Summer 10
(ยังไง)
“หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อแอบอ้างเป็นคุณแทนคุณ ติดต่องานและเข้าหากลุ่มคนอื่นเพื่อหลอกลวง ใช้ชื่อ ข้อมูลการทำงานต่าง ๆ จนถึงขั้นจะหมั้นและแต่งงานค่ะ”
(หัวหน้าฝ่ายใช่ไหม?)
“ใช่ค่ะ”
(ขอบใจ กลับเข้ามาก็มาช่วยกันห้ามพี่แทนหน่อยนะ หัวไหม้หมดแล้ว) เอ่ยจบคุณทิศเหนือก็วางสายไปทันที ฉันเดินกลับเข้ามาในร้านอาหารก่อนจะเห็นว่าคุณถิงถิงกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนป๊ากำลังชี้หน้าต่อว่าพี่ไฉอย่างไม่สบอารมณ์ ต่างจากพี่ชายฉันที่ทำหน้านิ่ง ๆ อย่างเบื่อหน่าย
“ป๊าไม่เคยคิดจริง ๆ ว่าแกจะขี้อิจฉาจนใส่ร้ายคุณแทนคุณเขาแบบนั้น”
“ไม่เชื่อเหรอ?” พี่ไฉทวนถามพลางมองหน้าป๊า และยากที่จะคาดเดาอารมณ์
“แกมันขี้อิจฉา”
“หึ งั้นก็ตามสบาย จัดงานใหญ่ ๆ เลยนะ เชิญแขกมาเยอะ ๆ ด้วยล่ะ เดี๋ยวผมจะไปแสดงความยินดี” เอ่ยจบพี่ชายก็ยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ เมื่อลุกขึ้นยืนก็ยื่นมือไปหยิบกระเป๋าสะพายข้างของฉันมาถือไว้ก่อนจะหมุนตัวกลับมาจับมือฉันเพื่อพาเดินออกจากร้านอาหาร
“มารอดูหายนะที่จะเกิดขึ้นกันเถอะ” ขึ้นรถมาได้พี่ไฉก็เอ่ยบอกฉันด้วยรอยยิ้ม แต่แววตานั้นดูเจ็บปวดอยู่ไม่น้อยที่โดนต่อว่าทั้งที่เจ้าตัวหวังดี
“รอดูด้วยกันค่ะ” กล้าดียังไงมาว่าพี่ไฉของฉัน คนที่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เด็ก
“พี่ต้องไปทำงานด่วน” เมื่อรถจอดที่หน้าบริษัท พี่ไฉก็รีบเอ่ยบอกฉันทันที
“เข้าไปข้างในด้วยกันไหมคะ?”
“เข้า แต่เข้าข้างหลัง”
ฉันพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะแยกย้ายกับพี่ชาย ข้าวก็ยังไม่ได้กินแต่กลับไม่รู้สึกหิวเลยสักนิด ฉันเดินมาจนถึงหน้าห้องทำงานวางกระเป๋าลงบนโต๊ะทำงานของตัวเอง และยังไม่ทันจะได้โทร. หาคุณทิศเหนือ พี่กุลรักก็รีบเดินเข้ามาใกล้ พลางจับมือฉันไว้เสียแน่น
“ระเบิดลงแล้ว ไปช่วยกันห้ามหน่อย” พี่กุลรักมองอย่างตกใจรีบจับมือฉันพาเดินเข้าไปในลิฟต์ เพื่อลงไปอีกหนึ่งชั้น ชั้นนี้มีเพียงห้องประชุมเท่านั้นไม่มีแผนกไหนอยู่ที่นี่เลย
เมื่อเดินเข้าไปถึงห้องประชุม ถึงได้รู้ว่าเจ้านายทั้งสองคนอยู่ที่นี่ พร้อมกับใครบางคนที่ถูกคุมตัวไว้ด้วยบอดีการ์ดอีกสองคน และน้อยครั้งนักที่จะเห็นทีมบอดีการ์ดเปิดเผยตัวแบบนี้
คุณทิศเหนือนั่งกอดอกจ้องผู้ชายคนนั้นอย่างหงุดหงิด ส่วนคุณแทนไท สายตาคมเข้มคู่นั้นที่ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ กำลังจ้องผู้ชายคนที่แอบอ้างตัวเป็นคุณแทนคุณ และนั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“ยังไงนะครับ รายงานอีกครั้งหน่อย” คุณทิศเหนือเอ่ยบอกฉัน
“หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อแอบอ้างตนเป็นคุณแทนคุณ เพื่อเข้าหาและตีสนิทกลุ่มคนอื่นด้วยคิดจะหลอกลวง รุนแรงถึงขั้นจะหมั้นหมายและแต่งงานค่ะ” ฉันสรุปพร้อมรายงานผู้เป็นนายอีกครั้ง
“ไม่! ผมไม่ได้ทำ อย่ามาใส่ร้ายผมแบบนี้ ผมฟ้องพวกคุณได้นะ”
“เอาสิ ฟ้องเลย” คุณแทนไทตอบกลับสั้น ๆ ยิ่งทำให้ชายคนนั้นตัวสั่นขวัญหาย โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าผู้ชายคนนั้นมีข้อความเด้งขึ้นมาเรื่อย ๆ ฉันกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยขออนุญาตคุณทิศเหนือเพื่อทำอะไรบางอย่าง
“คุณทิศเหนือคะ”
“ครับ?”
“ขออนุญาตทำอะไรบางอย่างค่ะ”
“อนุญาตครับ อย่าเล่นแรงล่ะ เดี๋ยวพี่แทนดุ” ท้ายประโยคคุณทิศเหนือกระซิบบอกเสียงเบา ฉันยกยิ้มขอบคุณก่อนจะเดินเข้าใกล้ผู้ชายคนนั้น มือหยิบโทรศัพท์ที่ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาถือไว้ คนมีความผิดหวงความลับถลาเข้ามาผลักฉันจนเซล้มยังดีที่พี่ ๆ บอดีการ์ดรีบเข้ามาพยุงตัวไว้ทัน แต่เหมือนจะขัดใจคนเป็นนายใหญ่เสียเหลือเกิน เพราะเมื่อเห็นฉันโดนผลักอีกฝ่ายก็รีบเดินเข้าใกล้กระชากคอเสื้อหัวหน้าฝ่ายคนนั้นจนตัวลอย
“ไม่อยากตายดีใช่ไหม?” คุณแทนไทกระซิบถามเสียงต่ำ
“ขะ ขอโทษครับ ผมขอโทษอย่าทำอะไรผมเลย” คุณแทนไทไม่สนใจท่าทางหวาดกลัวนั้น เอาแต่จ้องมองนิ่ง ๆ ก่อนจะผลักจนผู้ชายคนนั้นล้มลงกับพื้น
“เจ็บตรงไหนไหม?” แล้วรีบขยับเข้ามาดูฉัน
“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันตอบมือก็เลื่อนหน้าจอที่ไร้การป้องกันด้วยรหัสผ่าน เมื่อเห็นข้อความจากผู้หญิงคนนั้นถามว่าเรื่องที่เธอรู้มาเป็นเรื่องจริงใช่ไหม ฉันถึงได้สวมรอยตอบกลับข้อความนั้นหลังจากที่เลื่อนอ่านผ่าน ๆ ก็จับได้ว่าพวกเขาคุยกันสไตล์ไหน
“ทำไมพิมพ์แบบนั้นล่ะ?”
“พวกเขาด่าพี่ไฉ” นี่คือเหตุผลที่ทำให้ฉันโกรธ และไม่อยากจะช่วยเหลือพวกเขา หากไม่เชื่อในสิ่งที่เตือน ฉันก็จะสงเคราะห์ทำให้มันพังไปเอง
“หึ” เสียงหัวเราะในลำคอแบบนั้นทำเอาฉันถึงกับหน้าร้อนวูบวาบและตกใจที่เผลอทำตัวเด็กต่อหน้าเจ้านาย