ไนล่ายืนลังเลอยู่เพียงไม่กี่วินาที แต่ความเงียบจากภายในรถกลับกดดันให้ทุกลมหายใจของเธอหนักอึ้ง
ในที่สุดเท้าก็ขยับก้าวเข้าไปใกล้ บันไดเหล็กเย็นเฉียบรองรับน้ำหนักตัว ก่อนเธอจะก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังสีดำที่ให้กลิ่นเฉพาะตัวผสมระหว่างหนังแท้และน้ำหอมผู้ชายราคาแพง
ประตูเลื่อนปิด ปึง!
เสียงดังทำให้โลกภายนอกหายไปทันที เหลือเพียงความเงียบ และความมืดสลัวจากไฟในรถ
ชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้ามสวมสูทเข้ารูปสีดำสนิท ผูกเนกไทเรียบร้อย
ใบหน้าคมสันนั้นคงเป็นภาพที่ใครหลายคนจดจำได้ไม่ลืม แต่สำหรับไนล่ามันคือภาพของความ “อันตราย”
“ยินดีด้วย สำหรับวันนี้”
น้ำเสียงเรียบ ลึก แต่ฟังแล้วเหมือนมีแรงสะกดใจ เธอแทบไม่รู้ตัวว่ากำลังจ้องเข้าไปในดวงตาของเขา
“ขอบคุณค่ะ… แต่คุณ—”
“โทเบียน” เขาพูดขัดจังหวะ ราวกับตั้งใจให้เธอจดจำชื่อ
เขาเอนตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย วางศอกบนเข่า มือประสานกัน
“ชื่อนี้คงจำได้ดีใช่ไหม?”
คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่เฉือนผ่านความสงบในหัวใจ
“คนที่ฉันเจอที่งาน เมื่อคืนนี้” เธอถามเสียงเบา
“ใช่ แต่ไม่ต้องกังวล” แววตาเขาฉายรอยบางอย่างที่ไม่อาจนิยามได้ว่าเป็นความอ่อนโยน หรือการครอบครอง
“เพราะตั้งแต่วันนี้ คุณจะไม่ต้องกลัวอะไรอีก”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะย้ำชัดทีละคำ
“ตราบใดที่อยู่ภายใต้การดูแลของผม”
ไนล่า: นิ่งเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยความมึนงง
“แต่ทำไมต้องเรียกไนล่ามาที่นี่”
“เพราะไม่อยากที่จะมองคุณจากระยะไกล เอาตรง ๆ ก็อยากทำความรู้จัก เหมือนที่เคยบอกไว้” มาเฟียหนุ่มโน้มตัวเล็กน้อย
“อยากมองใกล้ๆ… และอยากให้คุณมองผมแบบเดียวกัน”
ไนล่า: ขมวดคิ้ว “แต่เราเพิ่งรู้จักกัน”
คำตอบที่แสนมึนงงของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ
“คุณอาจจะคิดแบบนั้น… แต่สำหรับผม ผมว่า ผมรู้จักคุณดี”
“หมายความว่ายังไงคะ?”
“หมายความว่าผมรู้ว่าคุณชอบเดินกลับบ้านเส้นไหน ชอบดื่มกาแฟรสอะไร เวลาคุณไม่พอใจจะเงียบ… และเวลาคุณกลัวจะหลบตา”
คำตอบนั้นทำเอาไนล่าหน้าชาวาบ และพูดไม่ออก
“ตามไนล่าทำไมคะ?”
หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย เมื่อรู้ชายหนุ่มตรงหน้านั้นน่ากลัวเกินไป ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับยกคิ้วเล็กน้อย ก่ินจะเอ่ยตอบน้ำเสียงนุ่ม
“อยากรู้จัก อยากปกป้อง”
“ปกป้องจากอะไร?”
มาเฟียหนุ่มยื่นใบหน้าเข้าไปจ้องตาเธอนิ่ง
“จากโลกที่มันพร้อมจะกัดกินคุณเป็นชิ้นๆ…”
ไนล่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก และหวาดกลัว
“ไนล่าไม่ต้องการ ทำแบบนี้มันผิดกฏหมายนะ แอบติดตามชีวิตคนอื่นได้ยังไง”
“งั้นเหรอ”
ไนล่าหลบสายตาเขาในทันที
“เปิดประตูค่ะ ไนล่าจะลง
โทเบียนเอนหลังพิงเบาะอย่างสบาย แต่ดวงตาไม่ละจากเธอแม้แต่วินาที
“อ่อนต่อโลกแบบนี้ไง ถึงโดนพ่อหลอกใช้อยู่แบบนี้”
“หมายความว่าไงคะ”
“พ่อคุณกำลังจะใช้คุณเป็นข้อต่อรองในการทำธุรกิจ และยังคับให้คุณแต่งงานกับวิลเลียม”
“ฉันไม่มีทางแต่งงานกับคนที่ฉันไม่ได้รัก”
ไนล่าเริ่มมีท่าทีเดือดดาล เมื่อคนตรงหน้าเริ่มพูดจาไปเรื่อยเปื่อย ในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ จากท่าทีสุภาพของเด็กสาว แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในทันที
“คุณก็เห็นว่ามีหลายคนที่มองคุณมากแค่ไหนที่งานเมื่อคืนนี้ แต่คนพวกนั้นมันมองคุณ…แบบที่ผมมอง”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะกระซิบข้างหูเธออย่างแผ่วเบา
“แต่พวกเขาไม่คิดจะหยุดอยู่แค่การมอง”
“คุณกำลังขู่ฉันงั้นเหรอคะ”
“ผมกำลังเตือน”
“แล้วทำไมคุณต้องทำ”
โทบี้โน้มตัวมาข้างหน้าพร้อมกับแขนวางบนหัวเข่า และเสียงต่ำลง
“เพราะถ้าไม่ใช่ผม… จะเป็นใคร?”
ไนล่าเงียบไปชั่วครู่
“ชื่อผม โทเบียน ออฟ อัลทรา… จำชื่อนี้ไว้”
“ไม่จำเป็น!”
โทเบียน: ยิ้มมุมปากช้าๆ
“วันหนึ่งมันจะเป็นชื่อเดียวที่ช่วยคุณได้”
ภายในรถตู้เงียบสงัดเกินไป เสียงแอร์เย็นจัดแผ่วเบา แต่กลับเหมือนตอกย้ำความอึดอัดที่ล้อมรอบร่างหญิงสาว เบาะหนังสีดำสะท้อนแสงไฟจากถนนด้านนอกเป็นเส้นยาวสลับวูบวาบ เสมือนเธอกำลังนั่งอยู่ในกรงขังที่เคลื่อนที่ได้
โทเบียนนั่งฝั่งตรงข้าม เงาร่างสูงใหญ่ถูกกลืนไปกับความมืดในรถ เหลือเพียงดวงตาคมลึกที่จับจ้องมาที่เธอราวกับนักล่าจ้องเหยื่อ กลิ่นน้ำหอมของเขาลอยอยู่ในอากาศกลิ่นที่ผสมระหว่างความหรูหราและอันตราย
ทุกครั้งที่เขาพูด เสียงทุ้มต่ำจะสั่นผ่านอากาศเข้ามาในอกของเธอ ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนน่ารำคาญ มาเฟียหนุ่มไม่ต้องยกเสียง ไม่ต้องขยับเข้าใกล้ เพียงแค่นั่งพิงเบาะอย่างผ่อนคลาย ทว่าพลังบางอย่างกลับแผ่ซ่านมาทางเธอเหมือนคลื่นความร้อน
ไนล่าพยายามหลบสายตา มองออกไปนอกกระจก แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงความมืดและเงาสะท้อนของตัวเอง เงาที่แฝงความตึงเครียดในมุมปากและคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน
เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่ทุกคำเหมือนมีน้ำหนักกดทับลงบนหัวใจเธอ เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้คือความกลัว หรือเป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้เธอไม่สามารถไม่ฟังเขาได้
ในห้องโดยสารที่ปิดสนิทนี้ เธอได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจของเขา ช้าๆ หนักอึ้งและมั่นคง แตกต่างจากลมหายใจของเธอที่สั้นและเร่งเร้าเหมือนคนที่พยายามหาทางหนี
เงียบ… เงียบจนไนล่ารู้สึกว่าหากเธอขยับแม้เพียงเล็กน้อย เสียงผ้ากระทบกันก็จะดังเกินไป
โทเบียนเอียงศีรษะเล็กน้อย มองเธอเหมือนกำลังพิจารณางานศิลป์ราคาแพงที่ตั้งอยู่ตรงหน้า
“คุณ… ชอบอ่านหนังสือก่อนนอน”
เขาพูดขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด น้ำเสียงเรียบแต่มั่นใจ
ไนล่าหันมามองด้วยความประหลาดใจ
“คุณรู้ได้ยังไงคะ”
รอยยิ้มบางผุดขึ้นที่มุมปากเขา
“ผมรู้… ว่าคุณจะอ่านจนตาเริ่มปิด แล้วปล่อยหนังสือค้างไว้บนหน้าอก”
หัวใจเธอเต้นแรงขึ้น ความประหลาดใจผสมความหวาดหวั่น ความหวาดกลัวเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาในใจอีกครั้ง
เขาไม่ตอบทันที เพียงเอนตัวไปด้านหลัง ปลายนิ้วแตะที่ขมับเหมือนคนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
“ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบงานเลี้ยงใหญ่ๆ… เพราะมันทำให้คุณรู้สึกเหมือนถูกจับมาวางกลางเวที”
“และผมก็รู้ ว่าคุณจะยิ้มออกมาจริงๆ แค่ตอนอยู่กับคนที่คุณไว้ใจเท่านั้น”
คำพูดนั้นเหมือนดึงอะไรบางอย่างจากในอกเธอออกมาโดยไม่ให้ตั้งตัว ความรู้สึกถูกเปิดเผยทำให้เธอเหมือนเปลือยเปล่าท่ามกลางสายตาคมคู่นั้น
ไนล่าพยายามกลั้นใจไม่ให้เขาเห็นความสั่นไหว แต่เขายังคงจ้องตาเธอไม่กะพริบ
“ผมอยากให้คุณรู้จักผมแบบเดียวกับที่ผมรู้จักคุณ” เสียงเขานุ่ม แต่แฝงแรงกดดันที่ปฏิเสธไม่ได้
ไนล่าหันหน้าหนีไปทางหน้าต่าง พยายามตัดการเชื่อมต่อจากสายตาคู่นั้น
โทเบียนหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนพูดช้าๆ ชัดทุกพยางค์
“แล้วสักวันคุณจะเปลี่ยนใจ… เพราะชื่อผม มันจะเป็นชื่อเดียวที่อยู่เคียงข้างคุณตอนที่คุณไม่เหลือใคร”