ไถ่บาป

3504 Words
เคารพพาเอวิตามาที่ไร่องุ่นขนาดใหญ่ซึ่งเป็นไร่ที่เขาตั้งใจซื้อเอาไว้ให้ปนิดาได้พักผ่อน เขาอยากให้เธอได้สูดอากาศบริสุทธิ์จึงตัดสินใจทำไร่แห่งนี้เป็นงานอดิเรก ปนิดารักไร่นี้มากเธอบอกกับเขาว่าหลังลูกคลอด เธอจะพาลูกมาเลี้ยงที่นี่เพื่อให้ลูกได้สัมผัสกับธรรมชาติ ยิ่งคิดเคารพก็ยิ่งเคียดแค้นคนที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องสูญเสียครอบครัวไป "ลงมา!" เขาตะคอกใส่เธอเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบ้านหลังกระทัดรัดบนเนินหญ้า เอวิตาก้าวลงจากรถแล้วมองบ้านหลังนั้นด้วยความชื่นชม เธอมองภูเขาที่อยู่ด้านหลังไร่องุ่นแล้วนึกทึ่งในความสวยงามของธรรมชาติ แต่ไม่ทันไรเธอก็ถูกผลักจากด้านหลังจนเกือบจะล้ม "เดินไป!!" เด็กสาวเดินไปตามที่เขาบอกจนฝ่าเข้าไปในไร่องุ่น แล้วสังเกตว่าตัวเองกำลังเดินเข้าป่า และขึ้นไปบนเขาที่เธอหยุดมองในตอนแรก แต่เมื่อเขาไม่ได้บอกให้หยุดเธอก็จำต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ "เดิน!!" เขาผลักเธอจากทางด้านหลังเมื่อเอวิตาหยุดเดิน แต่เด็กสาวกลับไม่ทำตามที่เขาสั่ง เธอล้มลงไปกองกับพื้นเพราะขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรง "หนูไม่ไหวแล้วค่ะ...หนูเดินมาจะสองชั่วโมงแล้วนะคะ" เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ ในขณะที่เธอมีเหงื่อโทรมกายและไร้เรี่ยวแรง เขากลับยังคงดูปกติไม่เหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด "อืม...อันที่จริงก็เดินมาไกลแล้วจริงๆด้วย" เคารพยกมือทั้งสองข้างเท่าเอวแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า ที่ตอนนี้มีแสงสีส้มของเวลาเย็นจัดสาดส่องลงมาบ่งบอกว่าความมืดมิดกำลังมาเยือน "เอ้า!!" ชายหนุ่มโยนบางอย่างใส่เด็กสาวที่นั่งกองอยู่กับพื้น แล้วมันก็ทำให้เธอตกใจจนรีบขยับหนีเมื่อเห็นว่าเป็นปืนพกสีดำสนิท "ฉันให้เธอ..." "ให้หนู...ให้ทำไมคะ" เอวิตาถามกลับด้วยความงุนงงและจึงเห็นว่าเขาส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมให้กับเธอ "ให้เธอเอาไว้ป้องกันตัวจากสัตว์ป่าทั้งหลายแหล่ยังไงล่ะ ถ้าเธอรอดจากป่านี้แล้วหาทางกลับไปที่ไร่ได้ฉันก็จะรอเธออยู่ที่นั่น และให้เธอได้ไถ่บาปอย่างที่เธอตั้งใจ แต่ถ้าเธอถูกเสือกัดกินอันนั้นฉันก็ช่วยไม่ได้ เรื่องนี้คงต้องให้เวรกรรมตัดสิน!" ดวงตาคู่สวยเบิกโพรงเมื่อคำพูดของเขามันชัดเจนว่าเขาจะทิ้งเธอเอาไว้กลางป่าใหญ่แห่งนี้ เอวิตามองเขาด้วยแววตาไหวระริกแล้วรีบขยับเข้ากอดขาแกร่งของเขาเอาไว้ เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเดินผละไป "ไม่นะคะ! หนูกลัว...คุณอย่าทิ้งหนูไว้ที่นี่นะคะ!" เธอพูดเสียงสั่นระรัวพร้อมมองไปรอบๆกายที่ความมืดเริ่มปกคลุมอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัว "กลัวเหรอ..." "โอ้ย!!" ชายหนุ่มสลัดขาอย่างแรงจนร่างเล็กกระเด็นออกไป เด็กสาวมองแววตาสะใจของเขาแต่ไม่สามารถอ้อนวอนอะไรได้อีก เพราะเธอทั้งเจ็บทั้งจุกจนพูดไม่ออก "ถ้าเธอกลัว..." เคารพชี้มือไปยังปืนพกที่เขาโยนมันให้เธอแล้วจึงพูดต่อ "ปืนนั่นช่วยเธอได้ ฆ่าตัวตายซะสิ!" เขาแนะนำทางออกให้เธอด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมโหด ดวงตาคู่คมของเขาไม่มีแม้กระทั่งเศษเสี้ยวของความปรานี ในจังหวะที่เอวิตาอึ้งค้างชายหนุ่มก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว กว่าที่เด็กสาวจะตั้งสติได้แผ่นหลังกว้างก็หายลับไปในความมืดเสียแล้ว "คุณรพ!! คุณรพรอหนูด้วย!!" เธอพยายามที่จะพยุงร่างที่อ่อนแรงให้ลุกยืนขึ้นแล้วก้าวไปยังทิศทางที่เขาหายไป แต่เพราะความมืดมิดจึงทำให้เอวิตายืนคว้างไม่รู้ทิศทาง "ฮือๆ...ฮึก..." เมื่อมองไปทางไหนก็มีแต่ความมืดและเสียงหรีดหริ่งเรไรที่ดังแสบแก้วหู เธอจึงรีบวิ่งกลับไปที่เดิมแล้วหยิบปืนมาถือเอาไว้ "กรี๊ดดด!! ฮือๆๆ..." เด็กสาวสะดุ้งแล้วกรีดร้องออกมาสุดเสียง เมื่อกิ่งไม้โยกไหวรุนแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอจินตนาการไปถึงผีป่าผีไพรที่เคยอ่านผ่านตา แล้วจึงหลับหูหลับตาร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "กลัวแล้ว!!...โฮ...กลัวแล้ว!!...ฮือๆ..." ร่างเล็กนั่งคุดคู้อยู่โคนต้นไม้แล้วมองไปมองมารอบกายด้วยความหวาดระแวง เนื้อตัวของเอวิตาสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้ เพราะครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เธอกลัวจนสติแตก ดวงตากลมโตลืมบ้างหลับบ้างเพราะไม่กล้าที่จะมองนานๆ "ช่วยด้วย!! ฮือๆๆ...ใครก็ได้ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ที!...โฮๆ...." เสียงร้องขอความช่วยเหลือและเสียงร่ำไห้ของเธอดังลั่น แต่แล้วก็เหมือนเธอจะนึกบางอย่างออกจึงรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง "อย่าร้องนะเอม...ฮึก...อย่าร้อง ถ้าเสือได้ยินมันจะมากินเธอ..ฮึก..." เด็กสาวบอกตัวเองด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นแล้วกอดกระชับปืนในมือเอาไว้แน่น "เธอต้องลุกขึ้นแล้วหาทางออกจากที่นี่ ถ้าเจอเจ้าเสือร้ายเธอก็ยิงมันซะ" เอวิตายังคงพูดกับตัวเองแล้วพยายามรวบรวมทั้งพลังกายและพลังใจ เมื่อใจฮึดสู้อีกครั้งเด็กสาวก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปยังทางที่คิดว่าจะสามารถพาเธอออกจากป่านี้ได้ เวลาล่วงผ่านไปหลายชั่วโมงแต่เด็กสาวก็ยังคงเดินวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น เธอไม่สามารถหาทางออกได้อย่างที่ตั้งใจ ขาทั้งสองข้างของเธอก็เริ่มก้าวไม่ออก เพราะมันปวดระบมและหนักอึ้งราวกับถูกหินถ่วงเอาไว้ อีกทั้งปากและลำคอก็แห้งผากเพราะความกระหายน้ำ ฟุ่บ!! ในที่สุดร่างกายบอบบางของเธอก็ทรุดลงเพราะทนทานต่อไปไม่ไหว เด็กสาวไม่มีแรงแม้กระทั่งจะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าหวานของเธอแนบลงกับพื้นดินที่เยียบเย็น อากาศรอบตัวก็เย็นขึ้นเรื่อยๆ เอวิตาพยายามบอกตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ร่างกายของเธอมันชาดิกจนขยับไม่ได้ ดวงตาที่แห้งผากเริ่มหรี่ลงและหลับสนิทไปในที่สุด เคารพยืนอยู่ที่หน้าบ้านอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ทั้งๆที่เมื่อคืนเขาทิ้งคนเอาไว้ในป่าทั้งคน แต่เขากลับไม่มีความห่วงใยหรือกระวนกระวายแต่อย่างใด ในขณะที่แสงแดดตอนสายเริ่มจัดจ้าขึ้นทุกขณะ "ป้านุ่ม เดี๋ยวป้าช่วยเอาน้ำให้ผมสักแก้วนะ ผมจะไปนั่งรอที่แปลงกุหลาบ" "ค่ะคุณรพ" ชายหนุ่มเดินออกจากบ้านแล้วตรงไปยังแปลงกุหลาบที่เขาปลูกเอาไว้ด้วยตัวเอง ร่างกำยำทรุดนั่งลงบนเก้าอี้แล้วมองดอกกุหลาบสีขาวที่กำลังผลิบาน ในใจเขานึกเสียดายที่ปนิดาไม่ได้มาเห็นความงามนี้ด้วยตาของเธอ "น้ำค่ะ" แม่บ้านวัยกลางคนนำน้ำเย็นเฉียบมาเสิร์ฟให้เจ้านายแล้วจึงรีบปลีกตัวออกไปทันที เคารพหยิบแก้วน้ำขึ้นมาถือแต่ยังไม่ทันได้ดื่มสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างข้างแปลงกุหลาบ ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปใกล้ทั้งๆที่มือยังถือแก้วน้ำอยู่ "น้ำ...ขอน้ำ..." เสียงแหบโหยดังออกมาจากริมฝีปากที่แห้งกรังของเอวิตา ขณะนี้เด็กสาวนอนกองอยู่กับพื้นเพราะความเหนื่อยล้า เหงื่อไหลโทรมกายจนเสื้อผ้าของเธอเปียกชุ่มไปหมด เธอยื่นมือออกมาแล้วมองแก้วน้ำในมือเขาด้วยแววตาขอร้อง "กระหายเหรอ...อยากดื่มน้ำเหรอ" พอเขาถามเธอก็รีบพยักหน้าแล้วพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่เมื่อเธอยื่นมือออกมาอีกครั้ง เคารพก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มต่อหน้าเธอจนหมด ทำเอาเอวิตาถึงกับตกตะลึงเพราะไม่คิดว่าเขาจะใจดำได้ถึงเพียงนี้ "โทษที...พอดีฉันก็กระหายเหมือนกัน" เขาบอกเรียงเรียบแล้วมองเธอด้วยความสะใจ เด็กสาวอยากจะร่ำไห้ออกมาแต่น้ำตาของเธอไม่มีให้ไหลอีกแล้ว เพราะดวงตาคู่สวยทั้งสองข้างแห้งผากเพราะขาดน้ำ เอวิตานั่งโงนเงนไปมาอยู่สักครู่จึงล้มลงหมดสติต่อหน้าต่อตาเขา แต่อาการที่คล้ายคนเจียนตายของเธอก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผิดหรืออนาทรร้อนใจแต่อย่างใด "ลุงชิด! ลุงชิด!" เคารพตะโกนเรียกคนงานที่ยืนอยู่ไม่ไกลเพียงไม่นานคนงานนามว่าลุงชิดก็วิ่งมาหยุดตรงหน้าเขา "ใครครับเนี่ยคุณรพ!" ลุงชิดตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวที่ใบหน้าและเนื้อตัวมอมแมมนอนกองอยู่ตรงหน้าเจ้านายเขา "ไปตามป้านุ่มมา" ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามแต่ออกคำสั่งแทน ลุงชิดก็ไม่รอช้ารีบวิ่งไปตามป้านุ่มซึ่งเป็นภรรยาของแกอย่างรวดเร็ว เมื่อป้านุ่มมาเห็นสภาพของเด็กสาวก็ตกอกตกใจไม่ต่างจากสามี "ใครคะเนี่ยคุณรพ!" "ดูสิว่าตายหรือยัง" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและแววตาเย็นชา ลุงชิดจึงรีบเข้าไปตรวจสอบ "ยังครับคุณรพ แต่ตัวร้อนจัดน่าจะเป็นไข้" "ป้าพาผู้หญิงคนนี้ไปพักที่ห้องของแม่บ้าน แต่ป้าไม่ต้องหาหยูกยาอะไรให้สิ้นเปลือง แค่ให้ข้าวให้น้ำนิดหน่อยก็พอ ส่วนเรื่องเสื้อผ้าฉันจะหามาให้" "ค่ะ ได้ค่ะ" นางนุ่มรับคำแล้วมองตามเจ้านายหนุ่มไปอย่างงุนงง ปกติเคารพเป็นเจ้านายที่มีเมตตามาตลอด แต่วันนี้เขากลับไม่ยินดียินร้ายกับความตายของผู้หญิงตรงหน้า นางนุ่มจึงเดาว่าผู้หญิงคนนี้คงต้องสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้เจ้านายของนางอย่างที่สุด ... เอวิตาพยายามเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งของตัวเองขึ้นด้วยความยากลำบาก เมื่อพยายามขยับตัวเด็กสาวก็รู้สึกร้าวระบมไปทั้งร่าง ทุกส่วนสัดบนร่างกายของเธอมันรวดร้าวราวกับว่ากระดูกแตกออกเป็นชิ้นๆ เธอเจ็บปวดทรมานจนคิดไปว่าเธออาจตายไปแล้ว แต่สิ่งเดียวที่ยังยืนยันการมีชีวิตของเธอนั่นก็คือลมหายใจที่มันร้อนผ่าวเพราะพิษไข้ "น้ำ...หิวน้ำ..." เสียงกระซิบที่แหบโหยนั้นทำให้นางนุ่มหันกลับมาสนใจ เมื่อเห็นว่าคนป่วยรู้สึกตัวจึงรีบเข้าไปประคอง แล้วยื่นแก้วน้ำให้ตามที่เธอร้องขอ อึก อึก อึก "แค่ก! แค่กๆ" "ค่อยๆสิ!" นางนุ่มบอกเสียงดุเมื่อเด็กสาวรีบดื่มน้ำในแก้วจนสำลัก แต่เอวิตาก็ไม่สนใจเพราะเธอรีบดื่มน้ำจนหมดแก้ว ราวกับว่ามันวิเศษเหลือเกิน "รีบแบบนั้นเดี๋ยวก็จุกหรอก..." "ขอบคุณจ้ะ..." นางนุ่มพยักหน้าแล้วมองเอวิตาอย่างสำรวจ นางเป็นคนเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเด็กสาว จึงได้เห็นทรวดทรงละลานตาของวัยสาวที่ผลิบาน อีกทั้งใบหน้าหวานหมดจดที่ดูไร้พิษภัย จึงเกิดคำถามในใจว่าเธอไปทำอะไรให้เคารพ เจ้านายของเธอถึงได้ดูโกรธเคืองถึงขนาดนั้น "ป้า..." "อื้อ..." "ปวดหัว...ปวดตัว ขอยาให้หนูได้มั้ยจ้ะ..." แม่บ้านวัยกลางคนมีสีหน้าลำบากใจแล้วจึงบอกปฏิเสธ "ป้าให้เอ็งไม่ได้หรอก อย่าว่าป้าใจดำเลยนะแต่คุณรพสั่งเอาไว้" เอวิตานิ่งงันแล้วนึกถึงตอนที่เธอพบกับเขา ชายหนุ่มไม่ยอมหยิบยื่นน้ำดื่มให้ทั้งๆที่รู้ว่าเธอกระหาย มันทำให้เธอรู้สึกอึ้งที่เขาใจดำมากถึงขนาดนั้น ดังนั้นเรื่องยาที่ถูกสั่งห้ามก็คงจะเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน "จ้ะป้า...ไม่เป็นไร" "เฮ้อ...ป้าก็สงสารเอ็งนะยังดูเด็กอยู่แท้ๆ นี่อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ" "สิบเก้าจ้ะ" "นั่นน่ะสิ อายุน้อยแค่นี้ไม่น่าจะไปมีเรื่องมีราวอะไรกับคุณรพได้ บอกตรงๆนะป้าไม่เคยเห็นคุณรพใจดำแบบนี้มาก่อนเลย" ดวงตาของเอวิตาหม่นเศร้าเมื่อได้ยินดังนั้น เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ว่าเธอจะทรมานยังไง เธอก็ไม่เคยถือโทษโกรธเขาเพราะเข้าใจว่าเขาเสียใจมาก เป็นเธอเองที่ทำให้คนมีเมตตาอย่างเคารพเกิดความแค้นในใจ เธอจึงตั้งใจว่าจะชดใช้ให้เขาอย่างไม่เกี่ยง ไม่ว่าเขาต้องการทรมานเธอแบบไหนเธอก็พร้อมจะรับคำพิพากษาจากเขา ในใจลึกๆของเธอมันยังคงมั่นใจว่า ชายหนุ่มที่เธอแอบหลงรักมานานปีไม่ใช่คนใจร้าย เพราะเธอก็คือเด็กคนหนึ่งในอีกหลายๆคนที่ได้รับความเมตตาจากเขา ตอนนี้ที่เขาร้ายก็เพราะเธอทำให้เขาต้องสูญเสีย เธอจึงต้องเป็นคนปลดปล่อยเขาจากห้วงความแค้น แม้ว่ามันจะสร้างความเจ็บปวดเจียนตายให้เธอก็ตาม "เอ็งบอกป้าได้มั้ยว่าเอ็งไปทำอะไรให้เขา...คุณรพถึงได้ใจดำกับเอ็งถึงขนาดแค่ยาลดไข้เม็ดเดียวก็ไม่ยอมให้ แล้วเอ็งมาจากที่ไหนถึงมาสลบที่ข้างแปลงกุหลาบ ตอนที่ป้าพาเอ็งมาเนื้อตัวเอ็งมอมแมมอย่างกับไปคลุกดินมาอย่างนั้นน่ะ" เอวิตาอึกอักเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าจากตรงไหนดี แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรเสียงท้องของเธอก็ร้องประท้วงขออาหาร จนนางนุ่มที่นั่งจ้องรอคำตอบถึงกับยิ้มขำ "โอ้ย...ท้องเอ็งร้องแล้วอีหนูเอ้ย หิวเหรอ..." เด็กสาวพยักหน้าอายๆแล้วเอ่ยถามเสียงแผ่ว "คุณรพ...ห้ามไม่ให้หนูกินข้าวมั้ยจ๊ะ" นางนุ่มโบกมือและส่ายหน้าเพื่อปฏิเสธในสิ่งที่เอวิตาถาม แล้วจึงอธิบายยืดยาวตามแบบฉบับของแก "ไม่ๆ เรื่องข้าวเรื่องน้ำคุณรพไม่ได้ห้ามหรอกให้กินได้ แต่ตอนนี้เอ็งคงกินได้แต่ข้าวต้มนั่นแหละ รอก่อนนะป้าจะไปเอามาให้" เด็กสาวกระพุ่มมือไหว้พร้อมกล่าวขอบคุณนางนุ่มอย่างนอบน้อม ทำให้แม่บ้านวัยกลางคนรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย "เออๆ เอ็งนอนลงก่อนเถอะจะได้พักไปก่อน" นางหนุ่มช่วยประคองร่างเล็กให้นอนลงบนเตียงตามเดิม แล้วจึงเดินออกจากห้องไป เมื่ออยู่คนเดียวเอวิตาจึงมีโอกาสได้มองสำรวจรอบห้อง แล้วจึงพบว่าห้องนี้เป็นห้องที่ไม่ใหญ่โตอะไรนัก มีเฟอร์นิเจอร์เพียงสองชิ้น คือตู้เสื้อผ้าและเตียงขนาดสามฟุตครึ่งที่เธอนอนอยู่ เอวิตาดึงสายตากลับมามองที่ประตูแล้วก็พบว่าเคารพกำลังเดินเข้ามา ชายหนุ่มหยุดยืนที่ข้างเตียงแล้วกวาดตามองเธอราวกับเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่ง "เก่งนี่ที่หาทางกลับมาจนได้...แต่เธอรอดมาก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะพอแค่นี้นะ เธอต้องอยู่ที่นี่เป็นทาสฉันจนกว่าฉันจะพอใจ และถ้าเธอคิดหนี..." "หนูไม่หนีหรอกค่ะ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นอุบัติเหตุแต่หนูก็เป็นต้นเหตุจริงๆ หนูจะอยู่ชดใช้ให้จนกว่าคุณจะพอใจ..." เธอบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงที่แหบเครือ เธอบอกว่าเธออยากชดใช้แต่ในใจของเธอรู้ดีว่า ลึกๆแล้วเธอไม่อยากให้เขาเกลียดเธอ เพราะความรักที่เธอซ่อนเอาไว้ในใจมันทำให้เธออยากอยู่ใกล้เขา และยอมให้เขาทรมานเพื่อที่จะได้ลดความโกรธเกลียดในใจลง เธออยากให้เขารู้ว่าเธอรู้สึกผิดจากใจจริง "ก็ดี...อย่าลืมคำพูดของเธอซะล่ะ" "หนูไม่ลืมค่ะ" "พรุ่งนี้ตีสี่ไปพบฉันที่หน้าบ้าน ฉันมีงานให้เธอทำ" ชายหนุ่มเดินออกจากห้องไปทันทีที่เขาพูดจบ เอวิตาก็ได้แต่มองตามเขาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเสียใจ เคารพเดินตรงไปหานางนุ่มที่กำลังคนข้าวต้มในหม้ออย่างเร่งรีบ เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มนางก็เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ "คุณรพเข้ามาทำไมคะ ต้องการอะไรหรือเปล่า" "ฉันจะเข้ามาบอกป้าว่าให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ห้องนั้นเลย เสื้อผ้าฉันวางไว้ที่โต๊ะข้างนอก" "คุณรพคะ...เธอยังเด็กอยู่เลย ป้าอยากรู้ว่าเธอไปสร้างปัญหาอะไรให้คุณรพเหรอคะ ป้าดูๆแล้วไม่น่าจะมีพิษมีภัยอะไรนะคะ ดูน่าสงสารเสียด้วยซ้ำ" ใบหน้าคมคร้ามของเคารพกระด้างขึ้นทันที เขาไม่ต้องการให้ใครเห็นอกเห็นใจเอวิตา เพราะในสายตาเขาเธอไม่ต่างอะไรกับฆาตกร "เด็กนั่นฆ่านิด! เป็นต้นเหตุให้นิดต้องตาย! อย่าให้ผมได้ยินป้าพูดเหมือนเห็นอกเห็นใจเด็กนั่นอีก เพราะผมไม่อยากใจร้ายไล่ป้าออก!" เขาตะคอกนางนุ่มด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวแล้วเดินจากไป ส่วนนางนุ่มก็ได้แต่ยืนอึ้งกับข่าวใหม่ที่ได้รับ นางไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กสาวที่หน้าซื่อตาใสอย่างเอวิตา จะเป็นต้นเหตุการจากไปของปนิดา แต่ก็คิดว่าเคารพคงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหกนาง เอวิตามองนางนุ่มที่เดินถือถาดเข้ามาหาด้วยความดีใจ เพราะตอนนี้ท้องของเธอมันแสบไปหมดเพราะความหิว เด็กสาวรีบพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งโดยที่มีนางนุ่มคอยมองด้วยความสงสัย "อะ...ค่อยๆกินนะมันร้อน" "จ้ะ" เด็กสาวยื่นมือที่สั่นเทาเพราะความหิวออกไปรับถาดที่มีถ้วยข้าวต้ม ก่อนจะลงมือตักข้าวใส่ปากอย่างรวดเร็ว "โอ้ย!!" "หึ้ย!! ข้าก็บอกแล้วว่ามันร้อน...เอานี่น้ำ" แม่บ้านนั่งมองเอวิตาตักข้าวใส่ปากไปได้พักใหญ่จึงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ "เอ็งชื่ออะไรน่ะนังหนู" "ชื่อเอมจ๊ะ" "มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าที่เอ็งเกี่ยวข้องกับการตายของคุณนิดน่ะ" มือบางที่กำลังตักข้าวใส่ปากถึงกับชะงักทันที เด็กสาววางช้อนลงหมดสิ้นความหิวโหยเมื่อเจอคำถามนี้ "คุณรพบอกป้าเหรอจ๊ะ" "ใช่...แล้วสรุปมันจริงหรือเปล่า" "จริงจ้ะป้า" "หา!!" นางนุ่มร้องอุทานเมื่อเอวิตายอมรับออกมาชัดเจน นางกวาดตามองแล้วมองอีกอย่างคาดไม่ถึง "ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย...เอ็งไปทำอะไรคุณนิดข้ารู้ข่าวมาว่าคุณนิดช็อค หรือเอ็ง!... " ท่าทางตกอกตกใจของนางนุ่มทำเอาเด็กสาวงุนงง "หนูทำไมเหรอป้า..." "เอ็งเป็นเมียน้อยคุณรพ! คุณนิดรู้ก็เลย..." เอวิตารีบส่ายหน้าปฏิเสธแล้วอธิบายอย่างรวดเร็วถึงแม้เสียงของเธอจะแหบแห้งก็ตามที "ไม่ใช่นะป้า...ไม่ใช่!..." "อ้าว...แล้วมันยังไงกันล่ะ" "คือ..................." เอวิตาเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้นางนุ่มฟังอย่างละเอียด แม่บ้านจึงพยักหน้าเข้าใจในที่สุด "อ้อ...ที่แท้เรื่องมันเป็นอย่างนี้เอง แต่จะว่าไปมันก็เป็นอุบัติเหตุอ่ะนะ ถ้าเอ็งจะผิดก็ผิดที่สาระแนพาพี่เอ็งออกไปจนได้นั่นแหละ" เอวิตายิ้มเศร้าเมื่อนางนุ่มพูดคำเดียวกับเคารพไม่ผิดเพี้ยน "จ้ะ เป็นเพราะความสาระแนของหนูเอง หนูถึงยอมมาที่นี่ไงจ๊ะ คุณรพเขาอยากให้หนูชดใช้หนูก็จะยอมทุกอย่าง เพราะหนูอยากให้เขารู้และเข้าใจในสักวันนึงว่าหนูไม่ได้ตั้งใจ และหนูก็รู้สึกผิดจริงๆกับเรื่องที่เกิดขึ้น" "เฮ้อ...ข้าเห็นใจเอ็งนะเนี่ย เพราะข้าเข้าใจว่าไอ้เรื่องแบบนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ก็เถอะ...ข้าเข้าใจก็ไม่มีประโยชน์เพราะคุณรพไม่ได้เข้าใจไปด้วย คุณรพรักคุณนิดมากก็เลยแค้นเอ็งเป็นธรรมดา ทนไปเถอะเดี๋ยวเวลาผ่านไปนานเข้าคุณรพอาจใจเย็นลงและมีเหตุผลมากขึ้น" เอวิตาส่งยิ้มขอบคุณนางนุ่ม พลางบอกกับตัวเองในใจว่ามันไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เพราะอย่างน้อยนางนุ่มก็เข้าใจเธอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD