ตอนที่ 3 ความหลัง

1373 Words
ตอนที่ 3 ความหลัง 7 ปีที่แล้ว @นาคินทร์ ช่วงเย็นวันหนึ่งวันนั้นฝนตกปรอยๆ ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรผมถึงได้ถูกทำร้าย แต่ก็เดาได้ไม่ยาก ว่าสาเหตุที่แท้จริงแล้วมันมาจากใคร ส่วนคนที่ก่อเรื่องเอาไว้ได้เดินทางกลับประเทศไปแล้ว หลังจากที่วันงานศพจบลง วันนั้นผมโดนตีหัวจนหมดสติไป อยู่ๆก็มีเด็กสาวคนหนึ่งใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลายเรียกผมที่กำลังนอนหมดสติอยู่แถมยังมีเลือดไหลออกมาจากศีรษะอีกด้วย “พี่คะ...พี่คะ...พี่เป็นอะไรคะ” ผมค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้าของเธอชัดเจน เธอพาผมไปทำแผลที่คลินิก เส้นผมที่ตกลงมาปิดบังใบหน้าทำให้คุณหมอทำแผลลำบาก เธอจึงดึงยางมัดผมจากศีรษะของเธอออกมามัดจุกที่ด้านหน้าให้ผม เธออยู่รอจนผมทำแผลเสร็จรู้สึกว่าวันนั้นผมถูกเย็บแผลไปทั้งหมดเจ็ดเข็ม วันนั้นเธอจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับผมด้วย แล้วผมก็ยังไม่ได้ขอบคุณเธอเลย ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยัดเงินจำนวนหนึ่งใส่มือให้ผมไว้ ซึ่งผมก็ได้เงินของเธอนี่แหละเป็นค่าโทรศัพท์โทรให้คนที่บ้านมารับ ประโยคสุดท้ายก่อนที่เธอจะจากไป ซึ่งผมไม่เคยลืมเธอพูดกับผมว่า... “ดูแลตัวเองดีๆนะคะ” รอยยิ้มของเธอในวันนั้นผมยังจำมันได้ดี มันเป็นรอยยิ้มสดใสและมีเสน่ห์ ทุกครั้งที่ผมท้อและอยากได้กำลังใจ ผมก็มักจะคิดถึงรอยยิ้มสดใสนี้อยู่เสมอ ปัจจุบัน ในขณะที่นาคินทร์กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น ในมือมียางมัดผมเส้นหนึ่ง เขาจ้องมองมันอยู่อย่างนั้นด้วยความคิดถึง ก่อนที่เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานภายในบ้านหลังใหญ่จะดังขึ้น “ก๊อกๆๆ” ยังไม่ทันได้เอ่ยอนุญาต ชานนท์ลูกน้องคนสนิทก็ผลักประตูเข้ามาทันที “มึงควรจะให้กูเอ่ยอนุญาตก่อนมั้ย” น้ำเสียงไม่ได้จริงจังนักเอ่ยตำหนิลูกน้องแค่พอเป็นพิธี “คิดจะทำงานใหญ่เรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้ผมไม่สนใจหรอกครับ” ดูมันพูดเข้าไม่รู้ไปเอาความมั่นใจที่ไหนมา “มีอะไร” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้งแต่สายตาก็ยังคงจับจ้องอยู่กับยางมัดผมตรงหน้านิ่ง “ภาพในกล้องวงจรปิดในห้องทำงานที่บริษัทได้แล้วครับ” “อือ...ขอบใจมาก” ชานนท์ยังคงยืนยิ้มอยู่อย่างนั้น “ยิ้มอะไรเสร็จแล้วก็ออกไปสิ” “ร้ายกาจเกินไปแล้วนะครับ” ชานนท์รู้ดีว่าคุณนาคินทร์คนนี้ไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คนอื่นๆเข้าใจ “มึงจะไปรู้อะไร” “อธิบายได้นะครับ ผมมีเวลาฟังเยอะเลย” “ไอ้นนท์ มึงเคยโดนตีนกูมั้ย” “ขอตัวครับ ดึกแล้วผมไปนอนดีกว่า” ทางด้านพริกแกง ภายในบ้านหลังใหญ่บนห้องนอนส่วนตัว พริกแกงเข้านอนนานแล้ว แต่เธอก็ยังไม่สามารถข่มตาหลับลงได้สักที พยายามบอกกับตัวเองซ้ำๆว่าไม่ให้คิดถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงสายๆ แต่ยิ่งพยายามมากขึ้นเท่าไหร่ สมองก็มัวแต่คิดวนไปวนมาจนเริ่มเบื่อตัวเองแล้ว “ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ออกไปจากหัวฉันเดี๋ยวนี่เลยนะ” เธอร้องบอกกับตัวเองเสียงดัง แถมยังคิดจะเอาคืนเขาทุกเมื่อถ้ามีโอกาส เกิดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนล่วงเกินเธอเลย แต่วันนี้กลับถูกผู้ชายที่ไม่รู้จักหลอกหอมแก้มเธอซะได้ ถึงเขาจะหล่อกระชากใจเธอมากขนาดไหน แต่นิสัยเสียแบบนี้เธอก็ไม่เอาด้วยหรอก ส่วนทางด้านนาคินทร์ เขากำลังจะเข้านอนแล้วเหมือนกัน เขาหยิบมือถือขึ้นมา แล้วส่งสติกเกอร์ฝันดีไปให้เธอ แต่ก่อนที่เขาจะวางมือถือลง เขากลับเห็นว่าเธอเปิดอ่านมัน “ยังไม่นอนอีกเหรอเนี่ย” เมื่อได้เห็นดังนั้น เขาจึงเลือกที่จะพิมพ์ข้อความลงไป นาคินทร์ : คิดถึงผมจนนอนไม่หลับเลยเหรอครับ พริกแกง : ไอ้บ้า นาคินทร์ : คนสวยพูดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ พริกแกง : ไปตายซะ นาคินทร์ : โกรธอะไรผมครับ หรือจะเป็นเรื่องแก้มนุ่มๆ ของคุณเมื่อช่วงเช้า ถ้าโกรธผมเรื่องนี้เจอหน้าคุณอีกครั้งเมื่อไหร่ผมจะให้คุณหอมคืนนะครับ จะได้หายกัน พริกแกง : อี๋!!...ไอ้บ้า นาคินทร์ : อ๋อ ห้ามบล็อกไลน์ผมเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่ง การสนทนาผ่านข้อความจบลง นาคินทร์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบยางมัดผมเส้นเดิมบนหัวเตียงเอาขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้ม เขายิ้มให้มันอยู่อย่างนั้นสักครู่ คล้ายกับว่ายางมัดผมเส้นนี้มีความทรงจำอะไรดีๆที่เขาอยากจดจำมันตลอดไป ช่วงเช้าบนโต๊ะรับประทานอาหาร “ยัยแก้วตื่นหรือยัง” นาคินทร์กำลังนั่งจิบกาแฟร้อนอย่างสบายใจ ในมือกำลังอ่านข่าวที่เขาสนใจ ท่าทางอารมณ์ดีเชียวเช้านี้ “เมื่อคืนคุณหนูกลับมาดึกน่าจะยังไม่ตื่นค่ะ” แม่บ้านเอ่ยขึ้น ท่าทีและน้ำเสียงของคนกำลังอารมณ์ดีเริ่มเปลี่ยนไป “ไปเรียกยัยแก้วลงมา บอกว่าผมมีธุระจะคุยด้วย ให้เวลาสิบนาที” จากนั้นเขาก็เริ่มจับเวลาแล้วอ่านข่าวในมือถือต่อและเมื่อเวลาผ่านไป “สิบนาทีแล้ว” เขาเงยหน้าขึ้นมาก็ยังไม่เห็นคุณหนูคนเล็กของบ้านลงมาสักที “ยัยแก้ว!” “มาแล้วๆๆ โหเฮียจะอะไรกันนักกันหนาช้านิดช้าหน่อย” วิ่งลงมาจากชั้นบนถึงชั้นล่าง พอหยุดลงตรงหน้าของพี่ชายได้ก็พูดไม่หยุด “กลับมากี่ทุ่ม” “เฮีย...เรียกหนูมาถามเรื่องแค่นี้เองเหรอ” “ไม่ใช่” “มีเรื่องอะไรก็พูดมาตรงๆเลยค่ะ” เธอทำท่าหาวปากกว้างไม่ได้คิดจะสนใจใบหน้าเข้มๆของพี่ชายเลยสักนิด “อาทิตย์หน้าแกจะต้องเริ่มเรียนพิเศษแล้ว อยากเรียนภาษาอะไรก่อนคิดออกหรือยัง” ก่อนหน้านี้ได้คุยถึงเรื่องนี้กันแล้ว แล้วผมก็ให้เธอไปคิดมาว่าจะเรียนภาษาอะไรก่อน ผมให้เธอเลือกเอง เห็นว่าเวลาว่างเยอะชอบออกเที่ยว “ยังไม่ได้คิดเลยค่ะ” “นี่! แค่คิดเรื่องของตัวเอง มันยากมากนักหรือไง” พี่น้องคู่นี้คุยกันดีๆไม่เคยเป็น “เฮียคร๊าบ...” ชานนท์ได้ยินเสียงดุๆก็รีบเดินเข้ามา “มึงก็อีกคนไอ้นนท์ ตามใจกันเข้าไปเถอะ” “พี่นนท์ขา...เฮียหาเรื่องบ่นหนูทุกวันเลยค่ะ” ฉัตรแก้วได้ทีก็รีบฟ้อง “แกมันไม่ได้เรื่อง ถ้าคิดเองไม่เป็นเดี๋ยวให้ไอ้นนท์มันช่วยคิดให้แล้วกัน” ตลอดหลายปีที่ผ่านมีในบ้านหลังคาเดียวกัน ดูเหมือนว่าชานนท์จะสนิทกับฉัตรแก้วมากกว่าพี่ชายแท้ๆของเธอเสียอีก “ค่ะ ถ้าหมดธุระแล้วแก้วขอตัวไปนอนต่อก่อนนะคะ” พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินกลับขึ้นชั้นบนไปนอนต่อเหมือนเดิม “ดูมัน” “ช่างเธอเถอะครับ คุณหนูยังเด็ก” จริงๆก็ไม่ได้เด็กแล้ว แต่แค่ถูกตามใจมากเกินไปจึงยังไม่รู้จักโตสักที “มึงก็อีกคน ตามใจกันเข้าไปเถอะ” “ป้าครับ ขอกาแฟกับขนมปังทาแยมสองแผ่นครับ” ชานนท์หันไปบอกแม่บ้านแล้วนั่งลงตรงหน้านาคินทร์ ทานอาหารเช้าก่อนที่จะออกไปทำงานด้วยกัน “วันนี้ขับรถไปคนละคันนะ เย็นนี้กูมีธุระ” “ธุระอะไรครับ” ธุระก็คือธุระ! “ไอ้นนท์...” “นัดสาวไว้แน่ๆ แล้วเรื่องเรียนพิเศษของคุณหนูล่ะครับ” “ฝากมึงจัดการด้วยแล้วกัน” “ครับ...”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD