ก๊อกๆๆ
พนักงานสาวที่นำทางเคาะประตูก่อนจะมีเสียงบอกอนุญาตจากด้านใน
‘เปิดเข้ามาได้เลย’
อีกฝ่ายจึงไขกุญแจเปิดประตูให้ อิซาเบลเอ่ยขอบคุณแล้วเข้าไปด้านใน พนักงานก็ปิดประตูแล้วจากไป หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบห้องสวีตหรูภายในโรงแรมใหญ่เพื่อหาคนที่ตนมาพบ ทว่ากลับไม่เห็นใครในส่วนรับแขก ปลายหางตาเห็นคนก้าวออกมาจากส่วนห้องนอนจึงหันมอง ทว่ากลับต้องชะงักกับภาพที่เห็น
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดคลุมอาบน้ำผ้าหนา ดูเหมือนภายในจะไม่มีสิ่งใดเพราะแผงอกเปลือยที่เผยให้เห็นตรงสาบเสื้อกว้างทำให้พอเดาได้ หญิงสาวถอยหลังก้าวหนึ่งอย่างระวังตัว สบตาคู่สีดำลึกด้วยแววเข้มดุแล้วในใจตกประหวั่นพิกล
ทั้งเขายังกวาดตามองจากใบหน้าตนจรดปลายเท้าอย่างไม่เกรงใจ คิ้วเข้มขยับสูงราวประเมินสินค้า อิซาเบลขุ่นใจครามครัน
“เธอจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานแค่ไหน”
พลางถามก็ก้าวไปนั่งลงไขว่ห้างบนโซฟา ทำเอาคนมองตามต้องรีบเลี่ยงสายตา อยู่ๆ หน้าก็ร้อนวูบวาบขึ้น หากพยายามวางสีหน้านิ่ง
“ต้องขอโทษที่ดิฉันเข้ามาเร็วไป เชิญคุณทำธุระก่อนตามสะดวกค่ะ ดิฉันจะออกไปรอหน้าห้อง”
ดวงตาคู่เข้มดุตวัดมองราวประหลาดใจ ทว่าอิซาเบลหันหลังกลับก้าวไปยังประตูเพราะคิดว่าตนไม่เหมาะสมจะอยู่ในห้องในเวลาที่อีกฝ่ายแต่งตัวไม่เรียบร้อยเช่นนี้
แต่ช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ ขณะที่มือบางจับลูกบิดประตู มือหนาก็เคลื่อนมาทาบทับจับมือตน พร้อมร่างสูงใหญ่อบอุ่นปราดมาถึงตัวทำเอาหญิงสาวสะดุ้งพร้อมสะบัดมือตนทันที
“อ๊ะ?”
เพราะพื้นห้องปูพรมและตนใส่รองเท้าหนังหุ้มส้นแบบผู้หญิง จึงได้ยินเพียงเสียงเดินของตัวเอง ไม่ทันฉุกใจถึงเสียงอื่น ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายก้าวตามมา
ร่างระหงหันกลับไปก็ต้องผงะแผ่นหลังแนบประตู เพราะร่างสูงใหญ่โน้มมาใกล้ เท้ามือข้างที่ไม่ได้จับลูกบิดประตูยันเหนือศรีษะเธอพร้อมจ้องด้วยแววตาเข้มวาววับ
“ธุระของเรา ใส่ชุดนี้ก็ไม่เสียหายอะไรนี่ หรือว่า...”
มือหนาผละออกเลื่อนลงเฉียดแก้มนวลราวจงใจไปจับปมที่ผูกเสื้อคลุม
“จะไม่ใส่ ฉันก็ไม่ติดอะไร”
คิ้วเรียวสวยขมวดอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายแสดงท่าทีคุกคาม
“คุณหยาบคาบกับฉันเกินไปแล้วนะ ถ้าไม่คิดจะให้สัมภาษณ์ดีๆ ฉันจะกลับล่ะ”
พูดแล้วก็เหลือบมองลูกบิดที่มือหนายังจับไว้ ก่อนจะกลับมามองสบตาคู่คมอย่างขุ่นขึ้ง
“เปิดประตู”
“เธอคิดจะเล่นแง่อะไร”
ชายหนุ่มถามเสียงเข้มขึ้น
“รับเงินฉันไปแล้วจะบิดพลิ้วหรือ”
“พูดเรื่องอะไรของคุณ คนอะไรทำตัวหยาบคาย ไร้มารยาท คุกคามคนอื่น น่ารังเกียจ”
“เธอกล้าต่อว่าฉันหรือ”
“ใช่ แล้วก็ปล่อยมือจากลูกบิดเดี๋ยวนี้ ฉันจะออกไปจากที่นี่”
“ฉันจ่ายเงิน คนที่มีสิทธิ์ออกคำสั่งคือฉันไม่ใช่เธอ หากฉันไม่อนุญาต เธอก็ออกไปจากห้องนี้ไม่ได้ จนกว่าจะทำธุระของเราเสร็จ”
ดวงตาคู่คมโตจ้องกลับตาเข้มดุอย่างไม่เกรงกลัว แม้อีกฝ่ายวางอำนาจใส่ ริมฝีปากอิ่มเม้มเล็กน้อยก่อนจะคลี่ระบายยิ้มอ่อนพลางขยับเข้าไปชิดร่างสูงใหญ่ หากยังเว้นระยะไม่ให้เนื้อตัวแตะต้องกัน
ชายหนุ่มจ้องใบหน้างามกับดวงตาคู่สวยที่อยู่ๆ ก็อ่อนแสงลงแวบหนึ่ง ยอมรับว่าความสวยแบบผสมผสานสัญชาติตะวันตกกับตะวันออกของหญิงสาวดูน่ามองมาก ยิ่งเมื่อมือบางวางบนแผงอกตนเขาก็เริ่มคลายความเคร่งเครียดแม้จะยังแปลกใจที่เจ้าตัวเปลี่ยนทีท่ากะทันหันก็ตาม
“แหม เข้ามาเจอแบบนี้เป็นใครก็ตั้งตัวไม่ติดทั้งนั้น อย่าดุนักสิ”
พลางเอ่ยเสียงอ้อนมือบางก็ไล้ขึ้นไปตามลำคอหนา แม้คิ้วเข้มจะขมวด ทว่าดวงตาคมกริบยังสบตาเธอ หญิงสาวรีบอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังมึนกระแทกเข่าขึ้นสูงกลางกายชาย
พลั่ก
“อึก”
และระหว่างที่ร่างสูงใหญ่ตัวงอ เธอก็กระทืบร้องเท้าหนังของตนบนเท้าที่มีเพียงรองเท้าใส่ในห้อง
“โอ๊ะ!”
คนที่ไม่ทันตั้งตัวสะดุ้งโหยง ไม่รู้จะกุมตรงไหนดีเพราะรวดร้าวหนักทั้งสองจุด
“ผู้หญิงไม่ชอบผู้ชายดุ รู้ไว้ซะด้วย!”
“เธอ!”
มือหนาพยายามจะคว้าร่างระหง แต่หญิงสาวรีบเปิดประตูพรวดเผ่นออกไปด้านนอก
“และฉันไม่ได้ขายตัวย่ะ ไอ้คนลามก!”
พูดจบก็ปิดประตูทันใด ขณะที่ร่างสูงใหญ่ทรุดลงพลางเข่นเขี้ยว
“ให้ตายสิ พวกสิบแปดมงกุฎ คิดจะโกงคนอย่างนายพีหรือ ฉันไม่ปล่อยไปง่ายๆ แน่”
ถึงจะเอ่ยอาฆาตหากตนก็เจ็บร้าวทั้งที่เท้าและกลางลำตัวขยับไม่ถนัด ทำได้เพียงทุบมือกับประตู
ด้านหญิงสาวเมื่อออกมาจากห้องได้ก็เร่งฝีเท้าวิ่งไปยังบันไดตรงมุมตึก ทว่ากลับชนเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างจัง
“อิซซี่”
ชายหนุ่มที่อิซาเบลชนช่วยประคองตนเอาไว้
“ภากร”
“มีอะไร ท่าทางเหมือนหนีอะไรมา”
“ก็นายคุณรังสรรค์ นักธุรกิจใหญ่ข้ามชาตินั่นน่ะสิ จะใครซะอีก”
“คุณรังสรรค์?”
ชายหนุ่มมองไปยังเส้นทางที่หญิงสาววิ่งมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“นี่ชั้นสามนี่ คุณรังสรรค์พักชั้นห้า เราเองก็กำลังจะขึ้นไป”
เขาบอกพลางปล่อยเจ้าของร่างระหงเพราะเจ้าตัวไม่ได้โซเซเสียหลัก อีกอย่างดูหงุดหงิดมากกว่าตระหนกตกใจ
“อะไรนะ ชั้นห้า?”
“ใช่ นี่เราขนกล้องขึ้นไปแล้วรอบนึง ว่าจะลงไปรออิซซี่ แต่ไม่เห็น เกรงว่าคุณรังสรรค์จะรอนานก็เลยกลับขึ้นมา”
“อะไรกัน?”
อิซาเบลพึมพำอย่างงุนงง
“แล้วทำไมพนักงานพาฉันไปห้องนั้นล่ะ ดูสิ ไปโผล่ห้องใครก็ไม่รู้ ผู้ชายคนนั้นทั้งหยาบคาย ทั้งลามก บ้าจริง”
หญิงสาวบ่นอุบพร้อมค้อนด้วยความขุ่นเคือง
“แล้วเขาทำอะไรอิซซี่หรือเปล่า”
“ยังไม่ได้ทำอะไร ฉันหนีมาก่อน”
“เราลงไปแจ้งพนักงานไหม”
ภากรห่วงใยสวัสดิภาพเพื่อนร่วมงานสาวไม่น้อย ทั้งยั้งเกรงว่าผู้ชายคนนั้นอาจก่อความเดือดร้อนให้คนอื่น ทว่าอิซาเบลส่ายหน้า
“ช่างเถิด เหมือนเขารอคนอยู่”
แม้จะไม่พอใจผู้ชายคนนั้น แต่มาคิดดูแล้วชายหนุ่มก็เหมือนรอใครสักคนอยู่ ไม่ต้องเดาให้มากความก็พอเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องใด ในเมื่อพนักงานพาตนไปผิดห้องจึงไม่แปลกที่เขาจะเข้าใจผิดไป แต่ก็ไม่ได้อธิบายกับเพื่อนร่วมงานหนุ่ม
“อย่าเสียเวลาเลย คุณรังสรรค์รออยู่ไม่ใช่หรือ”
“ใช่ แต่อิซซี่โอเคแน่นะ”
“อืม”
เธอพยักหน้ารับ พยายามไม่ใส่ใจผู้ชายคนนั้น
“รีบขึ้นไปชั้นห้ากันเถิด”
ร่างระหงก้าวนำไปก่อน ชายหนุ่มจึงก้าวตาม ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยต่อ
“หรือพนักงานจำเบอร์ห้องผิด ถึงได้พาอิซซี่ไปผิด เราน่าจะรอมาด้วยกันเสียตั้งแต่แรกก็ดี”
อิซาเบลยักไหล่ ทว่านึกย้อนกลับไป เธอยังไม่ทันได้บอกชื่อแขกที่ตนมาพบด้วยซ้ำ พนักงานก็รีบทักทายเชื้อเชิญนำทางมาที่ห้องนี้แล้ว
‘สวัสดีค่ะ มาพบแขกวีไอพีใช่ไหมคะ ท่านแจ้งเอาไว้แล้วค่ะว่าหากคุณมาถึงให้พาขึ้นไปที่ห้องได้เลย’
หญิงสาวไม่ทันฉุกใจอะไร คิดว่าคุณรังสรรค์ก็คือแขกสำคัญของทางโรงแรมนั่นเองเพราะเป็นนักธุรกิจข้ามชาติ ร่ำรวยมหาศาล จึงตามไปโดยง่าย ไม่คิดว่าจะผิดพลาดอย่างนี้ และเธอไม่ต้องการทำเรื่องให้ยุ่งยากมากความในเมื่อมาต่างถิ่นต่างแดน หากไปคุยกับพนักงานด้านล่างก็คงไม่ต่างจากตำหนิการทำงานของอีกฝ่าย
“เรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อย ไม่เป็นไรหรอก”
อีกอย่างเธอก็หลบออกมาจากห้องนั้นได้แล้ว แถมความรู้สึกลึกๆ ในใจยังไม่อยากเฉียดใกล้หรือกลับไปข้องเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นอีก
“รีบทำงานให้เสร็จดีกว่า อยากกลับเร็วๆ”
ภากรยิ้มอ่อนอย่างเห็นด้วย
เวลานี้ทั้งคู่เดินทางมาสัมภาษณ์นักธุรกิจข้ามชาติชาวไทยถึงสิงคโปร์เลยทีเดียว และค่อนข้างมีเวลาจำกัด มาถึงเมื่อวาน เข้าพักในโรงแรมที่ราคาถูกกว่าไม่ห่างจากที่นี่นัก ทำงานเสร็จก็ต้องไปขึ้นเรือให้ทันตามเวลาเพื่อกลับเมืองไทย
อิซาเบลถือว่าตัวเองโชคดีที่มีไหวพริบและยังคล่องตัวมากพอที่จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ล่อแหลมได้ หากก็อดสะใจหน่อยๆ ไม่ได้ที่ได้จัดการผู้ชายลามกคนนั้น
‘ฮึ สะใจชะมัด ช่วยไม่ได้ ดวงซวยมาเจอฉันเอง’
======