บทนำ
“เมื่อไหร่จะว่างมาช่วยพ่อทำงานที่บริษัทสักทีล่ะ” เจ้าของบริษัทรับสร้างบ้านชื่อดังของประเทศไทยและคุณพ่อของผมเองพูดขึ้นในขณะที่กำลังรับประทานอาหารกันอยู่
“ฮุนยังเรียนไม่จบเลยนะครับ” ชายหนุ่มร่างสูง ลูกครึ่งเกาหลี เป็นถึงเดือนคณะสถาปัตย์ ดีกรีทายาทลำดับถัดไปของบริษัทแห่งนี้ พูดขัดบทสนาทนาที่คนเป็นพ่อตั้งความหวังเอาไว้
“เทอมหน้าก็เป็นเทอมฝึกงานแล้วนิ ก็ลองเข้ามาฝึกงานที่บริษัทเราสิ ทุกปีพ่อก็ต้องรับนักศึกษาหลายแผนกอยู่แล้ว” คุณพ่อพูดพลางกวักมือเรียก ‘เรเชล’ เลขาส่วนตัวของคุณพ่อให้จดชื่อของผมไว้ในลิสต์คนที่จะเข้ามาฝึกงานปีนี้ “พ่อให้เรเชลจัดการแล้ว ยังไงมาฝึกสะ”
“ฮุนว่าจะไปฝึกงานสาขาเกาหลี จะได้เจอออมมาด้วย” ใช่ครับออมมาของผมหรือคุณแม่เป็นคนดูแลบริษัทรับสร้างบ้านสาขาเกาหลี นอกจากนั้นยังมียัยเด็กดื้อ ‘ฮานิ’ น้องสาวของผมที่เธอตัดสินใจไปเรียนมัธยมปลายที่เกาหลี อยากไปเจอทั้งสองคนเพราะไม่ได้เจอกันนานมากแล้วเพราะสาขาที่นู้นงานเยอะมาก ออมมาไม่ว่างบินกลับมาไทยเลย
“ไม่ได้ ฮานิก็อยู่นั้น ที่นี่ฉันก็ไม่มีใครช่วยน่ะสิ” คุณพ่อตัดเพ้อตามประสาคนมีอายุนั้นแหละผมว่า
“งั้นก็แล้วแต่แล้วกันครับ” ผมพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะขอตัวคุณพ่อกลับขึ้นมาบนห้องเพราะต้องเตรียมตัวไปมหาลัย
“เรเชล เดี๋ยวไปเตรียมรถเลยนะ วันนี้มีประชุมกับลูกค้าคนสำคัญ จะสายไม่ได้” เสียงของคุณพ่อดังขึ้นมาถึงข้างบน ผมยอมใจเรเชลจริงๆ ที่ทำงานมาได้นานขนาดนี้ ผมเข้ามาในห้องก่อนจะเตรียมตัวอาบน้ำ ระหว่างที่ผมอยู่ในห้องน้ำก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก
“ตาเข้าไปนะคะ ขอบคุณนะคะสำหรับค่าช้อปปิ้งวันนี้” ตาหรือ
ศิตา แฟนสาวของผมเองหรือจะเรียกเธอว่ารักแรกของผมก็ได้ เธอมาหาผมที่บ้านเป็นประจำอยู่แล้วเพราะบ้านของเธออยู่ตรงข้ามบ้านผมนี่เอง ผมคบกับเธอมา 2 ปีแล้วครับ ผมเป็นฝ่ายแอบชอบเธอก่อนด้วยซ้ำ ทุกอย่างเริ่มตั้งแต่ช่วงมัธยม เธอเป็นดาวเด่น ประธานนักเรียนรวมถึงสาวป๊อป ทุกกิจกรรมเธอจะได้รับเลือกแทบทั้งหมดเพราะด้วยหน้าตาของเธอนั้นแหละจึงทำให้เธอเป็นที่หมายตาของหนุ่มๆ ทุกคนในโรงเรียนด้วยภาพลักษณ์ขาว ใส บริสุทธิ์และนิสัยดี ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเธอหรอก แต่คุณพ่อของผมเคยเป็นเพื่อนสนิทกับคุณพ่อของเธอ ‘คุณลุงมานิต’ เหตุนี้เองจึงทำให้ผมได้ไปเล่นบ้านของเธอบ่อยครั้งในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ในปัจจุบันคุณลุงแยกทางกับแม่ของศิตาแล้วเลยทำให้ช่วงหลังพวกเราไม่ค่อยได้มาเจอกัน แต่รักแรกพบในช่วงเวลาเรานั้น มันทำให้ผมตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว หลังจากขึ้นมหาวิทยาลัยผมก็มีโอกาสได้เจอกันในกิจกรรมดาวเดือน มันทำให้ผมคิดว่านี่แหละคือพรมลิขิต ผมไม่รีรอเลยที่จะจีบเธอ แต่ทว่าในตอนแรกเธอไม่สนใจผมเลยแต่สุดท้ายเธอก็เปลี่ยนใจมาคบกับผมจนได้
“ฮุน อย่าพึ่งกวนตานะคะ” ชายหนุ่มร่างสูง ลูกครึ่งเกาหลี กำลังพยายามที่จะจูบแฟนสาว..” อื้ออ ฮุน วันนี้มีไปเรียนนะคะ อย่าพึ่ง” ศิตาผลักผมซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของเธอเล็กน้อย ก่อนจะรีบจัดแจงชุดให้เข้าที่ ท่าทีของเธอเหมือนคนที่กลัวไปเรียนไม่ทันเวลาทั้งๆ ที่เหลือเวลาอีกมาก
“ตาครับ ฮุนขอนิดเดียวเอง” ผมไม่ยอมลดละความพยายาม ถึงแม้จะคบกับหญิงสาวมานานแต่ผมกับศิตายังไม่เคยมีอะไรกันเลยสักครั้งมากสุดก็แค่จูบ ไม่รู้เรียกว่าจูบได้มั้ยด้วยซ้ำ ผมเคยอึดอัดจนต้องถามออกมาแต่กลับได้คำตอบจากศิตาว่าเธอไม่พร้อม รอเธอได้มั้ย แน่นอนครับผมรอได้เสมอ แต่..ผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความต้องการเหมือนกัน
“ฮุน ตาบอกแล้วไงคะว่าฮุนไปซื้อกินได้นะ อย่ามาบังคับตาแบบนี้” ศิตาพูดเสียงเข้มขึ้นอีกครั้ง ผมไม่เข้าใจตาเลยจริงๆ ว่าทำไมถึงยอมให้ผมไปซื้อกินทั้งๆ ที่เราก็เป็นแฟนกัน “ฮุนคะ ไม่ทำหน้างอนะคะ ตายังไม่พร้อมนี่นา”
“แต่มัน 2 ปีแล้วนะครับตา” ผมพูดเสียงอ่อนลง
“แค่นี้ฮุนรอตาไม่ได้เลยเหรอคะ ตาก็ให้ฮุนไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นได้นี่ไง”
“แต่ฮุนอยากนอนกับแฟนฮุนไง” ผมพูดเสียงดังเพราะความไม่เข้าใจ
“อย่ามาขึ้นเสียงใส่ตานะ!!”
“ตา เดี๋ยวสิครับ”
“ปล่อย ตาจะไปเรียนแล้ว ฮุนชอบพูดไม่รู้เรื่อง แล้วป้าจะมายืนขวางทางทำไมเนี้ย!!!” ศิตาตวาดเสียงดังลั่นบ้านดีที่คุณพ่อของผมไม่อยู่ ผมยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อศิตาก็รีบออกจากห้องไปและขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
“คุณฮุนคะ” เสียงเรียกอบอุ่นจากป้านม คุณป้าที่ดูแลผมมาตั้งแต่ยังเด็ก “ทะเลากับคุณศิตาเหรอคะ”
“ฮุนผิดเองครับป้านม ฮุนขอโทษแทนตาที่ขึ้นเสียงใส่ด้วยนะครับ” ป้านมพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปทำความสะอาดห้องคุณพ่ออย่างที่เคยทำเป็นประจำ
ผมปิดประตูห้องอย่างหัวเสียก่อนจะทักเข้าไปในกลุ่มที่มีกัน 4 คน นั้นคือ เจย์ ฟลิกซ์ ปาร์คและผม
ฮุน ‘เบื่อวะ’
เจย์ ‘เบียร์หน่อยมั้ย’
ฟลิกซ์ ‘ขอน้องลินยัง’
เจย์ ‘อะไรของมึงครับ..ไม่ต้องขออยู่แล้ว’
ปาร์ค ‘เอาดิแล้วเดี๋ยวเรียกเด็กมานั่งเป็นเพื่อน ท่าทางจะเบื่อเมียอะดิ’
ฮุน ‘อือ ยังไงค่อยคิดล่ะกัน ถึงห้องยัง’
เจย์ ‘ถึงแล้ว รีบมา’
ผมปิดหน้าจอมือถือก่อนจะรีบกลับไปแต่งตัวเพื่อรีบเข้าไปมหาวิทยาลัย เพราะบ้านของผมห่างจากมหาวิทยาลัยพอสมควรเลย