บทนำ
ฮั่วซูเม่ยเดินมาถึงเรือนส่วนหน้าแล้ว สายตาของนางทอดมองเข้าไปข้างในด้วยความแข็งกร้าว มุมปากหยักยิ้มเยาะเล็กน้อย “หากข้าไม่ได้ยินเสียงของพวกบ่าวรับใช้ซุบซิบนินทาเกรงว่าคงไม่มีผู้ใดปริปากบอกข้ากระมังว่ามีบุรุษมาสู่ขอน้องรองแล้ว
เสียงหัวเราะที่สะท้อนออกมาอย่างสนุกสนานนั้น ทำให้นางทำใจปล่อยผ่านไปไม่ได้จริง ๆ
“พี่ใหญ่!”
“ซูเออร์!”
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของฮั่วซูเม่ยทำให้ผู้คนทั่วทั้งเรือนต่างยกมือทาบอกร้องออกมาด้วยความตกใจไม่น้อย เกรงว่านางคงไม่ได้มาที่นี้เพื่ออาละวาดใช่หรือไม่
ใบหน้าของฮั่วซูเม่ยระบายยิ้มกว้าง “ไฉนถึงใจราวกับเห็นผีกันเล่า”
“เอ่อ…” ภายในใจของฮั่วหลิงเฟยร้อนรนเกรงว่าสตรีตรงหน้านี้กำลังจะอาละวาดก่อเรื่องแน่ “หลิงเออร์คิดว่าพี่ใหญ่คงกำลังพักผ่อนจึงไม่อยากรบกวน”
“รบกวนหรือ” ฮั่วซูเม่ยเลิกคิ้วถามกลับ
ดวงตาเมล็ดซิ่งหลุมตาต่ำก้มมองหน้าท้องของต้นเอง “เรื่องยินดีปรีดาเช่นนี้ไม่นับว่าเป็นการรบกวน”
นางหาได้ตาบอดหรือโง่งม…
เพียงแค่ปรายตามองแวบหนึ่งก็รู้ว่าคนพวกนี้ต้องการจะกีดกันนางให้ออกห่างจากฮั่วหลิงเฟย
จวนสกุลฮั่วนับได้ว่าเป็นจวนสกุลขุนนางสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น จนกระทั่งภายหลังที่นายท่านฮั่วขึ้นเป็นผู้นำตระกูลนั้นก็ไม่มีบุตรชายถือกำเนิดออกมาไร้ทายาทสายตรงสืบทอดอีกเลย และไม่ว่าจะเป็นฮูหยินหรือเมียอนุใดก็ต่างตั้งครรภ์คลอดบุตรสาวออกมาทั้งนั้น
เรื่องนี้สร้างความกุมใจให้นายท่านฮั่วไม่น้อย เกรงว่าจวนสกุลฮั่วคงไร้ทายาทแล้ว
แต่สำหรับสายตาของผู้คนที่มองเข้ามาแล้ว ต่างก็คิดว่าต้องเป็นคุณหนูรองที่ต้องแต่งบุตรเข้าบ้านมอบหลานชายให้นายท่านฮั่วได้ชื่นใจแน่
แล้วบุตรสาวคนโตอย่างคุณหนูใหญ่ฮั่วซูเม่ยที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ในตอนนี้เล่า…
“กลัวข้าหรือ?” ฮั่วซูเม่ยเอ่ยถาม
ฮั่วฮูหยินเห็นสถานการณ์เริ่มไม่ดี สีหน้าของนางจึงย่ำแย่ลงไม่น้อยทว่ายังต้องคงวางท่าทางฝืนยิ้มเกรงจะขายหน้าต่อผู้อื่นได้ “ในเมื่อซูเออร์มาแล้วก็มานั่งข้าง ๆ แม่ตรงนี้เถอะ”
“แม่หรือ..มารดาของนางลงหลุมฝังไปตั้งหลายปีก่อนแล้ว”
ฮั่วหลิงเฟยหรี่ตามองพี่สาวต่างมารดาด้วยความไม่พ่อใจ “ท่านพี่!” สองมือของนางกำแน่น
อารมณ์ของนายท่านฮั่วไม่ดีตั้งแต่ตอนเห็นบุตรสาวผู้นี้โผล่หน้าเข้ามาแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเคราะห์อันใดนางถึงได้ทำให้ขายหน้าได้ไม่จบสิ้นเพียงนี้
ตั้งแต่นางตั้งเคราะห์แล้วไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นบิดาของเด็กแล้ว
“ฮั่วซูเม่ย!” นายท่านฮั่วกัดฟันกรอด
ฮั่วซูเม่ยนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในเรือนมาตลอดทั้งวัน ดังนั้นนางจึงเกิดความเบื่อหน่ายไม่น้อย แต่พอได้ออกมาพบผู้คนเช่นนี้อารมณ์จึงดีขึ้นมาก
“ไม่ทราบว่าบุรุษผู้นั้น…น้องเขยของข้าอยู่ที่ใดหรือ” ราวกับว่าสายตาข่มขู่ที่มองมานั้นคือพวกแมลงที่นางไม่ใช่ใจ
นางค่อย ๆ ประคองหน้าท้องที่นูนออกมาสักเล็กน้อยก้าวเข้าไปภายในเรือน สายตาพลางกวาดหาบุรุษผู้นั้น
แม่สื่อเองก็พอจะได้ยินผ่านหูมาบ้างว่าคุณหนูใหญ่สกุลฮั่วมีนิสัยเป็นเช่นไร “เอาไว้วันหลังข้าจะมาใหม่เจ้าค่ะ…รบกวนฮั่วฮูหยินและนายท่านฮั่วแล้ว” นางจึงรีบถอนตัวออกมาก่อนจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายไปมากกว่านี้
“แม่สื่อเองก็กลัวข้าหรอกหรือ” ฮั่วซูเม่ยกลับไปยืนขวางไว้
“เกรงว่าการกระทำของคุณหนูคงจะไร้มารยาทเกินไปแล้วกระมัง” ในสายตาของเซียนหยางซินอ๋องนั้นนางช่างเป็นสตรีที่หยาบกระด้าง ดวงตาคมกริบเพ่งมองแผ่นหลังสตรีเบื้องหน้าไม่วางตา
“ขายหน้าชินอ๋องแล้วเพคะ” ฮั่วหลิงเฟยรีบลุกขึ้นยอบกายคารวะบุรุษตรงหน้าทันที
ในขณะที่คนอื่น ๆ นั้นที่เห็นเซียนหยางชินอ๋องปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าต่างก็ตกใจไม่แพ้กันจึงพากันลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียงยอบกายคารวะ
ชินอ๋องหรือ?
พอได้ยินถ้อยคำนั้นแล้วจู่ ๆ หางตานางก็พลันกระตุกริก ๆ
“น้องสาวข้าช่างวาสนาดีได้เป็นหวางเฟยแล้ว” ฮั่วซูเฟยยังคงพร่ำพูดไม่หยุดพลางเหลียวหลังหันไปมองน้องเขยผู้สูงศักดิ์เช่นกัน
“วาจาของคุณหนู…”
เขายืนหยุดอยู่ข้างหลังนาง
ตอนที่สตรีผู้นี้หันหลังกลับมานั้น จู่ ๆ เซียนหยางชินอ๋องพลันเกิดเห็นภาพทับซ้อนของสตรีผู้หนึ่งเขามาในหัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“…..”
ไฉนนางจะจำคนตรงหน้าผู้นี้ไม่ได้กัน
“ที่แท้ก็เป็นคุณชายเองหรอกหรือ”
ถ้อยคำและน้ำเสียงราวกับสนิทสนมเปล่งออกมาจากปาก ฮั่วซูเม่ยยิ่งทำให้นายท่านฮั่วโมโหจนเลือดขึ้นหน้าพลางเดินดุ่ม ๆ พุ่งตรงหน้าจะกระชากบุตรสาวออกมา “หยุดไร้มารยาทได้แล้ว!” น้ำเสียงของชายหนุ่มกดเสียงต่ำด้วยความโมโห
สีหน้าของฮั่วฮูหยินเองก็ย่ำแย่เช่นกัน นางไม่รู้ว่าลูกเลี้ยงผู้นี้ไปก่อเรื่องอันใดไว้อีก
มือทั้งสองข้างของฮั่วหลิงเฟยกำจิกเข้าหากันแน่น ภายในใจเต็มไปด้วยความโกรธที่เป็นพี่สาวผู้นี้อีกแล้วที่คอยแก่นแย่งทุกอย่างไปจากนาง
ฮั่วซูเม่ยหัวเราะคิกคัก “ผ่านพ้นไปเพียงไม่กี่เดือนลืมข้าไปซะแล้ว..”
“ข้าบอกให้หยุด!”
เพียงชั่วพริบตาร่างของนางก็เซถลาโอนเอียงเล็กน้อยจากแรงฉุดดึงของนายท่านฮั่ว นางปรายตามองบิดา “มิใช่เป็นท่านพ่อหรอกหรือที่กำลังกระทำกิริยาไร้มารยาทต่อชินอ๋องผู้นี้”
นายท่านฮั่วกัดฟันกรอดยังคงมีท่าทางสงบเสงี่ยมจากนั้นจึงปรายสายตาไปมองเซียนหยางชินอ๋องแทน
การที่จะหาวันดี ๆ เช่นนี้มีไม่ง่ายนักและโอกาสที่เซียนหยางชินอ๋องจะออกปากตกลงให้แม่สื่อมาทาบทามบุตรสาวนับเป็นเรื่องที่เขาไม่คาดฝันก่อน
นายท่านฮั่วไม่มีทางยอมให้บุตรสาวผู้นี้มาพังทลายแน่
“เจ้ากำลังทำให้ข้าหมดความอดทนฮั่วซูเม่ย!”
“ปล่อยได้แล้วไม่เห็นหรือว่าท่านกำลังรังแกหลานชายอยู่”
ฮั่วซูเม่ยยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างเหนือก่อน ไม่ว่าในครรภ์ของนางจะเป็นบุตรชายหรือไม่ ทว่าพอยกเรื่องนี้ขึ้นมาข้าจะมีผู้ใดบ้างการรังแกสตรีตั้งครรภ์ได้
“…..”
เซียนหยางชินอ๋องยังคงยื่นแน่นิ่งตัวแข็งทื่อ ภายในใจเต็มไปด้วยความสับสนไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้ และพอได้ยินถ้อยคำหนึ่งออกมาจากปากของสตรีตรงหน้านั้น เขาอดคิดไม่ได้ว่าตนเองคงกำลังฝันไปแน่ ๆ
“ข้าลืมไปเลยกระมัง” นางปรายจากตามองบุรุษตรงหน้า
“ไม่ทราบว่าข้าเคยพบเจอแม่นางมาก่อนหรือไม่” ถึงอย่างไรเขาก็อยากตรวจทราบให้แน่ชัดว่าไม่ได้จำคนผิด
“บุตรในท้องข้าคือลูกของท่าน”
“บัดซบเถอะ!”