บทที่12
ปุ้มปุ้ยโดนจับหมั้น
หลังจากที่หมอศรุตกลับมาถึงบ้านเขาก็เห็นครอบครัวของอาจารย์แพทย์เดินทางมาที่บ้านด้วยไม่เห็นคุณพ่อบอกว่าวันนี้จะมีแขกแต่คนที่เดินลงจากรถของเขานี่สิแทบจะไม่มองหน้าใครเลย
"มาก็ดีแล้วพ่อมีเรื่องจะคุยด้วย" คุณหมอศรัณย์กวักมือเรียกลูกชายทั้งสองคนให้มานั่งเหล่าแม่บ้านที่แอบมองกันอยู่ด้านข้างต่างซุบซิบกันว่าวันนี้มีแต่คนหล่อ ๆ เข้าบ้านอาชีพสีขาวพวกนี้มีแต่คนหมายปองจริง ๆ
"หนูปุ้มปุ้ยมาช่วยป้าในครัวดีกว่าลูกให้หนุ่ม ๆ เขาคุยกันไป" น่านน้ำเดินมาเรียกคุณหมอปุ้มปุ้ยซึ่งเธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้คุณปู่เมฆรีบดันหลังให้หลานสาวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแม้เธอจะมีท่าทีอิดออดแต่เพื่อรักษามารยาทและหน้าตาของวงตระกูลเธอจึงต้องจำใจลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาในครัว
"คนนี้หรือคะน้องสะใภ้ของหนู^^" ทันทีที่เธอก้าวขาเดินเข้ามาเสียงของหนูใจ๋ก็เอ่ยทักทายเธอเป็นผู้หญิงที่สวยจริง ๆ ปุ้มปุ้ยเคยเห็นเธอหลายครั้งแต่ยิ่งเห็นใกล้ ๆ เธอก็ยิ่งสวย
"ไม่ใช่ค่ะหนูเป็นแค่เพื่อนร่วมงานเฉย ๆ"
"เพื่อนร่วมงานอะไรกันหนูปุ้มปุ้ยหนูรู้ไหมว่าป้าถูกชะตากับหนูมากเจ้าศิลาเนี่ยตาถึงจริงๆ"
ปุ้มปุ้ย Talk
โอ๊ยยยย ใครก็ได้ช่วยปุ้มปุ้ยด้วยปุ้มปุ้ยไม่ขอทนแล้วทำไมทุกคนจับปุ้มปุ้ยมัดมือชกแบบนี้คิดถึงคุณพ่อคิดถึงคุณแม่อยากกลับบ้านไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วปุ้มปุ้ยเหนื่อยปุ้มปุ้ยท้อ ฮือออ
"ทำหน้าเหมือนอยากกลับบ้านเลยนะพี่อุตส่าห์ตั้งใจทำขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ดูสิน่าทานไหมอยู่ทานด้วยกันก่อนนะปุ้มปุ้ยอยู่คุยกันก่อน"
ถึงปุ้มปุ้ยอยากกลับบ้านแต่กับข้าววันนี้มันน่ากินมากปุ้มปุ้ยเลยตัดสินใจที่จะอยู่กิน เอ๊ย! อยู่คุยกับทุกคนก่อนค่ะไม่อยากเสียมารยาทเลย
ถึงเวลาทานข้าวปุ้มปุ้ยก็ตั้งใจทานไม่พูดไม่คุยกับใครทั้งนั้นแม้จะถูกสายตาของสัมภเวสีต้นหนึ่งจ้องมองอยู่แต่ปุ้มปุ้ยก็ไม่สนเพราะนี่ปุ้มปุ้ยนะ! ไม่กลัวอะไรหรอกค่ะ
"เธอจะกินอะไรขนาดนั้นเปลืองข้าวบ้านฉันชะมัดเลย!"
"ศิลา" น้ำเสียงของผู้อาวุโสที่นั่งอยู่หน้าทีวีดังมาถึงโต๊ะอาหารหมอศิลาก็หน้าถอดสีทันที
"ปุ้มปุ้ยขอโทษค่ะปุ้มปุ้ยอิ่มแล้วก็ได้ค่ะ"
"ศิลาดูซิเสียงมารยาทพี่ไม่อยากดุหรอกนะแต่ถ้าศิลาเป็นแบบนี้พี่จะไม่คุยด้วยแล้ว!"หนูใจ๋ตวาดน้องชายกลางโต๊ะอาหารทำให้เจ้าตัวห่อเหี่ยวจนเหลือตัวนิดเดียวแต่เมื่อเขาชำเลืองมองผู้หญิงฝั่งตรงข้ามก็ถูกเธอทำหน้าตาลิงหลอกเจ้าแถมยังแลบลิ้นใส่เขาจนซ่อมในมือเขาระริก
"พี่ใจ๋คะไม่ต้องไปดุคุณหมอศิลาแล้วค่ะ ปุ้มปุ้ยรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ควรอยู่ตรงนี้ปุ้มปุ้ยทำใจแล้วค่ะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นปุ้มปุ้ยก็ต้องเดินหน้าต่อเต็มที่ก็แค่ขอย้ายไปอยู่โรงพยาบาลที่เชียงใหม่"
น้ำเสียงที่น่าสงสารทำเอาคุณย่าของคุณหมอศิลารีบลุกมาสวมกอดแล้วลูบหัวคุณหมอปุ้มปุ้ยด้วยความสงสารและเอ็นดู
"หนูไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นอยู่ที่นี่แหละย่าไม่ให้ไปไหนในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแบบนี้แล้วย่าจะให้ศิลารับผิดชอบหนู"
"ค่ะ... ฮะ! อะไรนะคะรับผิดชอบอะไรไม่ได้มาคุยงานกันหรือคะ!"
ปุ้มปุ้ยหันไปมองหน้าคุณปู่ซึ่งคุณปู่ทำได้แค่ยิ้มแหย ๆ หมายความว่ายังไงนี่ทุกคนเอาปุ้มปุ้ยมาทำอะไรกันแน่ไหนว่าคุยงานแล้วก็จะคุยเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อขอขมาลาโทษไง
"งานหมั้นของหนูกับเจ้าศิลาจะเกิดขึ้นในอาทิตย์หน้าเตรียมตัวให้พร้อมนะลูก"
ตายทั้งเป็น...
หลังจากนั้นปุ้มปุ้ยก็รู้สึกหูอื้อไม่มีแรงที่จะตักขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ที่แสนอร่อยเข้าปาก น้ำเปล่าที่วางอยู่เริ่มขมยิ่งกว่าบอระเพ็ด หลังจากนี้ชีวิตของเธอคงไม่มีทางสงบสุขอีกต่อไป
คุณหมอศิลาเดินไปเดินมาอยู่ในบ้านด้วยความกังวลเขาไม่พร้อมที่จะมีคู่หมั้นไม่พร้อมที่จะมีใครตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาอยากมีคืออิสระ
"เป็นอะไรลูกทำไมมายืนอยู่ตรงนี้แม่บ้านจะเก็บของเข้าครัวก็ขวางอยู่ได้"
"คุณแม่ครับผมไม่อยากหมั้น คุณแม่ไปคุยกับคุณปู่ให้ผมหน่อยนะครับ"
"แม่เกรงว่าเรื่องนี้แม่คงช่วยอะไรลูกไม่ได้คุณปู่เรากับคุณปู่ของหนูปุ้มปุ้ยเป็นเพื่อนรักกันลูกต้องเข้าใจนะการที่ลูกพาหลานสาวของเพื่อนสนิทคุณปู่มาบ้านแบบนั้นแถมยังมามีอะไรกันที่บ้านของเราลูกต้องรับผิดชอบไม่อย่างนั้นผู้ใหญ่จะมองหน้ากันไม่ติด"
"แต่ยัยนั่นไม่ใช่คนดีนะครับผมอยากมีคู่ชีวิตที่เป็นคนปกติไม่ใช่ม้าดีดกะโหลกแบบนั้น"
"แล้วลูกรู้ได้ไงว่าหนูปุ้มปุ้ยเป็นม้าดีดกะโหลกถึงเธอจะซุกซนไปบ้างแต่แม่กับสัมผัสได้ว่าหนูปุ้มปุ้ยเป็นเด็กดีเป็นเด็กน่ารักชาติตระกูลก็ดีไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะสมกับตระกูลของเราเลย"
เหมือนพูดไปก็เปล่าประโยชน์หมอศิลาจึงขับรถออกมาจากบ้านหวังจะหาที่พึ่งพาแต่กลับไม่มีใครให้ความช่วยเหลือเขาเลยความผิดพลาดของเขาแค่คืนเดียวกำลังทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล
ในระหว่างที่หมอศิลากำลังนั่งดื่มอยู่ริมแม่น้ำเขาก็เห็นน้องสาวฝาแฝดกำลังเดินมาหาเขาด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตรสักเท่าไรแสดงว่าที่บ้านคงสั่งให้น้องสาวแวะมาดูอาการแต่สำหรับมินตราเธอไม่เคยปลอบใจอะไรเขาเลยนอกจากซ้ำเติมเท่านั้น
"มาทำไมกลับไปเลยไป"
"มาดูกลัวว่าจะกระโดดน้ำตายเสียก่อนถ้าจะตายก็ตายที่มันไม่ต้องลำบากคนอื่นกระโดดลงไปเดือดร้อนกู้ภัยนักประดาน้ำต้องมางมหาร่างพี่อีก"
"เฮ้อ.."
"ได้ข่าวว่าจะหมั้นอาทิตย์หน้าแล้วยินดีด้วยนะเป็นหมอที่โรงพยาบาลเราด้วยนี่แบบนี้ก็ดีสิจะได้มีเวลาให้กัน"
"ถามพี่หรือยังว่าพี่อยากมีคู่หมั้นหรือเปล่ายิ่งเป็นยัยนั่นด้วยยิ่งแล้วใหญ่"
"แต่พี่ทำอะไรไว้พี่ก็ควรรับผิดชอบมันก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือไงถ้ามีคนมาทำแบบนั้นกับหนูพี่จะทำยังไง"
หมอศิลาเงยหน้ามองน้องสาวด้วยความสงสัยเพราะเสียงของน้องสาวมันดูสั่นเครือแปลก ๆ
"เป็นอะไรมีอะไรก็พูดมา"
มินตราส่ายหน้าแล้วเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ "เปล่าหนูไม่ได้เป็นอะไรกลับบ้านกันเถอะนี่หนูนั่งแท็กซี่มานะรถจอดทิ้งเอาไว้ที่บริษัทจ่ายค่าแท็กซี่ให้ด้วยล่ะ"
"มีอะไรก็บอกอย่าให้พี่มารู้ทีหลังถ้ามันเป็นเรื่องดีพี่จะไม่ว่าอะไรแต่ถ้ามันเป็นเรื่องไม่ดีขึ้นมารู้ใช่ไหมว่าอะไรจะเกิดขึ้น?"
"หนูรู้แต่ช่างเถอะเรื่องนี้หนูจัดการเองได้เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ"
"ไปกลับก็กลับอยากกินอะไรไหมจะแวะให้"
"ไม่อะ หนูอยากกลับไปกินขนมจีนแกงเขียวหวานไก่อร่อยมากเลยใช่ไหม?"
"อืม"
ถึงจะตีกันบ่อยสักแค่ไหนแต่สุดท้ายพี่น้องก็คือพี่น้องกันอยู่ดีมีปัญหาก็คุยกันปลอบใจกันแปลก ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าทั้งสองเป็นฝาแฝดกันเวลาคนหนึ่งไม่สบายใจอีกคนจะสัมผัสได้โดยสัญชาตญาณ
----------------------------------
สงสารปุ้มปุ้ยจังแต่เชื่อเถอะว่าเสืออย่างศิลาหงอเป็นแมวแน่นอนค่ะ