bc

พระชายาลู่เอิน

book_age16+
132
FOLLOW
1K
READ
dark
contract marriage
family
prince
heir/heiress
drama
bxg
serious
campus
tricky
like
intro-logo
Blurb

ความจริงแล้ว มีมากถึงสองเหตุผลที่ทำให้หย่งหยวนหลงไม่ชอบนาง ลำดับแรกคือนางเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพบูรพา และลำดับที่สองคือหัวใจของเขาถูกครอบครองโดยคุณหนูแห่งจวนเสนาบดีนามว่าหลี่เหมยฮวา

ด้วยเหตุผลเหล่านั้น คืนเข้าหอที่สมควรกลายเป็นความสำราญใจกลับกลายเป็นความอึดอัดและกดดันอันยากจะหาทางออก แน่นอนว่ามันมิใช่ความอึดอัดและกดดันของนาง แต่เป็นของหย่งหยวนหลง—ชายผู้กลายเป็นสามีของนางต่างหาก

เหมินลู่เอินเหลือบมองเขาผ่านผ้าคลุมหน้าผืนบางยาวสลวย หย่งหยวนหลงยังคงนิ่งเฉย ดวงหน้าหล่อเหลาของเขาราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา มิต่างจากแววตาอันแสนว่างเปล่าและเลื่อนลอย

ค่อนข้างชัดเจนว่าหย่งหยวนหลงเต็มไปด้วยความผิดหวัง เขาหาได้ยินดีใด ๆ กับการแต่งงานตามราชโองการที่มิอาจฝ่าฝืนของหย่งซานสือฮ่องเต้

หากเป็นสตรีนางอื่นก็อาจมีบ้างที่จะโศกเศร้าและปวดร้าวกับความเย็นชา รวมถึงเฉยเมยของหย่งหยวนหลง โดยเฉพาะเมื่อเป็นคืนแรกของการเข้าหอ

น่าเสียดายเล็กน้อยว่าเหมินลู่เอินมิอาจเป็นเช่นนั้น นางทราบดีว่าหย่งหยวนหลงมอบหัวใจแก่สตรีนางใด และตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่าเขาไม่มีทางชมชอบนางแม้นเพียงเล็กน้อย

ดังนั้นแล้วเหมินลู่เอินจึงไม่มีความคาดหวังสักนิดเดียวว่าเขาจะปฎิบัติต่อนางเป็นอย่างดี

หลังจากปิดปากเงียบมานับชั่วยาม [1] หย่งหยวนหลงก็ยอมเปิดปากออกมาในที่สุด ดวงตาดำขลับคมกริบของเขาตวัดมองเหมินลู่เอิน แล้วกล่าวเสียงราบเรียบอันเฉียบขาด “เปิ่นหวาง [2] สามารถมอบทุกอย่างแก่เจ้า ยกเว้นเพียงหัวใจและความรู้สึกของเปิ่นหวางเท่านั้น”

หย่งหยวนหลงกำลังหมายความว่านอกจากหัวใจจะไม่ยอมมอบให้นางแล้ว ความรู้สึกแม้นเพียงน้อยนิดก็ไม่ยอมมอบเช่นกันหรอกหรือ ?

มิคาดคิดเลยว่าอวิ๋นชินอ๋องมากความสามารถอย่างเขา จะใช้คำพูดเสมือนเด็กเอาแต่ใจ ทว่าย้อนมองกลับไปแล้ว กระทั่งเมื่อวาน ก่อนงานแต่งเพียงหนึ่งวัน หย่งหยวนหลงยังกล้าทำเรื่องไร้เหตุผลอย่างการไปยืนตากฝนอยู่ค่อนวัน นางย่อมมิควรคาดหวังว่าเขาจะเป็นผู้ใหญ่มากนัก…

ขณะหนึ่งเหมินลู่เอินรู้สึกหนักใจกับความดื้อด้านราวเด็กชายตัวน้อยของเขาขึ้นมา

นางค่อย ๆ หันหน้ากลับไปสบตามองหย่งหยวนหลง ชายผ้าคลุมหน้าแดงฉานลากผ่านแขนอาภรณ์ยาวรุ่มร่ามของเขา หย่งหยวนหลงขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่าดวงตากลับยังเรียบเฉยเฉกเช่นเดิม

“หากท่านไม่ยอมมอบความรู้สึกใด ๆ เลย แสดงว่าต่อให้หม่อมฉันจุดไฟเผาจวนอ๋องจนวอดวาย ท่านก็จะไม่โกรธหม่อมฉันใช่ไหมเพคะ ?”เหมินลู่เอินเหยียดรอยยิ้มกว้าง ยามเห็นหย่งหยวนหลงเริ่มขบริมฝีปากของตนเองเล็กน้อย นางกลับรู้สึกสำราญใจเป็นที่สุด “มิใช่เรื่องผิดสักหน่อยหากท่านจะผิดหวัง แต่ท่านมิควรเอาความผิดหวังของท่านมาลงกับหม่อมฉัน แล้วยังทำตัวเป็นเด็กไม่มีเหตุผลอีกด้วย”

นางไม่รอให้หย่งหยวนหลงเปิดปากพูด ก็ทาบเรียวนิ้วมือของตนเองลงบนริมฝีปากของเขา ก่อนขยับลุกยืนเต็มความสูง พลางโน้มตัวลงมาตรงหน้าเขาในระดับสายตา

“หม่อมฉันต้องการเพียงสองอย่างเพคะ”เหมินลู่เอินกล่าวเสียงราบเรียบ ปลายนิ้วมือเรียวยาวค่อย ๆ เลิกผ้าคลุมหน้าผืนบางขึ้น เผยให้เห็นดวงหน้างดงามถูกแต่งแต้มด้วยสีชาด ดวงตาเรียวยาวทอประกายวาววาม ขณะจ้องมองหย่งหยวนหลงโดยไม่ละสายตาไปไหน “นอกเหนือจากเงินทองและร่างกายของท่าน สิ่งใดที่เคยเป็นของท่านย่อมต้องเป็นของท่าน”

หย่งหยวนหลงกำลังตกตะลึง มิใช่เพราะดวงหน้างดงามภายใต้ผ้าคลุมหน้าถูกเปิดเผย หากเป็นเพราะสายตาราวกับหยั่งลึกถึงความต้องการแท้จริงของเขา เหนืออื่นใดนางยังเลิกผ้าคลุมหน้าขึ้นด้วยตนเองอีกต่างหาก

เหมินลู่เอินย่อตัวลงตรงหน้า ดวงหน้างดงามประดับรอยยิ้มบางเบา ขณะปิ่นระย้าค่อย ๆ ขยับไหวไปตามการเคลื่อนกาย “หม่อมฉันจะนอนบนพื้นห้องเองเพคะ”

“…”

นางจับฝ่ามือเย็นเฉียบของหย่งหยวนหลงทาบลงบนแก้มของตนเอง “เมื่อวานท่านตากฝนอยู่ค่อนวัน ตอนนี้เลยคับคล้ายจะไม่สบายอยู่บ้าง หม่อมฉันรู้ดีว่าท่านไม่อยากนอนร่วมเตียงด้วย ดังนั้นหม่อมฉันจะนอนบนพื้นเองเพคะ”

กลางค่ำคืนแห่งการเข้าหอ นอกจากนางจะไม่ไยดีคำพูดของเขาแล้ว เหมินลู่เอินยังออกปากจะนอนบนพื้นด้วยตนเอง

สตรีตรงหน้าของเขาไม่ปรกติอย่างแน่นอน นางห่างไกลจากคำว่าปรกติมากเกินไป !

หย่งหยวนหลงพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองให้อยู่ภายใต้ความสงบ หลังจากนั้นเขาเริ่มสัมผัสว่าฝ่ามือของเหมินลู่เอินเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเขาหลายเท่านัก ก่อนนางจะชักมือของตนเองกลับไปอย่างรวดเร็ว

“เปิ่นหวางจะนอนบนพื้นเอง”

เหมินลู่เอินหลบมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย นางเท้ามือข้างหนึ่งลงบนหัวไหล่ของหย่งหยวนหลง เส้นผมยาวสลวยค่อย ๆ เคลื่อนปรกดวงหน้างดงาม

“ในเมื่อท่านลำบากใจ เรื่องหม่อมฉันจะนอนบนพื้น…”ปลายนิ้วมือเรียวยาวทัดเส้นผมดำขลับกับหลังใบหู ก่อนนางจะโน้มตัวลงกระซิบข้างแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา “พวกเราก็มานอนบนเตียงด้วยกันเถอะ”

หย่งหยวนหลงรีบผลักตัวออกห่างจากนาง หากยามเขาเงยหน้าขึ้น ร่างกายและจิตวิญญาณคล้ายถูกตรึงด้วยแววตาอันน่าหลงใหล

นางเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เขามากกว่าเดิม แล้วค่อย ๆ ครอบครองริมฝีปากของหย่งหยวนหลงอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางความตกตะลึงของเขา…

chap-preview
Free preview
บทหนึ่ง - 1
ความจริงแล้ว มีมากถึงสองเหตุผลที่ทำให้หย่งหยวนหลงไม่ชอบนาง ลำดับแรกคือนางเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพบูรพา และลำดับที่สองคือหัวใจของเขาถูกครอบครองโดยคุณหนูแห่งจวนเสนาบดีนามว่าหลี่เหมยฮวา ด้วยเหตุผลเหล่านั้น คืนเข้าหอที่สมควรกลายเป็นความสำราญใจกลับกลายเป็นความอึดอัดและกดดันอันยากจะหาทางออก แน่นอนว่ามันมิใช่ความอึดอัดและกดดันของนาง แต่เป็นของหย่งหยวนหลง—ชายผู้กลายเป็นสามีของนางต่างหาก เหมินลู่เอินเหลือบมองเขาผ่านผ้าคลุมหน้าผืนบางยาวสลวย หย่งหยวนหลงยังคงนิ่งเฉย ดวงหน้าหล่อเหลาของเขาราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา มิต่างจากแววตาอันแสนว่างเปล่าและเลื่อนลอย ค่อนข้างชัดเจนว่าหย่งหยวนหลงเต็มไปด้วยความผิดหวัง เขาหาได้ยินดีใด ๆ กับการแต่งงานตามราชโองการที่มิอาจฝ่าฝืนของหย่งซานสือฮ่องเต้ หากเป็นสตรีนางอื่นก็อาจมีบ้างที่จะโศกเศร้าและปวดร้าวกับความเย็นชา รวมถึงเฉยเมยของหย่งหยวนหลง โดยเฉพาะเมื่อเป็นคืนแรกของการเข้าหอ น่าเสียดายเล็กน้อยว่าเหมินลู่เอินมิอาจเป็นเช่นนั้น นางทราบดีว่าหย่งหยวนหลงมอบหัวใจแก่สตรีนางใด และตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่าเขาไม่มีทางชมชอบนางแม้นเพียงเล็กน้อย ดังนั้นแล้วเหมินลู่เอินจึงไม่มีความคาดหวังสักนิดเดียวว่าเขาจะปฎิบัติต่อนางเป็นอย่างดี หลังจากปิดปากเงียบมานับชั่วยาม หย่งหยวนหลงก็ยอมเปิดปากออกมาในที่สุด ดวงตาดำขลับคมกริบของเขาตวัดมองเหมินลู่เอิน แล้วกล่าวเสียงราบเรียบอันเฉียบขาด “เปิ่นหวาง สามารถมอบทุกอย่างแก่เจ้า ยกเว้นเพียงหัวใจและความรู้สึกของเปิ่นหวางเท่านั้น” หย่งหยวนหลงกำลังหมายความว่านอกจากหัวใจจะไม่ยอมมอบให้นางแล้ว ความรู้สึกแม้นเพียงน้อยนิดก็ไม่ยอมมอบเช่นกันหรอกหรือ? มิคาดคิดเลยว่าอวิ๋นชินอ๋องมากความสามารถอย่างเขา จะใช้คำพูดเสมือนเด็กเอาแต่ใจ ทว่าย้อนมองกลับไปแล้ว กระทั่งเมื่อวาน ก่อนงานแต่งเพียงหนึ่งวัน หย่งหยวนหลงยังกล้าทำเรื่องไร้เหตุผลอย่างการไปยืนตากฝนอยู่ค่อนวัน นางย่อมมิควรคาดหวังว่าเขาจะเป็นผู้ใหญ่มากนัก… ขณะหนึ่งเหมินลู่เอินรู้สึกหนักใจกับความดื้อด้านราวเด็กชายตัวน้อยของเขาขึ้นมา นางค่อย ๆ หันหน้ากลับไปสบตามองหย่งหยวนหลง ชายผ้าคลุมหน้าแดงฉานลากผ่านแขนอาภรณ์ยาวรุ่มร่ามของเขา หย่งหยวนหลงขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่าดวงตากลับยังเรียบเฉยเฉกเช่นเดิม “หากท่านไม่ยอมมอบความรู้สึกใด ๆ เลย แสดงว่าต่อให้หม่อมฉันจุดไฟเผาจวนอ๋องจนวอดวาย ท่านก็จะไม่โกรธหม่อมฉันใช่ไหม เพคะ?” เหมินลู่เอินเหยียดรอยยิ้มกว้าง ยามเห็นหย่งหยวนหลงเริ่มขบริมฝีปากของตนเองเล็กน้อย นางกลับรู้สึกสำราญใจเป็นที่สุด “มิใช่เรื่องผิดสักหน่อยหากท่านจะผิดหวัง แต่ท่านมิควรเอาความผิดหวังของท่านมาลงกับหม่อมฉัน แล้วยังทำตัวเป็นเด็กไม่มีเหตุผลอีกด้วย” นางไม่รอให้หย่งหยวนหลงเปิดปากพูด ก็ทาบเรียวนิ้วมือของตนเองลงบนริมฝีปากของเขา ก่อนขยับลุกยืนเต็มความสูง พลางโน้มตัวลงมาตรงหน้าเขาในระดับสายตา “หม่อมฉันต้องการเพียงสองอย่างเพคะ” เหมินลู่เอินกล่าวเสียงราบเรียบ ปลายนิ้วมือเรียวยาวค่อย ๆ เลิกผ้าคลุมหน้าผืนบางขึ้น เผยให้เห็นดวงหน้างดงามถูกแต่งแต้มด้วยสีชาด ดวงตาเรียวยาวทอประกายวาววาม ขณะจ้องมองหย่งหยวนหลงโดยไม่ละสายตาไปไหน “นอกเหนือจากเงินทองและร่างกายของท่าน สิ่งใดที่เคยเป็นของท่านย่อมต้องเป็นของท่าน” หย่งหยวนหลงกำลังตกตะลึง มิใช่เพราะดวงหน้างดงามภายใต้ผ้าคลุมหน้าถูกเปิดเผย หากเป็นเพราะสายตาราวกับหยั่งลึกถึงความต้องการแท้จริงของเขา เหนืออื่นใดนางยังเลิกผ้าคลุมหน้าขึ้นด้วยตนเองอีกต่างหาก เหมินลู่เอินย่อตัวลงตรงหน้า ดวงหน้างดงามประดับรอยยิ้มบางเบา ขณะปิ่นระย้าค่อย ๆ ขยับไหวไปตามการเคลื่อนกาย “หม่อมฉันจะนอนบนพื้นห้องเองเพคะ” “…” นางจับฝ่ามือเย็นเฉียบของหย่งหยวนหลงทาบลงบนแก้มของตนเอง “เมื่อวานท่านตากฝนอยู่ค่อนวัน ตอนนี้เลยคลับคล้ายจะไม่สบายอยู่บ้าง หม่อมฉันรู้ดีว่าท่านไม่อยากนอนร่วมเตียงด้วย ดังนั้นหม่อมฉันจะนอนบนพื้นเองเพคะ” กลางค่ำคืนแห่งการเข้าหอ นอกจากนางจะไม่ไยดีคำพูดของเขาแล้ว เหมินลู่เอินยังออกปากจะนอนบนพื้นด้วยตนเอง สตรีตรงหน้าของเขาไม่ปรกติอย่างแน่นอน นางห่างไกลจากคำว่าปรกติมากเกินไป! หย่งหยวนหลงพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองให้อยู่ภายใต้ความสงบ หลังจากนั้นเขาเริ่มสัมผัสว่าฝ่ามือของเหมินลู่เอินเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเขาหลายเท่านัก ก่อนนางจะชักมือของตนเองกลับไปอย่างรวดเร็ว “เปิ่นหวางจะนอนบนพื้นเอง” เหมินลู่เอินหลบมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย นางเท้ามือข้างหนึ่งลงบนหัวไหล่ของหย่งหยวนหลง เส้นผมยาวสลวยค่อย ๆ เคลื่อนปรกดวงหน้างดงาม “ในเมื่อท่านลำบากใจ เรื่องหม่อมฉันจะนอนบนพื้น…” ปลายนิ้วมือเรียวยาวทัดเส้นผมดำขลับกับหลังใบหู ก่อนนางจะโน้มตัวลงกระซิบข้างแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา “พวกเราก็มานอนบนเตียงด้วยกันเถอะ” หย่งหยวนหลงรีบผลักตัวออกห่างจากนาง หากยามเขาเงยหน้าขึ้น ร่างกายและจิตวิญญาณคล้ายถูกตรึงด้วยแววตาอันน่าหลงใหล นางเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เขามากกว่าเดิม แล้วค่อย ๆ ครอบครองริมฝีปากของหย่งหยวนหลงอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางความ ตกตะลึงของเขา… เหมินลู่เอินเลื่อนมือสัมผัสหยดน้ำตาเปียกชื้นบนดวงหน้างดงามของตนเอง ขณะแสงสว่างจากภายนอกลอดผ่านบานหน้าต่างสาดส่องเข้ามาในห้องนอน นางกะพริบตาเล็กน้อย ค่อย ๆ ปาดหยาดน้ำตาออกไปอย่างเฉยชา ก่อนจะขยับลุกจากเตียงนอน แล้วหยุดยืนตรงหน้าบานกระจกทองเหลืองอย่างเงียบเชียบ แม้นแววตาที่สะท้อนบนกระจกว่างเปล่าและเฉยชา ทว่าหัวใจของเหมินลู่เอินกลับเย็นเยียบเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามนางมิได้รู้สึกเศร้า มันเป็นเพียงก้อนตะกอนอันขุ่นมัวกลางหัวใจก็เท่านั้น เหมินลู่เอินมิแน่ใจว่าตนเองยืนนิ่งอยู่นานเพียงใด จวบจน หลินฮุ่ยเดินเข้ามาพร้อมกับอ่างล้างหน้า เพื่อเตรียมปรนนิบัตินายหญิงเพียงหนึ่งเดียวของจวนอ๋อง หลินฮุ่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ยามเห็นร่องรอยจากหยดน้ำตาบนดวงหน้างดงามของพระชายา หากเป็นคนนอกคงแปลกใจไม่น้อย ทว่านางดูแลรับใช้พระชายามานาน นับแต่ยังเป็นเพียงคุณหนูเหมินของจวนแม่ทัพบูรพา จึงมิแปลกใจมากมายนัก เนื่องจากมันเป็นเรื่องปรกติอยู่แล้วหากพระชายาจะฝันเห็นบางอย่าง บ้างก็เป็นความฝันอันเลื่อนลอย และบ้างก็เป็นอนาคต… “มันมิใช่น้ำตาของข้าหรอกนะ” เหมินลู่เอินกล่าวเสียงราบเรียบ พานพบว่าหยดน้ำตาของตนเองไหลอาบลงมาไม่ยอมหยุด “มันเป็นน้ำตาของหยวนหลงต่างหาก ท่าทางเขาคงต้องเจ็บปวดแทบเจียนตายเพราะหลี่เหมยฮวาอีกแล้ว” หลินฮุ่ยพยักหน้าครั้งหนึ่ง ค่อย ๆ วางอ่างล้างหน้าลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็กข้างกระจก แล้วนำผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ทำความสะอาดไปตามดวงหน้างดงาม เพื่อลบเลือนร่องรอยของหยดน้ำตาออกไปจนหมดสิ้น เหมินลู่เอินหลุบตามองกล่องเครื่องประดับ ก่อนหยิบปิ่นขน นกกระเต็นอันล้ำค่าออกมาเล่มหนึ่ง ตามด้วยสร้อยไข่มุกขาวนวล ซึ่งได้มาจากเครื่องบรรณาการของแดนใต้ พวกมันล้วนแต่เป็นของ ล้ำค่าที่หย่งหยวนหลงประทานให้ครั้งคราวไม่เคยขาด นับแต่คืนเข้าหอเมื่อตอนนั้น เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ปีที่สามของการเป็นพระชายาอ๋อง หย่งหยวนหลงรักษาคำพูดของเขาได้ดีมาก แม้นไม่มอบความรักให้ แต่เขาก็มอบเงินทองมากมายและทรัพย์สินของ จวนอ๋องให้แก่เหมินลู่เอิน รวมถึงร่างกายของเขาด้วยเช่นกัน กระนั้นความสัมพันธ์ระหว่างนางกับหย่งหยวนหลงก็มิอาจเรียกว่าสามีกับภรรยาได้เต็มปากนัก หากจะเรียกว่าเป็นสหายพึ่งพากันและกันก็ไม่เชิงเสียทีเดียว พวกเขาเหมือนคู่ค้าซึ่งทำการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันอย่างลงตัวต่างหาก “หลายวันก่อน พระชายาเคยบอกหม่อมฉันว่าอยากดื่มสุราชมดอกท้อ” หลินฮุ่ยเอ่ยทำลายความเงียบ พลางเกล้าเรือนผมของ พระชายาเป็นมวยสูง แล้วเสียบปิ่นขนนกกระเต็นลงไป “เมื่อเช้าตอนเดินผ่านโรงครัว ดอกท้อท้ายจวนอ๋องบานสะพรั่งแล้วนะเพคะ” “เช่นนั้นหรอกหรือ” “ดอกท้อผลิบานงดงามเสียยิ่งกว่าปีก่อนด้วยเพคะ” หลินฮุ่ยขยับรอยยิ้มบางเบา ค่อย ๆ หยิบสร้อยไข่มุกล้ำค่าสวมลงบนคอขาวเนียนของพระชายา “หม่อมฉันจะบอกให้โรงครัวจัดเตรียมสุรากับขนมกินเล่นดีไหมเพคะ” เหมินลู่เอินพยักหน้าช้า ๆ ปล่อยให้หลินฮุ่ยสวมอาภรณ์ฟ้ากระจ่างปักลายนกกระจาบจนเรียบร้อยดี แล้วหมุนตัวรอบหนึ่ง ขณะเหม่อมองภาพสะท้อนบนกระจกทองเหลือง ทุกอย่างบนร่างกายของนางยังคงดูดีเหมือนทุกวัน มันล้วนแต่เป็นสิ่งที่พระชายาอ๋องควรได้รับอย่างถูกต้อง แน่นอนว่ามันย่อมไม่ผิดอะไร หากเหมินลู่เอินจะลุ่มหลงของล้ำค่าพวกนี้อยู่พอสมควร นางเลื่อนมือสัมผัสสร้อยคอไข่มุกและปิ่นขนนกกระเต็น พลางหลับตาลงอย่างเชื่องช้า ภาพดวงหน้าเปรอะเปื้อนหยดน้ำตาของ หย่งหยวนหลงในความฝันฉายชัดกลางหัวสมองของเหมินลู่เอินอีกครั้ง “บอกโรงครัวจัดเตรียมสุราและขนมกินเล่นเผื่อท่านอ๋องด้วยก็แล้วกัน” เหมือนว่านางจะสงสารหย่งหยวนหลงขึ้นมาอีกแล้ว มันช่างเป็นนิสัยเสียยากจะแก้ไขจริง ๆ ด้วย

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

เมียลับอุ้มรัก

read
82.7K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.7K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.1K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.8K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.8K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook