บทที่13
สารภาพ
วันนี้คุณหมอศรุตเริ่มมีอาการแปลก ๆ เพราะน้องชายกำลังจะหมั้นแต่ตัวเองนั้นยังไม่มีวี่แววและท่าทีที่หนูใจ๋จะยอมเปิดตัวเลย อาการของเขาที่มันเสียสมาธิทุก ๆ อย่างแม้แต่ตอนอ่านหนังสือเขาก็ถอนหายใจทิ้งเป็นว่าเล่นจนคุณปู่และคุณพ่อชำเลืองมองเป็นระยะปกติแล้วศรุตเป็นคนที่มีสมาธิเด็ดเดี่ยวไม่เคยเอาปัญหาส่วนตัวหรือปัญหาอะไรมากวนใจเวลาทำงานเลย
"ศรุต"
"ครับคุณปู่"
"เป็นอะไรหรือเปล่าลูกทำไมดูไม่มีสมาธิเลย"
คุณปู่สายฟ้าเอ่ยถามแต่ตัวเขาส่ายหน้าช้า ๆ เขาไม่อยากพูดถึงปัญหาเรื่องนี้เขาสัญญากับหนูใจ๋เอาไว้แล้วว่าจะยังไม่บอกให้ใครทราบจนกว่าเธอจะพร้อม
"มีอะไรก็บอกพ่อได้นะศรุตอย่าเก็บไว้คนเดียว"
เขาอยากจะพูดใจจะขาดถึงสถานะของเขากับหนูใจ๋แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มให้คุณพ่อก่อนจะก้มอ่านหนังสือของตนเองคืนนี้เขารอให้ทุกคนหลับเสียก่อนจึงได้เข้ามาหาหนูใจ๋ที่ห้องนอนพร้อมกับพูดคุยกับเธอถึงสถานะที่เขาอยากเปิดให้ทุกคนรู้
"แล้วพี่จะรอไปถึงเมื่อไหร่ไม่สงสารผมบ้างหรือไง"
"ทำไมจู่ ๆ ถึงใจร้อนแบบนี้ล่ะ" หนูใจ๋เอ่ยถามด้วยความสงสัยปกติเขาก็ไม่ได้เร่งรีบอะไรขนาดนี้เลย
"แล้วจะให้ผมรอถึงเมื่อไหร่ดูไอ้ศิลาดิลากสาวเข้าบ้านวันเดียวคุณปู่ก็จับหมั้นแล้วแต่พี่กับผมคบกันมา 5 ปีกว่าแล้วนะ จะต้องรอให้ถึง 10 ปีเลยใช่ไหม"
"ศรุตพี่ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงกับทุกคน เข้าใจพี่หน่อยได้ไหม"
"ทำไมวะหรือมีใครโดยที่ผมไม่รู้หรือเปล่า!"
"พี่จะมีใครได้พี่ก็มีแค่ศรุตอยู่คนเดียวทำไมถึงเป็นแบบนี้อยู่ ๆ ก็มาใส่อารมณ์กับพี่ พี่ไม่ชอบนะ!"
สถานการณ์ตอนนี้เริ่มไม่เหมือนเดิมเพราะหนูใจ๋ให้ศรุตออกจากห้องเธอไปก่อนเขาจึงยอมเดินคอตกออกมาแต่ก็เจอกับสายตาของใครบางคนที่มองอยู่จากมุมมืด
"เข้าไปทำอะไรดึก ๆ ดื่น ๆ?"
"คุณพ่อ! เอ่อ... ผมแค่เข้ามาคุยธุระกับพี่ใจครับ"
"สำคัญขนาดต้องเข้าไปคุยในห้องนอนเลยหรือไงไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะทำอะไรก็เว้นระยะห่างบ้าง เออพ่อลืมไปเลยว่าหมอปุ้มปุ้ยมีน้องชายอีกคนหนึ่งใช่ไหมยังโสด ยังไม่มีแฟนด้วยนี่"
คุณหมอศรัณย์พูดจบก็เดินเข้าห้องตัวเองไปทิ้งปมปริศนาเอาไว้ให้คุณหมอศรุตเจ็บใจเล่นมีน้องชายแล้วทำไมจะจับให้คู่กับใครหนูใจ๋หรือมินตรา
วันต่อมาคุณหมอศรุตไม่รู้เลยว่าวันนี้หนูใจ๋ต้องไปงานเลี้ยงที่โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาหนูใจ๋แต่งตัวสวยตั้งแต่บ่ายเพื่อเตรียมตัวไปงานเลี้ยงเขารู้อีกทีก็ตอนที่ LINE กลุ่มครอบครัวดังไม่หยุดเขาจึงเปิดดูจนเห็นรูปถ่ายของหนูใจ๋กับลูกนักการเมืองคนหนึ่งยืนยิ้มหวานชื่นอยู่กับครอบครัวเขา
"ใครวะ?"
ศรุตเรียกพยาบาลหน้าห้องเข้ามาเพื่อถามถึงเคสต่อไปเมื่อไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเขาก็ฝากเคสทุกอย่างให้น้องชายดูแลแทนส่วนตัวเองรีบขับรถมายังสถานที่จัดงาน
โรงแรมกรีนวิว
หมอศรุตเดินมายังห้องจัดงานสายตาของเขาจ้องมองไปยังหวานใจที่กำลังยืนอยู่ข้างนักการเมืองคนหนึ่งเขาไม่สนเสียงเรียกจากพี่ป้าน้าอาแม้แต่แม่ของเขา เขาก็ไม่สนเขาคว้าข้อมือของหนูใจ๋ได้ก็ลากเธอออกมาจนทุกคนในงานพากันตกใจ
"ศรุตปล่อยพี่นะเสียมารยาทมากพี่กำลังคุยงานอยู่!"
"คุยงานอะไรทำอะไรเคยบอกผมไหมแล้วไปยืนแนบชิดกับมันสมควรแล้วหรือ!"
"เป็นบ้าอะไรของศรุตเนี่ยพี่จะโกรธแล้วนะปล่อยพี่!"
"ที่ไม่อยากเปิดตัวเพราะมีอีกคนซ่อนอยู่ใช่ไหมพี่พูดมาเลยดีกว่าเห็นผมเป็นอะไรวะ!"
ศรุตดวงตาแดงก่ำเขาโกรธและเสียใจรู้สึกผิดหวังทุกสิ่งทุกอย่างมันผสมปนเปกันไปหมดหนูใจ๋ได้แต่ถอนหายใจเธอมองหน้าคนที่ไม่ฟังเหตุผลอะไรของเธอเลยอาการแบบนี้เธอก็พึ่งเคยเจอ
"หัดฟังพี่บ้างวันนี้เป็นงานเลี้ยงโรงแรมที่เชิญคุณแม่กับป้า ๆ ตอนแรกพี่จะไม่มาแล้วแต่ว่าคุณแม่ขอร้องให้พี่มาเป็นเพื่อนท่าน พี่ก็เป็นคนขับรถมาเองด้วยส่วนผู้ชายคนนั้นก็เป็นเพื่อนของพี่กำลังเดินสายนักการเมืองตามรอยคุณพ่อของเขาที่เห็นพี่สนิทกันก็เพราะพี่เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันมาก่อน"
"กลับบ้านเรามีเรื่องต้องคุยกัน"
"ศรุตจะคุยอะไรอีกพี่เสียใจแล้วพี่ก็รู้สึกแย่กับคำพูดของศรุตมากนะไม่ฟังอะไรพี่เลย" น้ำเสียงสั่นเครือของหนูใจ๋ทำให้คนหัวร้อนเริ่มใจเย็นลงเขาดึงเธอเข้ามากอดเพื่อปลอบใจโดยไม่รู้เลยว่าครอบครัวของเขากำลังยืนแอบมองจากด้านในของโรงแรม
"ผมขอโทษพี่อย่าโกรธผมนะผมอารมณ์ร้อนไปหน่อย"
"พี่ผิดเองที่ไม่กล้าเปิดตัวไม่กล้าแม้แต่จะสบตาศรุต พี่แค่กลัวว่าคนที่บ้านจะไม่อนุญาตให้เราคบกัน"
"ตอนนี้พี่เป็นเมียผมแล้วนะทุกการกระทำของผม ผมตั้งใจมันไม่ใช่เรื่องผิดพลาดอีกอย่างเราคบกันมาตั้งหลายปีพี่อยากให้สิ่งที่ผมตั้งใจมันต้องพังทลายเพราะความกลัวของพี่ได้ไหม"
"อื๊มม"
เมื่อทั้งสองผละออกจากกันศรุตตัดสินใจโทรมาบอกคุณแม่ของเขาว่าเขาจำเป็นต้องพาหนูใจ๋กลับก่อน กลับมาถึงบ้านเขาก็ปล่อยให้เธอไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมานั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่นเพื่อรอให้ทุกคนในบ้านกลับมาเขาจะได้เปิดตัวและคุยกับทุกคนให้รู้เรื่องว่าตอนนี้เขากำลังคบหากับหนูใจ๋อยู่
ถึงเวลาที่ทุกคนเดินทางกลับมาบ้านแม้บางคนจะพอเดาสถานการณ์ออกแต่ทางฝั่งผู้ใหญ่บางคนโดยเฉพาะคุณปู่สายฟ้าคุณพ่อศรัณย์รวมถึงศิลากับมินตราต่างยังไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น
"ทำไมมานั่งรวมตัวกันอยู่แบบนี้คะถูกหวยเหรอ?" มินตรารีบเข้ามานั่งพร้อมกับหยิบผลไม้ในจานขึ้นมาทาน
"นั่นสิมีอะไรหรือเปล่าศรุตวันนี้รีบกลับก่อนเวลาด้วย" คุณพ่อศรัณย์รีบเข้ามานั่งพร้อมถามไถ่อาการของลูกชายที่พักหลังเหมือนคนสติหลุดเข้าไปทุกที
"ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะบอกกับทุกคนครับ"
ทุกคนในบ้านต่างจ้องมองมาที่ศรุตเป็นตาเดียวส่วนหนูใจ๋ได้แต่นั่งกุมมือตัวเองเอาไว้จนศรุตเอื้อมมือมาจับมือของเธอพร้อมออกแรงบีบเบา ๆ เพื่อเตือนสติให้เธอใจเย็น
"ผมกับพี่ใจ๋คบกันมา 5 ปีกว่าแล้วครับ ผมคิดทบทวนมาดีแล้วเลยตัดสินใจที่จะบอกให้ทุกคนทราบผมอยากรับผิดชอบเพราะผมไม่รู้ว่าอนาคตอันใกล้พี่ใจ๋จะท้องกับผมหรือเปล่า"
"ฮะ!!"
ไม่ใช่แค่ทุกคนที่ตกใจหนูใจ๋เองก็ตกใจไปด้วยเธอจำได้ว่าหลังจากที่มีอะไรกันเธอเคยขอร้องให้เขาฉีดยาคุมแต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาฉีดไปมันคืออะไรกันแน่
"กูว่าแล้วไงซื้อหวยไม่ถูก" หมอศิลาถอนหายใจพร้อมกับเบะปากให้พี่ชายตัวดีเขาสังเกตมานานแต่ไม่คิดว่าผู้หญิงที่พี่ชายซุกเอาไว้จะเป็นคนใกล้ตัวแบบนี้
"แบบนี้ก็ดีเลยสิจะได้หมั้นพร้อมพี่ศิลาเลย"
"ไม่ได้นะมินตราพี่หมั้นไม่ได้... เพราะถ้าเกิดพี่ใจ๋ท้องก็ต้องมาแต่งงานกันใหม่อีกสู้แต่งไปเลยดีกว่านะครับคุณพ่อคุณแม่คุณปู่คุณย่าผมอยากแต่งงานผมอยากมีครอบครัวแล้วชีวิตผมผมประสบความสำเร็จไปหมดทุกอย่างยกเว้นคู่ชีวิต"
มาถึงขนาดนี้แล้วใครจะกล้าปฏิเสธทุกคนต่างยินดีที่อย่างน้อยสะใภ้ใหญ่ของบ้านคือหนูใจ๋ใจ๋หลังจากนี้ครอบครัวปิติภัทรไพศาลจะได้มีเรื่องให้ตื่นเต้นอีกครั้ง
--------------------------------
อุปสรรค์มันยังไม่เกิดไรท์วางทรีตไว้รู้สึกว่าเรื่องนี้ปุ้มปุ้ยค่อนข้างเด่นเกินไปนะ ฮ่าาา