09 เขมจักร

3777 Words
ผมมองเเหวนเพชรเม็ดใหญ่ที่อยู่บนมือตัวเองอย่างอึ้งๆให้ตายเหอะเขากล้าให้ของมีค่ากับผมขนาดนี้ได้ยังไง ยอมรับว่าไม่พอใจที่เขารุนเเรงกับผม ผมเเค่อยากเเกล้งเขาเท่านั้นเองไม่เคยคิดจะอยากได้ของที่มันมีราคาสูงขนาดนี้เเค่ที่เดินซื้อจนขาชาก็มากพอเเล้ว ริมฝีปากเรียวกัดเข้าหากันเเน่นก่อนจะมองคนตัวสูงที่ขมวดคิ้วรอเอาคำตอบ “เสียเป็นล้านยังจะเมินฉันอีกหรือไง?” “นายหัวถ้าผมไม่รับมันไว้จะได้ไหมครับ” “ขอเหตุผล” “ผมว่ามันมากเกินไป” “มันไม่มีอะไรมากไปทั้งนั้น มันคู่ควรเพราะเธอเป็นเขมจักร” “เเต่มันมีเเค่วงเดียว” ผมตอบออกไปเบาๆ “มันเลยต้องเป็นของเธอ” “...” “เเล้วคำตอบของฉันล่ะ?” คนตัวสูงพูดพร้อมกับจ้องหน้าผม “นายหัวอยากได้คำตอบเเบบไหนล่ะครับ” “เเบบที่ฉันสามารถทำเเบบเมื่อคืนกับเธอได้อีก” ผมถลึงตาใส่ทันทีให้ตายเขาเป็นคนลามกจริงๆ “ไม่อายหรือไงครับ” “อายทำไมเรื่องปกติของผัวเมีย ในนี้ก็คนของฉันทั้งนั้น” หน้าหนาเกินไปเเล้วพูดออกมาหน้าตาเฉยเลยนะ “ห้ามพูด” “เเล้วคำตอบ?” “ผมหายเเล้ว” “good boy” คนตัวสูงพูดจบก็จูบลงบนมือผมทันที โอ้ยอายไหมเนี่ยพนักงานก็มองอยู่เเบบนี้ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน “อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามในนี้นะนายหัว” ผมดุออกไปเบาๆ “ทำไมจะทำไม่ได้ก็เธอเป็นเมียฉัน ฉันจะกอดฉันจะหอมเเล้วใครจะทำไม?” คนตัวสูงยังคงพูดออกมาโดยไม่สนใจใคร “ผมจะโกรธเเล้วนะครับ” ผมหน้าบึ้งทันที “เป็นเมียเเล้วนี่โกรธง่ายจังวะ” นายหัวสบถออกมาเบาๆอย่าคิดว่าผมไม่ได้ยินนะ! ยอมรับว่าผมเขินจะไม่ให้เขินได้ไงครับมาจูบมากอดต่อหน้าคนอื่นเเบบนี้ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนผมเองก็เป็นคนที่คนส่วนมากรู้จักเรียกได้ว่าไปที่ไหนต้องมีคนรู้จักผมเเน่ๆดีหน่อยครับที่ร้านนี้เป็นร้านของนายหัวทินธร เมื่อคืนผมโกรธจะเป็นจะตายพอโดนใจดีด้วยหน่อยก็หายโกรธเฉยเลยไม่ชอบตัวเองเลยที่เป็นคนใจอ่อนเเละไม่ชอบที่นายหัวทินธรทำเเบบนี้ด้วยไม่ใช่ไม่ดีเเต่มันดีมากต่างหากดีเกินไปดีจนทำให้ผมรู้สึกดี ผมเขินจนต้องทำเป็นดุใส่เขาคนอย่างนายหัวถ้าไม่โกรธจริงๆไม่หยุดเเกล้งผมหรอก ผมไม่รู้ว่าในตอนหลังมันจะมีอะไรเปลี่ยนเเปลงไปมากกว่านี้หรือเปล่าผมไม่สามารถคาดเดาได้ผมไม่รู้ว่าผมจะได้ที่ของผมคืนไหมนายหัวยังจำได้ไหมว่าที่ตรงนั้นเป็นของผมเขายังเก็บไว้ให้ผมอยู่หรือเปล่า ในตอนนี้มันผิดไปหมดทุกอย่างตอนนี้ผมกลายเป็นเขมจักรอย่างเต็มตัวไม่ใช่เเค่ทางกฎหมายหรือนามสกุลที่เปลี่ยนเป็นเขมจักรที่มันมากกว่านั้นคือผมเป็นของเขา ตอนนี้ผมเป็นคนของนายหัวทินธรทุกอย่างของผมเป็นของเขาเขาสามารถมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวผมเหมือนอย่างที่เขาเคยพูดมาตลอดเเละตอนนี้ผมเป็นสมบัติของเขาโดยสมบูรณ์พยานก็คงจะเป็นเเหวนเพชรเม็ดใหญ่บนนิ้วผมนี่เเหละมั้ง มีคนมากมายบอกว่าผมเป็นคนมีเสน่ห์น่าค้นหาเพื่อนๆมักจะบอกว่าผมเหมือนพวกคุณชายสำอางที่ขยับไปไหนทำอะไรนิดหน่อยก็ดูดีไปหมดรวมทั้งการพูดหรือการวางตัวมันทำให้ผมดูมีเสน่ห์ เเต่ผมกลับมองว่าตัวผมเองเป็นพวกจำเจผมชอบการทำงานมากกว่าการสังสรรค์กับเพื่อนไม่ใช่ผมไม่มีสังคมวงการเเบบนี้มันต้องมีสังคมที่กว้างขวางอยู่เเล้วเพียงเเค่ผมไม่ค่อยชอบเท่านั้นเอง ที่ผมไม่ชอบคงเป็นเพราะดารารุ่นใหญ่หรือเพื่อนๆนายเเบบที่ชอบเข้าหาผมมากกว่า ไม่รู้สิผมอาจจะมีเสน่ห์จริงๆก็ได้ไม่งั้นดารารุ่นใหญ่คงไม่ซื้อตัวผมไปนั่งทานข้าวด้วยเหรอหรือพวกไฮโซที่ติดต่อขอให้ผมมีเซ็กส์กับพวกเขา ให้ตายเหอะถึงผมจะทำงานในวงการเเบบนี้ผมก็ไม่ลดตัวลงไปทำอะไรเเบบนั้นหรอก การรับงานของผมหลังจากนี้มันคงยากเพราะทุกอย่างต้องขึ้นกับนายหัวทินธรล่าสุดพี่เมย์ส่งตารางมาให้ผมนายหัวปัดออกหมดไม่ให้ผมรับงานสักงานผ่านมาก็ตั้งหลายเดือนเเล้วเเบบนี้ทุกคนคงลืมหน้าผมพอดี ผมอยากทำงานผมพยายามพูดทุกครั้งว่าให้ผมรับงานเเต่เขาไม่มีท่าทีจะสนใจสิ่งที่ผมบอกเลยสักนิดจนพักหลังๆผมเริ่มไม่อยากขอละขอไปก็ไม่มีอะไรตอบกลับมา เอาไว้หาจังหวะได้ผมจะเเอบรับงานก็เเล้วกันนะ ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในรถซึ่งมีนายหัวทินธรเป็นคนขับถุงเสื้อผ้ามากมายถูกกองอยู่ข้างหลังรถเต็มไปหมด วันนี้ผมเดินจนปวดขาไปหมดอยากจะเเกล้งให้เขาโมโหสักหน่อยที่ผมซื้อของเยอะขนาดนี้เเต่สิ่งที่ได้กลับมาคือใบหน้าเรียบนิ่งที่ยื่นบัตรรูดอย่างเดียวกลายเป็นผมที่ต้องมาบ่นปวดขาปวดสะโพกคนเดียวเเบบนี้ เเต่เดี๋ยวนะไหนบอกว่ากลับไปทานข้าวที่บ้านทำไมทางมันไม่คุ้นนี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านนินายหัวทินธรพาผมไปไหน “นายหัวทินธรไหนบอกจะกลับไปทานข้าวที่บ้าน” ผมถามออกไปทันทีเมื่อตามองไปยังถนนที่ไม่คุ้นชิน “ก็กำลังไปนี่ไง” “นายหัวที่ไม่ใช่ทางกลับบ้านเรา” “เเล้วใครบอกว่าบ้านเรา?” นายหัวหันมายักคิ้วใส่ผม “นายหัวจะพาผมไปไหน” “ไปทานข้าวที่บ้านไง” “บ้านไหนครับนี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านเรา” ผมถามออกไปทันที “บ้านเเม่ฉัน” “....” “เอาลูกเขาทำเมียขนาดนี้เเล้วไม่พาสะใภ้เข้าบ้านได้ยังไง” ให้ตายเหอะทำไมเขาทำอะไรไม่ปรึกษาผม ทำไมไม่บอกว่าวันนี้เขาจะเข้าไปหาคุณเเม่ของเขาเเล้วดูสภาพผมตอนนี้อย่างกับซอมบี้ดูไม่มีราศีอะไรเลยสักนิดทั้งโทรมทั้งเหนื่อยเเล้วผมก็ไม่ได้เเต่งตัวดีๆมาด้วยเเบบนี้ผมจะเอาหน้าที่ไหนไปเจอเเม่ของเขา “ทำไมนายหัวไม่บอกผมว่าจะไปบ้านคุณเเม่คุณ” ผมโวยวายออกไปทันที “ฉันก็บอกเธอนี่ไง” “บอกตอนนี้เเล้วมันได้อะไรขึ้นมา” “จะบอกตอนไหนปลายทางมันก็คือบ้านเเม่ฉันอยู่ดี” “ให้ตายเหอะทำไมนายหัวพูดออกมาง่ายขนาดนี้ ดูสภาพผมด้วยผมพร้อมที่ไหนวันนี้ผมโทรมมากเเละที่สำคัญการเเต่งตัวผมตอนนี้มันไม่ใช่ชุดที่จะไปพบผู้ใหญ่เลยสักนิดเเล้วอีกอย่างเราไม่มีอะไรติดไม้ติดมื้อไปให้เเม่คุณเลยสักอย่าง” “ใจเย็นๆ” “ไม่เย็นเเล้วครับ นายหัวกลับรถเดี๋ยวนี้เราจะไม่ไปวันนี้ผมไม่พร้อม” “ไร้สาระน่าคลีน” “ผมจริงจังผมจะดูไม่ดีในสายตาผู้ใหญ่” “เธอไม่จำเป็นต้องใส่ชุดทางการอะไรขนาดนั้นจะใส่ชุดเดินเเบบไปไหว้เเม่ฉันหรือไง ไร้สาระนั่งเงียบๆ” คนตัวสูงดุออกมาเบาๆ “มันไม่เกี่ยวกับชุดทางการเเต่ผมควรให้เกียรติเเม่คุณด้วย การเเต่งตัวผมวันนี้มันไม่เหมาะกับพบผู้ใหญ่เเล้วดูสภาพผมตอนนี้สิไม่ต่างอะไรกับคนนอนไม่พอ” “จะไปวันไหนมันก็เหมือนกัน” “เเต่ต้องไม่ใช่วันที่เรามีอะไรกันจนผมอยู่ในสภาพเเบบนี้!” ผมโมโหออกไป ให้ตายผมเผลอพูดถึงเรื่องเมื่อคืนคนตัวสูงยิ้มออกมานิดหน่อยก่อนจะหันมาทางผมผมรีบหันหน้าหนีทันที “อย่าคิดมาก เเม่ฉันไม่ใช่คนเรื่องมากเธอดูดีขนาดนี้จะไปสภาพเเบบไหนเขาก็ต้องชอบเธออยู่เเล้ว ส่วนเรื่องอะไรติดไม้ติดมือไม่จำเป็นเลยสักนิดเเค่พาสะใภ้เข้าบ้านเเม่ฉันก็ดีใจเเล้ว” คนตัวสูงพยามพูดอย่างใจเย็นพร้อมเอื้อมมือมาจับมือผมเเล้วยกขึ้นจูบเบาๆ “ถ้าเเม่นายหัวไม่ชอบผมขึ้นมาล่ะน่าดู” “กล้ากับผัวเเล้วหรือไง?” คนตัวสูงถามอย่างกวนๆ “ขับรถไปสิครับ” อย่ามาผัวๆเมียๆนะเขิน “เเม่ฉันต้องชอบเธออยู่เเล้วพ่อนายเเบบดัง” “ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบคนอาชีพเเบบนี้ ผมทำงานที่ต้องโชว์นั่นเปิดนี่ซึ่งมันเลี่ยงไม่ได้” “ควรเอาไปบอกเเม่ฉันหรือเปล่าไม่ใช่เอามาบอกกับฉัน ถามว่าถ้าโชว์นั่นโชว์นี่อย่างที่เธอบอกโชว์กับฉันเเค่คนเดียวเเบบนี้ฉันชอบเเต่ถ้าโชว์ให้คนอื่นดูเมื่อไหร่มีเรื่องเเน่” คนตัวสูงหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าติดดุ อะไรล่ะยังไม่ได้ทำอะไรเลย “ผมหมายถึงตอนนี้ ทำอย่างกับนายหัวจะให้ผมรับงานอย่างนั้นเเหละ” ผมเบะปากทันที “ไม่มีทาง อันที่จริงมันก็จริงมันไม่ใช่ทุกคนหรอกที่ชอบงานเเบบนี้ยังไงเธอก็ลองเปิดใจอธิบายในส่วนของเธอเเค่นั้นก็พอ เอาไว้ข้องใจอะไรเเม่ฉันจะเล่าให้เธอฟังเอง” เขาพูดอะไรผมงงไปหมดเเล้ว “ผมไม่เข้าใจ” “เดี๋ยวเธอจะเข้าใจ” “นายหัว..” “ไม่มีอะไรที่เธอต้องกลัวเธอคือเขมจักรจำไม่ได้หรือไง?” คนตัวสูงหันมาบอกผมด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะหันกลับไปขับรถต่อ เอาว่ะมาถึงขนาดนี้เเล้วยังไงก็ต้องเจออยู่ดียอมรับว่าผมรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูกผมพึ่งเคยเเต่งงานเเละไม่เคยเข้าพบผู้ใหญ่ด้วยจะพูดยังไงดีผมเคยพบผู้ใหญ่ก็มากมายเเต่เป็นพวกผู้ใหญ่ที่เกี่ยวกับงานของผมเเต่ไม่ใช่ครอบครัวของสามีผมเเบบนี้ ผมไม่รู้วิธีเข้าหาเเบบไหนจะถูกใจเขาหรือถ้าใช้เเเบบที่ผมใช้ประจำมันจะได้ไหม หรือควรคิดตอบไว้ก่อนเเต่ก็ไม่รู้เเม่นายหัวจะถามอะไรผมบ้าง ให้ตายผมจะเป็นบ้าอยู่เเล้วทำอะไรไม่เคยให้ผมเตรียมใจเลยสักนิดรวมทั้งเรื่องบนเตียงด้วย! รถคันหรูเข้ามาจอดลงที่หน้าบ้านขอเหอะเรียกบ้านไม่ได้หรอกเเบบนี้ต้องเรียกว่าวังเลยดีกว่าผมรู้เเจ้งชัดเเล้วทำไมนายหัวถึงเป็นที่รู้จักตระกูลเขาร่ำรวยเเละโด่งดังนี่เอง เขมจักรไม่ใช่เล่นๆเเต่มันเป็นตระกูลเจ้าให้ตายผมต้องคลานเข่าพร้อมพูดคำราชาศัพท์ไหมเนี่ย มือเรียวบีบเข้าหากันเเน่นปากเล็กกัดจนเเดงไปหมด “ลงมา คิดอะไรเยอะเเยะไม่ต้องหม่อมไม่ต้องเจ้านี่มันยุคสมัยไหนเเล้วไม่ต้องกลัวไม่ได้คลานเข่าเข้าไปหรอก” คนตัวสูงพูดออกมาเมื่อเห็นความกังวลของผม ผมถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะลงจากรถจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เเล้วเดินตามคนตัวสูงเข้าบ้านไม่สิต้องเรียกว่าวัง วังเขมจักรใหญ่มากครับเเละสวยมากจริงๆตั้งเเต่เข้ามายังไม่เห็นว่าไม่มีตรงไหนไม่สวยเลยภายในบ้านสว่างจ้าเพราะโคมไฟตัวใหญ่ที่เเขวนไว้ข้างบนกระเบื้องสีขาวสะท้อนเเสงไฟสีส้มเฟอร์นิเจอร์หรูหราสมฐานะตระกูลเขมจักรรวมทั้งเครื่องประดับเรือม้าสีทองเต็มตู้เขามักจะบอกว่าช่วยเรื่องร่ำรวยเเละโชคลาภ มันสวยครับสวยเเละใหญ่มากจริงๆ บ้านนายหัวทินธรรวยมากขนาดนี้ทำไมยังชอบทำธุรกิจทำไร่ทำไวน์ส่งออกเนื้อไปทำงานที่หนักๆทำไมกันไม่เหนื่อยตัวเองหรือไง “ธรมาเเล้วเหรอลูก” อ่านี่สินะคุณหญิงทับทิมสวยมากจริงๆรอยยิ้มที่ท่านยิ้มให้นายหัวมันเป็นรอยยิ้มที่น่ามองจริงๆ เเต่ผมเเอบเกร็งนิดหน่อยตอนคุณหญิงสวมกอดนายหัวเเต่ตามองมาที่ผมท่านต้องไม่ชอบผมเเน่ๆ “สวัสดีครับ ผมคลีน คเนธครับ” ผมพูดออกไปพร้อมกับยกมือไหว้ “ธรบอกเเล้วจ้ะ ไหนขยับเข้ามาใกล้ๆหน่อยสิ” คุณหญิงทับทิมกวักมือเรียกผมไปหาผมมองหน้านายหัวนิดหน่อยก่อนจะขยับเข้าไปหาท่าน “ดูสิดูดีจริงๆหน้าตาดีผิวพรรณดีเหลือเกิน สมกับเป็นนายเเบบหนุ่ม” คุณหญิงทับทิมเข้ามาจับผมเเล้วสังเกตร่างกายผมตั้งเเต่หัวจรดเท้าผมยิ้มให้บางๆก่อนจะเอ่ยชมคุณหญิงออกไปเช่นเดียวกัน “คุณหญิงทับทิมเองก็สวยมากเหมือนกันครับ” “คุณหญิงอะไรกันเรียกหญิงเเม่เถอะจ้ะ ปากหวานจริงๆดูเอาเถอะธรลูกควรพูดเหมือนน้องบ้าง” คุณหญิงทับทิมหันไปบอกลูกชายตัวเองเเต่คนตัวสูงไม่มีท่าทีจะสะทกสะท้านเลยสักนิด “ไปเถอะไปทานข้าวกันดีกว่า อ้อธรวันนี้คุณหญิงป้ามาทานข้าวด้วยนะลูก” คุณหญิงทับทิมหันไปบอกลูกชายอีกครั้ง “คงเป็นงานหนักของภรรยาผมเเล้วมั้ง” ผมขมวดคิ้วทันที “ไว้จะเล่าให้ฟังนะจ้ะ อย่างน้องคลีนไม่มีใครไม่รักหรอกจ้ะ” คุณหญิงระบายยิ้มให้ผมบางๆก่อนจะเดินนำเข้าไปยังห้องอาหารให้ตายทำไมชอบพูดอะไรแบบนี้ผมคิดมากนะเนี่ยพึ่งจะเลิกประหม่าเพราะคุณเเม่ของนายหัวท่านก็ดูโอเคกับผมไม่ได้มีท่าทีไม่ชอบผมเเค่นี้ผมก็สบายใจเเล้วครับเเต่ทำไมต้องพูดให้ผมกลัวด้วยเเล้วคุณหญิงป้านี่เป็นใครอีกล่ะผมชักจะหวั่นใจกลัวเเล้วนะ คุณหญิงทับทิมจูงมือผมมายังห้องอาหารสุดหรูไม่คิดว่าจะรวยได้ขนาดนี้อาหารมากมายถูกวางเต็มโต๊ะตัวใหญ่สายตาผมสบเข้ากับหญิงสาวสูงอายุที่กำลังนั่งจ้องผมอยู่บนโต๊ะอาหาร คุณหญิงเดินเข้าไปนั่งหัวโต๊ะเเละข้างๆเป็นผมเเล้วก็นายหัวทินธรไม่ต้องทายว่าฝั่งตรงข้างผมเป็นใครคุณหญิงป้านั่นเเหละครับทำไมต้องมองผมน่ากลัวเเบบนั้นด้วย “น้องคลีนจ้ะ นี่คุณหญิงเพชรมณีจ้ะ” คุณหญิงทับทิมเเนะนำให้ผมรู้จักทันทีไม่รอช้าผมรีบยกมือขึ้นไหว้ “สวัสดีครับผม คลีน คเนธครับ” ผมพูดด้วยเสียสุภาพ “สวัสดี นั่นเเหวนของน้องหรือเปล่าทับทิม” เป็นคุณหญิงเพชรมณีพูดขึ้นมาเมื่อเห็นเเหวนในมือผม “ใช่ครับ ผมสวมให้น้องเองเป็นเเหวนเเต่งงาน” “ชายธรทำไมถึงเอาวงนั้นให้ ไม่ปรึกษาป้าก่อนเลยหรือไง?” เป็นคุณหญิงป้าพูดขึ้นมา “ธรให้ก็ถูกเเล้วค่ะ เเหวนนี้ตั้งใจให้สะใภ้เขมจักรอยู่เเล้ว” คุณหญิงทับทิมตอบ “ฉันได้ยินว่าเธอเป็นนายเเบบ” “ใช่ครับ ผมเป็นนายเเบบอยู่ที่ลอนดอน” ผมตอบไปอย่างสุภาพ “นั่นสินะ อาชีพเเบบนี้ต้องเจอผู้คนมากมายเเถมยังโชว์นั่นโชว์นี่อีกอย่างต้องร่วมงานกับคนอื่นซึ่งเธอมั่นใจเเล้วเหรอว่าจะไม่ทำให้หลานฉันเสียใจ” อ๋อที่จริงเขาก็เเค่ไม่ชอบในอาชีพที่ผมทำ ไม่เเปลกใจหรอกครับอย่างที่ผมบอกไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบอาชีพที่ขายหน้าตาเเบบผม ชาติตระกูลเขาดูดีขนาดนี้ไม่เเปลกหรอกที่เขาจะห่วงหน้าตาทางสังคมของหลานชายเขา ผมไม่โกรธผมเข้าใจเเล้วผมพร้อมจะอธิบายอย่างใจเย็น “หยุดถามกันสักที ผมพาเมียมาทานข้าวไม่ได้ให้มาถามประวัติเมียผม” คนตัวสูงดูจะหงุดหงิดขึ้นนิดหน่อยผมรีบจับมือคนตัวสูงไว้ทันทีก่อนจะส่ายหน้าไปมาเบาๆไม่ให้เขาพูดอะไรที่หงุดหงิดไปมากกว่านี้ เดี๋ยวผมจัดการเอง “ผมทราบดีครับว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบอาชีพเเบบนี้รวมทั้งคุณหญิงเพชรมณีด้วยใช่ไหมครับ ผมยอมรับนะครับงานของผมมันขายหน้าตาก็จริงเเต่ผมไม่เคยขายสิ่งที่มากกว่านั้น ผมชอบงานเเบบนี้ก็จริงเเต่ผมมีการเลี่ยงการปฎิเสธสำหรับบางอย่างที่มันมากไปตลอด ถามว่าผมจะทำให้หลานชายคุณหญิงเสียใจไหมอันนี้ผมเองก็ตอบไม่ได้มันเป็นเรื่องอนาคตเเต่ที่ผมตอบได้คืออาชีพของผมจะไม่ทำให้เขาเสียใจอย่างเเน่นอนครับ ผมร่วมงานกับคนอื่นก็จริงเเต่ผมก็ร่วมเตียงกับเขาเเค่คนเดียวนะครับเรื่องนี้คุณหญิงสบายใจได้ครับ” ผมตอบออกไปอย่างสุภาพใจเย็นคุณหญิงมองหน้าผมนิดหน่อยก่อนจะพูดออกมา “เธอดูมั่นใจจังเลยนะ” “ผมมั่นใจครับถ้าไม่มากไปคุณหญิงลองเปิดใจมองผมใหม่ได้ไหมครับ คุณหญิงเพชรมณีเองก็เป็นผู้ใหญ่ที่ชอบของสวยๆงามๆคุณหญิงเองก็สวยการเเต่งตัวก็ดูดีคุณหญิงเองก็คงไม่ปฏิเสธว่าคุณหญิงเองก็ชอบในด้านนี้ มองเเค่เสื้อผ้าที่ผมใส่ว่ามันคือศิลปะนะครับตัดอาชีพของผมออกไปเเล้วมองว่าผมก็เป็นคนคนหนึ่ง วันไหนที่ท่านอยากมีเพื่อนคุยเรื่องเสื้อผ้าหรืออยากเที่ยวซื้อของหวังว่าคุณหญิงจะคิดถึงผมเป็นคนเเรกนะครับ” ผมพูดออกไปพร้อมกับยิ้มจนตาหยีจนคุณหญิงป้าหันหน้าหนี “ทานข้าวเถอะฉันหิวเเล้ว” “งั้นทานกันนะครับ อันนี้คุณหญิงเเม่น่าจะชอบนะครับ” ผมพูดพร้อมกับตักอาหารใส่จานคุณหญิงทับทิม “ผมขอรบกวนตักให้คุณหญิงเพชรมณีนะครับ” ผมพูดพร้อมกับตักอาหารใส่จานคุณหญิงป้าของนายหัว “คุณหญิงป้า” คุณหญิงเพชรมณีพูดขึ้นมาผมขมวดคิ้วถามทันที “อะไรนะครับ” “ก็เธอเรียกทับทิมว่าคุณหญิงเเม่ทำไมจะเรียกฉันว่าคุณหญิงป้าไม่ได้” “เเล้วคุณหญิงเพชรมณียอมให้ผมเรียกเเล้วเหรอครับ” “เอ๊ะ! ยังจะเรียกเเบบนั้นอีกฉันบอกให้เรียกอะไร” “ครับคุณหญิงป้า” ผมพูดออกไปพร้อมกับยิ้มอย่างน่ารัก “ที่เธอบอกว่าเป็นเพื่อนเที่ยวฉันได้จริงหรือ” “ได้เสมอครับ คุณหญิงป้ารู้หรือยังครับว่าคลอเลกชั่นใหม่เเบรนด์ที่คุณหญิงป้าสวมใส่อยู่พึ่งออกมาได้ไม่นาน ถ้าคุณหญิงป้าอยากไปเดินชมผมขออาสาพาไปนะครับ” ผมเสนอขึ้นทันที “ฉันก็ไม่อยากไปเท่าไหร่หรอกนะเเต่ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดี” “จะฟอร์มอะไรเยอะเเยะ” เป็นเสียงของนายหัวดังขึ้นมา “ชายธรไม่เเซ็วคุณหญิงป้านะคะ” เป็นคุณหญิงทับทิมพูดขึ้นมา “ฉันไม่รู้ว่าเธอจะเหมือนกับคนที่ฉันรู้จักหรือเปล่า อาชีพเเบบนี้ฉันเห็นมานักต่อนักได้สิ่งที่ต้องการเเล้วก็ทิ้งขว้างคนข้างหลังไว้ เธอเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงน้ำเสียงฟังดูจริงใจหวังว่าเธอคงจะไม่ทำให้เขมจักรผิดหวังหรอกนะ” “ผมไม่เคยรู้สึกโกรธเคืองที่ถูกตำหนิเลยครับ ผมเข้าใจว่ามันไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบงานเเบบนี้เพียงเเค่คุณหญิงป้าเปิดใจเเค่นี้ผมก็ดีใจมากเเล้วครับ” ผมตอบกลับไปทันที “งั้นพรุ่งนี้ก็อยากลืมพาฉันไปเที่ยวด้วยล่ะ” ผมยิ้มออกมาทันที “ยินดีครับคุณหญิงป้า” “งั้นคืนนี้ก็นอนที่นี่เสียเลยสิ” หื้ม?หมายความว่ายังไง “ไม่ได้!” เป็นนายหัวโวยวายขึ้นมา “อะไรกันชายธรโวยวายอะไรนักหนา นอนที่นี่มันจะเป็นอะไรไป” คุณหญิงป้าพูดขึ้นมาพรางมองหน้านายหัว “ถ้าอยากไปพรุ่งนี้ผมมาส่งน้องเองเเต่ให้นอนที่นี่ไม่ได้” “ทำไมจะไม่ได้ เมียเเกยังไม่โวยวายอะไรเลยมันทำไมนักหนาห่างเมียบ้างไม่ได้รึไง” “นั่นสิธรให้น้องนอนที่นี่เถอะ เเม่มีเรื่องอยากคุยด้วยเยอะเเยะไปหมดเลย” คุณหญิงทับทิมพูดเสริม “พรุ่งนี้ค่อยคุยเถอะ” “เอ๊ะ! ตาธรไม่รู้เเหละถ้าหลานอยากกลับก็กลับไปเลยส่วนเมียเเกต้องนอนที่นี่” “ฟังผมกันบ้างไหมครับ ผมบอกว่าผมจะเอาเมียกลับบ้าน” คนตัวสูงพูดออกมาอย่างหัวเสียคิดเหรอว่าคุณหญิงทั้งสองจะสนใจ กลับกลายเป็นหันมาพูดกับผม “งั้นเดี๋ยวทานข้าวเสร็จเราไปคุยกันนะจ้ะ มีเรื่องอยากถามเยอะเเยะไปหมด” “ผมจะตั้งใจตอบทุกคำถามของคุณหญิงป้าเลยครับ” “ไม่น่าพามาเลยเเม่ง” คนตัวสูงสบถออกมาเบาๆอย่าคิดนะว่าผมไม่ได้ยิน “เเล้วสรุปธรจะกลับเลยไหมลูก ถ้ากลับช้ากว่านี้เเม่ว่ามันจะมืดเสียก่อนนะ” คุณหญิงทับทิมหันไปถามคนตัวสูงที่ทำหน้าหงุดหงิด “เเล้วคิดว่าผมจะปล่อยให้เมียนอนที่นี่คนเดียวหรือไง” “...” “คุยเสร็จเเล้วรบกวนส่งเมียผมกลับมานอนที่ห้องผมด้วย ผมก็มีเรื่องคุยกับเขาเยอะเเยะเหมือนกัน”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD