แตกยับ
( เย่วเฟิ่ง )
ปึก...เสียงประตูฝั่งคนขับถูกปิดกระแทกพร้อมกับคนตัวเล็กที่เดินเข้าคอนโดไปก่อนผม
" หึ ... นี่กูจะตื่นเต้นทำไมวะ ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย " ผมพูดเบาๆกับตัวเองพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆเพื่อให้จังหวะหัวใจที่กำลังเต้นถี่ปรับลดลง ก็ผมกำลังจะได้กอดเธออีกครั้งจะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง คุณว่ามั้ย...
หลังจากขับออกจากไฟแดงปาลิตาก็บึ่งรถมาที่คอนโดของผม เธอยังไม่เคยมาหรอกนะ...นี่เป็นครั้งแรก เธอถามว่าคอนโดของผมอยู่ที่ไหนและพอผมบอกชื่อคอนโดไปเธอก็ไม่ถามอะไรอีกเลย นานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ได้กอดเธอ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีเธออยู่ใกล้ แต่อะไรก็ช่างผมต้องรีบไปก่อน...เธอเดินไปโน่นแล้ว สงสัยเมย์คงอยากกอดผมเหมือนกัน เดินไม่รอเลย
" ไม่รอเลยนะ " ผมเอ่ยพร้อมกับส่งนัยน์ตาหวานไปให้เธอ แต่เอ...ทำไมมันนิ่งจังวะ สงสัยเธอจะอายเลยไม่กล้าแสดงความรู้สึกอะไร ไม่เป็นไรผมจะค่อยๆรื้อฟื้นความทรงจำระหว่างเราเอง
" ขยับไป มายืนเบียดทำไมเนี้ย " คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นพร้อมกับตวัดสายตาใส่ ดุอีกแล้ว...เอาเถอะ เธอคงจะเขินน่ะ
" ก็คนมันคิดถึงอ่ะ เฮ้อ!!!....อยากให้ถึงห้องเร็วๆจัง " ผมเอ่ยพร้อมกับก้มลงมองคนที่เตี้ยกว่า
" ... " เธอยังนิ่ง เงียบ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
" ไม่มีถุงยางนะ เอ่อ !! ... ไม่ได้ใช้มานานแล้ว อีกอย่างก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ วันที่... "
" พล่ามเรื่องอะไรของนาย ประสาท !!! " ในขณะที่ผมยังพูดไม่จบเธอก็พูดแทรกขึ้น แน่...เขินล่ะซิ
ติ๊ง...ประตูลิฟต์ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างบางที่เดินออกไป สายตาผมเหลือบมองตัวเลขของชั้นที่อยู่บนผนังตรงหน้า นี่มันยังไม่ถึงชั้นที่ผมอยู่เลยนี่ เฮ้ยยย...แล้วนั่นเธอจะไปไหนวะ
" เมย์ อ่ะ เอ่อ ปาลินนน " ผมรีบก้าวเท้าออกจากลิฟต์และเดินตามเธอไปทันที ผมเรียกเธอให้หยุดแต่คนดื้อยังไงก็ดื้ออยู่วันยังค่ำ เธอเดินต่อโดยไม่สนใจผม อะไรวะ...กูงงไปหมดแล้ว
แต่ความสงสัยของผมก็ถูกเฉลยเมื่อเธอเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง ปาลินเปิดกระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอพร้อมทั้งหยิบคีย์การ์ดที่เป็นสีเดียวกับคีย์การ์ดของผมออกมา
เพล้ง !!! ...หน้าแตกยับเลยกู
" ทำไมไม่บอกว่าอยู่คอนโดนี้เหมือนกัน ชั้นก็คิดว่าเธอจะ...เอ่อ " ผิดหวังเลยผม จากเมื่อกี้ที่หัวใจฟูฟ่องตอนนี้มันเหี่ยวแฟ็บลงทันที อา...เหมือนกำลังจะได้ขึ้นสวรรค์แต่ก็ดันถูกถีบลงมาซะงั้น
" คิดว่าที่ฉันยอมมากับนายเพราะพิศวาสงั้นสิ ขอโทษแล้วกันที่ทำให้เข้าใจผิด ขอตัวแล้วนะ..วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน " คนตรงหน้าพูดอย่างไม่ยินดียินร้าย ผมมองเข้าไปยังนัยน์ตาเล็กที่ไร้ความรู้สึกใดๆ หวังอะไรอยู่วะกู
ปึก...ผมก้มหน้าลงมองเท้าของตัวเองเมื่อเธอปิดประตูใส่หน้า เออ...วันนี้ให้เธอพักก่อน วันหลังค่อยว่ากันใหม่ มันต้องมีสักวันแหละน่าที่เธอจะเห็นใจ ผมหมุนตัวกลับและเดินไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปบนห้องของตัวเองที่อยู่ชั้นบน ถึงยังไงโดนแค่นี้ก็ไม่ทำให้ผมท้อหรอกนะ บอกแล้วไงว่าผมจะจีบเธอ...มันจะต้องสำเร็จซิ ว่าแต่..ผมไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่ามันจะสำเร็จ ..ถามก่อน
เฮ้อ!!!...วันนี้ขอผมไปพักเอาแรงก่อนนะครับ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
อีกด้าน...คนที่เดินห่างออกไปไม่ได้รับรู้เลยว่าอีกคนที่อยู่ในห้องก็มีสภาพที่ย่ำแย่ไม่ต่างกัน
หลังจากปิดประตูใส่หน้าคนที่เดินตามมาร่างเล็กก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นทันที แผ่นหลังบางเอนพิงประตูที่พึ่งจะถูกเธอปิด หญิงสาวกอดเข่าก้มหน้าพร้อมกับปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา มันทรมานแค่ไหนที่เธอต้องเก็บกั้นความรู้สึกของตัวเองไว้ เขาทำกับเธอมามากมายแต่ทำไมเธอยังไม่ลืมเขาไปซะที ความรู้สึกสับสนตีรวนในหัวสมองไปหมด ภาพเมื่อกี้ที่เขาและเธอจูบกันในรถและภาพที่เขาบอกเลิกเธอและเดินหันหลังให้ในวันนั้นทับซ้อนกันไปมา ในเมื่อไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไงเธอก็ขอใช้น้ำตาเป็นเครื่องช่วยระบายความทุกข์ก่อนเถอะ
เช้าวันต่อมา
" กู 500 หุ้นส่วนคนใหม่ " แป๊ะ
" กู 1000 แบดบอย " แป๊ะ
" อะไรของมึงแบดบอย "
" อ้าวไอ้นี่ ก็ฝรั่งคนเมื่อวานนี้นี่ไง เค้าเท่...ลุคเนี้ยแบดบอยเชียว กูว่าใช่ คนนี้นี่แหละ "
" ของกู 1000 กูว่าหุ้นส่วนใหม่เหมือนไอ้กร "
" อ้าวแจน...มึงจะไม่ลงใครหน่อยเหรอวะ "
" ให้กูคิดก่อน แต่ไอ้กร...คนอื่นเค้าลง 1000 กันหมด มึงจะมาลงแค่ 500 ไม่ได้นะ กูบอกเลย...เอามาเพิ่มๆ "
" เออๆๆ...ของมึงก็ลงมาสักทีซิวะ ตกลงมึงอยู่ทีมใครแจน "
แป๊ะ..." 2000 ...เชี่ยยย โคตรเยอะ มึงลงสองพันเลยเหรอวะแจน "
" ไม่ใช่ของกู " สิ้นเสียงของแจนคนที่กำลังล้อมวงกันอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือที่วางธนบัตรใบละหนึ่งพันบาททั้งสองฉบับทันที
เฮ้ยยยย.... พนักงานแผนกออกแบบต่างผงะหงายหน้า ทั้งหมดแตกกระเจิงวิ่งกลับไปนั่งยังโต๊ะทำงานของตัวเอง มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่นั่งหลบอยู่ใต้โต๊ะ
" นี่ความคิดใคร " ร่างเล็กเอ่ยถามเสียงนิ่ง ใบหน้าเรียบตึง แววตาดุดันจ้องเขม็งจนลูกน้องที่นั่งอยู่หลบสายตาก้มหน้าลง
" ... " ไร้เสียงตอบกลับ มือเล็กจัดการเก็บรวบรวมธนบัตรที่วางอยู่บนโต๊ะ ขาเล็กเดินวนไปมาระหว่างโต๊ะของลูกน้องแต่ละคน ปาลิตาตีธนบัตรหลายฉบับลงบนฝ่ามือของตัวเองพร้อมกับกวาดสายตามองทั่ว
" พี่จะถามอีกครั้งว่าใครเป็นคนต้นคิด ไม่งั้นเงินนี่...พี่ยึด!!! "
" โห่ ววววววว " เหล่าพนักงานต่างส่งเสียงออกมาพร้อมกัน พวกเขาต่างส่งสายตาละห้อยเว้าวอนเจ้านายสาว
" อะ ไอ้กอล์ฟค่ะ ไอ้กอล์ฟมันเป็นตัวต้นคิด " เสียงแจนที่เป็นหญิงสาวหนึ่งเดียวในแผนกเอ่ยขึ้น
" ไอ้แจน !!!! " คนที่อยู่ใต้โต๊ะรีบโผล่หน้าออกมาโวยวายเพื่อน
" ขอโทษนะเพื่อนกูไม่อยากให้ไอ้พวกนี้เสียตังค์ " แจนหันไปส่งยิ้มแห้งๆให้กับคนที่พึ่งโผล่หน้าออกมา
" ไอ้กอล์ฟ !!! " ปาลิตาจ้องหน้าลูกน้องตัวแสบ นี่เธอคงใจดีกับพวกนี้มากไป...ดูซิ เอาเรื่องของเธอมาพนันขันต่อกันเนี้ยนะ มันน่ามั้ย....
" คร้าบบบบ...ท่านรองคนสวย " กอล์ฟยิ้มหน้าเจื่อน กระนั้นก็ยังทำใจดีสู้เสือ
" เดือนนี้ชั้นจะหักเงินเดือนแก 5000 "
" โอ๊ะะๆ ท่านรองครับ ผมว่าแบบนั้นไม่ดีแน่เลยครับ ผมมีลูกมีเมียที่ต้องเลี้ยงดูครับ ไม่รวมพ่อแม่ ไหนจะพ่อตาแม่ยายอีก ไหนจะหมาแมวที่บ้านอีก "
" งั้นฉันจะยึดเงินนี้ " ปาลิตาเชิดหน้าไม่สนใจกอล์ฟที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้า เอาสิ...เธอจะเอาคืนพวกมัน หน็อยยย...เล่นกับใครไม่เล่น
พนักงานแผนกนี้เป็นพนักงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของเธอโดยตรง เธอรับสมัครและสัมภาษณ์เองกับมือกระทั่งสอนงานต่างๆให้จนสนิทสนมเป็นเหมือนพี่เหมือนน้องกัน แต่ดูพวกมันทำกับเธอซิ
" โห่ววววววว " เหล่าคนที่นั่งก้มหน้าอยู่ต่างประสานเสียงกันอีกครั้ง
" งั้นก็ตกลงกันมาว่าจะให้พี่หักเงินไอ้กอล์ฟหรือให้พี่ยึดเงินนี้ ตกลงกันได้ก็เข้าไปบอกพี่นะ โอเค๊ " พูดจบปาลิตาก็ถือธนบัตรแล้วตรงไปยังห้องทำงานของตัวเองที่อยู่ด้านในสุด
การทำงานตลอดทั้งวันของปาลิตาเป็นไปอย่างเชื่องช้า อาจเพราะเมื่อคืนเธอนอนไม่หลับกว่าจะหลับก็ตอนรุ่งสางแล้ว แถมนาฬิกาปลุกเธอก็ไม่ได้กดแล้วนอนต่อ กลับกันเธอรีบอาบน้ำแต่งตัวและมากินข้าวเช้ากับคุณกรองแก้วที่บ้านแต่เช้า เพื่ออยากหนีใครบางคน