ตอนที่ 1 อดีตสุดเลว NC+
‘หันหลังมา’
เสียงเข้มก้มลงมากระซิบบอกอย่างดุดันพร้อมกับฝ่ามือหนาที่จับร่างอรชรให้หันหลังยกสะโพกขึ้นในระดับที่พอดีกัน หมอนหนุนใบใหญ่ถูกเลื่อนมาตรงหน้าให้ร่างบางซุกไซ้ลงไประบายความเสียว มือร้อนลูบไล้เต้ากลมเต่งอีกครั้ง ยอดปลายที่ตั้งชูชันอยู่แล้วช่างเร้าใจเสียจริง
“อื้มม”
หญิงสาวครวญครางอย่างพอใจเมื่อเขาปรนนิบัติเธอได้อย่างดี แก่นกายร้อนกระแทกกระทั้นเข้าใส่อย่างมันเมาสองร่างแทบจะรวมเป็นหนึ่งเดียว ส่วนคนที่รับแรงกระทำก็เงยหน้าซี๊ดปาก จิกหมอนอย่างไม่ยอมแพ้ยิ่งเขากดใส่มาเท่าไรเธอก็พร้อมจะเต็มใจรับอย่างไม่หลีกหนี สะโพกมนส่ายแบะอ้าอูมจนกลีบของสงวนปริออกมา…สีชมพูน่าลิ้มลอง
โอบ อติคุณ…ก้มลงสะบัดลิ้นร้อนใส่กลีบดอกติ่งไตถูกฉกฉวยไว้อีกครั้ง
“เธอพอใจไหม”
“ที่สุด แต่เราชอบให้โอบเอามากกว่า…ใส่มันเข้ามาอีกสิ”
หญิงสาวสะบัดความอายทิ้งเมื่ออารมณ์พุ่งขึ้นสุดใบหน้าเห่อแดงซ่านด้วยความเสียว ผมยาวสยายถึงกลางหลังหันกลับมาบอกผู้ชายที่คุยกันมาได้เกือบสองเดือนเธอทั้งถูกใจเขาและคิดว่าความสัมพันธ์นี้จะจบลงที่การเป็นแฟนหรือคนรักจึงยอมมอบกายถวายพรหมจรรย์เพื่อยึดเหนี่ยวเขาไว้…แต่เธอคิดผิด นั่นเป็นสิ่งเดียวที่จำไปจนวันตาย
ทัมยา…นักศึกษาสาวปีสี่กำลังหลงใหลในฤทธิ์รักสุดร้อนแรง
เพี้ยะ!! เสียงฝ่ามือกระทบลงบนแก้มก้นกลมงอน
“เธอเอามันจริงๆ เซ็กส์ของเราเข้ากันได้ดี”
โอบหรืออติคุณ ลูบไล้ฝ่ามือหนาลงบนกลีบดอกที่หันหลังให้อยู่ตรงหน้าอย่างหลงใหล…เขาเป็นคนแรกของเธอ ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจ ชีวิตที่ไม่เคยได้รับอิสระจากความตึงเข้มของผู้เป็นแม่ที่ละเลยเขาและก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วัยทำงานอย่างเต็มตัว เส้นทางอาชีพที่ผู้เป็นแม่จัดสรรไว้ให้ก็คงไม่ต่างอะไรจากการติดคุกฉะนั้นเขาจึงขอใช้ชีวิตอิสระให้เต็มที่…จะเรียกว่าเป็นการล่าแต้มก็ได้
และทัมยาเพื่อนสาวต่างคณะก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่จะต้องร่วมรักกับเธอให้ได้ก่อนเรียนจบ ผู้หญิงที่จัดว่าหน้าตาดีก็จัดมาเกือบค่อนมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ส่วนหนึ่งที่ทำไปก็เพื่อประชดผู้เป็นแม่และเพื่อนสาวคนสนิทที่แอบรักมานานกว่าสี่ปีแต่ก็ไม่เคยเลื่อนสถานะมากกว่าคำว่าเพื่อนเลยไม่ว่าจะทำดีแค่ไหนก็ตาม อติคุณจึงใช้ความหล่อคมคายของตัวเองหลอกฟันผู้หญิงไม่นับหน้า ใครถูกใจและพร้อมจะติดเหยื่อก็ช่วยไม่ได้เช่นกัน
เมื่อชีวิตที่ไม่เคยได้รับความรักจากผู้หญิงอันเป็นที่รักทั้งสองคน ดังนั้นการระบายกับใครสักคน สองคน…สามคน ก็ไม่ได้มองว่าผิดอะไรถ้าต่างคนต่างพอใจ
“อ่า เราชอบเธอ…โอบ”
เสียงหวานเอ่ยพร้อมกระชับมือที่เกาะบนไหล่กว้างให้แน่นขึ้น แต่ชายหนุ่มไม่ตอบรับอะไรมีเพียงเสียงครางอย่างพอใจในรสรักเท่านั้น
“อะ อื้มมม”
เสียงกระแทกหนักๆ ลงมาอีกสองสามทีก่อนจะถอนแก่นกายที่ชูชันผงาดออกแล้วจับหญิงสาวให้หันกลับมาพลางกดไหล่เนียนให้นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าพอดีกับส่วนกลางของลำตัว ฝ่ามือหนารูดถุงยางอนามัยทิ้งแล้วขยับแท่งร้อนจ่อส่งเข้าไปในริมฝีปากบาง แอ่นเอวใส่พร้อมกับน้ำรักสีขาวขุ่นที่พุ่งทะลักออกมา
ทัมยาแทบจะสำลักแต่ก็ดูดกลืนสิ่งที่เขามอบให้จนหมด
“โอบก็ชอบเราเหมือนกันใช่ไหม”
มือบางเช็ดริมฝีปากล่างที่เปอะเปื้อนน้ำสีขาวเหนียวๆ ออก
“ไม่เลย…ที่จริงเราก็ถูกใจเธอนะแต่เรามีคนที่ชอบอยู่แล้ว”
“หมายความว่าไง…โอบแค่หลอกฟันเรางั้นเหรอ”
“แล้วเธอคิดว่าผู้หญิงที่นอนอ้าขาให้ผู้ชายเอาทั้งที่ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน…มันน่าเอามายกย่องให้เป็นแฟนไหมล่ะ”
“แล้วเกือบสองเดือนที่เราคุยกันมาล่ะ โอบไม่คิดอะไรเลยงั้นซิ”
“คิดสิ…คิดแค่ว่าจะได้ฟันเธอตอนไหน”
“ไอ้เล…”
“อย่าหยาบคายนะทัมยา เพราะเราไม่ได้ฝืนใจเธอ…หรือไม่จริง”
อติคุณยกคิ้วอย่างกวนๆ หญิงสาวเองก็เถียงไม่ออก เธอเต็มใจให้เขาเอาแต่แค่ได้ฟังประโยคเลวๆ นั้นสติก็แทบหลุด เธอมอบกายมอบใจให้เขาด้วยความรักแต่เขาแค่ต้องการมาหลอกฟัน ทัมยากำมือแน่นและผู้หญิงอย่างเธอก็ไม่ใช่พวกนั่งร้องไห้จมน้ำตาเสียด้วยสิ
“ฉันขอให้แกไม่ได้เจอคนที่รักอีกเลย…หรือถ้าเจอก็ขอให้เขาไม่รักคนอย่างแก”
คนร่างเปลือยเปล่าหยิบหมอนหนุนใบใหญ่ปาใส่คนที่กำลังแต่งตัวอย่างเต็มแรง แม้เขาจะรับมันไว้ได้ทันแต่ปุยนุ่นที่อัดแน่นอยู่ด้านในก็แตกกระจายปลิวเต็มห้องเต็มเตียง
“ทำไมฮะ เธอคงอยากได้ฉันเป็นผัวมากสินะ…มันก็วินๆ กันทั้งสองฝ่ายไม่ใช่เหรอ”
อติคุณปัดเศษนุ่นออกจากใบหน้าคมคาย สันกรามขบเน้นเดินเข้ามาหาคนตรงหน้าและบีบคางของเธอไว้อย่างเต็มแรงทั้งที่เพิ่งผ่านศึกร้อนมาด้วยกันแต่เขาก็ไร้ความอ่อนโยนโดยสิ้นเชิง
“ไอ้อ้า…อ่อยอะ”
เสียงอู้อี้พูดในลำคอและพยายามที่จะสะบัดใบหน้าออก
“ฉันขอเตือนเธอในฐานะเพื่อนร่วมมหาลัยก็แล้วกันนะ…ว่าไม่ควรไปใจง่ายกับผู้ชายที่ไหน เก็บไว้เป็นบทเรียนก็แล้วกันทัมยา”
“เก็บไว้เป็นบทเรียนพ่อแกสิ”
“จุ๊ๆ ไม่เอาไม่หยาบคาย…หวังว่าเราจะไม่ต้องเจอกันอีกนะ ที่รัก”
ชายหนุ่มก้มเข้ามาหาใบหน้าหวานที่ถูกใจแต่พอเห็นคราบน้ำที่เขาฝากไว้จึงเปลี่ยนใจจากจูบเป็นลูบแก้มนวลเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป
ทัมยาลุกขึ้นจากเตียงหวังพุ่งตัวจะไปจิกหัวคนเลวที่มีหน้ามาสั่งสอนคนอื่น…แต่ลืมไปว่าเธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น จึงต้องนั่งลงตามเดิมและได้แต่มองร่างสูงแกร่งปิดประตูห้องใส่หน้า
“ไอ้บ้า อย่าให้เจอกันอีกนะ ฉันจะทุบหัวแกให้แบะเป็นปลาในตลาดสดเลยคอยดู”
หญิงสาวที่เพิ่งเสียตัวเป็นครั้งแรกแต่ไม่แย่เท่าการเจ็บใจ กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงหลังจากคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ผัวคนแรก’ ทลายความรักลงโดยเสียสิ้น เขาเดินออกไปอย่างไร้เยื่อใยและไม่หันกลับมามองอีกเลย
…ผู้หญิงที่ไม่ต้องไขว่คว้าให้เหนื่อยก็พร้อมที่จะนอนถ่างขาให้เขาเอามันจะมีค่าอะไรให้น่าชื่นชม…ของอะไรที่ได้มาง่ายๆ ก็เบื่อง่ายเช่นกัน
ตี๊ดดดดด ตี๊ดดดดด
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือสั่นดังขึ้น
“ฝันบ้าอะไรวะเนี่ย”
หญิงสาวตบแก้มของตัวเองเบาๆ ให้สะดุ้งตื่น
…ให้ตายเหอะไม่ได้ฝันอะไรแบบนี้มานานแล้วนะ ไอ้ฝันเฮงซวย…
สองมือช่วยกันตบแก้ม
“โอ๊ย ปวดหัวชะมัด”
คนเพิ่งตื่นพยุงตัวให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงด้วยสภาพผมยุ่งเหยิง เมื่อคืนคงดื่มหนักไปหน่อยฤทธิ์แอลกอฮอล์ยังคละคลุ้งอยู่ในปาก แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่ออาชีพของเธอต้องปฏิบัติไปตามที่ลูกค้าว่าจ้าง
ครืด ครืด เสียงโทรศัพท์เครื่องเดิมสั่นดังขึ้นอีกครั้ง
…ใครโทรมาแต่เช้าเนี่ย เบอร์ไม่คุ้นแฮะ…
“ฮึก ทัมยาค่ะ”
หญิงสาวตบหน้าอกให้หายใจโล่งขึ้น
“สวัสดีค่ะ ดิฉันติดต่อมาจากบริษัทโคตรไก่ทองฟาร์มอยากจะจ้างคุณทัมยามาเป็นเอ็มซีในงานกิจกรรมครบรอบห้าสิบปีของบริษัทเราน่ะค่ะ”
รอยยิ้มหวานๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
…อ๊าย โคตรไก่ทองฟาร์มอย่างนั้นเหรอ…
บริษัทชำแหละไก่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
หญิงสาวแทบจะยิ้มไม่หุบ ตาสว่างในทันที…แต่ขอเล่นตัวเพิ่มค่าจ้างหน่อยก็แล้วกัน
“ต้องดูคิวก่อนนะคะ ไม่ทราบว่าจัดงานวันไหนเหรอคะ”
“อีกสามวันค่ะ ที่โรงชำแหละไก่ของเราแถวนครปฐม…คุณทัมยาคิวว่างไหมคะ”
“เอ สักครู่นะคะ”
หญิงสาวหยิบไอแพดขึ้นมาเปิดดูตารางงานด้วยมือสั่นเทา การได้ร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ถือเป็นบันไดเปิดทางให้เธออีกขั้น อาชีพพิธีกรรับหมดไม่ว่าจะเป็นงานเปิดตัวสินค้า งานแต่งงาน งานวิ่งมาราธอน ขอแค่จ้างทัมยาคนนี้ไปหมดทุกงานไม่มีเกี่ยงงอน
“ช่วยหน่อยนะคะคุณทัมยา บอสของริสาเลือกคุณทัมยาเองกับมือเลยนะคะ”
เสียงตามสายวิงวอนเสียงอ่อนอย่างน่าเห็นใจ กว่าที่บอสจะเลือกได้สักคนต้องใช้เวลานำเสนออยู่หลายวัน
‘บอสคะ ริสาเอาประวัติเอ็มซีมาให้พิจารณาค่ะ’
‘ผมยังไม่ว่างริสา’
‘แต่บอสคะ ใกล้จะถึงวันงานแล้วนะคะช่วยเลือกเอ็มซีให้ริสาสักคนเถอะค่ะ…ท่านประธานจะกินหัวริสาอยู่แล้วค่ะ’
‘นี่ริสา ในบริษัทนี้ยังมีใครใหญ่กว่าผมอีกเหรอ’
เจ้านายหนุ่มเลิกคิ้วเงยหน้าละสายตาจากกระเป๋ากีตาร์ในมือขึ้นมามอง
‘อุ๊ย…ก็คุณแม่ของบอสไงคะ’
เลขาสาวพูดยิ้มๆ ก่อนจะหลบสายตาคมเข้มนั่น
‘ออกไป ผมยังไม่ว่าง’
‘ไม่ได้ค่ะบอส ท่านประธานจะกินหัวริสาจริงๆ นะคะ’
‘เฮ้อ ก็ได้ๆ เห็นแก่ที่เราทำงานด้วยกันมานานนะ’
นิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะทำงานอย่างขัดใจ
‘ขอบคุณค่ะบอส ริสาวางแฟ้มประวัติไว้บนโต๊ะ…’
‘ไม่ต้อง…แฟ้มในมือคุณมีกี่อัน’
‘ห้าค่ะ’
‘ผมเลือกคนที่…สาม’
‘บอสคะ…’
‘ผมเลือกแล้วไงริสา…ไปทำหน้าที่ของคุณซะ’
‘ค่ะ’
หลังจากเลขาสาวออกจากห้องไปแล้ว บอสหนุ่มมาดเข้มก็หยิบกระเป๋าสะพายที่มีกีตาร์ตัวโปรดด้านในขึ้นมาพาดไหล่ไว้ ทุกวันหลังเลิกงานอติคุณต้องรอให้พนักงานทยอยกลับบ้านกันไปก่อน อีกหนึ่งอาชีพที่เดินตามความฝันแม้มันจะเป็นแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ แต่เขาก็ดีใจที่ได้รับหน้าที่เป็นนักร้องตามสถานบันเทิงต่างๆ ในยามค่ำคืน