“ใจเย็น ๆ ก่อนเถอะหลิงเออร์”
“จะให้ลูกใจเย็นอย่างไรกันท่านแม่!” ฮั่วหลิงเฟยกระทืบเท้าด้วยความโกรธ ใบหน้าคนงามบิดเบี้ยวไม่สู้ดี
เหอฮูหยินเห็นสภาพของบุตรสาวโศกเศร้าเสียใจเช่นนี้แล้ว คนเป็นมารดาเช่นนางปวดใจยิ่งนัก “ถึงอย่างไรเรื่องนี้ย่อมต้องมีทางแก้ไขแน่”
“แก้ไขหรือ…” ฮั่วหลิงเฟยหันมามองมารดาผ่านม่านน้ำตา “เรื่องนี้จะแก้ไขได้อย่างไรกัน”
เห็นได้ชัดว่าฮั่วซูเม่ยจงใจแย่งชิงวาสนาของนาง!
ตั้งแต่เกิดมาฮั่วหลิงเฟยถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามอกตามใจ ขอเพียงเอ่ยปากชี้นิ้วอยากได้อะไรย่อมได้ ภายในใจของนางในตอนนี้ย่อมเต็มไปด้วยความโกรธแค้นทั้งสิ้น
“ขอแม่คิดก่อนหลิงเออร์” ฮั่วฮูหยินพลางโอบไหล่บุตรสาวไว้หลวม ๆ ท่าทางของนางราวกับคิดไม่ตก
หากเป็นบุตรชายสักตระกูลไม่ว่านางเอ่ยปากญาติฝั่งใดย่อมมีผู้ช่วยเหลือได้แน่ทว่าคนผู้นี้กับมีฐานะเป็นถึงชินอ๋อง นางมองไม่เห็นหนทางเลย
ฮั่วหลิงเฟยมองมารดานิ่ง ๆ ด้วยความคาดหวัง
ตอนนี้ภายในใจของนางร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุมอยู่ในอก เกรงว่าวาสนาที่นางกำลังตั้งตาเฝ้ารอคอยมาตลอดหลายปีจะถูกช่วงชิงไปในชั่วพริบตาแก้ไขไม่ทัน
นางโมโหมากจริง ๆ
แล้วยิ่งแม่สื่อมากมายผู้นั้นเล่นป่าวประกาศไปทั่ว ไม่ว่านางจะย่างกรายไปที่ใดย่อมได้ยินผู้คนนินทาว่าเซียนหยางชินอ๋องทำคุณหนูจวนสกูลฮั่วตั้งครรภ์แล้วไม่รับผิดชอบ!
ฮั่วฮูหยินถอนหายใจเฮือกใหญ่ “หากบุตรในครรภ์ฮั่วซูเม่ยเป็นบุตรของชินอ๋องจริง ๆ ละก็…”
“เหอะ!” ฮั่วหลิงเฟยแค่นเสียง “หากนางท้องได้เช่นนั้นข้าก็ทำแท้งได้เช่นกัน”
!!!!
พอฮั่วฮูหยินได้ยินแล้วชะงักตัวแข็งทื่อพลางยกมือทาบอกด้วยความตกใจ“หลิ...หลิงเออร์”
เกรงว่าการกระทำเช่นนี้คงโหดร้ายเกินไปแล้วกระมังและถึงนางจะโมโหมากเพียงใดแต่การลงมือฆ่าคนนั้นไม่เคยอยู่ในความคิดของฮั่วฮูหยินมาก่อน
“ท่านแม่ต้องช่วยลูกนะเจ้าค่ะ!”
ฮั่วฮูหยินพูดไม่ออกจะปฏิเสธก็ไม่ได้ “เรื่องนี้แม่ไม่ค่อยเห็นด้วยเลย”
“ลูกมีเพียงท่านแม่เท่านั้นที่เข้าใจ” สายตามองฮั่วหลิงเฟย ทอดมองมารดาด้วยความสงสาร หยาดน้ำตาเม็ดใสพลันไหลอาบแก้มนวล
“หลิงเออร์ไม่ว่าเจ้าอยากได้สิ่งใดแม่ล้วนจัดการหามาให้ได้ทั้งสิ้นเพียงแต่…แต่เรื่องนี้แม่ว่ามันรุนแรงเกินไปจริง ๆ”
“ท่านแม่!”
ฮั่วหลิงเฟยกัดฟันกรอดเมื่อถูกขัดใจ “ช่างเถอะ! หากท่านแม่ไม่ช่วยเช่นนั้นข้าจะเป็นผู้ลงมือแน่”
ฮั่วฮูหยินเห็นท่าทางแน่วแน่ของบุตรสาวแล้วก็อดหวั่นเกรงไม่ได้ “ไม่! ไม่หลิงเออร์! เรื่องเช่นนี้จะทำให้เจ้าแปดเปื้อนมีมลทินได้ แม่จะเป็นผู้ลงมีจัดการเอง”
นางมีเพียงฮั่วหลิงเฟยเป็นบุตรสาวแต่เพียงผู้เดียว
และยิ่งหากมีเรื่องอันตรายอันใดนางก็อยากจะเผชิญหน้าแทนบุตรสาว
ใบหน้าของฮั่วหลิงเฟยระบายยิ้มกว้าง “ข้ารักท่านแม่ที่สุด มีเพียงท่านที่เข้าใจข้า!” น้ำเสียงหวานของนางเอ่ยขึ้นอย่างออดอ้อน
“แม่ก็มีเพียงเจ้าเป็นบุตรสาวแต่เพียงผู้เดียวหลิงเออร์” ฮั่วฮูหยินถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างหนักอึ้ง
นี่เท่ากับว่าหากนางพลาดพลั้งจากสังหารหนึ่งคนจะกลายเป็นสองคนทันที ทว่าเพื่อความสบายใจของบุตรสาวแล้วไม่ว่าเรื่องอันใดนางย่อมพร้อมแลก
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จสิ้น ฮั่วซูเม่ยยังคงนั่งเล่นอยู่กับ ฮูหยินผู้เฒ่าต่อคล้ายกับความหนักอึ้งภายในใจของนางคลายลงไม่น้อยเมื่อได้พูดคุยกับผู้อื่นบ้าง
มือเหี่ยวย่นของหญิงชรายกมือขึ้นลูบเรือนผมของเด็กสาวตรงหน้าอย่างเบามือ “เป็นมารดาผู้อื่นแล้วไฉนถึงยังทำตัวเป็นเด็กอยู่ได้”
“ท่านย่าไม่รักข้าแล้วอย่างงั้นหรือ” ฮั่วซูเม่ยนอนหนุนตักของหญิงชราเอ่ยขึ้นน้ำเสียงง่วงงุน
เจ้าเด็กผู้นี้ทำให้นางขี้เกียจมากจริง ๆ
พอหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนคล้อยทันที
ฮูหยินผู้น้ำส่งเสียงหัวเราะเล็กน้อย “เหอะ! หากข้าไม่รักเจ้าแล้วคงไล่ตะเพิดให้หนีไปแล้ว!”
ฮั่วซูเม่ยหัวเราะคิกคักชอบใจ “เกรงว่าทั่วจวนสกุลฮั่วคงมีเพียงท่านย่าเท่านั้นที่ดีต่อข้า”
สายตาของหญิงชราทอดมองเห็นสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดูไม่น้อย อาจเป็นเพราะตอนที่นางเกิดออกมานั้นฮูหยินผู้เฒ่ายังแข็งแรงพอโอบอุ้มอยู่นานจนกระทั่งพอหนึ่งปีถึงปล่อยให้สะใภ้จัดการดูแล
บรรยากาศช่วงยามสายมีลมโชยมาเบา ๆ ทำให้เย็นสบายจนเคลิบเคลิ้มไม่น้อย นางลืมตาขึ้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพยุงตักลุกขึ้นจากตักฮูหยินผู้เฒ่า
“ข้ารบกวนเวลาพักผ่อนของคนแก่มานานแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วมุ่น “เจ้าเด็กนี่!”
ฮั่วซูเม่ยปิดปากพลางหัวเราะคิกคัก “หากถือว่ายังมีแรงเอ่ยปากด่าข้าได้นับว่ายังไม่แก่!”
ทันใดจู่ ๆ ก็มีสาวใช้ผู้หนึ่งวิ่งหน้าตั้งมาทางนี้ด้วยความเร่งรีบซ้ำยังรอพูดมาตลอดทั้งทางอย่างไรมารยาทอีก “แขกเจ้าค่ะ!
“มีแขกมาพบคุณหนูใหญ่ค่ะ!”
“คุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ!”
“เพ่ย! ผู้คนจวนนี้ไร้มารยาทไปหมดแล้วอย่างงั้นหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่ามองเห็นแล้วอดด่าทอไม่ได้จริง ๆ “มีเรื่องคอขาดบาดตายอย่างไรกันถึงได้เร่งรีบปานนี้”
ฮั่วซูเม่ยก็ได้แต่มองตาปริบ ๆ
แขกหรือ?
ทั้งชีวิตของนางไม่คบหาสมาคมกับผู้ใด..เช่นนั้นอาจจะไม่ใช่นางกระมัง
“ฮั่วฮูหยินให้เจ้ามาตามข้าหรือ” นางถามออกไป
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ!” สาวใช้ผู้นั้นปฏิเสธทันที นางพลันหอบหายใจจนตาเหลือก “เป็นชินอ๋องที่มาขอพบคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ!”
พอได้ยินชื่อเสียงเรียงนามนี้ฮั่วซูเม่ยเบิดตากว้างทันที เกรงว่านางคงกำลังหูฝาดฟังผิดอยู่ใช่หรือไม่ ก่อนจะนึกอันใดบางอย่างในใจใบหน้าจึงระบายยิ้มออกมาอย่างปิดไม่ปิด
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินแล้วก็เกือบหลงลืมไปสนิทจึงเอ่ยปากถาม “พ่อของเจ้าก้อนในเจ้าหรอกหรือ”
“คนทั่วทั้งเมืองหลวงรู้แล้วมีเพียงท่านย่าที่ไม่รู้?”
“ฮั่วซูเม่ย!”
“ก็ได้ ๆ บุตรของข้ากำลังจะมีพ่อแล้ว” ฮั่วซูเม่ยเห็นท่าทางของหญิงชราแล้วจริงหยุดหยอกล้อพูดออกมาอย่างจริงจัง “เจ้าไม่ต้องกำพร้าแล้ว” ส่วนประโยคหลังนั้น นางหลุมตาต่ำพลางพูดกับหน้าท้องที่นูนออกมาของตนเอง
ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เช่นนั้นก็รีบไปเถอะ”
“กล้าดีอย่างไรไล่ข้า!”
“รีบออกก่อนที่มารดาจะตีเจ้า!” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเสียงแข็ง เด็กสาวตรงหน้าเอาแต่พร่ำพูดไปเรื่อยจนนางเริ่มงุนงงว่าเรื่องใดเรื่องจริงหรือเรื่องใดเรื่องเท็จ
แม้จะมีเรื่องทำให้นางหงุนหงิดใจอยู่บ้าง แต่อารมณ์ของนางก็เบิกบานไม่น้อย
ฮั่วซูเม่ยพูดคุยอยู่สองสามประโยคก่อนจะขอตัวจากไป
พอรู้ตัวอีกทีเซียนหยางก็มาอยู่ที่จวนสกุลฮั่วเสียแล้ว
อารมณ์ของเขาในวันนี้ค่อนข้างขุ่นมัวไม่สู้ดีนัก เซียนหยางนั่งรอคนผู้หนึ่งอยู่นานสองนานครู่หนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาแต่ไกล
สายตาคมกริบปรายไปมองทันที
ไฉนสตรีผู้นั้นถึงเอาแต่เดินเชื่องช้าจนความอดทนของเขาสิ้นสุดลง เซียหยางชินอ๋องลุกขึ้นพุ่งตัวเดินไปหานางทันที
“ชักช้า!” น้ำเสียงทุ้มเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
แท้จริงแล้วข้าตั้งใจต่างหาก!
ใบหน้าของฮั่วซูเม่ยระบายยิ้มกว้างทักทายบุรุษตรงหน้า “หากจะให้ข้ายอบกายทำความเคารพชินอ๋องในยามนี้เกรงว่าคงจะไม่สะดวกนัก…เช่นนั้น”
ดวงตาเมล็ดชิ่งของนางจดจ้องบุรุษตรงหน้าอย่างเจ้าเล่ห์
ฮั่วซูเม่ยโน้มใบหน้าเข้าไปไกลก่อนจะจุมพิตลงบนแก้มสากของอีกฝ่ายแทน “แบบนี้ได้หรือไม่เพคะ”
!!!
เพียงชั่วพริบตาความโกรธจองเซียนหยางชินอ๋องคับอกแทบปะทุออกมา “สตรีหน้าด้าน!” สายตาคมกริบจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความเกรี้ยวโกรธ
“โกรธข้าหรือ” ฮั่วซูเม่ยถามมองตาปริบ ๆ
ยิ่งเห็นท่าทางโมโหของบุรุษตรงหน้านั้นนางแทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่แต่ต้องสำรวมท่าทางไว้บ้าง
เกรงว่าเขาจะอดทนไม่ได้จนพลั้งมือสังหารจริง ๆ
เซียนหยางกัดฟันพูด “ข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่!”
“ท่าไหนดีเพคะชินอ๋อง” นางหัวเราะคิกคัก เอียงคอถาม