06 เขมจักร

3932 Words
รู้ครับว่านายหัวกำลังหงุดหงิดถ้าไม่อยากให้ผมกวนใจก็ทำตามที่ผมบอกสิครับให้ผมกลับไปทำงานเเล้วผมจะไม่มากวนอยู่เเบบนี้ สำหรับผมการมาที่เขมจักรถือว่าเเปลกใหม่มากครับผมเคยทำงานวงการมาก่อนผมทำงานกับกล้องกับเเสงสีเเล้วอยู่ๆผมต้องมาหยุดอาชีพของผมเพราะคำว่าเขมจักร ผมกลายเป็นคนว่างงานตั้งเเต่มาเป็นเขมจักรที่เอาเเต่นั่งๆนอนๆวันๆมีคนเข้ามาถามว่าผมต้องการอะไรไหมบางทีผมก็อยากรู้ว่าที่นี่เป็นยังไง คนงานของที่นี่เป็นยังไง ในเขมจักรมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่เยอะซึ่งผมก็อยากรู้ตามประสาคนพึ่งเคยมาในเมื่อผมหยุดงานก็ถือว่าตัวเองได้กลับบ้านมาพักผ่อนเเล้วกันผมอยากเรียนรู้การอยู่ที่นี่เหมือนกันเพราะผมคิดว่าผมคงอยู่ที่นี่อีกนาน เเละผมไม่ทิ้งอาชีพผมหรอกครับยังไงถ้ามีโอกาสผมจะขอนายหัวทินธรกลับไปทำงานเเน่ๆ ผมหิ้วตะกร้าข้าวเดินตามคนตัวสูงมาถึงบ้านหลังเล็กๆซึ่งคงเป็นที่ทำงานของเขา ไม่คิดว่าจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดนี้เรียกว่าบ้านเลยก็ว่าได้ครับ เป็นบ้านไม้เล็กๆบรรยากาศดีมากเลยครับไม่รู้ว่าจะให้ผมอยู่เเต่ในบ้านทำไมที่นี่บรรยากาศดีกว่าตั้งเยอะทำไมไม่พามาบ้าง ระหว่างทางพวกคนงานก็เงยหน้ามองผมกันเป็นเเถว ผมทำตัวไม่ถูกได้เเต่โบกมือก้มหัวเเละยิ้มให้เล็กน้อย ผมก็เป็นคนมีมารยาทเหมือนกันเหอะที่นี่คนงานก็เยอะดูทุกคนจะเป็นมิตรกับผมด้วยเห็นเขาโบกมือยิ้มตอบกลับผมทุกคน ปล่อยให้ผมเหงาอยู่เเต่ในบ้านทำไมถ้าให้ผมออกมาด้วยตั้งเเต่เเรกผมคงสนิทกับคนงานที่นี่ไปเเล้วผมไม่ใช่คนเข้ากับคนยากสักหน่อย “จะยิ้มอะไรนักหนา ร้อนรีบเดิน” คนตัวสูงหันมาพูดอย่างหัวเสีย อะไรกันเนี่ยตัวเองร้อนก็เดินไปก่อนสิจะมารอผมทำไม “ผมก็มีมารยาทนะครับจะให้เดินหน้าบึ้งหรือไง” ผมตอบกลับทันที “จะยิ้มให้เหงือกเเห้งเลยหรือไง ไม่เห็นหรือไงว่ามันกี่โมงเเล้วฉันหิว ช้าจริง!” คนตัวสูงพูดก่อนจะเดินเเย่งตะกร้าไปถือเเล้วเดินนำผมไป อะไรของเขาครับทีเเบบนี้มาหิวเมื่อกี้ยังบ่นไม่อยากทานอยู่เลยเอาใจอยากจริงๆ “จะยืนมองอะไรนักหนางานไม่เสร็จก็ไม่ต้องกลับวันนี้!!” นายหัวทินธรตะโกนบอกลูกน้องทุกคนรีบก้มหน้าทำงานทันที โอ้ยขี้พาลโมโหหิวหรือไง! ผมทำอะไรไม่ได้ได้เเต่เดินตามนายหัวทินธรจนถึงตัวบ้านคนตัวสูงสีหน้าหงุดหงิดไม่หายไม่รู้ว่าเพราะร้อนหรือเพราะหิวเอาเถอะจะอะไรก็ช่างผมไม่สนใจเเล้วคนขี้โมโห ผมเดินถือตะกร้าที่นายหัวทินธรวางไว้บนโต๊ะนำไปใส่จานเตรียมกับข้าวเเล้วจัดเรียงไว้บนโต๊ะไม่ลืมถือเหยือกน้ำเทน้ำใส่เเล้วให้เรียบร้อย ผมก็ทำเป็นเหอะอย่าให้เห็นมาบ่นนะว่าผมไม่ทำหน้าที่อะไรสักอย่าง ผมหันไปอีกทีไม่เห็นนายหัวทินธรจึงเดินไปเคาะประตูห้องทำงานเเล้วเปิดเข้าไปเห็นนายหัวกำลังยืนถือเเฟ้มคิ้วขมวดอยู่ ไหนบอกว่าหิวหิวเเล้วยังจะเข้ามาทำงานยอมใจจริงๆ “นายหัวทินธรมาทานข้าวครับ” ผมพูดออกไปคนตัวสูงเงยหน้ามองผมก่อนจะก้มลงดูเอกสารต่อ “กินก่อนเลย” “ไหนบอกว่าหิวไงครับ ทำไมไม่ออกมาทานข้าว” “ไม่เห็นหรือไงว่างานฉันเยอะ” คนตัวสูงพูดเสียงเข้มพร้อมถอนหายใจออกมา “อย่าว่าผมสอนเลยนะครับ นายหัวเเค่สละเวลามาทานข้าวเเค่เเป๊ปเดียวเเล้วกลับไปทำงานต่อมันไม่ได้เลยเหรอครับ ผมรู้ครับว่างานเยอะเเล้วนี่มันกี่โมงกี่ยามเเล้วครับมันเลทมามากเเล้วนายหัวจะไม่พักเลยหรือไง นายหัวควรหยุดทำงานเเล้วไปกินข้าวตอนนี้ เดี๋ยวนี้ด้วยครับ” ผมพูดออกไปอย่างโมโห “ฉันไม่ได้สั่งให้เธอมาสอนฉัน” “เด็กมันยังรู้เวลาเลยครับ นายหัวทินธรคุณดื้อมากรู้ตัวไหมครับ” ผมกอดอกพูด “ดื้อ?” “นายหัวสอนคนอื่นได้เเต่ตัวเองดันทำไม่ได้ บ้างานให้รู้เวลาด้วยครับเเก่เเล้วเดี๋ยวได้ล้มป่วยกันพอดี” ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าทำไมนายหัวทินธรจ้องหน้าผมขนาดนั้น “เธอว่าฉันเเก่หรือไง?” “นั่นไม่ใช่ประเด็นครับ หยุดทำงานได้เเล้ว” ผมตอบกลับไปพร้อมกับเดินไปดึงเเฟ้มออกมาจากมือนายหัวทินธร เเต่กลับโดนคนตัวสูงล็อกเอวไว้พร้อมอุ้มผมนั่งลงบนโต๊ะทำงานเเฟ้มในมือถูกเขวี้ยงทิ้งลงพื้นก่อนที่เเขนทั้งสองข้างจะทาบลงบนโต๊ะพร้อมกับใบหน้าคมก้มลงมาจนเกือบชิดใบหน้าผม “นี่นายหัวทินธร!” ผมร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อขาเเกร่งเเยกเรียวขาผมออกก่อนจะเเทรกลำตัวเข้ามาระหว่างขา “ไม่ปากดีอีกหรือไง?” “หยุดเล่นได้เเล้วนายหัวทินธร!” มือเรียวดันอกเเกร่งไว้ “มีตรงไหนที่ฉันเล่น มีครั้งไหนที่ฉันไม่ทำจริง?” คนตัวสูงพูดพร้อมกับยักคิ้วถาม “ผิดประเด็นเเล้วครับเรากำลังคุยกันระ...” “ฉันไม่พอใจ” “นายหัวทินธรผมไม่ได้ตั้งใจที่จะสอนนายหัวเเต่นี่มันเลยเวลาทานข้าวมะ..” “ที่ว่าฉันเเก่” ว้อท? ที่ผมพล่ามไปทั้งหมดเขาไม่สนใจประเด็นหลักเลยใช่ไหมเราคุยกันเรื่องทานข้าวทำไมเข้าประเด็นนี้ได้ “เอ่อ” “เมื่อคืนยังพิสูจน์ไม่พอ?” “เราควรทานข้าวได้เเล้ว” “ตอบ” บ้าไปเเล้วใครจะไปกล้าพูดถึงกันต้องเป็นคนเเบบไหนถึงได้กล้าถามออกมาเเบบนี้ “นายหัว” “ถ้าไม่ตอบฉันจะจูบ” มันเกี่ยวกันที่ไหนเเบบนี้เอาเปรียบกันชัดๆ ไอ้คำว่าเเก่มันสะกิดใจขนาดนั้นเลยหรือไง “นี่นายหะอื้ออออ!” ผมยังไม่ทันตอบเลยด้วยซ้ำริมฝีปากหนากดลงริมฝีปากเล็กหนักๆมือใหญ่จับกลุ่มผมนุ่มดึงเบาๆให้ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกดจูบลงหนักๆ ใบหน้าเรียวพยายามหันหนีเเต่กลับโดนริมฝีปากหนาบดขยี้ลงมาไม่หยุดฟันคมไล่ขมเม้มตามขอบปากบางจนคนตัวเล็กกว่าเบ้หน้าด้วยความเจ็บเเต่คนตัวสูงกลับไม่สนใจเลยสักนิดริมฝีปากหนากดจูบดูดดึงจนเกิดเสียงลิ้นหนาสอดเข้าโพรงปากเล็กเกี่ยวตวัดลิ้นเล็กดูดดุนไปมาจนเเทบหายใจไม่ทันมือเรียวดันไหล่เเกร่งออกเมื่อเริ่มขาดอากาศหายใจ ริมฝีปากหนากดจูบเน้นย้ำสองสามทีเเล้วผละออก ปากเล็กอ้าออกกอบโกยอากาศทันทีใบหน้าเรียวขึ้นสีเเดงพร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักๆ ใบหน้าคมก้มมองก่อนจะใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำสีใสตามขอบปากเล็ก “กินข้าวเถอะช้ากว่านี้ฉันได้กินเธอเเน่” พูดจบคนตัวสูงก็เดินออกไป ผมถามหน่อยนายหัวทินธรเป็นคนประเภทไหนกันบทจะลามกก็ลามกไม่หยุดบทจะจริงจังก็เอาซะน่ากลัวผมตามอารมณ์ไม่ทันเเล้วครับ เเล้วขอร้องเหอะพึ่งจูบผมจนปากเเตกปากเจ่อขนาดนี้ยังมีอารมณ์มานั่งทานข้าวอย่างสบายใจได้อยู่เหรอ นี่นายหัวพึ่งจูบกันนะทำไมมันไม่มีเขินอายอะไรเลยหรือไงผมจะบ้าตายผมอยู่กับคนประเภทไหนกัน “ยืนบื้อทำไมมาทานข้าว?” ให้ตายเหอะเมื่อกี้บอกเเทบตายไม่ยอมทาน เห็นผมเป็นอะไรทำไมชอบปั่นประสาทผมจะให้ผมหย่าเเล้วกลับบ้านเหรอไม่มีทาง! เเละผมไม่มีอารมณ์จะทานเเล้วด้วย! “ผมไม่หิวเเล้ว” “นั่งลง” “ผมบอกวะ..” “หรือจะเอาบนโต๊ะนี้อีก?” คนตัวสูงพูดออกมาหน้าตาเฉยให้ตาย ผมชักจะโมโหเเล้วนะทำอะไรได้นอกจากนั่งลงตามคำสั่ง ผมมองคนตัวสูงทานข้าวอย่างอารมณ์ดีเเล้วดูผมสิได้เเต่นั่งหน้าเซ็งอยู่บนโต๊ะอาหาร เอาเถอะพอไม่ได้ทานอะไรท้องก็ประท้วงผมตักกับข้าวใส่จานตัวเองตักเข้าปากเเค่นั้นเเหละรู้เรื่องเลย “ซี๊ด!” ผมร้องออกมารีบวางช้อนลงทันทีให้ตายเหอะนายหัวทินธรทำปากผมเเตก “เป็นอะไร” ยังมีหน้ามาถามอีกเพราะใคร “ผมไม่ทานเเล้ว” ผมตอบกลับไปอย่างอารมณ์เสีย “เเล้วเป็นอะไรก็พูด” คนตัวสูงถอนหายใจถามอย่างรำคาญ “ก็ใครทำปากผมเเตก!” ผมตอบกลับไปเสียงดัง “เรื่องเยอะเรื่องเเยะจริงๆเมียกู!” คนตัวสูงสบถออกมาก่อนจะเดินเข้ามาจับปากผม “จะทำอะไรผม!” “นิ่งๆจะดู” คนตัวสูงพูดเสียงนิ่ง “ผมเจ็บ” ผมพูดออกไปเบาๆเมื่อปลายนิ้วโป้งถูเบาๆตามเรียวปากเล็ก “รู้” คนตัวสูงพูดเเต่ยังคงลูบริมฝีปากบาง “ก็ปล่อยสิครับ” “ไม่ต้องทานเเล้วเดี๋ยวให้ไอ้เข้มไปซื้อข้าวให้ใหม่ เข้าไปรอในห้องทำงานไปข้างนอกมันร้อน” คนตัวสูงพูดก่อนจะปล่อยริมฝีปากผมเป็นอิสระ “อือ” ผมตอบรับเบาๆก่อนจะยอมเดินเข้าไปนั่งรอในห้องทำงานสักพักก็ได้ยินเสียงนายหัวสั่งเข้ม “ไอ้เข้มมึงไปซื้อข้าวมาให้เมียกู อย่าเอารสจัด” “เอ้า! นายหัวกับข้าวเต็มโต๊ะจะซื้ออีกทำไมหรือคุณคลีนกินเผ็ดไม่ได้ ไม่สิผมเห็นเขากินง่ายจะตาย” “มึงจะสงสัยอะไรเยอะเเยะ กูสั่งให้ไปซื้อก็ไปซื้อ!” คนตัวสูงพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “เเล้วคุณคลีนไปไหน” “ไอ้เข้มถ้ามึงยังเสือกไม่หยุด มึงได้ว่างงานมาเสือกเรื่องเมียกูทั้งวันเเน่” “อย่าดุไอ้เข้มนักเลยย เดี๋ยวไอ้เข้มจะซื้อให้เดี๋ยวนี้เเหละ!” “เยอะไปหมดทั้งเมียทั้งลูกน้อง!” ผมได้ยินคนตัวสูงสบถออกมาก็เเอบยิ้มตาม หัวร้อนตลอดเเหละนิดๆหน่อยๆก็หงุดหงิดตัวเองทำก็ต้องรับผิดชอบสิ สมควรเเล้วที่โดนกวนบ้าง เอาจริงนายหัวก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรมากหรอกครับที่จริงข้างนอกมันไม่ได้ร้อนอะไรเลยครับเเต่เขาก็เลือกให้ผมเข้ามารอข้างในเอาเถอะก็ถือว่ามีความดีอยู่บ้างเเต่ลบล้างที่กัดปากผมเเตกไม่ได้หรอกนะ! “ออกมาทานข้าว” รอไม่นานคนตัวสูงเปิดประตูเข้ามาสั่งให้ผมออกไปทานข้าว ผมเดินออกมาเห็นถุงโจ๊กวางอยู่บนโต๊ะให้ตายเหอะให้ผมกินโจ๊กตอนบ่ายเนี่ยนะเข้มคิดอะไรอยู่เนี่ย เเต่ก็ดีกว่าอาหารเผ็ดๆเเหละวะเอาเหอะ ผมถือถุงโจ๊กเข้าห้องครัวเตรียมเทใส่ถ้วยต้องตกใจเมื่อคนตัวสูงยืนซ้อนด้านหลังเเผ่นอกเเกร่งทาบลงกับเเผ่นหลังผมจนเเนบสนิทคนตัวสูงยืดตัวหาของบนตู้ด้านบนให้ตายเหอะจะมาหาอะไรตอนนี้ พอผมขยับเเขนเเกร่งก็ทาบลงบนเค้าท์เตอร์ไม่ให้ผมขยับหนีจะเอายังไงกันเเน่จะเเกล้งอะไรผมอีก จมูกโด่งเฉียดหัวผมไปมาไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่ามันมีจังหวะที่กดหอมหัวผม เเต่ขอเหอะอย่ามาเเกล้งผมได้ไหม “หาอะไรครับ” ผมถามออกไปทันทีเมื่อคนตัวสูงไม่ท่าทีว่าจะถอยห่างจากตัวผม “อย่าถามมาก” ผมจะไปทานข้าวจะมากั้นมาขวางตัวผมไว้ทำไมเล่า “งั้นถอยก่อนครับผมออกไม่ได้” “เงียบ” อะไรของนายหัวทินธรเเกล้งผมใช่ไหมเเกล้งผมเเน่ๆ ผมเบ้ปากเล็กน้อยกอดอกให้คนตัวสูงยืนซ้อนหลังหาอะไรไม่รู้ไม่เห็นจะตั้งใจหาอะไรสักอย่าง ผมถอนหายใจออกมาเบาๆเเต่ก็ต้องตกใจจนอ้าปากค้างเมื่อใบหน้าคมก้มลงหอมแก้มผมเเรงๆเเล้วเดินออกไปในมือไม่เห็นมีอะไรที่หาสักอย่าง หลอกหอมเเก้มผมหรือไง! ฟอดดด! “นายหัวทินธรอยากหอมเเก้มผมทำไมไม่ขอดีๆ” ผมเผลอพูดออกไปพร้อมกับจับแก้มตัวเองไปด้วย เสียงฝีเท้าหยุดชะงักก่อนที่เสียงเข้มจะพูดขึ้นมา “ไร้สาระ” ไร้สาระอะไรสนุกนักหรือไงทำไมชอบเเกล้งผมนับวันผมยิ่งต้องระวังตัวมากขึ้นผมเดาไม่ออกจริงๆว่าเขาจะมาในอารมณ์ไหนตั้งเเต่มาอยู่ที่นี่ผมยังไม่เห็นทางเลยว่าผมจะได้เปรียบนายหัวทินธรตรงไหนมีเเต่เสียเปรียบอยู่ไม่กี่วันก็เล่นผมช้ำขนาดนี้เเล้วไม่อยากจะคิดเลยว่าสภาพผมต่อไปจะเป็นยังไง คิดไปก็ปวดหัวไม่มีหรอกเเผนรับมืออะไรกับนายหัวทินธรผมไม่คิดอะไรทั้งนั้นเเล้ว มือเรียวถือถ้วยโจ้กที่พึ่งเทใส่เสร็จออกมากินบนโต๊ะออกมาก็ไม่เห็นเเล้วว่านายหัวทินธรไหนสงสัยกลับไปทำงานเเล้วมั้ง การกินโจ๊กตอนบ่ายก็ไม่ได้เเย่ครับเเต่จะดีกว่านี้ถ้านายหัวทินธรไม่ทำปากผมเป็นสภาพเเบบนี้พูดเเล้วก็หงุดหงิด ช่วงนี้ผมเเทบจะไม่ได้จับโทรศัพท์เลยครับยิ่งเป็นที่สงสัยของพวกนักข่าวว่าผมหายไปไหนเเละที่สำคัญผมเห็นผ่านๆทางทวิตเตอร์ยังมีการพูดถึงการเเอบจดทะเบียนของผม ซึ่งผมได้เข้าไปอ่านบ้างเล็กน้อยก็ไม่มีดราม่าอะไรครับส่วนมากจะพากันเปิดประวัตินายหัวทินธรมากกว่าก็เเน่สิครับใครจะกล้าเล่นข่าวเขาตรงๆเเค่เห็นข่าวผมลงอยู่ไม่กี่วิก็ปลิวเเล้วเเล้วแบบนี้ใครเขาจะกล้าเขียนข่าวผมอีก ผมกินเสร็จก็ล้างเก็บไว้ที่เดิมไหนๆนายหัวก็ไม่อยู่เเล้วขอสำรวจที่ทำงานหน่อยเเล้วกัน เป็นบ้านไม้เล็กๆครับเรียกว่าสวยเลยด้วยซ้ำผมคาดว่าสถานที่นี้น่าจะเป็นที่ทำงานของเขาอุปกรณ์ครบขนาดนี้คนบ้างานอย่างนายหัวคงเเทบจะไม่กลับบ้านคงอยู่กินนอนที่นี่เเหละ ผมเปิดประตูเข้าไปห้องทำงานซึ่งส่วนมากจะมีเเต่เอกสารเต็มโต๊ะไปหมดผมอดไม่ได้ที่จะจับมันมาเรียงไว้เป็นกองๆไว้บนโต๊ะ พอหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนยังไงก็ของีบก่อนเเล้วกัน ผมไม่รู้ว่าผมหลับไปนานเเค่ไหนรู้เเค่ว่านายหัวทินธรต้องเข้ามาเเน่ๆเพราะผ้าห่มถูกคลุมไว้บนตัวผม ผมพยายามปรับสายตามือเรียวขยี้ตาเบาๆก่อนจะมองนาฬิกาซึ่งปรากฏว่ามันเกือบทุ่มครึ่งเเล้วให้ตายเหอะผมอดหลับอดนอนมาจากไหนเนี่ยถึงได้นอนนานขนาดนี้ ผมลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาก่อนจะเดินออกมาข้างนอกท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีครามเกือบมืดสนิทอากาศเริ่มเย็นขึ้น ผมได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยกันเสียงดังทำให้อดไม่ได้ที่ต้องเดินไปดู ผมเดินเข้าไปใกล้เสียงหัวเราะพูดคุยเสียงดังก็ทำให้รู้ทันทีทำไมทุกคนถึงรักนายหัวทินธรเขาดูเป็นคนเรียบง่ายดีครับผมเห็นเขานั่งคุยกับพวกคนงาน ถ้าให้ทายคงนั่งกินเหล้ากันเเน่ๆ ผมเดินเข้าไปใกล้ซึ่งทุกคนหันมามองผมเป็นจุดเดียวผมทำอะไรไม่ถูกได้เเต่โบกมือเเล้วยิ้มให้บางๆ ดูจากสีหน้าเเต่ละคนคงเมาได้ที่นี่คงกินกันตั้งเเต่หัววันเลยสินะ “นายหัวเมียตามเเล้วค้าบบบ” เข้มพูดล้อทันที “เงียบปากไป” คนตัวสูงสวนกลับเข้ม “ฮิ้ววว” เป็นเสียงเข้มที่ดังขึ้นมาเสียงดังจนคนตัวสูงที่นั่งหันหลังอยู่หันมามองผมไม่รอช้านายหัวทินธรก็เดินเข้ามาหาผมผมทำไรไม่ถูกได้เเต่ยืนเกาหัว “ตื่นนานหรือยัง?” “พึ่งตื่นครับ ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ” ผมถามออกไปพร้อมกับชะโงกหน้ามองคนตัวสูงจิ๊ปากเบาๆก่อนจะเอาตัวเองมาบังไว้อะไรของเขาเนี่ย “ไม่ต้องมอง กินเหล้า” คนตัวสูงตอบกลับมาเสียงเข้ม “กินนานเเล้วเหรอครับ” “ตะวันยังไม่ตกดิน” ไม่เเปลกใจเลยที่ทุกคนจะหน้าเยิ้มคุยร้องเพลงเสียงดังขนาดนั้น “จะดื่มกันอีกนานไหมครับ?” “นานเรื่องปกติ เธอหิวไหมเดี๋ยวฉันจะไปส่งที่บ้าน” “ขอผมไปนั่งด้วยได้ไหมครับ” ผมถามออกไปอย่างลังเลไม่รู้ว่านายหัวทินธรจะให้ผมร่วมวงกับเขาเเละลูกน้องเขาไหม นายหัวทินธรหันไปมองลูกน้องตัวเองที่จ้องมองมาทางเราสองคนก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ทำไมเล่าขอนั่งด้วยเอง “ตามใจเธอ เเต่ห้ามห่างฉัน” คนตัวสูงพูดเเค่นั้นก่อนจะจับมือผมจูงไปนั่งรวมกลุ่มกับพวกคนงานยังไม่ทันนั่งเลยก็โดนเเซ็วซะเเล้ว “เมียคุมจริงโว้ยยวันนี้” เป็นเสียงเข้มที่ดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมเสียงโห่เเซ็วที่ดังมาตาม “ถ้ามึงยังไม่เงียบขวดนี้จะเป็นขวดสุดท้าย ไปหาไรให้คุณคลีนกินด้วย” นายหัวขู่พร้อมสั่งเข้ม เข้มหันมายักคิ้วให้ผมก่อนจะเดินไปหาของกินให้ผมตามที่นายหัวสั่ง “นี่!นายหัวที่มีตั้งเยอะเเยะ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้!” ผมกัดฟันพูดออกไปเบาๆเมื่อคนตัวสูงล็อกเอวผมจับผมนั่งตักไม่สนสายตาใครทั้งนั้น ให้ตายผมก็อายเป็นนะผมเห็นหรอกว่าพวกเขามองเเซ็วเเค่ไหนเเต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากเเซ็วเพราะกลัวนายหัวด่า “นั่งเงียบๆ” “ก็ปล่อยผมลงนั่งดีๆสิครับนั่งเเบบนี้ก็ได้เมื่อยพอดี” “ใครเมื่อย?” “นายหัวไงครับ” “ใช่ ฉันเมื่อยฉันยังไม่เดือดร้อนเลยเเล้วเธอจะมาเดือดร้อนเเทนทำไม?” โอ้ยก็มันอายไหมนั่งเฉยๆจะไม่ว่าเลยนี่มือเดี๋ยวจับเดี๋ยวบีบตามเอวผมไหนจะริมฝีปากหนากดจูบเบาๆตรงท้ายทอยผมจนผมต้องใช้เเขนเอื้อมไปดันหน้าอกเเกร่งไว้ไม่อายลูกน้องเลยหรือไง “มาเเล้วค้าบบ โหจับเมียนั่งตงนั่งตักเมียไม่หายไปไหนหรอกนายหัวว” เข้มที่ดูเหมือนจะเมาได้ทีพูดเเซ็วขึ้นมา “มึงนี่ปากมากจริงไอ้เข้ม” คนตัวสูงพูดออกมาอย่างหัวเสีย “เเหะๆ คุณคลีนสักหน่อยไหมครับ” เข้มถามผมอย่างกล้าๆกลัวๆพร้อมชูเเก้วเหล้าไปมา ผมหันไปหาคนตัวสูงเพื่อต้องการคำตอบว่าผมดื่มได้ไหม “อย่าเยอะ” “นิดเดียวนะครับ ปกติผมไม่ค่อยดื่มอยู่เเล้ว” ผมต่อรองทันทีรู้อยู่เเล้วว่ายังไงผมก็ไม่ได้ดื่มเเน่นอนเเล้วดูตัวเองยกเอาๆ “ไม่” “เเก้วเดียวนะครับ” “ตามใจถ้าเมาขึ้นมาฉันจะปล่อยให้นอนกองกับพวกไอ้เข้มนี่เเหละ” ผมยิ้มออกมาทันทีก่อนจะหันไปรับเเก้วจากเข้ม ปกติผมดื่มไม่บ่อยหรอกครับเรียกว่าไม่ดื่มเลยก็ว่าได้ด้วยงานที่รัดตัวจนผมไม่มีเวลาจะออกไปสังสรรค์ไหนผมจะต้องดูเเลสุขภาพไม่ให้ตัวเองโทรมหรือมีกลิ่นเเอลกอฮอล์ติดตัวเวลาทำงานผมเลยเลือกที่จะไม่ดื่มเเต่ใช่ว่าผมจะปฏิเสธที่จะไม่ดื่มเลยนะครับถ้ามีเหตุที่ต้องดื่มผมก็ดื่มได้ครับเเต่คงมากไม่ได้เพราะตัวผมเองรู้ตัวดีว่าคออ่อน เเก้วเดียวไม่มีจริงครับผมรู้สึกว่าคนที่นี่คุยสนุกมากเเปลกใหม่ครับไม่ต้องเเสร้งชมหรือปั้นหน้ายิ้มใส่กัน ทุกคนคุยสนุกชวนผมคุยจนถูกคอไม่รู้อาจจะเพราะเหล้าด้วยทำให้ผมกล้าพูดขึ้นตอนนี้ก็รู้สึกมึนๆเเล้วครับเเต่ไม่กี่เเก้วเองพวกคนงานบางคนก็ราบไปกับพื้นเรียบร้อยเเล้ว “นั่งดีๆ” คนตัวสูงกระซิบข้างหูเบาๆเมื่อผมดิ้นไปมาบนตักเเกร่ง “ขออีก” ผมชูเเก้วให้คนตัวสูง “พอเเล้ว” “ยังไม่เมา” ผมพูดออกไปเเต่เเค่มึนๆยังไม่เมาเชื่อผมสิ “ฉันพูดคำว่าเมาสักคำยัง?” “อย่าดุได้ไหมเนี่ยชอบดุ ไม่ชอบใจนะ!” ผมโวยวายออกมาเบาๆพร้อมหันหน้าหนีเมื่อปากหนาจูบลงตามเเก้มผม “ใครสั่งให้มาชอบ ฉันขอหรือไง?” “เเล้วมากอดมาจูบทำไม” คนตัวเล็กกว่าตาปรือพูดออกมา “พูดอะไรออกมารู้ตัวไหม” คนตัวสูงจ้องหน้าผม อะไรพูดอะไรอีกทำไมต้องมองดุ “จูบทำไม เมื่อวานก็จูบวันนี้ก็จูบเมื่อกี้ก็จูบ!” ผมพูดออกไปเสียงดัง “ไม่จูบเมียให้จูบใคร?” คนตัวสูงเเกล้งหยอกถาม “ไม่รู้ มึนจังง่วงด้วย” คนตัวเล็กกว่าพูดออกมาเบาๆก่อนจะสะบัดหน้าไปมาเเผ่นหลังเล็กทาบลงบนอกเเกร่งก่อนจะหันหน้าซบลงบนอกเเกร่ง “กลับบ้านกันนะครับ” คนตัวเล็กกว่าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยการกระทำทั้งหมดทำให้คนตัวสูงขบกรามเเน่น “เเม่งกลับเเน่ไม่ต้องห่วง” คนตัวสูงสบถออกมาเบาๆ “ห้ามทิ้งผมนอนที่นี่นะ ผมไม่ได้เมา” คนตัวเล็กพยายามพูดออกมาช้าๆ “ฉันคิดไว้เเล้วว่าจะทิ้งเธอไว้ตรงไหน” คนตัวสูงพูดออกมาพร้อมจูบลงปลายคางผมเบาๆ “อือ” ผมพยักหน้าตอบกลับอย่างไม่รู้เรื่องว่าความหมายที่เขาพูดคืออะไร คนตัวสูงใช้เท้าสะกิดลูกน้องที่นอนเมาไม่รู้เรื่องก่อนจะพูดออกมา “ไอ้เข้มวันนี้มึงทำดี พรุ่งนี้มาเอารางวัลที่กู”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD