เพราะ...แบบนี้ใช่มั้ย

1730 Words
เพราะ...แบบนี้ใช่มั้ย หลังจากจัดการกับลูกน้องจอมเฮี้ยวทั้งหลายเสร็จเรียบร้อยปาลิตาก็ลงมือทำงานของเธออย่างจริงจัง ด้วยเพราะเมื่อวานเธอโดดงานไปรับพริสซี่เพื่อนสนิทที่บินมาจากอเมริกาหลังจากเธอเล่าให้เพื่อนสาวฟังว่าเจย์หรือเย่วเฟิ่งคนรักเก่าจำเธอได้และกลับมาขอคืนดีอีกครั้ง เพื่อนสาวคนนี้เป็นห่วงเลยว่าจะขอมาดูหน้าคนใจร้ายเสียหน่อย แต่แทนที่พริสซี่จะได้มาปลอบใจเธอกลายเป็นว่าเธอต้องมาปลอบใจเพื่อนสาวคนนี้แทน เพราะพริสซี่ประกาศตัวจีบทอยตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่ด้วยกันแล้ว และช่วงที่เธอป่วยก็มีพริสและทอยที่ดูแลอยู่ไม่ห่าง และเธอเองก็บอกพริสไปแล้วว่าไม่ว่ายังไงเธอก็รับความรักจากทอยไม่ได้ ... พริสซี่พยายามจีบทอยมาหลายปีแล้ว แต่ไม่รู้เพราะอะไรเมื่อคืนพริสถึงบอกเธอว่าขอยอมแพ้ ต่อไปเธอจะไม่วุ่นวายกับทอยอีก เวลาของการทำงานผ่านไปอย่างเชื่องช้า ปาลิตาเงยหน้ามองนาฬิกาอยู่หลายที เธอคิดว่าวันนี้การทำงานของเธอคงจะไม่ราบรื่นเพราะจะต้องถูกใครคนหนึ่งเข้ามากวนเป็นแน่ ผิดคาด...ไร้วี่แววของเขา ช่างเถอะ...แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน " เฮ้อ !!! ... ไหนบอกจะจีบฉันให้ได้ " ร่างเล็กถอนหายใจพร้อมกับเอนหลังพิงเบาะรถ วันนี้เขาไม่มาให้เธอเจอหน้าเลยแต่ก็ยังดีที่ส่งดอกไม้ช่อใหญ่มาให้เหมือนเดิม แต่ก็นะ...อุตส่าห์บอกว่าจะจีบให้ได้ก็น่าจะมาให้เธอเห็นหน้าหน่อย ไม่อยากได้รึยังไงคะแนนจีบเนี้ย ปาลิตาปิดเปลือกตาลงเพราะความเหนื่อยล้า เธอเดินออกจากตึกและเข้ามานั่งอยู่ในรถได้สักพักแล้วเพราะจิตใจที่กำลังสับสนวุ่นวายอยู่เธอจึงยังไม่ขับรถออกไป เวลานี้เป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้วพนักงานหลายแผนกต่างก็กลับบ้านกันหมด แต่ก็ยังมีพนักงานบางแผนกเช่นลูกน้องของเธอที่ยังทำงานกันอยู่ ไม่ใช่ว่าขยันรึอะไรหรอกนะ วันทั้งวันพวกมันพากันคุยสนุกสนานกันกว่าจะคิดงานออกก็ปาเข้าไปบ่ายกว่าๆแล้ว เธอไม่ได้เข้มงวดอะไรเพราะรู้ดีว่างานออกแบบต้องอาศัยเวลาและจินตนาการช่วยและลูกน้องกลุ่มนี้ก็ไม่เคยทำให้เธอผิดหวัง นัยน์ตาเล็กเปิดขึ้นเมื่อคิดว่าตัวเองพร้อมแล้วสำหรับการขับรถกลับบ้าน ปกติเธอจะกลับไปนอนที่บ้านอยู่แล้วเพราะอยากอยู่ใกล้ชิดพ่อกับแม่ จะมีบ้างที่มาค้างที่คอนโดหากมีงานดึกหรือมีไปสังสรรค์กับลูกน้อง " อาเย่ว " เสียงเล็กเอ่ยชื่อของคนที่ทำให้จิตใจเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมาตลอดทั้งวัน เย่วเฟิ่งเดินออกมาจากประตูด้านหน้าตึกอย่างรีบร้อน เขาไม่ได้สนใจมองรอบๆตัวเลยและคงจะไม่ได้สังเกตว่าเธอนั่งอยู่ในรถที่เขาพึ่งจะเดินผ่าน อะไรจะรีบร้อนขนาดนั้น จะรีบไปไหนของเค้ากันนะ " อย่างกับจะหนีเมียไปหากิ๊กอย่างนั้นน่ะ " เสียงเล็กประชดประชัน แต่ยังไงก็ช่าง...วันนี้เขาถูกหักคะแนนการจีบไป 10 คะแนนเต็มเลย ดอกไม้ช่อโตที่ส่งมาก็ไม่มีผลหรอก ติ๊ดดดด...ขณะที่กำลังจะหมุนพวงมาลัยและเตรียมเหยียบคันเร่งเพื่อขับรถกลับบ้านเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปาลิตาหยิบสมอลล์ทอล์กขึ้นมาใส่และกดรับสายทันที " ว่าไงจ๊ะคนสวย หายเงียบไปเลยทั้งสองคนน้าาาา " หญิงสาวเอ่ยกับเพื่อนรักที่ถูกทอยลากออกจากผับไปตั้งแต่เมื่อคืน " อื้ออ...อย่าล้อ ว่าแต่ตอนนี้อยู่ไหน " " อยู่ที่ทำงานกำลังจะกลับแล้วล่ะ " ปาลิตาเอ่ยกับพริสซี่ หญิงสาวมองไปด้านหน้าที่มีรถของชายหนุ่มขับออกไปก่อน เธอเว้นช่วงให้เขาได้ขับออกไปเพราะไม่อยากให้เขามองเห็นรถของเธอ " งั้นวันนี้จะขอเข้าไปกินข้าวฝีมือคุณแม่หน่อยนะ " เสียงใสที่อยู่ในสายเอ่ย " ไม่มีปัญหา " หญิงสาวบอกเพื่อนรักแต่สายตาของเธอยังจับจ้องไปยังเบื้องหน้า เวลานี้ค่อนข้างเย็นมากแล้วถนนหน้าบริษัทของเธอจึงโล่ง การจราจรก็ไม่ติดขัดเพราะไม่ถือว่าอยู่ในย่านใจกลางเมือง รถสปอร์ตคันเล็กถูกขับออกไปตามหลังรถยนต์ของเขา แต่ก่อนที่จะได้เลี้ยวขวาตามสัญญาณไฟที่อยู่บนหน้าปัดเธอก็สังเกตเห็นรถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งขับพุ่งไปทางด้านซ้ายของเธอ มันจะไม่แปลกเลยหากสองคนนั้นไม่ปิดบังใบหน้าอย่างหนาแน่น คนปกติก็คงจะแค่ใส่หมวกกันน็อกเท่านั้น แต่นี่..ไม่ใช่ ทั้งหมวกคลุม ทั้งหมวกกันน็อก ไหนจะปืนอีก...สองคนนั้นมีปืน !!! " อาเย่ววว " ปาลิตาหันรีหันขวาง เธอลังเลว่าตัวเองจะเอายังไงดี " อะไรนะเมย์ เธอว่าอะไรนะ " เสียงจากปลายสายทำให้เธอได้สติ " มะ ไม่มีอะไร พริส..พริสซี่วันนี้ยกเลิกนัดกันก่อนนะ พอดีติดธุระน่ะ " หญิงสาวรีบเอ่ยกับเพื่อนรักและกดวางสายทันที พวงมาลัยรถถูกหักไปด้านซ้ายโดยที่สัญญาณไฟเลี้ยวที่เปิดอยู่ยังคงเป็นเลี้ยวขวา ปาลิตาจัดการปิดสัญญาณไฟและเหยียบคันเร่งตามรถทั้งสองคันไปทันที ปาลิตามองตรงไปด้านหน้าพร้อมทั้งสอดส่ายสายตามองหารถของชายหนุ่ม อา...เจอแล้ว รถมอเตอร์ไซด์คันนั้นขับตามหลังเย่วเฟิ่งจริงๆ หมอนั่นไปสร้างเรื่องอะไรไว้นะถึงได้มีคนตามทำร้ายแบบนี้ แล้วนี่...จะรู้ตัวรึยังว่ามีคนร้ายขับตามอยู่ รถของชายหนุ่มจอดติดไฟแดงอยู่ด้านหน้าโดยมีรถอีกประมาณ 5 คันคั่นกลางอยู่ ปาลิตากระสับกระส่ายพยายามมองไปที่รถของเขาเพื่อจะดูว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ในตอนนั้นเธอนึกโทษตัวเองว่าอุตส่าห์จะต้องทำงานด้วยกันอยู่แล้วเธอก็น่าจะมีเบอร์ไว้ติดต่อเขาหน่อย หากตอนนี้มีเบอร์เธอก็คงจะได้โทรบอกเพื่อให้เขาระวังตัว สัญญาณไฟแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียว รถของเย่วเฟิ่งเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางที่จะออกนอกเมือง ปาลิตาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ หมอนั่นจะไปไหนของเค้ากันนะ...ทางไปคอนโดไม่ใช่ทางนี้นี่ กระนั้นหญิงสาวก็ไม่มีเวลาได้คิดอะไรมากเธอเหยียบคันเร่งเพื่อให้รถของเธอเข้าใกล้รถของอีกฝ่ายมากขึ้น แต่เธอยังคงต้องทิ้งระยะห่างเพื่อไม่ให้คนร้ายไหวตัวตัวทัน ฤดูหนาวทำให้ฟ้ามืดเร็วกว่าปกติ แม้ในตอนนี้จะเป็นเวลาเพียงแค่หกโมงเย็นแต่ท้องฟ้าก็เกือบจะไร้แสงแล้ว น้าพลอยเคยบอกเธอว่า...เวลานี้ที่เมืองไทยเค้าเรียกโพล้เพล้ ... จะสว่างก็ไม่สว่าง จะมืดก็ไม่มืด สัญชาตญาณการป้องกันตัวทำให้ปาลิตาหยิบปืนที่อยู่ด้านหน้าคอนโซลรถออกมาเตรียมพร้อม รถมอเตอร์ไซด์คันนั้นเร่งเครื่องแล้ว เอาล่ะ...เธอเองก็พร้อมแล้วเหมือนกัน ปั้ง ปั้ง... เสียงปืนสองนัดดังขึ้นพร้อมกัน ปาลิตาเห็นคนร้ายที่เป็นคนขับหยิบปืนและยิงใส่รถของเย่วเฟิ่งขณะเดียวกันคนที่นั่งซ้อนท้ายก็ยิงปืนใส่กล้องวงจรปิดที่อยู่ด้านหน้า...ปืนสองกระบอกยิงพร้อมกันในเวลาเดียวกัน มือปืนมืออาชีพ!!! ... เมื่อเห็นดังนั้นใจของเธอสั่นรัวทันที เธอนึกถึงคำพูดของเขาทันที " ขอโทษที่ทิ้งไปตอนนั้น ฉันอาจจะคิดน้อยไป คิดว่าการที่มีเธออยู่ข้างกายจะทำให้เธอไม่ปลอดภัย ชั้นไม่อยากเห็นเธอเป็นอะไร ชั้นไม่อยากให้เธอตาย " เพราะแบบนี้นี่เองสินะ...ชีวิตของเขามันอันตรายแบบนี้นี่เอง เอาล่ะ...เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ว่าแต่ตอนนี้อาเย่วจะเป็นยังไงบ้างนะ ปาลิตาเห็นรถของเย่วเฟิ่งยังขับได้ปกติอยู่เธอก็รู้สึกใจชื้นขึ้น แสดงว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร หญิงสาวเหยียบคันเร่งพุ่งเข้าใส่รถมอเตอร์ไซด์ที่อยู่ด้านหน้า เธอกะจะชนรถคันนั้นให้มันไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก แม้จะเป็นนางเอกที่มือเปื้อนเลือดเธอก็ยอม แต่ผิดคาด...มอเตอร์ไซด์คันนั้นหลบไปทางด้านขวาได้ทัน อืมมม..สมกับที่เป็นมืออาชีพจริงๆ ปาลิตาปรับลดกระจกทางด้านซ้ายเมื่อขับตีคู่ไปกับรถของเย่วเฟิ่งได้ เขาเองก็ลดกระจกด้านข้างของตัวเองลงทันทีเมื่อได้เห็นใบหน้าของเธอ จากท่าทางแล้วเขาดูตกใจมากทีเดียวที่เห็นว่าเป็นเธอ " จอดรถ " เสียงของเขาตะโกนดังขึ้น " โอเคๆ " หญิงสาวหันไปพยักหน้าให้เขา เธอเร่งเครื่องยนต์แซงหน้าและชะลอรถจอดรอเขา ปาลิตามองกระจกหลังก็เห็นว่าเขาเปิดประตูรถของตัวเองและวิ่งมายังรถของเธอ มือเล็กกดปลดล็อกประตูซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เขาเปิดประตูรถเข้ามา " ตามมาทำไม รู้มั้ยว่ามันอันตราย " ปาลิตามองบน...นั่นไง แทนที่จะขอบใจ ตาบ้านี่...ไม่สำนึกบุญคุณกันบ้างเลย " หุบปาก โน่น...สองคนนั้นมันตามมาแล้ว " ปาลิตาว่า เธอรีบหมุนพวงมาลัยและเหยียบคันเร่งหนีคนร้ายสองคนนั้นทันที " เธอคิดว่ามันมากันแค่สองคนอย่างนั้นเหรอ " " นายว่าอะไรนะ ? " ปาลิตาตกใจเมื่อได้ยินประโยคที่เขาพูด เธอมองกระจกหลังอีกครั้งพลันดวงตาเล็กก็เบิกออกกว้าง " ไอ้หยาาาาา !!!! " หญิงสาวร้องออกมาเสียงดังเมื่อเห็นมอเตอร์ไซด์ขับตามมาไม่ต่ำกว่า 5 คัน ...............................................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD