“อะ เอ่อ...” ตะวันมองไปที่ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหญิงตรงหน้า ก่อนจะยกยิ้มตามเธอออกมา ‘ถ้าขืนเธอปฏิเสธออกไปฮาญาจะรับได้จริงๆ น่ะเหรอ’ ตะวันได้แต่ถามตัวเองอยู่ภายในใจ
‘แผลเป็นและความเจ็บปวดของแต่ละคนมีไม่เท่ากันนี่เนอะ ฮาญาอายุเท่านี้เองน้องน่าจะรับไม่ไหว...เอาก็เอา แค่เป็นแม่จำเป็นคงไม่เป็นอะไรมากหรอกมั้ง’ ตะวันทำการตกลงกับตัวเองอยู่ภายในใจก่อนจะพยักหน้าเพื่อเป็นคำตอบให้กับเด็กหญิงตรงหน้า
“เย้!!! ฮาญามีแม่แล้ว” เด็กน้อยกระโดดโลดเต้นออกมาทันทีด้วยความดีใจ ก่อนที่เธอจะโผล่เข้ากอดร่างบางตรงหน้าจนแน่น ตะวันเองก็กอดตอบเธอกลับไปเช่นกัน
“แต่ว่าฮาญาคะ?...”
“คะ?”
“พี่มีเกมมาให้เล่น...ฮาญาอยากเรียกพี่ตะวันว่าแม่ใช่ไหมคะ?” ตะวันเอ่ยถามเด็กหญิงตรงหน้าออกไปอย่างรู้ทัน พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเธอ
“ใช่ค่ะพี่ตะวันเป็นแม่ ฮาญาก็ต้องเรียกพี่ตะวันว่าคุณแม่สิคะ”
“เกมของพี่ตะวันก็คือเกมซ่อนหาค่ะ...”
“ซ่อนหา?”
“พี่ไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดยังไงพี่จึงอย่าให้ฮาญาซ่อนพี่ไว้ค่ะ เวลาที่เราอยู่กันสองคนฮาญาอยากเรียกพี่ว่าคุณแม่ก็เรียกได้เลยค่ะ”
“คุณแม่” เด็กหญิงทวนคำของร่างบางตรงหน้าพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้
“ค่ะ...แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่นพี่ตะวันอยากให้ฮาญาซ่อนพี่เอาไว้ค่ะ”
“ต้องซ่อนเอาไว้...ไม่อย่างนั้นถ้ามีคนมาเจอเข้า เขาจะทำให้คุณแม่หายไปจากฮาญาอีกเหรอคะ?” เด็กหญิงตรงหน้าเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“อะ เอ่อ...”
“เข้าใจแล้วค่ะ ฮาญาเป็นเด็กดีจะเชื่อฟังคุณแม่ทุกอย่างเลยค่ะ...” เด็กน้อยตรงหน้าเอ่ยบอกกับร่างบางเสียงอ่อนเสียงหวาน ใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มที่แสนบริสุทธิ์ของเธอทำให้ตะวันอดที่จะยิ้มตามเธอไม่ได้จริงๆ
“ถ้าอย่างนั้นเราออกไปด้วยกันดีไหมคะ คุณครูมิตารอฮาญาอยู่นะ”
“ไปค่ะ จริงสิ...?”
“คะ?”
“ฮาญาขอเบอร์โทรคุณแม่ไว้ได้ไหมคะ ฮาญาอยากคุยกับคุณแม่ค่ะ” ตะวันยกยิ้มให้กับเด็กหญิงตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะยื่นนามบัตรของตัวเองไปให้ร่างน้อยในอ้อมกอด
“ขอบคุณค่ะ” ฮาญายกมือขึ้นมาไหว้หญิงสาวตรงหน้าอย่างนอบน้อมก่อนจะเก็บนามบัตรลงไปในกระเป๋าเสื้อของตัวเองอย่างระมัดระวัง
ทุกๆ การกระทำของเด็กหญิงอยู่ในสายตาของตะวันทั้งหมด เธอทั้งเอ็นดูและก็สงสารเด็กน้อยตรงหน้า เพราะเธอรู้ดีว่าการที่ต้องเติบโตโดยที่ไม่มีแม่แล้วมันเจ็บปวดแค่ไหน แต่อย่างน้อยฮาญาก็ยังโชคดีที่มีคุณพ่อที่เป็นเหมือนบ้านที่อบอุ่นให้กับเธอ เธอถึงได้โตขึ้นมาเป็นเด็กที่น่ารักน่าเอ็นดูได้ขนาดนี้
“ฮาญาจะซ่อนคูณแม่ไว้ค่ะ จะไม่ยอมให้ใครพรากคุณแม่ไปจากฮาญาเด็ดขาด”
“เด็กดี”
“หอมอาญาหน่อยสิคะ” ฮาญาพูดขึ้นพร้อมกับเอียงแก้มของตัวเองมาให้ตะวัน
ฟอดดดด!!
“คิคิ!! ตาฮาญาบ้าง” ฮาญาเอ่ยบอกกับตะวันก่อนจะขยับเข้าไปหอมกลิ่นกายของร่างบางตรงหน้าจนเต็มปอด
“ชื่นใจจัง...ฮาญาพร้อมแล้วค่ะ” พูดจบฮาญาก็เอื้อมมือไปกุมมือบางของหญิงสาวตรงหน้าเอาไว้ ก่อนที่เธอจะพาตะวันเดินออกไปด้านนอก
“หึหึ เด็กดี”
หลังจากที่พาฮาญามาส่งให้กับมิตาครูประจำชั้นของเธอแล้ว ตะวันก็ขอตัวกลับไปเตรียมขนมไว้ให้กับเด็กๆ ต่อ โดยที่ไม่ลืมนำคุกกี้ที่เธอทำไว้ต่างหากใส่กระเป๋าแยกไว้ให้กับฮาญาด้วย
17.00 น.
-คฤหาสน์ของฮันเตอร์-
“คุณหนูเดี๋ยวป้าช่วยถือกระเป๋าให้นะคะ” นวลแม่บ้านจำคฤหาสน์หลังนี้พูดขึ้นอย่างนอบน้อม
“ไม่เอาค่ะ” ฮาญากอดกระเป๋าเป้ของตัวเองไว้แน่นไม่ยอมให้ใครแยกของของเธอไปโดยง่าย
“กอดแบบนี้มาตั้งแต่โรงเรียนแล้วป้านวล หนูขอถือให้ก็ไม่ยอม” ตาลเอ่ยบอกกับหัวหน้าแม่บ้าน ก่อนที่จะเดินตามคุณหนูของบ้านขึ้นไปยังส่งเด็กหญิงยังห้องนอนเธอ
นวลส่ายหัวเล็กน้อยให้กับความดื้อรั้นของคุณหนูของบ้าน ไม่ว่าจะมีพี่เลี้ยงเข้ามากี่คนเด็กน้อยก็ต่อต้านพี่เลี้ยงทุกคนที่เข้ามาจนพวกเธอเหล่านั้นทนอยู่ต่อไปไม่ได้ จริงๆ แล้วคุณหนูฮาญาของเธอเป็นเด็กดี น่ารักมากๆ แต่คุณหนูสบายใจและไว้ใจแค่คุณพ่อของเธอคนเดียวเท่านั้น
“เกิดอะไรขึ้น...?” ฮันเตอร์ที่พึ่งมาถึงเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับมองตามร่างเล็กที่กำลังเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเองที่อยู่บนชั้นสองของบ้าน
“คุณหนูกอดกระเป๋าเป้แน่นเลยค่ะ ไม่ยอมให้ช่วยถือด้วยไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไรนะคะ”
“กระเป๋าเป้เหรอ?” ฮันเตอร์พึมพำออกมาก่อนจะเดินตามลูกสาวขึ้นมาด้านบน
ก็อกๆๆ...!!!
“คุณพ่อเหรอคะ?” เสียงเล็กตะโกนถามขึ้นก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกด้วยฝีมือของเด็กหญิง ฮาญาส่งยิ้มหวานไปให้กับร่างสูงตรงหน้าในขณะที่มือบางของเธอยังคงกอดกระเป๋าเป้ของตัวเองเอาไว้ไม่ยอมห่าง
“พ่อขอเข้าไปได้ไหมครับ?”
“เชิญค่ะ...” ฮาญาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่เธอจะหลบให้คุณพ่อของเธอเดินเข้ามาภายในห้องนอนที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราในธีมของเจ้าหญิงดิสนีย์
“กลับมาจากโรงเรียนแล้วไม่อาบน้ำเหรอครับ”
“กำลังจะอาบแล้วค่ะ คุณพ่อคะฮาญาเอากระเป๋าเข้าไปด้วยได้ไหมคะ” ฮาญาดูช่างใจอยู่สักครู่ก่อนจะเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ พร้อมกับกระชับกระเป๋าในอ้อมกอดของตัวเองให้แน่นขึ้น
“ในนั้นมีอะไรเหรอครับ ฮาญาบอกพ่อได้ไหม?”
“คือว่า...”
“...” ฮันเตอร์ย่อตัวนั่งลงตรงหน้าเด็กหญิง ก่อนที่เขาจะมองไปที่เธอนิ่งๆ
“ค่ะ” ฮาญาเปิดกระเป๋าให้คุณพ่อของเธอดูอย่างช้าๆ ในขณะที่สายตาของเธอมองไปที่กระเป๋าและร่างสูงตรงหน้าสลับกันไปมา สีหน้าของเด็กน้องแสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่มีอะไรต้องกลัว...ฮาญาก็รู้ว่าพ่อจะไม่ดุถ้าหนูไม่ได้ทำอะไรให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อน” ฮันเตอร์เอ่ยบอกกับเด็กหญิงตรงหน้าเสียงเรียบ พร้อมกับยกยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา
“และเท่าที่พ่อจำได้ฮาญายังไม่เคยทำแบบนั้นเลยนี่ครับ”
“ค่ะคุณพ่อ”
“คุกกี้ค่ะ” ฮาญานั่งลงกับพื้นก่อนที่เธอจะค่อยๆ เปิดกระเป๋าและยื่นคุกกี้ในกระเป๋าเป้ของเธอให้กับร่างสูงตรงหน้าดู คิ้วหนายกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหยิบขนมตรงหน้ามาถือไว้
“อร่อยมากเลยนะคะคุณพ่อ ฮาญาไม่เคยกินคุกกี้ที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ” เด็กหญิงเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเขา
“ใครให้มาเหรอครับ”
“คุณมะ...พี่สาวค่ะ” ฮาญาชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่ธอจะตอบพ่อของตัวเองกลับไปเสียงดังฟังชัด พร้อมกับยกยิ้มหวานเพื่อกลบเกลื่อน
“อันนี้ฮาญาให้คุณพ่อค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“ฮาญารักคุณพ่อนะคะ แต่ถ้าติดใจฮาญาไม่ให้เพิ่มแล้วน้า คิคิ”
“อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ฮันเตอร์เอ่ยถามลูกสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าออกไปอีกครั้งด้วยความสงสัย
“ใช่ค่ะ”
“ไปอาบน้ำได้แล้วครับ”
ฮันเตอร์เป็นคนอาบน้ำแต่งตัวให้กับลูกสาวเองกับมือ เนื่องฮาญาปฏิเสธพี่เลี้ยงทุกคนที่เขาส่งมาดังนั้นเขาก็จำเป็นต้องเป็นคนทำหน้าที่นี้ไปก่อนจนกว่าจะหาพี่เลี้ยงคนใหม่ให้กับเด็กหญิงตรงหน้าได้
ใครจะไปคิดว่านักธุรกิจหนุ่มหมื่นล้านอย่างฮันเตอร์จะต้องมาทำทุกอย่างให้กับลูกสาวของเขาด้วยตัวเองแบบนี้
หลังจากที่เขาอาบน้ำแต่งตัวให้ลูกสาวเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงก็ออกมาจากห้องนอนของเด็กหญิงก่อนที่จะเดินไปหาอคินที่ยืนรออยู่ไม่ไกล
“ไปสืบมาว่าใครคือเจ้าของขนมนี่”
“ครับนาย”