bc

คนที่ใช่ต้องพยายาม

book_age18+
32
FOLLOW
1K
READ
revenge
dark
forbidden
contract marriage
one-night stand
family
HE
age gap
opposites attract
kickass heroine
stepfather
heir/heiress
blue collar
drama
tragedy
mystery
loser
detective
childhood crush
secrets
poor to rich
friends with benefits
assistant
like
intro-logo
Blurb

หลังการเสียชีวิตของคุณท่านแห่งบ้านกรภัควัฒน์ ชีวิตของสาวใช้ตัวน้อยๆ นามว่าขวัญใจก็เปลี่ยนไปเมื่อบางอย่างในบ้านไม่ชอบมาพากลพร้อมกับการกลับมาของเจ้าของมรดกตัวจริง ผู้ชายที่เธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน

--------------------

"หนูมาอยู่กับฉันที่นี่ในฐานะที่ฉันให้โอกาส อย่าคิดพยายามมีตัวตนหรือเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับฉัน"

***

"รีบถอดชุดนอนออกสิ" เขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

น้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงด้วยความเชิญชวนทำให้คนฟังรู้สึกคอแห้ง ขวัญใจกลืนน้ำลาย ลิ้นเล็กเลียริมฝีปากล่าง สีหน้าเหมือนกำลังตัดสินใจเรื่องใหญ่ในชีวิตฃ

นี่มันจังหวะวัดใจชัดๆ

อยากรู้อยากลองมันก็อยาก อยากมาก แต่อีกใจหนึ่งเธอก็รู้ว่าไม่ควร

"หรือจะให้ฉันถอดให้"

ที่บอกว่าไม่ควร หมายถึงไม่ควรชักช้า เดี๋ยวเขาจะเปลี่ยนใจ ยั่วกันขนาดนี้ใครเล่าจะทนไหว เล่นตงเล่นตัวอะไรเธอไม่รู้จัก

ถึงแม้ใจจะกล้าแต่ขาก็แอบสั่น

บางครั้งโอกาสก็ไม่ได้มีมาอีกเป็นครั้งที่สอง มาถึงขนาดนี้แล้ว...กล้าๆ หน่อยสิวะหญิง!

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1
‘เพราะแบบนี้ฉันถึงรักเธอขวัญใจ’ ประโยคนี้ยังแจ่มชัดอยู่ในความคิด... ขวัญใจ กรภัควัฒน์ ยังจำเสียงที่ล้อมเดช กรภัควัฒน์ใช้พูดกับเธอได้เป็นอย่างดี ความอบอุ่นในน้ำเสียงนั้นยังฝังแน่นอยู่ในหัวใจของเธอ . . . ดวงตาโตหวานของหญิงสาวจับจ้องที่หมากสีขาวบนกระดานหมากรุก ขวัญใจไล่สายตามองหมากทุกตัวในฝั่งของตนสลับกับหมากสีดำของคนฝั่งตรงข้าม ใบหน้าอ่อนเยาว์ฉายแววครุ่นคิดอยู่หลายนาที กระทั่งคู่แข่งที่นั่งบนโซฟาหวายตรงข้ามกับเธอหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างนึกเอ็นดูในความตั้งอกตั้งใจของยัยหนูตรงหน้า “เธอต้องเลือกแล้ว จะเดินไปทางไหนดีล่ะ” “โธ่...คุณท่าน” ขวัญใจเงยหน้าขึ้นจากกระดานสี่เหลี่ยมจัตุรัส คิ้วสีอ่อนที่ย่นเข้าหากันคลายออกทีละนิด เสียงทุ้มของล้อมเดชดังขัดจังหวะทำให้เธอลืมแผนการเดินหมากที่กำลังคิดอยู่ในหัวไปเสียดื้อๆ “ขวัญใจลืมเลยว่าจะเดินตัวไหน” หญิงสาวบ่นพึมพำ สองแก้มใสป่องพองลม แกล้งทำหน้าเง้างอดเหมือนเด็กน้อยถูกผู้ใหญ่รังแก ทว่าท่าทางเง้างอนอย่างไม่จริงจังของเธอชวนให้คนมองมานึกเมตตาเอ็นดูมากกว่าจะตำหนิติเตียน “จะเดินตัวไหนยังไงก็ถูกฉันรุกฆาตอยู่ดีนั่นล่ะ” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่มีริ้วรอยทว่ายังดูดีของชายแก่ น้ำเสียงที่เขาใช้พูดกับเด็กสาวเต็มไปด้วยความอบอุ่น ที่ล้อมเดชพูดไม่ได้เกินจริงแม้แต่น้อย แม้จะฝึกเล่นมาสองปีกว่าแล้ว แต่ขวัญใจไม่เคยชนะเกมหมากรุกเขาเลยสักครั้งเดียว เดิมทีขวัญใจไม่เคยคิดอยากเล่นหมากรุก แต่เมื่อถูกคนสูงวัยกว่ารบเร้าให้เล่นเป็นเพื่อนบ่อยครั้งเข้าก็เริ่มใจอ่อน หัดเล่นได้ไม่ทันไรความอยากเอาชนะก็ทำให้เธอชื่นชอบหมากรุกโดยไม่รู้ตัว “ขวัญใจรู้นะว่าคุณท่านพูดแบบนี้เพราะคุณท่านจะแกล้งกวนสมาธิ ขวัญใจจะได้เดินมั่วใช่มั้ยคะ” ชายวัย 70 หัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความอารมณ์ดีเมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสเจือความทะเล้นผุดขึ้นที่ริมฝีปากสีชมพูธรรมชาติ นึกเอ็นดูเด็กน้อยคนนี้ที่รับเข้ามาอยู่ในบ้านกรภัควัฒน์ แม้อายุของล้อมเดชจะล่วงเข้าสู่วัยชราแล้ว ทว่าเขายังจำวันแรกที่ขวัญใจก้าวเท้าเข้ามาเป็นคนของบ้านกรภัควัฒน์เมื่อ 7 ปีก่อนได้ดี ในตอนนั้นเธอเป็นแค่เด็กกะโปโล หน้าตาไม่สดชื่นแจ่มใส สองมืออุ้มกระเป๋าเก่าๆ ใบหนึ่งในนั้นมีเพียงเสื้อผ้าตัวเก่าไม่กี่ชุด ช่างแตกต่างจากตอนนี้... เขามอบชีวิตใหม่ให้กับเธอ ให้ที่อยู่อาศัยให้การศึกษากระทั่งเด็กหญิงในวันนั้นเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่มีคุณภาพในวันนี้ ขวัญใจในวัย 19 ย่าง 20 เป็นสาวสวยสะพรั่ง ร่าเริงแจ่มใส ทั้งรู้จักเอาอกเอาใจผู้ใหญ่ เธออ่อนน้อมน่ารักแต่ก็เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ในเวลาเดียวกัน “แพ้ให้ตาแก่อย่างฉันอีกสักตาจะเป็นอะไรไป เธอยังมีเวลาให้ฝึกซ้อมอีกเกินครึ่งค่อนชีวิต” ถึงล้อมเดชจะพูดออกมาด้วยท่าทีสบายๆ แต่คนฟังกลับไม่สบายใจด้วย ขวัญใจเลิกสนใจหมากรุกตรงหน้า ขยับลงไปนั่งพับเพียบบนพื้นข้างเก้าอี้หวายฝั่งตรงข้าม สองมือเล็กจับที่วางแขนเก้าอี้ของคนสูงวัยเอาไว้ “คุณท่านอย่าพูดแบบนี้สิคะ” ไหล่บอบบางลู่ลง ขวัญใจกระพริบตาถี่ ปากจิ้มลิ้มแบะน้อยๆ คล้ายจะร้องไห้ เพียงแค่เธอจินตนาการถึงความตายของล้อมเดช น้ำตาก็รื้นขอบตาขึ้นมาแล้ว หากในโลกนี้ไม่มีล้อมเดชเธอจะเหลือใคร ช่วงชีวิตที่ผ่านมาก็มีแต่คุณท่านเท่านั้นที่เปรียบเสมือนทุกอย่างในชีวิต ล้อมเดชเป็นผู้มีพระคุณที่สุดของขวัญใจ ชายแก่คนนี้มีบุญคุณไม่ต่างจากพ่อบังเกิดเกล้า เพราะในวันที่พ่อไม่ต้องการเธอ ล้อมเดชก็ได้มอบชีวิตใหม่ให้กับเธอ เขาให้ที่พักอาศัยและส่งเสียให้เธอได้ร่ำเรียนหนังสือ ในความรู้สึกของหญิงสาว ล้อมเดชเป็นทั้งเจ้านายและคนที่เธอรู้สึกผูกพันไม่ต่างจากครอบครัว เจ็ดปีที่แล้วเด็กหญิงขวัญใจในวัย 12 ขวบไม่เข้าใจเหตุผลที่พ่อบังเกิดเกล้าพาเธอมาฝากไว้ที่บ้านกรภัควัฒน์ ‘เดี๋ยวไว้มีโอกาสพ่อจะมารับนะ ตอนนี้ขวัญใจอยู่กับคุณท่านไปก่อนดีที่สุด’ เธอยังจำประโยคสุดท้ายของผู้เป็นพ่อได้ดี ในตอนนั้นพ่อกับแม่เลี้ยงพาเธอไปเที่ยวค้างคืนที่ทะเลก่อนจะพามาส่งที่หน้ารั้วบ้านหลังใหญ่ พวกเขาไม่แม้แต่จะเดินเข้าไปส่งข้างใน เด็กหญิงยืนคว้างอยู่หน้าประตูรั้วมองพ่อกับแม่เลี้ยงขับรถจากไป แวบหนึ่งเธอเห็นความโล่งใจปรากฏบนใบหน้าของทั้งสอง มีเพียงน้องสาวต่างแม่ที่ยังเป็นเด็กน้อยไม่รู้เรื่องรู้ราวโบกมือให้ในจังหวะที่รถเคลื่อนผ่านหน้าเธอไป สุดท้ายโอกาสที่พ่อว่าก็ไม่เคยมาถึง ตอนนั้นเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอหน้า ‘ครอบครัว’ พ่อไม่มารับตามที่บอกไว้ กระทั่งเวลาผ่านไป 7 ปี จากที่เคยตั้งหน้าตั้งตารอ ก็เลิกรอไปโดยไม่รู้ตัว แม้แต่นามสกุลซึ่งสิ่งสุดท้ายที่ใช้ย้ำเตือนถึงสายสัมพันธ์พ่อลูก เขาก็เอามันไปจากเธอ... เธอเป็นเหมือนส่วนเกินในชีวิตของพวกเขา ในตอนนั้นเด็กหญิงขวัญใจไม่เข้าใจที่พ่อบอกว่าดีที่สุด มันดีอย่างไร แต่ในตอนนี้เธอเริ่มจะเข้าใจความจริงบ้างแล้วว่าดีที่สุดที่พ่อหมายถึงก็คือดีที่สุดสำหรับพวกเขา พ่อของเธอไม่ติดต่อมาอีก แต่ขวัญใจก็พอจะรู้ว่าเขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่ของเธอ เป็นครอบครัวสุขสันต์ตามแบบที่แม่เลี้ยงฝันใฝ่ “เธอต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีฉันบ้างนะยัยหนู เอาแต่หดอยู่ในบ้านถ้าฉันตายไปจะทำยังไง” สายตาอ่อนล้าของคนพูดสะท้อนความเป็นห่วงออกมาให้เห็น ในตอนนั้นขวัญใจในวัย 12 ปี ถูกขายให้เป็นเด็กรับใช้ในบ้านกรภัควัฒน์ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ‘คุณท่าน’ ที่พ่อพูดถึงตอนนั้นคือใคร แต่เพราะกลัวว่าจะถูกทอดทิ้งอีก เด็กน้อยจึงเรียนรู้ที่จะทำตัวให้เป็นที่รักของทุกคน เจ็ดปีแล้วที่ขวัญใจตามติดล้อมเดชเป็นเงา จากเด็กรับใช้ตัวเล็กๆ ในบ้านก็เติบโตขึ้นจนกลายเป็นหญิงสาวที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับเจ้าของบ้านมากที่สุด คนแก่อาศัยในบ้านรั้วใหญ่คนเดียวกับคนรับใช้ไม่กี่คน ทั้งยังไม่มีลูกหลานดูแล พอมีเด็กสาวเข้ามาสร้างความสดใสให้กับชีวิตบั้นปลาย จึงไม่แปลกที่ล้อมเดชจะรักใคร่เอ็นดูขวัญใจมากกว่าใคร ส่วนขวัญใจก็รักและเคารพคุณท่านที่สุดในหัวใจของเธอ “อีกเดี๋ยวเดียวเธอก็เข้ามหาวิทยาลัยแล้วไม่ใช่หรือ อยากไปเรียนที่ไหนล่ะ ไปเปิดหูเปิดตาที่กรุงเทพบ้างเป็นยังไง” แต่ดั้งแต่เดิมตระกูลกรภัควัฒน์เป็นเศรษฐีเก่าแก่ในจังหวัดอยุธยา นอกจากล้อมเดช กรภัควัฒน์จะมีฐานะแล้ว เขายังเป็นที่รู้จักนับถือของชาวบ้านในละแวกนี้อีกด้วย ล้อมเดชเป็นคนกว้างขวาง ทว่าพักหลังมานี้ด้วยปัญหาสุขภาพหลายอย่างจึงทำให้คนสูงวัยพักผ่อนอยู่แต่ในบ้านเลิกออกงานสังคมไปโดยปริยาย “ยังไงขวัญใจก็ไม่ไปเรียนที่กรุงเทพเด็ดขาด ขวัญใจคิดเอาไว้แล้วค่ะว่าจะเรียนที่ไหน” ขวัญใจยิ้มกว้าง ไม่ว่าล้อมเดชจะพูดอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนความคิดที่จะเรียนนอกระบบของเธอได้ เขาคิดเอาไว้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องตอบกลับมาแบบนี้ เมื่อได้ยินหญิงสาวยืนกรานหนักแน่น คนฟังได้แต่ทอดถอนหายใจ สายตาที่มองใบหน้าอ่อนใสไม่มีอะไรไปมากกว่าความเป็นห่วง “เฮ้อ...เธอก็รู้ว่าฉันอยู่เป็นเพื่อนเธอได้อีกไม่กี่ปี ถ้าไม่ออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างอีกหน่อยจะอยู่ยังไง โลกใบนี้มันมีอะไรมากกว่าคนแก่อย่างฉันกับกระดานหมากรุกนี่นะ” ทั้งที่ท่าทางที่ขวัญใจแสดงออกมาร่าเริงจนไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง ทว่าล้อมเดชกลับอดเป็นห่วงเด็กน้อยคนนี้ไม่ได้ ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังนี้ ขวัญใจก็ไม่คิดออกไปไหน เหตุการณ์ในอดีตที่ถูกพ่อและแม่เลี้ยงพาไปเที่ยวค้างคืนก่อนจะมาทิ้งเธอไว้ที่นี่ เป็นปมฝังใจทำให้เธอไม่วางใจที่จะออกไปไหนนานๆ ถึงขนาดที่เรียนระดับมัธยม เธอก็ยังเลือกเรียนนอกระบบอยู่ที่บ้าน “คุณท่านพูดแบบนี้อีกแล้ว” “แล้วมันไม่จริงรึ ฉันอยู่มาเกินครึ่งคนแล้ว โรคประจำตัวก็แยะจะให้ฉันอยู่อีกสักกี่ปีเชียว” ประโยคจริงจังของล้อมเดชทำให้คนฟังนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนความสดใสที่เลือนออกไปจากใบหน้าอ่อนเยาว์จะปรากฏขึ้นอีกครั้ง “ไม่ต้องถึงร้อยปีก็ได้แต่อยู่ให้หนูดูแลอีกซักเก้าสิบเก้าปีหรือไม่ก็จนกว่าหนูจะชนะหมากรุกคุณท่านนะคะ” ไม่ใช่ว่าเธอไม่ยอมรับความจริงว่าเขาอายุเยอะมากแล้ว เพียงแต่เธอยังไม่กล้าพอจะคิดถึงช่วงเวลาเลวร้ายที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคตก็เท่านั้น “เธอน่ะหรือจะชนะ? ถ้าเป็นอย่างงั้นฉันคงไม่ได้ตายแล้วล่ะ” คนสูงวัยหัวเราะ บนใบหน้าที่มีริ้วรอยย่นตามวัยเปี่ยมไปด้วยความสุข จังหวะที่ล้อมเดชกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบไม้เท้า หญิงสาวก็รีบลุกมาประคอง “ให้หนูช่วยนะคะ” กิจวัตรประจำวันช่วงก่อนนอนของขวัญใจส่วนใหญ่จะอยู่ภายในห้องของล้อมเดช หากเธอไม่นั่งอ่านหนังสือเป็นเพื่อนเขาก็จะเล่นหมากรุกเป็นเพื่อนจนกว่าคุณท่านจะถึงเวลากินยาและเข้านอน ขวัญใจพยุงคนสูงวัยจากห้องนั่งเล่นเดินทะลุซุ้มโค้งไปยังส่วนของห้องนอน เธอเตรียมยาลดความดันโลหิตอย่างที่ทำเป็นประจำทุกคืน ส่งให้กับคนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียง จัดการเปิดไฟหัวเตียงและปิดโคมไฟระย้าเหนือหัว ขณะกำลังกำลังจะก้าวออกมาจากห้อง ชายสูงวัยก็พูดขึ้น “เพราะแบบนี้ฉันถึงรักเธอขวัญใจ” ถ้อยประโยคของล้อมเดชที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงปกติให้ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งในหัวใจ ไม่ใช่ความรักโรแมนติกอย่างที่ใครคนอื่นเข้าใจผิด หญิงสาวหันกลับมาส่งยิ้มให้กับชายแก่ ท่ามกลางแสงสลัวจากโคมไฟในห้อง ดวงตากลมโตปกปิดความหวาดหวั่นเอาไว้ได้อย่างมิดชิด แม้ภายนอกล้อมเดชจะดูแข็งแรงกว่าคนวัยเดียวกัน ทว่าขวัญใจรู้ดีว่าโรคร้ายที่เคยกัดกินเขาจากภายในกลับเข้ามาในชีวิตบั้นปลายของล้อมเดชอีกครั้ง คุณท่านเคยชนะมันมาได้แล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ก็ต้องชนะมันให้ได้ ขวัญใจลอบสูดหายใจเข้าลึก ตอบกลับไปด้วยเสียงหนักแน่น “หนูก็รักคุณท่าน คุณท่านต้องอยู่กับหนูไปนานๆ นะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” นานเท่าที่จะนานได้...

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.7K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.0K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook