Summer 1
Summer 1
ภายในห้องประชุมบริษัทส่งออกผลไม้แปรรูปที่ติดอันดับหนึ่งในห้าของประเทศ เต็มไปด้วยบรรยากาศอึม ครึมและความกดดัน พนักงานระดับหัวหน้าที่เข้าร่วมประชุมต่างนั่งเกร็ง หน้ามองตรง ยามที่ผู้บริหารหลักและผู้บริหารรองลำดับที่สามกำลังถกเถียงกัน เรื่องการเจรจาของลูกค้าของต่างประเทศ ที่มีความต้องการในผลิตภัณฑ์มากขึ้น เรียกได้ว่าตอนนี้ไม่ว่าใคร ก็ไม่กล้าเอ่ยแทรกขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเจ้านายทั้งสองคนกำลังจริงจังมากแค่ไหน
รวมถึงฉัน ซินเจีย ที่ทำหน้าที่เป็นเลขาของ คุณทิศเหนือ หรือรองผู้บริหาร ที่กำลังจ้องหน้ากับคุณ แทนไท ผู้บริหารหลักของบริษัท นานนับสิบนาทีกว่าเจ้านายทั้งสองคนจะเปลี่ยนหัวข้อประชุมเพื่อฟังผลประกอบการ แต่เชื่อไหม หลังจากประชุมเสร็จเจ้านายคงจะไปคุยกันนอกรอบอย่างแน่นอน
ที่จริง...ความสัมพันธ์ของเจ้านายทั้งสี่คนไม่มีปัญหากันเลยนะ และดูรักใคร่กลมเกลียวกันมากเลยแหละ แต่เวลาทำงานก็อย่างที่รู้กันว่าจะจริงจังกันมาก จนบางทีก็ดูน่ากลัวแล้วดูเหมือนไม่ชอบหน้ากัน
ยังไม่รู้ใช่ไหมล่ะว่าที่จริงแล้วเจ้านายของฉันอย่างคุณทิศเหนือมีพี่น้องทั้งหมดสี่คน แต่เหมือนคนรองของบ้านอย่างคุณ แทนคุณ จะดูเฉพาะส่วนที่เป็นไร่ผลไม้เพื่อส่งเข้าโรงงานอีกที แต่ก็ยังมีเอกสารบางอย่างที่ต้องเซ็นร่วมจนครบทั้งสี่คน เอกสารชุดนั้นถึงจะอนุมัติ รวมถึงมีคุณ เทียนฟ้า ซึ่งไปช่วยงานอยู่ฝั่งไร่ผลไม้ แต่ก็จะบินมาเซ็นเอกสารบ้างเป็นครั้งคราว
“เฮีย เจ้านั้นเคยเทสินค้าเรานะ”
“เฮียจำได้”
“แล้วทำไมเฮียถึงอยากส่งสินค้าให้เขา”
“เพราะเฮียประเมินแล้วว่าเขาจะไม่มีทางทำแบบนั้นอีกไงล่ะ”
“เฮียรู้ได้ยังไง?”
“เพราะบริษัทนั้นเฮียเพิ่งเทกโอเวอร์มาน่ะสิ”
“เฮีย!! ผมจะฟ้องเฮียคุณ ทำไมต้องไปเอามาอีกเนี่ย แค่นี้ก็ตั้งเท่าไหร่แล้ว ยังไม่รวมโรงแรมที่เฮียไปเทกโอเวอร์มาก่อนหน้านี้นะ”
เสียงเจ้านายทั้งสองคนที่เดินเคียงคู่กันอยู่ด้านหน้าพูดคุยกันด้วยความสนิทสนม แต่เหมือนเจ้านายฉันจะบ่นคนเป็นพี่ชายอย่างท่านประธาน เรื่องที่ท่านเพิ่งจะไปเทกโอเวอร์กิจการอะไรบางอย่าง รวมถึงโรงแรมที่ฉันก็ได้ยินเจ้านายพูดอยู่ว่าทำเลดีแต่เจ้าของบริหารไม่เป็นอะไรแบบนั้น
“ก็เผื่อเก็บไว้ให้ลูกให้หลาน” ท่านประธานบอกน้องชายราวกับไม่ได้รู้สึกอะไร ที่ไปเทกโอเวอร์กิจการมามากมาย
“เท่าที่มีอยู่ก็ดูไม่หมดแล้วนะครับ แล้วลูกหลานน่ะมีเป็นทีมฟุตบอลหรือไงกันล่ะครับ มันเยอะเกินไปแล้วนะ” คุณทิศเหนือยังบ่นพี่ชายด้วยน้ำเสียงงอแง
“เอาน่า เก็งกำไร ไปกินข้าวเถอะจะบ่ายแล้ว ชวนเลขาด้วย” เอ่ยจบท่านประธานใหญ่ของบริษัทก็เดินเข้าห้องทำงานของตัวเองไป ส่วนฉันยังเดินตามหลังเจ้านายเพื่อเตรียมรายงานตารางงานในช่วงบ่ายที่ไม่มีอะไรแล้ว เพราะคุณทิศเหนือนั้นจัดการงานทุกอย่างจนเสร็จหมดแล้วยังไงล่ะ
“คุณเจียไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันนะครับ”
“ค่ะเจ้านาย” ฉันตอบรับคำชวนนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ยังไงนะครับ?” คุณทิศเหนือทวนถามพลางขมวดคิ้วมองอย่างข้องใจที่จู่ ๆ ก็ได้ยินฉันเรียกเจ้าตัวว่าเจ้านาย
“ค่ะคุณทิศเหนือ”
“โอเคครับ แล้วก็ ฝากสั่งขนมไปให้น้องหน่อยนะครับ” ท้ายประโยคเจ้านายกระซิบบอกเสียงเบาอย่างเกรงใจ ฉันที่รู้ว่าเจ้านายหมายถึงอะไรก็ยกยิ้มรับปาก ก่อนจะขอตัวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานหน้าห้องของเจ้านาย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลือกขนมและเครื่องดื่มจากร้านประจำจากนั้นก็สั่งให้มาส่งที่บริษัท
น้อง ที่คุณทิศเหนือเอ่ยถึงคือน้องสาวของเพื่อนสนิทที่ตอนนี้เข้ามาทำงานที่บริษัท และเจ้านายก็คอยสอดส่องดูแลอยู่เรื่อย ๆ แต่ก็ยังไม่ได้แสดงออกชัดเจนเพราะกลัวน้องจะอึดอัด เลยกลายเป็นฉันที่ต้องส่งข้าวส่งขนมให้น้องได้กินระหว่างวัน
“อ้าว ยังไม่ได้ไปเหรอ?” จังหวะที่กำลังยืนรอของที่สั่งไปมาส่งก็เจอกับคุณแทนไทที่เดินออกมาจากลิฟต์มุ่งตรงมายังประตูบานใหญ่ของบริษัท
“ยังค่ะ รอเอาของไปให้น้องค่ะ”
“แล้วจะไปยังไง” เจ้านายใหญ่ยังถามต่อ หลายคนอาจจะชินกับท่าทีสุขุมของอีกฝ่ายเพราะทำงานมานาน แต่สำหรับฉันคนนี้ กลับไม่ได้รู้สึกชินเลยสักนิด ที่ต้องประจันหน้ากับเจ้านายใหญ่อย่างคุณแทนไท เพราะทั้งบุคลิก ใบหน้า แววตา รวมถึงรูปร่างของเขานั้น แสนจะเพอร์เฟกต์ มีบ้างที่รู้สึกประหม่าเวลาถูกจ้องมองอย่างเปิดเผย อย่างเช่นตอนนี้ที่คุณแทนไทกำลังจ้องฉันอยู่เพื่อรอฟังคำตอบ