1
เด็กหญิงวัยหกขวบยิ้มแย้มร่าเริงอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มวัยสิบเก้าปี
"หมิงหมิงครับเฮียซานจะไปเรียนที่ฝรั่งเศสแล้วนะคงไม่ได้กลับมาอีกนานเลย"
"ฝรั่งเศสคือที่ไหนคะเฮีย แล้วเฮียจะมาหาหมิงหมิงทุกวันได้หรือเปล่า"
"ไม่ได้ครับ เพราะมันไกลมากต้องนั่งเครื่องบินไป"
ใบหน้ายิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นเบะปากและร้องไห้จ้าทันที
"ฮือๆๆไม่เอา!หมิงจะไปกับเฮียด้วย"
คุณชาลินีและคุณนาตยามองอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นว่าลูกของพวกเธอรักใคร่กันดี คุณนาตยามีสามีเป็นชาวฝรั่งเศสและมีลูกชายคือซานเชซส่วนคุณชาลินีมีสามีคนไทยเชื้อสายจีนมีลูกคือนิศากรหรือหมิงหมิงที่กำลังออดอ้อนพี่ชายอยู่ขณะนี้
" หมิงหมิงครับอย่าร้องนะคนดีเอางี้มั้ยหมิงหมิงขออะไรก็ได้หนึ่งข้อแลกกับเลิกร้องไห้โอเคมั้ย"
เด็กหญิงคลายสะอื้นแต่ยังกอดคอพี่ชายไว้แน่น ซานเชซรักและเอ็นดูเด็กหญิงยิ่งนักเพราะเขาเห็นเธอมาตั้งแต่เกิด บางครั้งยังมาช่วยเลี้ยงจนเด็กหญิงติดเขาแจ
"เฮียซานพูดจริงนะ"
"อื้อ... จริงสิ!"
เขาบอกอย่างแข็งขันจนเด็กหญิงยิ้มออกมาและทำหน้าตาเจ้าเล่ห์
"เฮียต้องสัญญาว่าจะแต่งงานกับหมิงนะคะถ้ากลับมา"
คำขอของเด็กน้อยทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะขำออกมาเพราะเอ็นดูในความเดียงสาของเด็กน้อย
"เดี๋ยวๆหมิงหมิงรู้เหรอลูกว่าแต่งงานคืออะไร"
คุณชาลินีมารดาของเด็กหญิงถามยิ้มๆอย่างเอ็นดู
"รู้ค่าาา... แต่งงานคือเฮียซานเป็นของหมิงคนเดียวค่าาา ว่าไงคะเฮียสัญญามั้ย"
"ครับ เฮียสัญญา"
"เย้ๆ"
เด็กหญิงร้องดีใจโอบแขนกลมป้อมรอบคอชายหนุ่มและใช้ปากเล็กๆจุ๊บแก้มเขาอย่างดีใจ
ผู้ใหญ่ทั้งสองมองหน้ากันยิ้มๆทั้งคุณนาตยาและคุณชาลินีเป็นเพื่อนสาวที่สนิทกันมาก สามีคุณชาลินีมีปัญหาสุขภาพจึงมีลูกยากทำให้นิศากรเกิดทีหลังลูกชายของนาตยาเพื่อนรักถึงสิบสามปี นาตยาไปมาหาสู่เธอบ่อยมากจึงทำให้ลูกของเธอทั้งสองสนิทกัน นิศากรรักพี่ชายมากในขณะที่ซานเชซก็เอ็นดูเด็กหญิงที่อ้วนกลมคนนี้จนยอมตามใจทุกอย่าง
"นาตจะไปกับซานหรือเปล่าจ้ะ"
"ไม่หรอกนาตกลัวฟรานซ์จะเหงา เอาไว้นานๆค่อยไปเยี่ยมเอา"
"อือ... อย่าว่าแต่คุณฟรานซ์เลยถ้านาตไปเราก็เหงาเหมือนกัน"
คุณชาลินียอมรับกับเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มเธอสูญเสียสามีไปเมื่อปีก่อนก็ได้เพื่อนรักที่คอยปลอบใจ แต่เธอไม่คิดหาสามีใหม่เพราะอยากอยู่กับลูกสองคนอีกทั้งตอนนี้อายุก็ปาเข้าไปใกล้เลขห้าเต็มทีจึงไม่คิดเรื่องชีวิตคู่ เพราะเธอรู้ดีว่าผู้ชายส่วนใหญ่ที่มาชอบแม่ม่ายลูกติดอย่างเธอเพราะสนใจทรัพย์สมบัติที่สามีเธอทิ้งไว้ให้ไม่ได้รักเธอจากใจจริง ทุกวันนี้เธอไม่ต้องทำงานแค่รอปันผลจากหุ้นในบริษัทก็มากเกินพอแล้ว
"งั้นเราไปก่อนพรุ่งนี้จะไปส่งซานนีจะพาหมิงหมิงไปส่งด้วยมั้ย"
"ไม่ดีกว่าเรากลัวหมิงร้องไห้จนสนามบินแตก"
แล้วทั้งสองก็หัวเราะออกมาอย่างขบขันเพราะรู้ดีว่าเด็กหญิงไม่ยอมง่ายๆแน่ เด็กน้อยถูกเลี้ยงอย่างตามใจจนไม่รู้จักคำว่าผิดหวังเสียใจ
............
....หนึ่งเดือนผ่านไป....
"มาม้าขา... ฮึก... หมิงคิดถึงเฮียซาน"
"โอ๋... อย่าร้องนะคะคิดถึงก็ส่งจดหมายไปดีมั้ยเดี๋ยวเฮียซานมีเวลาก็จะได้ตอบมา"
เธอเลือกที่จะบอกลูกสาวให้เขียนจดหมายเพราะรู้ดีว่าถ้าบอกให้รู้ว่าโทรศัพท์ไปได้นิศากรก็จะโทรทั้งวันจนทางนั้นไม่ต้องทำอะไรกันเลยทีเดียว
" จริงเหรอคะ! งั้นเดี๋ยวหมิงไปหากระดาษกับดินสอก่อนนะคะ"
คุณชาลินีมองตามร่างกลมป้อมของลูกสาวที่วิ่งไปอย่างกระตือรือร้น เธอรักลูกดั่งแก้วตาดวงใจกว่าที่เธอจะได้นิศากรมาเป็นลูกเธอใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ จนหมดเงินไปมหาศาล นิศากรเกิดตอนที่เธออายุสี่สิบกว่าแล้วสามีของเธออยู่ช่วยเลี้ยงลูกได้ไม่นานลูกสาวยังไม่พอห้าขวบสามีก็จากไป ทำให้เธออยู่กับลูกสาวสองคนและทุ่มเทความรักที่มีให้กับลูกสาวเพียงคนเดียว
คุณชาลินีนั่งมองลูกสาวที่ตั้งใจวาดรูปลงบนกระดาษเพราะอายุแค่หกขวบจึงเขียนไม่เก่งนักทั้งหน้ากระดาษมีตัวหนังสือโย้เย้เขียนว่า "คิดถึงเฮียซาน" นอกนั้นก็มีแต่รูปหัวใจรูปดอกไม้ตามจินตนาการของเด็กหกขวบ
"มาม้า...สวยมั้ยคะ"
เด็กหญิงชูกระดาษในมือให้คนเป็นแม่ดูอย่างภูมิใจ
"สวยมากค่ะ ทีนี้เราก็มาแพ็คใส่ซองแล้วก็ส่งไปตรงนี้ม้าจะทำให้เองนะคะ"
"ขอบคุณค่ะ"
มือเล็กกระพุ่มไหว้อย่างน่ารักเหลือเกินในสายตาของเธอ
"ทำอะไรกันอยู่จ้ะสองคนแม่ลูก"
"สวัสดีค่ะคุณป้า หมิงกำลังจะส่งจดหมายถึงเฮียซานน่ะค่ะ"
เด็กหญิงตอบและวิ่งออกไปจากห้องรับแขกทันทีทำเอาคนเป็นแม่มองตามยิ้มๆก่อนจะหันมาบอกเพื่อนรัก
"หมิงร้องไห้คิดถึงซานน่ะเราก็เลยหลอกล่อให้เขียนจดหมายหาซาน เพราะถ้าเกิดเราบอกว่าให้โทรไปล่ะก็ซานไม่เป็นอันเรียนแน่เพราะหมิงหมิงจะโทรทั้งวันแน่นอน"
คุณนาตยาถึงกับขำออกมาทันทีเมื่อได้ยินเพื่อนรักบอก
"หมิงหมิงคงคิดถึงซานจริงๆนั่นแหละ นีว่าโตขึ้นแล้วลูกเราจะยังอยากแต่งงานกันอยู่มั้ย"
คุณนาตยาถามเพื่อนรักอย่างอยากรู้
" อืม... แต่งสินาตว่าไงล่ะ"
" แน่นอนสิจ้ะ นาตไม่ยอมมีลูกสะใภ้ที่ไม่ใช่หมิงหมิงเด็ดขาด"
สองเพื่อนรักยิ้มให้กันอย่างจริงใจหวังส่งต่อความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นให้กับรุ่นลูก ยิ่งเห็นลูกทั้งสองเข้ากันได้ดีก็ยิ่งเบาใจ
ซานเชซใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างสุดเหวี่ยงแต่เขาก็ตั้งใจเรียนเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องพักและพบจดหมายอยู่ที่ประตูจึงเปิดดูพบว่าเป็นจดหมายจากเมืองไทยจ่าหน้าว่ามาจากเด็กหญิงนิศากร ไพศาลกิจ เขายิ้มออกมาเมื่อคิดถึงใบหน้ากลมป้อมของเด็กหญิงชายหนุ่มดึงจดหมายออกมาดูก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆอย่างเอ็นดู เขาเก็บจดหมายใส่ลิ้นชักก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวและออกไปเที่ยวเหมือนเคย
"คุณแม่ขา... มีจดหมายของเฮียซานมั้ยคะ"
เด็กหญิงถามมารดาทันทีเมื่อเห็นสาวใช้นำจดหมายหลายฉบับมายื่นให้คุณชาลินี
"ยังจ้ะที่เราอยู่กับที่เฮียซานอยู่ไกลกันมากเลยนะลูกจดหมายคงกำลังเดินทางมา"
คุณชาลินีพยายามปลอบใจลูกสาวที่จ้องมองมาอย่างมีความหวัง ทันทีที่ได้ยินว่าไม่มีจดหมายมาถึงเธอดวงตากลมก็เอ่อคลอด้วยน้ำตาปลายจมูกและหัวคิ้วแดงก่ำอย่างน่าสงสาร คุณชาลินียื่นมือไปหาร่างอ้วนแต่เด็กหญิงก็วิ่งหนีไปทันที
" ฮึก... เฮียซานลืมหมิงแล้ว... ฮึก"
เด็กน้อยนั่งร้องไห้ก่อนจะใช้มืออ้วนๆเช็ดน้ำตาอย่างน่าสงสาร
หลายวันต่อมานิศากรเดินวนไปวนมาที่หน้าประตูบ้านเนื่องจากเธอมารอจดหมาย สาวใช้ที่เดินเข้ามายิ้มให้เด็กหญิงทันที
"มารอจดหมายเหรอคะคุณหนู"
"ค่า... วันนี้มีของหมิงมั้ยคะพี่สา"
เธอถามพร้อมจ้องมองสาวใช้อย่างมีความหวังจนสาวใช้ยิ้มอย่างเอ็นดู
"มีค่ะ... นี่ไง!"
"เย้ๆๆ"
สาวใช้ชูหมายให้ดูทำเอาเด็กหญิงดีใจกระโดดจนตัวลอยด้วยความดีใจก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้าสาวใช้ทันที
"ขอค่ะ"
ทันทีที่สาวใช้ส่งจดหมายให้เธอรีบหยิบและวิ่งขึ้นชั้นบนตรงไปห้องของตัวเองทันที
" เอะอะอะไรกันน่ะสา"
คุณชาลินีถามสาวใช้เมื่อได้ยินเสียงดังเอะอะ
" อ๋อ... มีจดหมายถึงคุณหนูน่ะค่ะเธอเลยดีใจ"
คุณชาลินียิ้มตามและยื่นมือไปรับจดหมายจากสาวใช้มาวางบนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นเพื่อไปดูลูกสาวบนห้อง
"ไงจ้ะคนเก่งแอบมาอ่านคนเดียวเลยนะ พี่เขาตอบมาว่าไงมั่งล่ะ"
เด็กน้อยยิ้มจนเห็นฟันซี่เล็กๆสีขาวสะอาด
"หมิงอ่านออกเป็นบางคำค่ะ เฮียซานเขียนเป็นภาษาอังกฤษ"
" ไหนคะส่งมาซิมาม้าจะดูให้"
'ถึงหมิงหมิง
อากาศที่นี่หนาวมากเลยช่วงนี้เรียนหนักเฮียอาจจะตอบจดหมายช้าหน่อยนะ คิดถึงน้องสาวเสมอดูแลตัวเองด้วยนะคะ
รัก
ซานเชซ...
คุณชาลินีอ่านเนื้อความในจดหมายและคิดบางอย่างออกทันที เธอตั้งใจจะใช้จดหมายนี้เป็นแรงผลักดันให้กับลูกสาว เธอมองใบหน้าเล็กที่จ้องมองอย่างอยากรู้คำตอบ
"เฮียเขาเขียนมาว่า... คิดถึงหมิงหมิงแล้วก็ให้หมิงหมิงตั้งใจเรียนจะได้อ่านจดหมายภาษาอังกฤษของเฮียได้ทุกฉบับจ้ะ"
"เหรอคะ! จริงเหรอคะ! หมิงหมิงจะตั้งใจเรียนค่ะมาม้าจะได้อ่านจดหมายของเฮียซานออก"
"จ้ะ ดีจ้ะ"
คุณชาลินีลูบผมนุ่มของลูกสาวอย่างเอ็นดูเธอไม่ได้อยากโกหกแต่อยากจะให้ลูกสาวใส่ใจการเรียนมากขึ้นเท่านั้น
...........
10ปีผ่านไป.....
นิศากรขยันเขียนจดหมายหาซานเชซอย่างต่อเนื่องแม้บางฉบับจะรอการตอบกลับถึงสองเดือนแต่เด็กหญิงก็ไม่ย่อท้อ ตอนนี้เธอเขียนและอ่านภาษาอังกฤษจนคล่องแคล่วและเริ่มเขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษส่งไปให้เขาโดยไม่รู้ตัวว่าทำให้เขาโกรธมากมาย
ซานเชซในวัยยี่สิบเก้าปีเขาเรียนจบปริญญาเอกแต่ก็ยังใช้ชีวิตสนุกสนานและไม่อยากกลับมาบริหารงานต่อจากบิดา จึงขอเวลาอยู่ต่ออีกสามปีซึ่งทางบ้านก็ตามใจ
ชายหนุ่มพาเพื่อนๆมาปาร์ตี้ที่ห้องพักส่วนตัวและบังเอิญไมเคิลเพื่อเขาเห็นจดหมายที่นิศากรส่งมาจึงถือวิสาสะอ่านมัน
"เฮ้! พวกเราดูสิเจ้าชายของพวกเราสัญญากับเด็กน้อยฟันเหล็กว่าจะกลับไปแต่งงานด้วยว่ะ"
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
กลุ่มเพื่อนๆหัวเราะกันอย่างสนุกสนานเมื่อไมเคิลชูรูปสาวน้อยวัยสิบหกที่ยิ้มกว้างโชว์เหล็กดัดฟันที่ดูแล้วตลกเหลือเกิน
"บ้าเอ้ย! เอามาเลย!"
ซานเชซรีบตรงเข้าไปคว้ารูปจากมือไมเคิลทันที
" หวงด้วยว่ะ"
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เสียงหัวเราะของเพื่อนๆดังขึ้นอีกครั้งทำให้ชายหนุ่มหัวเสียอย่างมาก เขาพาลโกรธคนที่ส่งจดหมายมาให้และโทษว่าเป็นความผิดของเธอที่ทำให้เขาเป็นตัวตลก
"คุณจะอธิบายยังไงคะซาน"
ปาลิตาแฟนสาวชาวไทยที่เป็นรุ่นน้องถามเขาอย่างเอาเรื่องทันที เธอรับรู้มาตลอดว่าเด็กผู้หญิงชื่อหมิงหมิงส่งจดหมายหาแฟนหนุ่มของเธอตลอดแต่เขาก็บอกว่าเป็นเพียงน้องสาว แต่ข้อความในจดหมายวันนี้บอกว่าเธอรอซานเชซกลับไปแต่งงานด้วยจึงทำให้เธอร้อนใจทันที
" ไม่มีอะไรครับปาอย่าคิดมาก"
"ไม่ค่ะ! ไม่มีได้ไงเด็กนั่นบอกจะแต่งงานกับคุณ!"
ชายหนุ่มกรอกตาอย่างระอาเขาชอบปาลิตาที่เธอเป็นสาวสู้ชีวิต เธอดิ้นรนและตั้งใจจนสอบชิงทุนมาเรียนได้ถึงแม้เขาจะรู้ว่าปาลิตาเคยมีแฟนและมีสัมพันธ์กับผู้ชายมาหลายคนแต่เขาก็มองข้ามเพราะอยากให้โอกาสคน เธอมีสิ่งที่เขาติดอกติดใจนั่นคือเซ็กที่ร้อนแรงแม้บางครั้งเธอจะดูจู้จี้ไปบ้าง
"ไม่มีอะไรครับแค่สัญญาแบบเด็กๆน่ะ"
เขาบอกและกอดแฟนสาวอย่างเอาใจจนทำให้เธอไม่เซ้าซี้ต่อ
"ซานแกกลับบ้านพร้อมฉันกับไอ้กันเลยปะ"
อานนท์และชนกันต์เป็นเพื่อนคนไทยที่เรียนรุ่นเดียวกับเขา
"ไม่ว่ะ อยากอยู่เที่ยวอีกสามปีบอกที่บ้านแล้วด้วย"
"อิจฉาว่ะ ที่บ้านกูนี่เร่งยิกๆให้กลับอย่างเดียวเลย"
บ้านของชนกันต์ประกอบธุรกิจโชว์รูมรถหรูขนาดใหญ่ส่วนอานนท์เป็นทายาทของสวนผลไม้และข้าวบาร์เลย์ที่ใหญ่ที่สุดในขณะที่ตัวของซานเชซมีธุรกิจนำเข้าและส่งออกสุราและเบียร์ชื่อดัง กลุ่มของเขาจึงเป็นที่หมายปองพอสมควรเพราะหน้าตาดีและเงินหนา ปาลิตาเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่ได้เป็นแฟนของซานเชซเพราะเขาทุ่มไม่อั้นและปรนเปรอเธอด้วยข้าวของเงินทองไม่เคยขาด จึงเป็นสาเหตุให้เธอหวงเขามากเพราะกลัวว่าบ่อเงินบ่อทองของเธอจะหายไป แต่ซานเชซกลับคิดว่าเธอรักเขาและไม่เคยรู้ตัวว่าถูกแฟนสาวสวมเขาบ่อยครั้ง ถึงแม้ซานเชซจะหล่อเหลาและมีลีลาร้อนแรงถูกใจแค่ไหนปาลิตาก็ยังแอบไปนอนกับผู้ชายคนอื่นเวลาเขาเผลอเสมอเหตุผลของเธอคือชอบความตื่นเต้น
นิศากรนั่งอยู่ภายในห้องรับแขกของบ้านมาร์ชองวันนี้คุณชาลินีพาเธอมาเยี่ยมคุณนาตยาและคุณฟรานซิสสามีของเธอ
"คุณฟรานซ์สบายดีนะคะ"
"สบายดีครับไม่สบายอยู่เรื่องเดียวก็เรื่องที่ลูกชายไม่ยอมกลับมาช่วยนี่แหละ"
เจ้าของบ้านพูดอย่างหนักใจเพราะหวังเอาไว้ว่าลูกชายจะกลับมาบริหารงานแทน เด็กสาวที่ได้ยินเรื่องคนที่คิดถึงก็ฟังอย่างตั้งใจทันที
"แหม... คงอยากอยู่เที่ยวน่ะค่ะซานกลัวว่าถ้ามาทำงานแล้วจะไม่มีเวลา"
คุณนาตยาแก้ตัวให้ทันทีตามประสาคนรักลูก
" เที่ยวที่ไหนกันลูกชายคุณน่ะมันติดผู้หญิง ซานมันมีเมียอยู่ที่โน่น"
คุณฟรานซิสพูดตรงๆเพราะไม่รู้ว่าสองแม่หมายมั่นปั้นมือให้ลูกทั้งสองเกี่ยวดองกัน คุณนาตยามองหน้าเพื่อนรักอย่างตกใจในขณะที่เด็กสาวถึงกับใจเต้นผิดจังหวะ
"ตายจริง! คุณเอาอะไรมาพูดคะ!"
" ก็เรื่องจริงน่ะสิ ลูกชายเพื่อนผมเรียนที่เดียวกับเจ้าซานมัน"
คุณฟรานซิสบอกกับภรรยาถึงที่มาของข่าวใหญ่นี้
"ฉันไม่ยอมหรอกนะคะยังไงๆก็ไม่ยอมฉันจะเรียกลูกกลับมาให้เร็วที่สุด!"
"ดีเลยครับ เพราะคุณนั่นแหละที่อนุญาตให้มันอยู่ต่อทั้งที่เรียนจบ จนผมที่ปลดเกษียณแล้วต้องมานั่งทำงานทั้งๆที่ส่งลูกจบถึงปริญญาเอก"
คุณฟรานซิสบอกอย่างประชดประชันเพราะเขาอยากให้ลูกชายกลับมาแต่ซานเชซออดอ้อนมารดาขอยู่ต่อและก็ได้สมใจ
คุณชาลินีสังเกตอาการของลูกสาวก็รู้ได้ทันทีว่านิศากรเสียใจ เด็กสาวนิ่งเงียบผิดวิสัยแถมนัยน์ตายังหมองลง
" หมิงหมิงไม่เจอนานเลยนะลูกโตเป็นสาวเลยถ้าเจอที่อื่นลุงคงจำไม่ได้"
เธอยิ้มรับคำทักทายของคุณฟรานซิส เธอโตขึ้นจริงๆและก็ส่อเค้าความสวยจนเห็นได้ชัดเธอมีเชื้อจีนจากบิดาทำให้ผิวขาวเนียนละเอียดแต่ดวงตากลับกลมโตและดำขลับเหมือนมารดา ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มแต่อวบอิ่มสีชมพูสดจมูกโด่งสวยรับใบหน้าเรียวอย่างลงตัว
" คุณฟรานซ์คงจำได้แต่เด็กอ้วนๆตัวป้อมๆน่ะสิคะ"
คุณชาลินีเอ่ยขึ้นทำเอาทุกคนหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเพราะนึกถึงภาพเด็กหญิงตัวอ้วนกลมและแสนน่ารักคนนั้น
"เดี๋ยวนี้หมิงแปลงร่างแล้วค่ะคุณลุง ฮะ ฮะ ฮะ"
เธอบอกและหัวเราะเบาๆคุณชาลินีจึงคลายความเป็นห่วงเมื่อเห็นลูกสาวยิ้มได้
ทั้งหมดรับประทานอาหารกลางวันพร้อมกันและนั่งพูดคุยถึงสารทุกข์สุกดิบสักพักจึงขอตัวกลับ
"เดี๋ยววันหลังเราไปหานะนี"
"จะไปวันไหนบอกล่วงหน้าด้วยนะเราจะเตรียมของไว้รอเธอไปทำขนมด้วย"
"คุณสองคนนี่น่าจะย้ายมาอยู่ด้วยกันซะเลยเนอะไปหากันแทบทุกวัน"
คุณฟรานซิสเอ่ยแซวภรรยาอย่างอารมณ์ดี
"ถ้าให้คุณแม่ย้ายมาน่าจะได้ค่ะแต่ถ้าให้คุณป้าย้ายไปไม่ได้ค่ะ เพราะตอนที่คุณป้าไปนอนเป็นเพื่อนตอนคุณแม่ป่วยคุณป้าบอกว่าคิดถึงคุณลุงค่ะ"
นิศากรบอกอย่างล้อๆจนคุณนาตยาแก้มแดงก่ำส่วนคุณฟรานซิสยิ้มกว้างและโอบเอวภรรยาอย่างรักใคร่
"เดี๋ยวเถอะเรานี่ป้างอนละ"
" โอ๋... อย่างอนนะคะถ้าคุณป้างอนหมิง คุณป้าต้องขาดลูกมือทำขนมแน่ๆเลย"
เธอบอกแล้วเข้าไปจับมือนาตยามาแนบแก้มอย่างออดอ้อน คุณนาตยาส่ายหน้าอย่างเอ็นดูความที่ช่วยเพื่อนรักเลี้ยงลูกสาวมาตั้งแต่เล็กทำให้เธอรักนิศากรเหมือนเป็นลูกแท้ๆของตัวเอง เด็กสาวเป็นเด็กที่น่ารักและร่าเริงทำให้คนรอบข้างมีรอยยิ้มเสมอจึงไม่แปลกเลยที่มีแต่คนรักใคร่เธอ
.........
คุณนาตยาโทรทางไกลไปหาลูกชายอย่างร้อนใจทันทีที่คุณชาลินีกลับไป
"ครับคุณแม่"
"ซาน! แม่ต้องการให้ลูกกลับบ้านด่วน!"
"มีอะไรหรือเปล่าครับคุณแม่!"
ปลายตอบมาอย่างร้อนใจเพราะคิดว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่บ้าน
"มีสิ! มีแน่กลับมาบ้านซะซานแล้วค่อยมาคุยกัน!"
คุณนาตยาพูดเพียงเท่านั้นก็ตัดสายทันทีฝ่ายซานเชซถึงแม้จะงุนงงอยู่บ้างแต่ก็รู้ดีว่าต้องกลับบ้านตามคำสั่งมารดา คุณนาตยารักและตามใจเขามากแต่เมื่อไหร่ที่ออกคำสั่งหมายถึงเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะปฎิเสธได้เลย
ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นและโทรศัพท์จองเที่ยวบินในตอนนั้นเลยก่อนจะโทรเรียกปาลิตาแฟนสาวให้มาพบที่ห้อง
ซานเชซบอกลาคนรักที่ขณะนี้หน้าตาบูดบึ้งอย่างหนักเมื่อรู้ว่าเขาต้องกลับเมืองไทยก่อนเธอ
"ไหนบอกว่าจะอยู่ต่ออีกสามปีรอปาเรียนจบไงคะซาน"
"เป็นคำสั่งของคุณแม่ผมต้องไปจริงๆ"
"แต่ปาคิดถึงคุณอ่ะถ้าคุณไม่อยู่ปาเหงาแย่"
เธอยังออดอ้อนไม่หยุดหวังให้เขาอยู่กับเธอ เพราะขาดซานเชซไปเธอก็จะขาดสภาพคล่องทางการเงิน ไหนจะเซ็กซ์ยอดเยี่ยมที่ไม่มีใครเก่งเท่าเขาอีก เหตุผลเหล่านี้ทำให้ปาลิตาพยายามโน้มน้าวให้แฟนหนุ่มอยู่กับเธอ
" ผมต้องไปจริงๆเอาไว้ผมจะบินมาหาบ่อยๆนะ"
เขาก้มลงจุ๊บแก้มแฟนสาวอย่างเอาใจและเดินลากกระเป๋าออกจาห้องพักทันที เขาไม่เก็บของไปจนหมดเพราะจะกลับมาเยี่ยมแฟนสาวและห้องพักห้องนี้ก็มีเพื่อนเขาเป็นเจ้าของทั้งตึกจึงไม่จำเป็นต้องย้ายออก เขาล็อคห้องไว้เพราะไม่อยากให้ใครมาลุกล้ำสถานที่ส่วนตัวแม้แต่ปาลิตาเขายังไม่ยอมให้มาอาศัยอยู่ด้วย
...............
ซานเชซหัวเสียอย่างหนักขณะที่นั่งอยู่ภายในห้องนั่งเล่นของบ้าน 'มาร์ชอง' เขากลับมาเพราะคิดว่ามารดามีธุระด่วนอะไรถึงได้รีบร้อนเรียกตัวเขาแต่ไม่ใช่เลย เพราะมาดาเรียกเขากลับมาคาดคั้นเรื่องที่เขาคบกับปาลิตาอยู่ที่ฝรั่งเศส
"จริงไหมซานเชซ! ที่ลูกคบกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ที่ฝรั่งเศส!"
คุณนาตยาถามด้วยน้ำเสียงไม่สู้จะพอใจสักเท่าไหร่ชายหนุ่มจึงถอนใจอย่างเบื่อหน่าย
" จริงครับคุณแม่ ผมอายุจะสามสิบแล้วนะครับทำไมผมถึงจะคบใครไม่ได้"
เขาถามอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมมารดาต้องทำท่าไม่พอใจเมื่อรู้ว่าเขาคบหากับปาลิตา แต่คำตอบของลูกชายทำให้คุณนาตยาชักสีหน้าไม่พอใจทันที
"ได้ยังไงกัน ลูกจำไม่ได้แล้วหรือว่าลูกสัญญากับหมิงหมิงไว้ว่าอย่างไร ยังไงลูกก็ต้องกลับมาแต่งงานกับน้องลูกจะผิดสัญญางั้นเหรอ"
คุณนาตยาเข้าประเด็นทันที ทำเอาชายหนุ่มมองมารดาอย่างแปลกใจ
" นี่คุณแม่ คิดว่าผมจะทำอย่างนั้นจริงๆเหรอครับ"
"อ้าว... ก็จริงน่ะสิถ้าไม่จริงลูกจะสัญญากับน้องทำไม! "
ชายหนุ่มถอนใจอีกครั้งเพราะไม่คิดว่ามารดาจะเอาเรื่องนี้มาจริงจัง
" คุณแม่ตอนนั้นหมิงหมิงยังเด็กมากนะครับ น้องอาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าคุยอะไรกับผมบ้างหรือสัญญาอะไร บางทีน้องอาจจะจำหน้าผมไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ"
เขานึกถึงเด็กผู้หญิงตัวอ้วนกลมที่ติดเขาแจและเขาก็เอ็นดูเธออยู่มาก เขาพูดไปทั้งทั้งที่รู้ว่าเด็กหญิงไม่เคยลืมเขาเลยเธอส่งจดหมายหาเขาอยู่ตลอด เขาตอบกลับบ้างเป็นบางครั้งแต่ระยะหลังมานี้เขาไม่เคยตอบจดหมายเธอเลยแต่เธอก็ยังส่งมาไม่ขาดแถมครั้งสุดท้ายเธอยังทำให้เขาขายหน้าด้วยการแนบรูปถ่ายที่เธอยิ้มกว้างโชว์ฟันเหล็ก มาให้เขาจนทำให้เพื่อนๆ ล้อเลียนเขายกใหญ่
" ที่ไหนกันล่ะ! น้องไม่เคยลืมเลยน้องคิดถึงแกตลอดไม่รู้ล่ะแม่ไม่ให้แกกลับไปแล้วและก็ขอสั่งให้แกเลิกติดต่อกับแฟนแกเด็ดขาด!"
คุณนาตยาพูดเสียงเด็ดขาดอย่างไม่พอใจ ทำให้ลูกชายเริ่มโกรธขึ้นมาบ้าง
" ได้ไงครับคุณแม่! ผมกลับปาคบกันแล้วมันผิดอะไร ในเมื่อตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันผมไม่ยอมเลิกกับปาเด็ดขาดมันไม่มีเหตุผลสักนิด! "
" มีสิ!เหตุผลก็คือถึงแกจะคบแฟนแกต่อไปแกก็ต้องแต่งงานกับหมิงหมิงอยู่ดี เพราะแม่จะไม่ยอมเสียเพื่อนดีๆอย่างชาลินีไปเด็ดขาด"
" ผมก็จะไม่แต่งงานกับเด็กฟันเหล็กคนนั้นเด็ดขาด!
คุณนาตยาหันมามองลูกชายอย่างไม่พอใจทันที เมื่อได้ยินเขาพูดถึงเด็กที่เปรียบเสมือนลูกรักอีกคนของเธอ
" อย่ามาเรียกน้องน่าเกลียดอย่างนั้นนะ! แม่ไม่ชอบ แล้วเรื่องแต่งงานแกก็เป็นคนไปสัญญิงสัญญากับน้องเองแล้วแม่ก็จะไม่ยอมให้แกผิดคำพูดแน่ๆ ถ้าไม่อย่างนั้นแกก็ไม่ต้องมาเป็นลูกแม่อีกต่อไป!"
คุณนาตยาพูดจบก็เดินสะบัดหน้าออกไปทันที ปล่อยให้ลูกชายนั่งหงุดหงิดอยู่เพียงคนเดียว เขาไม่คิดเลยว่าคำสัญญากับเด็กคนหนึ่งจะเป็นห่วงผูกมัด ให้เขาต้องยุ่งยากใจในวันนี้ที่เขายอมสัญญาเพราะเขาสงสารที่เธอร้องไห้งอแง เพราะเขารู้ว่าตอนนั้นเธอติดเขามากแต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เขาโตขึ้นมีชีวิตมีสังคมใหม่ที่สำคัญเขามีแฟนสาวที่กำลังคบหากัน จึงคิดว่าไม่จำเป็นที่เขาจะต้องทำตามสัญญากับเธอ แต่ก็คงเป็นไปได้ยาก เพราะแม่ของเขาดูมุ่งมั่นเหลือเกิน ชายหนุ่มนั่งคิดถึงวิธีที่จะทำให้เขาไม่ต้องแต่งงาน กับนิศากรโดยที่แม่ของเขายินยอมและไม่โกรธเคือง แล้ววิธีที่เขาคิดได้ก็คือเขาต้องไปพูดกับนิศากรด้วยตัวเขาเอง ว่าเขานั้นไม่สามารถแต่งงานกับเธอได้เนื่องจากตอนนี้เขามีแฟนสาวที่คบหากันไม่ใช่ผู้ชายที่โสดอีกต่อไป เขาคิดว่าเด็กผู้หญิงอายุสิบหกอย่างเธอคงจะเข้าใจ เพราะเธอเองก็น่าจะมีเพื่อนมีสังคมอีกแบบหนึ่ง เธอคงไม่หมกมุ่นกับเขาจนเกินไปเขาได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจ ในสิ่งที่เขาต้องการจะบอกโดยง่าย ไม่ต้องทำให้มีเรื่องบาดหมางกันระหว่างสองบ้าน ชายหนุ่มนั่งครุ่นคิดหาคำพูดที่จะบอกกับเธอเขาคิดอย่างหนักแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในใจอีกอย่างก็คือ เขากลัวเหลือเกินกลัวว่าจะต้องเห็น น้ำตาจากดวงตากลมเพราะครั้งหนึ่งเขาก็เคยพ่ายแพ้ ให้กับน้ำตาของเธอมาแล้ว คิดแล้วรอยยิ้มก็แต่งแต้มขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลาเมื่อเขานึกถึงใบหน้ากลมป้อมของเด็กหญิงตัวอ้วนที่เดินตามติดเขาตลอดเวลา
"ป่านนี้เธอจะโตขนาดไหนแล้วนะ หมิงหมิง"