เช้าวันต่อมา...
“ตะวันทำไมไม่นอนต่ออีกหน่อยล่ะลูก” สมหมายเอ่ยทักทายหลานสาวที่พึ่งเดินออกมาจากห้องนอนออกไปด้วยความสงสัย ในขณะที่มือบางของเธอกำลังเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ลูกๆ ก่อนที่เธอจะออกไปขายของที่ตลาด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอเท่าไหร่นัก
เช้ามืดที่ผ่านมาตะวันและชูใจได้ออกไปช่วยเธอตั้งร้านเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งคู่จึงพากันกลับมาพักผ่อนต่อที่บ้าน...
“หนูไม่ง่วงแล้วค่ะป้าหมาย”
“วันนี้จะออกไปไหนกันรึป่าวลูก”
“วันนี้วันหยุด...หนูคิดว่าจะพาน้องๆ ออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาที่ห้างจ้ะ ไม่ได้พาเด็กๆ ออกไปนานแล้ว”
“ก็ดีเหมือนกันลูก นี่เงินเอาไปไว้ใช้นะตะวัน” สมหมายเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าเสียงอ่อนพร้อมกับยัดเงินจำนวนหนึ่งใส่มือของหลานสาวของเธอไปด้วย
“ขอบคุณมากนะคะ แต่ตะวันพอมีอยู่จ้ะ” ตะวันเอ่ยบอกกับป้าของเธอออกไปเสียงอ่อนพร้อมกับส่งยิ้มหวานไป ก่อนที่เธอจะส่งเงินคืนให้หญิงวัยกลางคนตรงหน้า
“ป้าหมายเก็บไว้นะจ๊ะ ถ้าไม่พอเดี๋ยวตะวันจะบอกจ๊ะ”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ลูก ถ้าไม่พอต้องบอกป้านะ”
“จ้ะ งั้นเดี๋ยวหนูเข้าไปตามน้องๆ ออกมากินข้าวก่อนนะจ๊ะ” ตะวันเอ่ยบอกกับป้าของเธอ ก่อนที่ร่างบางจะเดินไปยังห้องนอนของน้องชายทั้งสองคนที่อยู่ไม่ไกล
~~ก๊อกๆๆ~~
“ไต้ฝุ่น กำปั้นพี่ตะวันขอเข้าไปได้ไหมครับ”
“ค้าบบบ” เสียงกำปั้นเด็กชายวัย 6 ขวบขานตอบก่อนที่เขาจะรีบวิ่งไปเปิดประตูให้กับพี่สาว
“พี่ตะวัน” กำปั้นกระโดดกอดขาเรียวของพี่สาวเอาไว้ทันทีที่เธอเดินเข้ามา ตะวันย่อตัวนั่งลงกอดเด็กชายตรงหน้าเอาไว้แน่น นานแล้วที่เธอไม่ได้มีวันหยุดอยู่กับน้องๆ แบบนี้ เธอจึงจะใช้โอกาสนี้พาน้องๆ ไปออกเปิดหูเปิดตา
ไต้ฝุ่นและกำปั้นเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายมากตั้งแต่พวกเขาเติบโตขึ้นมาจนรู้ความ พวกเขาแทบจะไม่งอแงเลย งานบ้านอะไรที่พวกเขาพอช่วยได้พวกเขาจะทำเองทั้งหมด และที่สำคัญถึงพวกเขาจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกับพวกเธอ แต่เด็กชายทั้งสองคนก็เป็นที่รักของทุกคนในบ้าน
“วันนี้พี่ตะวันหยุดพี่จะพากำปั้นกับพี่ไต้ฝุ่นไปเที่ยวดีไหมครับ”
“ดีครับ”
“ไต้ฝุ่น” ตะวันเอ่ยเรียกเด็กชายอีกคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองเธอเลยแม้แต่น้อย ตะวันอุ้มกำปั้นขึ้นก่อนจะพาเขาเดินไปหาพี่ชายที่นั่งอยู่ไม่ไกล
“พี่ไต้ฝุ่นชอบวาดรูปครับ”
“...” ตะวันพยักหน้าเล็กน้อยให้กับเด็กชายตรงหน้า ก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองมือน้อยๆ ของไต้ฝุ่นที่กำลังระบายสีลงบนกระดาษตรงหน้าอย่างตั้งใจ ไต้ฝุ่นชื่นชอบงานศิลปะเป็นพิเศษโดยเฉพาะการวาดภาพสีน้ำมัน ต่างจากกำปั้นที่ชื่นชอบการต่อเลโก้เป็นที่สุด แต่สิ่งที่ทั้งสองคนมีเหมือนกันก็คือพวกเขาเป็นเด็กที่มีสมาธิจดจ่อดีมาก
“ไต้ฝุ่นครับ เดี๋ยววันนี้พี่ตะวันพาไปซื้อสีน้ำเพิ่มดีไหมครับ”
“ไม่เป็นไรครับพี่ตะวัน ไต้ฝุ่นยังพอมีอยู่”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินนะครับ พี่ตะวันมีเงินเยอะครับ” ตะวันเอ่ยบอกกับเด็กน้อยตรงหน้าอย่างรู้ทันว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“จริงๆ เหรอครับ กำปั้นขอเลโก้ใหม่ได้ไหมครับ”
“ได้สิครับ”
“เย้ๆ”
“ไต้ฝุ่นไปกับพี่ตะวันนะครับ น้า...” ตะวันโน้มตัวลงไปหาเด็กชายตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถามเขาออกไปอย่างอ้อนๆ พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเขา
“ก็ได้ครับ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าพร้อมกับส่งยิ้มหวานกลับไปให้กับพี่สาวตรงหน้าเช่นกัน
ไต้ฝุ่นเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว ชอบคิด ชอบทำอะไรเงียบๆ คนเดียว มีโลกส่วนตัวสูง ต่างจากกำปั้นที่เป็นเด็กร่าเริงสดใส เข้ากับคนง่าย และที่สำคัญเขาเป็นเด็กที่ช่างพูดช่างเจรจาเป็นที่สุด
-ห้างคิงส์ตัน-
“ไม่ใช่ห้างที่เราเคยไปนี่ครับ?” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ อย่างตกตะลึงให้กับความใหญ่โตและความหรูหราของห้างใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแห่งนี้
“นั่นสิครับ?”
“ใช่ครับ...ร้านเครื่องเขียนของที่นี่ใหญ่ที่สุด มีของให้ไต้ฝุ่นเลือกเยอะที่สุด และที่นี่ก็มีร้านเลโก้ของกำปั้นด้วยนะครับ มาที่เดียวเราจะได้ของครบอย่างแน่นอนครับ”
“เย้! / …”
“ไปกันดีกว่าครับเด็กๆ” ตะวันจูงมือน้องชายทั้งสองคนของเธอเอาไว้ ก่อนที่ร่างบางจะพาพวกเขาไปยังโซนของเล่นซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านเครื่องเขียนเท่าไหร่นัก
“ว๊าวววว!! ของเล่นเต็มเลย” กำปั้นกระโดดโลดเต้นออกมาด้วยความดีใจก่อนเขาจะวิ่งนำหน้าตะวันและไต้ฝุ่นเข้าไปยังโซนร้านของเล่นตรงหน้า
“ไม่อยากได้อะไรเหรอครับ” ตะวันหันกลับมาถามไต้ฝุ่นที่ยังคงกุมมือบางของเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“ไม่อยากครับ พี่ตะวันต้องทำงานหนักกว่าจะได้เงินมา ของเล่นเดี๋ยวแบ่งกันเล่นกับน้องก็ได้ครับ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับพี่สาวของเขาเสียงเรียบพร้อมกับส่งยิ้มไปให้กับพี่สาว
“พี่ตะวันมีเงินเก็บอยู่แล้วนะครับ ไต้ฝุ่นไม่ต้องห่วงนะ”
“...”
“งั้นเอาอย่างนี้เดี๋ยวพี่จะซื้ออุปกรณ์วาดรูปให้กับไต้ฝุ่นแบบจัดเต็มไปเลยดีไหมครับ?”
“...” ไต้ฝุ่นพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่เขาจะยกยิ้มออกมาเล็กน้อย มือบางของตะวันลูบลงที่หัวของเด็กชายตรงหน้าเบาๆ อย่างเอ็นดู
“เด็กดีของพะ...”
“แม่จ๋า!!!” เสียงเด็กหญิงร้องเรียกแม่ดังลั่นขึ้นมาจนทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นหันไปมองยังต้นเสียงเป็นตาเดียว รวมถึงตะวันเองก็เช่นกันก่อนที่เธอจะชะงักไปทันทีที่เห็นเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเธอจำได้ไม่เคยลืมกำลังวิ่งเข้ามาหาเธอ พร้อมกับรอยยยิ้มหวานๆ ที่ปรากฎอยู่บนใบหน้าของเด็กหญิงทำให้ตะวันรับรู้ได้ว่าเด็กน้อยดีใจมากแค่ไหนที่ได้เจอเธอ
ปึก!!
ตะวันย่อตัวนั่งลงก่อนที่เด็กหญิงจะวิ่งเข้ามาสวมกอดเธอเอาไว้แน่น ใบหน้าน้อยๆ ซุกลงกับอกของตะวันพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างหนัก แขนเรียวเล็กกอดรัดตะวันไว้แน่นราวกับว่ากลัวเธอจะหายไปอีกครั้ง
“ฮือออออ ฮาญาคิดถึงคุณแม่มากเลยค่ะ”
“แม่? / แม่เหรอ? / …” ไต้ฝุ่นและกำปั้นย่อตัวนั่งลงข้างๆ ของตะวันก่อนที่เด็กชายทั้งสองคนจะพึมพำออกมาด้วยความสงสัย ต่างจากชายร่างสูงใหญ่อีกคนที่เอาแต่ยืนจ้องมองมาที่ลูกสาวและผู้หญิงแปลกหน้านิ่งๆ ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา แต่มุมปากของเขากับยกยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างชอบใจ ราวกับว่าอีกไม่นานชีวิตของเขาคงมีเรื่องสนุกๆ ให้ทำ
ฮันเตอร์มองไปยังลูกสาวที่กำลังกอดกับผู้หญิงแปลกหน้าอย่างกำลังใช้ความคิด เขายอมรับว่าตอนแรกที่ฮาญาร้องเรียก ‘แม่’ ออกมาเขาเองก็ตกใจอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าก็คือ ลูกสาวของเขาผละมือออกจากเขาก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดผู้หญิงคนนี้ เพียงแค่เห็นจากด้านหลังเขาก็จำเธอได้ในทันที ‘ต้องเป็นผู้หญิงคนเดียวกับเมื่อคืนไม่ผิดแน่’
“โธ่ฮาญา หนูร้องไห้ทำไมคะ”
“ฮาญาคิดว่าจะไม่ได้เจอกับคุณแม่อีกแล้วค่ะ”
“พี่อยู่นี่แล้วนะคะ” ตะวันลูบลงที่หัวน้อยๆ ของเด็กหญิงตรงหน้าอย่างทะนุถนอม
“ฮาญาทำเบอร์โทรหาย ไปโรงเรียนก็ไม่เจอคุณแม่เลย ฮาญาคิดถึงคุณแม่มากเลยนะคะ”
“ไม่เป็นไรนะคะ เดี๋ยวพี่ตะวันให้เบอร์ฮาญาไปใหม่ดีไหม?”
“ไม่ดีค่ะ ฮาญาอยากให้คุณแม่ไปอยู่กับฮาญา”
“ไม่ได้ๆ พี่ตะวันต้องอยู่กับพวกเรา” กำปั้นที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น ก่อนจะขยับเข้ามากอดแขนของตะวันเอาไว้แน่นอย่างหวงแหน
“ใช่แล้ว เอาพี่ของพวกเราไปไม่ได้หรอก” ไต้ฝุ่นเอ่ยขึ้นอีกคน
“ฮืออออ แม่มีลูกแล้วเหรอ ฮึกกกก!!!”
“อะ เอ่อ...”
“อย่าพึ่งร้องสิ พี่ตะวันเป็นพี่ของพวกเรา” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับเด็กหญิงตรงหน้าด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ก่อนที่เขาจะยกมือน้อยๆ ของตัวเองขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาออกจากแก้มนุ่มนิ่มของเด็กหญิงตรงหน้าอย่างเบามือ
“ใช่ๆ”
“ฮาญามาหาพ่อครับ”
“พ่อ?” ตะวันเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอเท่าไหร่นัก ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกโพลงขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ ‘โลกนี้มันช่างกลมอะไรขนาดนี้วะเนี่ย’ ตะวันบ่นพึมพำออกมาก่อนจะแกล้งหันมองไปทางอื่น ทำเป็นมองไม่เห็นเขา ‘เธอพึ่งมีเรื่องกับเขาไปยังไม่ถึง 12 ชั่วโมงเลย หวังว่าเขาคงจะจำเธอไม่ได้นะ’
“ไม่ไปค่ะเดี๋ยวคุณแม่หายไปอีก” ฮาญากอดตะวันไว้แน่นไม่ยอมห่างไปไหน ก่อนจะหันกลับไปบอกร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยน้ำเสียงที่อ่อน
“พ่อมีเรื่องต้องคุยกับคุณแม่ของลูกครับ” ฮันเตอร์เอ่ยบอกกับลูกสาวของเขาเสียงอ่อน แต่สายตากลับจ้องไปที่หญิงสาวตรงหน้านิ่งๆ อย่างเอาเรื่อง
“ตะ แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณนะคะ”
“หึหึ”
“พะ พี่ตะวันลุงคนนี้น่ากลัวจัง” กำปั้นดึงแขนเรียวของตะวันเบาๆ ก่อนที่เขาจะกระซิบบอกกับพี่สาวตรงหน้าเสียงเบา
“ไม่ต้องกลัวนะ คุณพ่อของฮาญาไม่น่ากลัวนะคะ”
“.../.../...”