bc

หัวใจลายพราง

book_age18+
188
FOLLOW
2.1K
READ
HE
opposites attract
dare to love and hate
mafia
heir/heiress
drama
tragedy
bxg
serious
war
musclebear
like
intro-logo
Blurb

ภูมินทร์ ร้อยโทหนุ่มผู้เข้มงวด เป็นครูฝึกนักเรียนทหารผู้ยึดมั่นในหน้าที่และเกียรติยศ ทุกวันของเขาหมุนรอบกฎระเบียบ ความรับผิดชอบ และการฝึกฝนให้เด็กหนุ่มหญิงก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ แต่แล้วโลกของเขาก็สั่นคลอน เมื่อเขาต้องเจอกับญาดา ลูกสาวของนายใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลในวงสังคม—หญิงสาวที่ทั้งแข็งกร้าวและมีเสน่ห์ดึงดูด แต่เบื้องหลังนั้นซ่อนหัวใจเปราะบางที่โหยหาความรักแท้ในค่ายฝึกที่เต็มไปด้วยความเข้มงวดและกฎเกณฑ์ พวกเขาต้องอยู่ใกล้ชิดกันทุกวัน ความตึงเครียดจากการฝึกและความแตกต่างทางสถานะทำให้เกิดความขัดแย้ง แต่กลับดึงดูดหัวใจของกันและกันอย่างไม่อาจต้านทานได้ เมื่อหน้าที่และความรักชนกัน ภูมินทร์ต้องเผชิญการตัดสินใจยากที่สุด—เลือกปกป้องเธอด้วยหัวใจหรือถอยออกไปเพื่อไม่ให้เธอต้องเจ็บปวดระหว่างโลกของกฎเกณฑ์และโลกของความรัก เรื่องราวนี้จะพาผู้อ่านสัมผัสทั้งความเข้มข้นของชีวิตทหารและความหวานปนดราม่าของหัวใจสองดวงที่เดินเข้าหากันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

chap-preview
Free preview
วันแรกของการฝึก
วันแรกของการฝึก แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดลงมาบนลานกว้างของค่ายทหาร เสียงนกยามรุ่งอรุณแว่วอยู่ไกล ๆ คล้ายจะกลบเสียงฝีเท้านักเรียนใหม่กว่าร้อยชีวิตที่กำลังถูกต้อนเข้าสู่สนามฝึก เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นดินดังเป็นจังหวะ ก่อให้เกิดบรรยากาศตึงเครียดตั้งแต่ก้าวแรก สนามฝึกกว้างใหญ่ปกคลุมด้วยธงชาติที่โบกสะบัดเหนือเสาเหล็กสูง ต้นไม้ใหญ่ที่ปลายสนามทอดเงายาวลงมาคล้ายจะจับจ้องความเคลื่อนไหวของเหล่าหนุ่มสาวที่ยังไม่รู้เลยว่า วันเวลาต่อจากนี้ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “เข้าแถวให้ตรง! ไอ้ทางซ้ายเลื่อนเข้ามาอีกหนึ่งก้าว!” เสียงนายสิบที่ทำหน้าที่ควบคุมแถวตะโกนก้องจนเด็กหนุ่มหลายคนสะดุ้งโหยง บางคนหันไปยักคิ้วให้เพื่อน บางคนกัดริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนความประหม่า ในหมู่พวกเขา มีทั้งเด็กที่มาจากครอบครัวชาวนา เด็กจากเมืองกรุง ไปจนถึงลูกหลานนักการเมือง ทุกคนถูกดึงเข้าสู่สนามเดียวกันด้วย “ระเบียบวินัย” ที่เหนือกว่าความแตกต่างใด ๆ อากาศเช้าตรู่ยังไม่ทันหายใจเต็มปอด เสียงนกหวีดสั้นแหลมก็ดังขึ้น — ปี๊ดดด! ทั้งสนามเงียบกริบในชั่วพริบตา ฝีเท้าที่หนักแน่นก้าวลงมาจากบันไดคอนกรีต ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศปรากฏแก่สายตาทุกคน เขาก้าวเดินตรงมาอย่างมั่นคงแต่กดดัน แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวกวาดไปตามแถวด้วยสายตาที่ไม่ยอมปล่อยให้ใครได้หายใจโล่ง ร้อยโทภูมินทร์ ชายหนุ่มวัยสามสิบปลาย ๆ ผู้มีชื่อเสียงทั้งในด้านความเข้มงวดและความเย็นชา ก้าวมาหยุดตรงหน้ากลางสนาม ดวงตาคมของเขาไล่ไปตามแถวราวกับอ่านใจของนักเรียนใหม่ทุกคน “ตั้งแต่วินาทีนี้ไป” เสียงเข้มกังวานชัดเจนจนคนหลังสุดยังได้ยิน “พวกคุณไม่ใช่ลูกใคร ไม่ใช่เด็กที่บ้าน… แต่เป็น ทหารใหม่ ของกองทัพไทย” เสียงดังนั้นก้องกังวานในสนาม เสียงลมหายใจถี่ของเด็กหนุ่มหลายคนแทบจะดังพอ ๆ กับเสียงหัวใจที่เต้นรัว ภูมินทร์กวาดตามองก่อนกระแทกเสียงต่อ “ที่นี่…ไม่มีคำว่า ‘เหนื่อย’ ไม่มีคำว่า ‘ทำไม่ได้’ มีแต่ ทำได้ หรือ ตาย!” แถวหน้าสุดเด็กหนุ่มคนหนึ่งสะดุ้งจนเพื่อนข้าง ๆ เหลือบตาไปมอง แต่ยังไม่ทันได้ยิ้มออกมาก็โดนเสียงคำรามฟาดใส่ “ไอ้แถวหน้า! ยิ้มอะไรนักหนา คิดว่ามาเข้าค่ายลูกเสือหรือไง” เด็กหนุ่มคนนั้นหน้าถอดสีทันที ก่อนรีบตะเบ๊ะจนแขนเกือบสั่น ภูมินทร์ก้าวช้า ๆ มาที่แถวกลาง มองนักเรียนคนหนึ่งที่ยืนหลังค่อม มือซุกกระเป๋ากางเกงแววตานิ่งสนิทของเขาเรียกเหงื่อแตกพลั่กในเสี้ยววินาที “เก็บมือออกมา ยืดอก หรืออยากให้ฉันหักแขนแกตรงนี้” เสียงตะโกนสะท้านไปทั่วสนาม ทุกคนรีบยืดตัวตรงราวกับสายฟ้าแลบ การตรวจแถวดำเนินไปด้วยความกดดัน หลายคนเผลอเหลือบมองเพื่อนข้าง ๆ แต่ก็โดนจับได้ทันควัน เสียงดุด่าหนักหน่วงราวกับฟ้าผ่าไม่มีหยุด และแล้วเสียงคำสั่งแรกของวันก็ดังขึ้น “สิบรอบรอบสนาม...วิ่ง” เสียงโวยวายในใจกระจายเต็มแถว แต่ไม่มีใครกล้าเปล่งออกมา พวกเขาพุ่งออกวิ่งไปตามสนาม ฝุ่นคลุ้งขึ้นตามแรงฝีเท้ารอบแรกยังพอมีแรง หลายคนพยายามวิ่งอย่างฮึกเหิม แต่เพียงถึงรอบที่สาม เสียงหอบหายใจก็ดังระงม ภูมินทร์เดินประกบข้าง ๆ อย่างสงบ แต่คำสั่งของเขาเฉียบคม “เร็วขึ้น! ใครช้าคือคนตายบนสนามรบ จำไว้!” เด็กหนุ่มคนหนึ่งสะดุดหกล้มลงกับพื้นดิน เพื่อนที่วิ่งข้าง ๆ จะหยุดช่วย แต่เสียงคำรามก็ดังแทรกขึ้น “อย่าแตะมัน! ถ้ามันจะเป็นทหารจริงมันต้องลุกเอง” แววตาของภูมินทร์แข็งกร้าวราวกับเหล็ก เพื่อนที่คิดจะช่วยหยุดชะงักหันกลับไปวิ่งต่อ เด็กหนุ่มที่ล้มกัดฟันแน่นก่อนจะยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบากแล้วออกวิ่งต่อทั้งน้ำตา สิบรอบผ่านไปแต่ละคนหอบแฮก ร่างกายนอนแน่นิ่งกับพื้นเหมือนร่างไร้วิญญาณ ภูมินทร์ยืนกอดอกมองดูผลงานของตัวเอง ริมฝีปากกระตุกขึ้นนิดเดียวไม่ใช่รอยยิ้มแต่คือความพอใจที่ได้เห็นพวกเขายังไม่ยอมแพ้ “จำเอาไว้…” เสียงเข้มดังขึ้นอีกครั้ง “นี่แค่ ทักทายวันแรก… จากพรุ่งนี้ไป มันจะโหดกว่านี้อีกสิบเท่า!” ลานฝึกเงียบสนิท ทุกคนมองหน้ากันด้วยสายตาที่เริ่มเข้าใจว่า ชีวิตในค่ายนี้จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป เสียงนกหวีดดังแหลมก้องสนามอีกครั้ง “เร็วเข้า! เร็ว!! นี่พวกคุณมาเพื่อเป็นทหารไม่ใช่มาเดินเล่นตลาดนัด เข้าแถวให้ตรงเส้นมันไม่ใช่เส้นงูเลื้อย” เสียงตะโกนกังวานของร้อยโทภูมินทร์ทำให้ทุกคนสะดุ้งเฮือก เด็กหนุ่มบางคนที่ยังหัวเราะคุยกันอยู่เมื่อครู่ถึงกับหุบยิ้มในทันที รีบก้าวเท้าเข้าประจำตำแหน่ง บางคนยังกะพริบตาถี่เหมือนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย เสียงรองเท้าบู๊ทกระแทกพื้นดังก้องระงมจนสนามฝึกสั่นสะเทือน ภูมินทร์กวาดตามองเหล่านักเรียนใหม่กว่าร้อยชีวิต สายตาคมกริบเฉียบเหมือนดาบ เขายืนนิ่งอยู่ตรงกลางด้วยท่าทางทรงพลัง แค่การสบตาสั้น ๆ ก็ทำให้คนตรงหน้านั่งไม่ติดแล้ว “ฟังให้ดี! ตั้งแต่วันนี้พวกคุณไม่ใช่ลูกใคร ไม่ใช่คนของบ้านไหน ไม่ใช่เศรษฐี ไม่ใช่ชาวนา ที่นี่…ทุกคนมีค่าเท่ากัน หนึ่งชีวิตหนึ่งหน้าที่” เสียงของเขาดังก้องจนแม้แต่ทหารเวรที่อยู่ด้านนอกสนามยังแอบหันมามอง เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นคนต่างจังหวัดตัวเล็ก ๆ สูดหายใจแรง ขยับปากเหมือนอยากตอบโต้ แต่เมื่อเห็นแววตาของภูมินทร์เขาก็เม้มปากแน่นกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอทันที ภูมินทร์เดินผ่านหน้าแถวอย่างเชื่องช้า รองเท้าบู๊ททหารกระทบพื้นดังก้องไปทุกย่างก้าว เขาใช้สายตาคมเหมือนกำลังคัดกรองวัดใจคนตรงหน้าไปทีละคน ๆ บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดและเสียงหัวใจเต้นระรัวของเหล่านักเรียน “ผม…ร้อยโทภูมินทร์ ตั้งแต่วันนี้จนกว่าการฝึกจะสิ้นสุด ผมคือพ่อแม่ของพวกคุณ ผมคือกฎหมาย และผมคือทุกสิ่งทุกอย่างในค่ายนี้” น้ำเสียงเข้มชัดเจนเหมือนฟ้าผ่ากลางวัน นักเรียนทหารหลายคนยืดหลังตรงโดยไม่รู้ตัว บางคนถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก แล้วทันใดนั้นเอง ภูมินทร์หยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มร่างสูงที่ทำท่าจะเหลียวหลังไปข้าง ๆ เพราะไม่เข้าใจคำสั่งเต็มที่ เสี้ยววินาทีนั้น เสียงแหวกอากาศดังสนั่น “หมอบ!!” เสียงคำสั่งเพียงคำเดียวเหมือนสายฟ้าฟาด เด็กหนุ่มคนนั้นแทบตกใจจนตัวแข็ง แต่ก็ย่อตัวลงตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้นไม้เรียวปลายโค้งที่ภูมินทร์ถืออยู่ก็ฟาดฟาดเฉียดเหนือหัวอย่างจังจนเกิดเสียงหวือแสบแก้วหู “นี่แค่การทดสอบ! ถ้าในสนามรบจริง ๆ ป่านนี้กระสุนก็เจาะกะโหลกคุณไปแล้ว เข้าใจไหม” “ค-เข้าใจครับ!” เสียงสั่นตอบออกมาแทบไม่เป็นคำ บรรยากาศทั้งสนามหนักอึ้งขึ้นทันที ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงอีกต่อไป ภูมินทร์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนวางไม้เรียวลงกับข้างขา “จงจำเอาไว้ทหารไม่ได้มีไว้เพื่อเอาตัวรอดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีไว้เพื่อ ‘ปกป้อง’ คนอื่นที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ด้วย” คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในใจหลายคน นักเรียนใหม่บางคนที่ก่อนหน้านี้ยังยืนด้วยสีหน้าล้อเล่นกลับมีแววตาจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย เวลาผ่านไปไม่นานแดดเช้าค่อย ๆ สาดลงมาบนสนาม กลายเป็นเปลวร้อนแผดเผา แต่เสียงตะโกนคำสั่งของภูมินทร์ยังคงดังชัดเจน “วิ่งรอบสนามสิบรอบไป” “ครับ!!” เสียงตอบรับกึกก้องดังขึ้นพร้อมกันเป็นครั้งแรก เสียงรองเท้าบู๊ทกระทบพื้นดังสนั่น สะท้อนถึงการเริ่มต้นของเส้นทางใหม่เส้นทางที่ไม่มีใครรู้ว่าจะพาพวกเขาไปถึงจุดใด และในเงามืดของสนามฝึก ร้อยโทภูมินทร์ยืนมองด้วยสายตาที่เย็นชา ทว่าลึก ๆ ภายใน เขารู้ดีว่าการฝึกนี้ไม่ใช่เพียงการสร้าง “นักรบ” แต่คือการสร้าง “ผู้มีหัวใจแห่งเกียรติยศ”

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.7K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.6K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.5K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K
bc

โซ่รัก ใยปรารถนา

read
6.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook