บทสอง - 1

1455 Words
ผ่านไปสามเดือนนับแต่ตงเหลียนฮวาเข้ามา เจินจิ่วหรงยังคงใช้ชีวิตตามปรกติ ในฐานะฮูหยินตราตั้งของแม่ทัพประจิม ท่ามกลางสายตาหลากหลายคู่ซึ่งจดจ้องมองมา แต่แรกนางนึกว่าจะเป็นเหมือนบทละครที่เคยอ่าน แม่สามีมิชอบอนุต่ำต้อย ทว่ามันกลับมิได้เป็นเช่นนั้น จวนตระกูลไท่สุขสงบ มารดาและบิดาของไท่หย่งเสียนทำตัวลอยเหนือเรื่องพวกนี้ มิรังแกตงเหลียนฮวา ขณะเดียวกันก็มิได้เข้าข้างหรืออะไร ซึ่งนับว่าเป็นการวางตัวที่ดี อย่างไรเสียด้วยฐานะของนาง ปฏิเสธมิได้ว่ามันต้องเกี่ยวพันถึงในวัง หากแต่งเป็นอนุภรรยาคงมิมากเรื่อง แต่นี่กลับแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินรอง ทั้งที่ฐานะทางครอบครัวแต่เดิมก็มิได้ดีนัก ย่อมกลายเป็นที่ติฉินนินทาไปทั่ว นางเสียเวลาอยู่หลายคืนเพื่อจัดการเรื่องนี้ การรักษาหน้าตาและชื่อเสียงของสามี นับเป็นเรื่องที่สมควรทำ เรียวนิ้วมือยกขึ้นนวดขมับที่ปวดร้าว นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์คล้ายพร่ามัวไปชั่วขณะ สิ่งใดที่สมควร นางก็ทำไปหมดแล้ว โชคดีที่ไท่หย่งเสียนมิได้เป็นบุรุษในบทละครพวกนั้น เขาแลเห็นคุณค่ารวมถึงตัวตนของนาง จึงมิได้ทอดทิ้งนาง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพียงแต่ต้องมีการแบ่งปั่นสามีให้กับสตรีอื่น ไท่หย่งเสียนจะนอนค้างกับนางสี่วัน และตงเหลียนฮวาอีกสามวันที่เหลือ นางชำเลืองมองเขาซึ่งนอนอยู่ข้างกาย ลำแขนแกร่งพาดลงบนหน้าท้องของนาง เปลือกตาทั้งสองปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ขณะที่ไท่หย่งเสียนนอนหลับไปแล้ว กลับเหลือเพียงนางที่มิอาจข่มตาหลับได้ ร่างอรชรพลิกตัวไปหาเขา แล้วโอบกอดร่างอุ่นกว่าอย่างไร้ความลังเล ก่อนเริ่มทบทวนข้อผิดพลาดของตนในใจ “หย่งเสียน…” ความสงบสุขเป็นสิ่งที่เจิ่นจิวหรงปรารถนา ทั้งชีวิตนางอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายภายในวังหลวง ผลประโยชน์รวมไปถึงการชิงดีชิงเด่น กระนั้นแล้วการมีคนเพิ่มเข้ามาย่อมสร้างความวุ่นวายมิมากก็น้อยอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ดั่งเช่นเหล่าสนมภายในวังหลังของเสด็จพ่อ “มีเรื่องอะไร” เสียงเล็กแหลมของฮูหยินไท่ถามขึ้น ยามเห็นว่ารั่วซินกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูนาง เจินจิ่วหรงขบริมฝีปากเป็นเส้นตรง พลางโบกมือให้สาวใช้คนสนิทออกไปรั้งรอด้านนอก ยามกลางวันปรนนิบัติดูแลมารดาบิดาของสามี และจวน ยามค่ำคืนปรนนิบัติสามี สองสิ่งนี้คือหน้าที่ของนาง ส่วนตงเหลียนฮวานั้น… “หาได้มีอะไรน่าตกใจไม่” นางกล่าวเสียงเรียบ รับถ้วยน้ำชาจากอีกฝ่ายมาวางไว้ที่ตน แม้นว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นมารดาสามี ทว่าด้วยยศฐาแต่เดิม ผนวกกับที่ครอบครัวแม่ทัพประจิมคือข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ พวกเขาจึงปฏิบัติกับนางสูงกว่า และต้องการให้นางเป็นองค์หญิงเก้ามากกว่าลูกสะใภ้ “องค์หญิงเก้า” นางแย้มยิ้มบางเบา “หลายเดือนก่อนตงเหลียนฮวาพยายามจะซื้อตัว เข้าแทรกแซงการปกครองคนในจวนของลูก ดังนั้นลูกเลยให้รั่วซินไปจัดการ มิคาดว่าหลายคนจะตีความหมายผิด คิดว่าลูกต้องการรังแกนาง และเพื่อเอาอกเอาใจลูกพวกเขาเลยทำโดยพลการ” ฮูหยินไท่ขมวดคิ้ว อย่างไรก็ตามมารดาสามีค่อนข้างเกรงใจนางอยู่หลายส่วน อำนาจดูแลจวนล้วนยกให้นางนับแต่แต่งเข้ามา ฝ่ามือหยาบกร้านทาบลงบนข้างแก้ม เจินจิ่วหรงเงยหน้าสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มประดับบนดวงหน้างดงามมิเลือนหาย “จัดการให้เรียบร้อย” เจินจิ่วหรงพยักหน้า “ลูกสั่งให้คนโบยสาวใช้พวกนั้นแล้ว ส่วนตงเหลียนฮวานางแค่ตกน้ำ มิได้รับบาดเจ็บอะไรมากมาย ทั้งตอนนี้ก็ให้คนไปเชิญท่านหมอมาแล้วด้วย” “ข้าจะพูดกับหย่งเสียนให้เอง” “มิจำเป็น ลูกบอกเขาทุกอย่างนับแต่เรื่องก่อนหน้านี้แล้ว” เพราะนางอยู่ในวังหลวงมานาน เล่ห์เหลี่ยมและแผนการแยบยลผ่านมานักต่อนัก ตงเหลียนฮวาต่อให้เป็นบุตรีของตระกูลชั้นล่าง ทว่าเรื่องมารยาทและธรรมเนียมพื้นฐานย่อมได้รับการสั่งสอนมาบ้าง อย่างน้อยก็ควรรู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร โดยเฉพาะกับฮูหยินตราตั้งซึ่งเป็นองค์หญิง หากนี่กลับจงใจใช้เงินซื้อตัวคนในจวน ราวกับต้องการประกาศสงครามไร้สาระกับนาง ทั้งเรื่องในครั้งนี้ไท่หย่งเสียนก็ออกจะโปรดปรานนาง ข้ารับใช้ในจวนย่อมให้ความเคารพอยู่บ้าง อีกทั้งตงเหลียนฮวาเคยไปร่วมรบกับไท่หย่งเสียน นางต้องมีวนยุทธติดตัวอยู่บ้าง เห็นได้ชัดว่ามีช่องโหว่อยู่หลายจุด ดูท่าแล้วความสงบสุขกำลังห่างหายไปทุกที เจินจิ่วหรงแหวกผ้าม่านผืนบาง เรียวขางามขยับก้าวเข้าไปด้านในเรือนของตงเหลียนฮวา ครึ่งชั่วยามก่อนมีคนรายงานว่าอีกฝ่ายตื่นแล้ว ท่านหมอที่เชิญมาก็บอกว่ามิมีอะไรน่าเป็นห่วง นางหรี่ตาลงเล็กน้อย แลเห็นร่างบอบบางนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง “ท่านแม่ทัพ…” “เขามิมาหรอก” นางเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงโดยมีรั่วซินคอยประคอง ตงเหลียนฮวาปรือตาขึ้นมองนางอย่างตื่นตระหนก “ตามจริงเขาควรกลับมาตั้งแต่สองชั่วยามก่อน แต่องค์ชายสิบสามเรียกเข้าพบ” นางหันไปรับถ้วยน้ำชาอุ่นร้อนจากรั่วซินมาถือไว้ เรือนผมดำขลับขยับสั่นไหว “หากยังมิรู้ องค์ชายสิบสามคือน้องชายร่วมมารดาของข้า” “หรือว่าท่านจะ” ริมฝีปากสีชาดเหยียดยิ้มกว้าง “เจ้ารู้นี่ว่าวันนี้เขาจะกลับเร็ว ย่อมมาทันเห็นสภาพน่าสมเพชเช่นนี้ จากนั้นเขาต้องตำหนิข้า นั่นคือสิ่งที่เจ้าคิดเอาไว้” ตงเหลียนฮวาหลุบตาต่ำ พลิกตัวหนีนางอย่างไร้มารยาท อย่างไรก็ตามเจินจิ่วหรงเพียงเลิกคิ้ว หาได้นึกโกรธเคืองหรืออะไร ส่วนหนึ่งนางก็พอเข้าใจตงเหลียนฮวาอยู่บ้าง หากกลับมาแล้วอยู่ ๆ คนรักก็ถูกแย่งชิงไป มิมากก็น้อย ย่อมคิดจะทวงคืน กระนั้นนางก็ยังหาข้อผิดพลาดที่เด่นชัดของตนมิเจอ ไท่หย่งเสียนเป็นคนขอนางแต่งงาน เขาสัญญาว่าจะดูแลมิทอดทิ้งนาง ขณะที่ตอนนั้นตงหลียนฮวาคือคนตาย หาได้ผิดอะไร เพราะต่อให้มิแต่งกับเขา นางก็แต่งกับผู้อื่นอยู่ดี อีกทั้งเมื่อไร้ตงเหลียนฮวา เขาก็มิมีทางยกใครขึ้นมาทัดเทียมนาง บางทีข้อผิดพลาดทั้งหมด อาจเป็นการที่มิได้คิดเผื่อเอาไว้ว่าตงเหลียนฮวายังอยู่ “เจ้าอาจเป็นจุดเด่นในสนามรบ แต่น่าเสียที่ในจวนหรือวังหลังคือสถานที่ของข้า” ถ้วยน้ำชายกจรดริมฝีปาก แผ่นหลังสง่าเหยียดตรง “นับร้อยนับพันแผนการโสมมที่ผ่านมา เจ้ายังมีข้อผิดพลาดอีกมา ทางที่ดีควรทำตัวดี ๆ อย่าให้ข้าต้องโกรธ” “ท่านแม่ทัพจะปกป้องข้า” ตงเหลียนฮวากล่าวเสียงสั่นพร่า นัยน์ตากลมโตสบตานางอย่างมิเกรงกลัว “เขามิมีทางย่อให้ท่านรังแกข้า” เจินจิ่วหรงเปล่งเสียงหัวเราะ “รังแกเจ้างั้นหรือ เท่าที่เห็นมีแต่เจ้ามากกว่าที่รังแกข้า” “…” “ข้ากับไท่หย่งเสียนเป็นมากกว่าสามีภรรยา อย่างเรื่องในวันนี้เขามิมีทางตำหนิสักคำ แม้นเพียงครึ่งคำก็มิมีทาง เขาน่ะมิใช่คนโง่หรือบุรุษในละครพวกนั้นหรอกนะ” เจ้าของร่างอรชรขยับลุกขึ้น ก่อนหมุนตัวกลับออกไป นัยน์ตาเรียวดั่งหงส์หม่นแสงลง “พวกเราเกี่ยวข้องกันมากมาย ทั้งเรื่องผลประโยชน์ การเมือง และอำนาจ” พริบตามานางได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของอีกฝ่าย ตามบทสมควรเป็นนางซึ่งต้องหลั่งน้ำตา แต่เอาเถอะ องค์หญิงเก้ามีอะไรอีกมากต้องทำ “ไฉนข้าได้นึกถึงตงซือ หญิงไร้แก่นสารคนนั้นได้กัน” สำหรับบุรุษที่ตงซือหลงรัก รูปโฉมนับเป็นสิ่งสำคัญ ทว่ากับไท่หย่งเสียนแล้ว อะไรกันแน่ที่สำคัญ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD