ?” จิรัญญาถามออกไปตรงๆ
“นี่พี่เพกาเองนะ จำได้รึเปล่า?”จิรัญญาถึงกลับร้องอ้อขึ้นทันที
“ค่ะ จำได้”
“พี่จะบอกว่าเจ้านายพี่ คุณสิงห์ต้องการสัมภาษณ์จิ๊บในวันพรุ่งนี้นะ ว่างมั้ย” จิรัญญาเกือบร้องกรี๊ดใส่โทรศัพท์ด้วยความดีใจ
“จริงเหรอคะ? พี่ไม่ได้หลอกจิ๊บใช่ไหม” จิรัญญาถามย้ำเผื่อเธอจะไม่ได้ฟังอะไรผิดไป
“จ้า คุณสิงห์พิจารณาจิ๊บเป็นพิเศษเลยนะ นี่ยังไม่ถึงวันสอบสัมภาษณ์แต่คุณสิงห์กลับเรียกจิ๊บไปสอบสัมภาษณ์วันพรุ่งนี้เลย แปลกจริงๆ” คำพูดของเพกานั้นสร้างความขุ่นข้องใจให้จิรัญญาไม่น้อย แต่หญิงสาวก็ยังดีใจอย่างน้อยเธอจะได้สัมภาษณ์งานแล้ว
“พี่เพกา ขอบคุณนะคะที่โทรมาบอกข่าวดีกับจิ๊บ”
“จ๊ะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะ” จิรัญญาวางสายและรีบต่อสายถึงพี่ชายทันที เพราะอดที่จะแจ้งข่าวนี้ให้พ่อกับพี่ชายได้ทราบ
“ว่าไง ยัยจิ๊บโทรหาพี่มีอะไรฮะ” กฤษถามน้องสาว ปกติยัยตัวดีจะไม่ติดต่อมาถ้าไม่มีธุระสำคัญ มักทำให้เขากับพ่อเป็นห่วงเสมอ
“ทำไม ถึงพูดกับเค้าแบบนี้ล่ะ น้องอุตสาห์โทรมาบอกว่าพรุ่งนี้จะไปสอบสัมภาษณ์อยากได้กำลังใจจากพี่ชายสักหน่อยก็...”
“พอเลย ไม่ต้องมาอ้อนพี่เลย พรุ่งนี้ก็ขอให้จิ๊บโชคดีละกัน” กฤษพูดให้กำลังน้องสาวเพียงเท่านั้นเพราะเขาไม่เห็นด้วยสักเท่าไรในการที่จิรัญญาออกไปหางานทำในเมืองกรุงเพียงลำพัง แต่เขาก็ต้องเคารพการตัดสินใจของน้องสาวเพราะเธอก็ไม่ใช่เด็กสิบขวบที่พี่ชายอย่างเขาต้องคอยประคบประงมตลอดเวลา
“พี่กฤษ บอกพ่อด้วยล่ะ”ดึกปานนี้พ่อเธอคงนอนไปแล้ว จำต้องฝากความไปกับพี่ชาย
“อืม” จิรัญญาวางสายจากกฤษ เหลียวมองนาฬิกาก็เกือบสี่ทุ่มแล้วพรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวในการสัมภาษณ์งานอีก ถ้านอนดึกกว่านี้มีหวังพรุ่งนี้หน้าตาคงจะโทรมมากแน่ๆเลย หลักจากอาบน้ำเสร็จจิรัญญารีบแจ้นขึ้นที่นอนทันที พร้อมกับนึกถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่สูญเปล่าจริงๆยังไงวันพรุ่งนี้เธอก็ต้องได้งาน แต่หารู้ไม่ว่าคนที่จะเป็นเจ้านายของเธอนั้นคือคู่กันของเธอตั้งแต่สมัยเด็ก