Summer 2

1158 Words
Summer 2 “อ้าว ยังไม่ได้ไปเหรอ?” จังหวะที่กำลังยืนรอของที่สั่งไปมาส่งก็เจอกับคุณแทนไทที่เดินออกมาจากลิฟต์มุ่งตรงมายังประตูบานใหญ่ของบริษัท “ยังค่ะ รอเอาของไปให้น้องค่ะ” “แล้วจะไปยังไง” เจ้านายใหญ่ยังถามต่อ หลายคนอาจจะชินกับท่าทีสุขุมของอีกฝ่ายเพราะทำงานมานาน แต่สำหรับฉันคนนี้ กลับไม่ได้รู้สึกชินเลยสักนิด ที่ต้องประจันหน้ากับเจ้านายใหญ่อย่างคุณแทนไท เพราะทั้งบุคลิก ใบหน้า แววตา รวมถึงรูปร่างของเขานั้น แสนจะเพอร์เฟกต์ มีบ้างที่รู้สึกประหม่าเวลาถูกจ้องมองอย่างเปิดเผย อย่างเช่นตอนนี้ที่คุณแทนไทกำลังจ้องฉันอยู่เพื่อรอฟังคำตอบ “เดี๋ยวขับรถไปค่ะ” “โอเค หรือจะไปกับผม?” “ขอบคุณค่ะเจ้านาย แต่เดี๋ยวดิฉันไปเองค่ะ” “ครับ เจอกันที่ร้านแล้วกัน” เจ้านายเอ่ยบอก แล้วยังทำเหมือนฉันจะได้นั่งโต๊ะเดียวกับเขาอย่างนั้นแหละ ปกติเวลาไปกินข้าวข้างนอกแบบนี้ก็จะมีเลขาของเจ้านายทั้งสี่คนไปด้วยกัน เวลากินข้าวทีมเลขาก็จะนั่งด้วยกันและเจ้านายก็จะนั่งด้วยกัน แทบจะไม่มีเลยที่เจ้านายกับเลขามานั่งร่วมโต๊ะกันน่ะ ยกเว้นเพียงบางครั้งที่ฉันออกไปคุยงานกับคุณทิศเหนือข้างนอกแล้วคุณแทนไทตามมาทีหลัง ตอนนั้นถึงได้มีโอกาสนั่งร่วมโต๊ะกัน “เครื่องดื่มมาส่งครับ” ลับหลังคุณแทนไทเดินไปไม่นาน พนักงานส่งเครื่องดื่มก็มาถึง นั่นจึงทำให้ฉันรีบจ่ายเงินและนำขนมกับเครื่องดื่มไปส่งให้คนพิเศษของคุณทิศเหนือ ที่กล้าเรียกว่าพิเศษเพราะเจ้านายของฉันนั้นไม่เคยทำแบบนี้กับใครเลยยังไงล่ะ ใช้เวลาสักพักใหญ่ก็เดินทางมาถึงร้านอาหารที่เจ้านายส่งพิกัดให้ ฉันเดินเข้าไปนั่งกับพี่ ๆ เลขาอีกสามคนที่กำลังเลือกเมนูอยู่ด้วยกัน โดยที่โต๊ะข้าง ๆ เป็นเจ้านายทั้งสี่คนซึ่งกำลังนั่งเลือกอาหารอยู่ มิน่าล่ะถึงได้ชวนออกมาหมดเพราะเจ้านายมาคุยงานกันนอกบริษัทนี่เอง อย่างคุณแทนคุณ กับคุณเทียนฟ้า ก็มาเรียกได้ว่ามากันครบสี่พี่น้องเจ้านายของพวกเรา ผู้บริหารทั้งสี่คนคือเจ้านายของเราค่ะ “ร้านนี้อันนี้อร่อยมากเลยนะ” พี่กุลรักนำเสนอ ฉันเองก็มองตาม มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเมื่อโทรศัพท์ฉันมีสายเรียกเข้ามา ชื่อที่บันทึกไว้เป็นเพื่อนสนิทของฉันซึ่งทำงานอยู่ที่แผนกบัญชีของบริษัท แต่ที่แปลกทำไมเพื่อนถึงโทร. มาในเวลาแบบนี้? “เดี๋ยวหนูมานะคะ” กระซิบบอกพี่กุลรักและพี่ ๆ อีกสองคนที่มองตามอย่างสงสัย “สายสำคัญค่ะ” เอ่ยบอกเสียงเบาพลางหันหน้าจอโทรศัพท์ให้พี่ ๆ ได้เห็น “โอเค ๆ เดี๋ยวพี่สั่งอาหารมาเผื่อเลยนะ” “ขอบคุณค่ะพี่” เอ่ยจบก็เดินถือโทรศัพท์ออกมายังสวนด้านนอกร้าน เมื่ออยู่คนเดียวก็รีบรับสายเพื่อนสนิททันที “ว่าไงยัยจิง” (แก!! เกิดเรื่องแล้วน้อง อลิซ โดนแกล้ง) อลิซ คือคนพิเศษของเจ้านายที่ฉันเพิ่งจะไปส่งน้ำส่งขนมมาน่ะค่ะ “ยังไงเล่า” (พอแกออกไป ก็มียัยคนสวยขี้มโนฝ่ายสื่อสารมาพูดแซะน้อง น้องก็ไม่ได้ตอบโต้นะแต่พอน้องเงียบยัยนั่นก็หงุดหงิด แล้วจู่ ๆ ก็มากระชากเก้าอี้ที่น้องนั่งอยู่ออก แต่เพราะน้องไม่ได้ตั้งตัว ก็เลยล้มลงบนพื้นพร้อมกับเก้าอี้ ตอนนี้กำลังพาไปส่งโรงพยาบาล) “ฉิบหายแน่ยัยจิง” (เออ ฉิบหายแน่ น้องหัวแตก!) ฉิบหายของแท้เลย!! “ส่งพิกัดโรงพยาบาลมา จะรีบไป” เอ่ยจบก็รีบเดินกลับเข้าไปภายในร้านอาหาร และทุกการก้าวเดินของฉันมักจะถูกจับจ้องด้วยสายตาคมเข้มของคุณแทนไทอยู่ตลอดเวลา บ้างก็มองด้วยแววตาระยิบระยับ บ้างก็มองด้วยความสงสัย หรือบางครั้งก็สัมผัสได้ว่าเขากำลังห่วงใย อย่างตอนนี้ที่เขากำลังมองฉันด้วยความสงสัย “ขออนุญาตค่ะ” เอ่ยขอเจ้านายที่คุยเล่นกันอยู่ คุณทิศเหนือหันมามองก่อนจะพยักหน้าอนุญาต ฉันจึงโน้มเข้าไปใกล้เจ้านายเล็กน้อยและกระซิบรายงานเสียงแผ่วเบา “คุณอลิซบาดเจ็บตอนนี้กำลังไปโรงพยาบาลค่ะ” และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากคุณทิศเหนือ ก็ไม่ได้ทำให้ฉันตกใจสักเท่าไหร่ แต่พอเจ้านายรีบเดินออกไปฉันก็รีบคว้ากระเป๋าตัวเองตามไปด้วยทันที แต่ไม่คิดว่าคนที่เดินตามมาอีกคนจะเป็นคุณแทนไทที่เดินเข้ามาจับข้อมือฉันไว้ ก่อนจะดึงแขนให้ฉันได้เดินไปทางเดียวกันเขา “เจ้านายคะ” “ไปด้วยกัน เอากุญแจรถมา จะให้คนขับไปส่งไว้ที่บ้านก่อน” คุณแทนไทเอ่ยบอกพลางแบมือมาตรงหน้า และเพราะความร้อนใจกลัวว่าจะตามคุณทิศเหนือไม่ทันฉันถึงได้ส่งกุญแจให้เขา เมื่อเดินมาถึงรถเจ้านาย ฉันก็ถูกผลักให้ขึ้นไปนั่งบนเบาะด้านหน้าข้างคนขับทันที เจ้านายเดินไปส่งกุญแจรถให้ใครสักคนก่อนจะเดินวนกลับมาที่รถ แล้วประจำที่นั่งเบาะคนขับ “โรงพยาบาลไหน?” คุณแทนไทเอ่ยถาม ฉันถึงได้บอกชื่อโรงพยาบาล โดยมีเจ้านายขับรถพาไป แต่เมื่อนั่งรถมาได้สักพัก ฉันก็นึกขึ้นได้ว่าต้องเป็นฉันหรือเปล่าที่ต้องขับรถให้เจ้านายนั่ง แบบนี้จะโดนดุไหมเนี่ย “ทำหน้าอะไรแบบนั้น” เจ้านายที่ขับรถอยู่เหลือบสายตามามองเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือความขบขัน และนี่เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ฉันไม่ชิน เมื่อไหร่ที่ได้อยู่กันตามลำพัง เจ้านายก็คล้ายกับจะลดเกาะความดุดันของเขาลง เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น ทั้งท่าทาง ทั้งคำพูด หรือแม้กระทั่งน้ำเสียง “ดิฉันลืมค่ะ ลืมว่าต้องขับรถให้เจ้านายนั่ง” ฉันบอกอย่างไม่ปิดบัง แต่พอบอกไปแบบนั้นคนที่ขับรถอยู่ถึงกับหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี “ไม่ต้องคิดมาก ผมยังไม่คิดอะไรเลย” “ขอโทษจริง ๆ ค่ะเจ้านาย” “แล้วก็หยุดเรียกเจ้านายด้วยครับ” เจ้านายสั่งเสียงเข้ม เมื่อเลี้ยวรถเข้าไปในโรงพยาบาลก็วนหาที่จอดก่อนที่เราทั้งสองคนจะเดินเข้าไปหน้าห้องฉุกเฉิน ที่ตอนนี้นอกจากหัวหน้าแผนกบัญชีแล้วยังมีคุณทิศเหนือกำลังยืนรออยู่ด้วยท่าทีร้อนรน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD