bc

เด็กเฮียเจ๋ง

book_age18+
267
FOLLOW
2.9K
READ
family
HE
childhood crush
addiction
like
intro-logo
Blurb

ไอ้เจ๋งมันเป็นเด็กช่างที่มีเรื่องต่อยตีไม่เว้นแต่ละวัน มันดันไปชอบลูกสาวแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้

ครั้นจะไปจีบเขา เขาก็ดันวิ่งหนีมันทุกรอบเพราะกลัวมันที่มีชื่อเสียงไม่ค่อยดี

ไอ้เจ๋งมันก็ยอมรับแหละว่ามันไม่ใช่คนดี แต่มันก็ชอบเขาไปแล้วไงจะให้ทำยังไงล่ะ!

ต้องจีบยังไงถึงจะได้เธอมาเป็นแฟน!!!

chap-preview
Free preview
บทที่ 1 - แรกพบสบตา [1/2]
"พวกมันอยู่นั่น! ไป! ไปเอาเลือดออกจากหัวมันให้ได้!!!" "กรี๊ดดดดดด!!!" "ไอ้พวกเด็กเวร! ทำไมไม่ไปตีกันไกลๆ วะ!" "ไอ้พวกเหลือขอ! เศษสวะสังคม! @) #) ฿ (#++# (@/] %" เสียงด่าทอของชาวบ้านในละแวกนั้นด่าไล่หลังพวกเด็กช่างนับยี่สิบชีวิตที่ยกพวกตีกันกลางตลาดชื่อดังและสร้างความเสียหายให้กับพ่อค้าแม่ค้าจนบางคนถึงกับนั่งทรุดตัวอย่างหมดแรงเมื่อข้าวของที่ใช้ทำมาค้าขายพังเละเทะไม่เป็นท่า หนึ่งในนั้นที่เป็นผู้ประสบเหตุคือร้านขายน้ำเต้าหู้ของ 'เดือนมณี' และ 'หนูดี' สองแม่ลูกที่ยึดอาชีพนี้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองมานานหลายปีแล้ว "แม่! แม่เป็นอะไรไหมคะ!" หนูดีที่ล้มก้นจ้ำเบ้าก่อนหน้านี้เพราะตกใจกับเหตุการณ์เด็กช่างยกพวกตีกันหน้าร้านรีบถลาเข้าไปช่วยพยุงผู้เป็นแม่ที่ล้มพับไม่ต่างกัน แต่แค่เดือนมณีไม่มีแรงมากพอเหมือนสาวๆ อย่างหนูดีที่จะลุกปุ๊บปั๊บได้โดยเร็ว "โอ๊ย~ เอวแม่ เจ็บๆๆ" เดือนมณีลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าในขณะที่ร้องโอดโอยไปด้วยเพราะปวดสะโพกปวดหลังตามประสาคนวัยสี่สิบกว่าที่มักจะมีอาการเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งมาล้มก้นจ้ำเบ้าเพราะตกใจพวกเด็กช่างตีกันก็ยิ่งทำให้สะโพกเธอยอกหนักกว่าเดิม "หนูดีเจ็บตรงไหนไหมลูก?" "ไม่เจ็บค่ะแม่" เดือนมณีจับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนหมุนสำรวจเนื้อตัวหาบาดแผล แต่เมื่อไม่พบร่องรอยบาดเจ็บนอกจากเสื้อผ้าที่สกปรกมอมแมมจากการล้มก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อยก่อนจะหันมาด่าไฟแลบถึงเด็กช่างพวกนั้นด้วยความโมโห "ไอ้พวกเด็กเวรนั่นทำให้ฉันขายของไม่ได้! เป็นนักเรียนดีๆ ไม่ชอบ! ชอบเป็นนักเลง!!! ขอให้พวกมันโดนตำรวจจับในสักวันหนึ่งเถอะ!!!" แม้จะปวดหลังแต่เดือนมณีก็ยังสาปแช่งเด็กช่างพวกนั้นอีกหลายประโยค หนูดีเองก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของแม่ ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วสถานที่แห่งนี้มักจะมีพวกเด็กช่างมาตีกันบ่อยๆ ทั้งที่มีเรื่องแทบจะทุกสัปดาห์แต่กลับไม่มีหน่วยงานไหนที่จะมาให้ความช่วยเหลือชาวบ้านเลย หลายครั้งที่ออกข่าวเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักข่าวเหล่านั้นก็เงียบหายไป แต่เหตุการณ์เด็กช่างตีกันนั้นก็ยังคงอยู่เช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน ชาวบ้านแถวนี้ต่างเอือมระอากันหมด พ่อค้าแม่ขายที่จำต้องขายของในตลาดแห่งนี้ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากลุ้นระทึกไปวันๆ ว่าพวกเด็กช่างมันจะยกพวกตีกันวันไหนก็เท่านั้น "น้ำเต้าหู้หกหมดเลยค่ะแม่" หนูดีมองรถเข็นที่ใส่น้ำเต้าหู้ล้มระเนระนาดอย่างสิ้นหวังเหนื่อยหน่าย น้ำเต้าหู้ที่แม่เธอทำก่อนจะมาขายหกเรี่ยราดกระจายเต็มพื้น ของกินของขายหลายอย่างก็หกเละเทะจนไม่อาจนำมาขายได้ เย็นนี้เธอกับแม่เพิ่งออกมาขายของที่ตลาดยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำแต่ทุกอย่างก็พังเละเทะเพราะพวกเด็กช่างยกพวกตีกันกลางตลาด ไม่ใช่แค่ร้านเธอร้านเดียวที่ประสบเหตุเพราะร้านอื่นๆ ในละแวกนั้นก็มีสภาพไม่ต่างกัน พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายต่างก็ด่าทอพวกเด็กช่างแต่คนพวกนั้นมันกลับวิ่งหายต๋อมไปตั้งนานแล้ว ทิ้งไว้แค่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องมารับผิดชอบค่าเสียหายกันเอง "เมื่อกี้เหมือนฉันจะเห็นไอ้เจ๋งแว้บๆ! ต้องเป็นมันแน่ๆ!" แม่ค้าขายแกงที่อยู่แผงข้างๆ ก็ได้รับความเสียหายไม่ต่างกัน เธอคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเห็น 'ไอ้เจ๋ง' เป็นผู้ร่วมขบวนการในครั้งนี้ด้วย "ไอ้เจ๋งอีกแล้วเร้อะ!!!" บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างก็เอือมระอากับเจ้าของชื่อนี้เต็มทน พูดชื่อไอ้เจ๋งขึ้นมาทีไรพวกชาวบ้านในละแวกนั้นต่างก็ด่าทอมันจนไปถึงโคตรพ่อโคตรแม่ของมันด้วยซ้ำที่มีลูกหลานทำตัวเดือดร้อนชาวบ้านถึงเพียงนี้ ชาวบ้านในละแวกนี้ไม่มีใครไม่รู้จักไอ้เจ๋ง มันเป็นตัวตึงหัวโจกของวิทยาลัยชื่อดังในย่านนี้ ขณะเดียวกันก็มีคู่อริซึ่งเป็นวิทยาลัยชื่อดังเช่นกันแต่อยู่ถนนคนละเส้นเท่านั้น แม้จะอยู่ถนนคนละเส้นแต่เด็กช่างทั้งสองวิทยาลัยก็มักจะพบเจอกันอยู่บ่อยๆ เพราะอย่างนั้นเหตุการณ์ตีรันฟันแทงจึงเกิดขึ้นบ่อยๆ เช่นกัน "มีใครเอาผิดคนอย่างพวกมันได้บ้าง ไอ้เด็กเวรพวกนี้ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้วนะ! " ทุกคนต่างก็บ่นถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น หนูดีที่เป็นคนเงียบๆ อยู่แล้วจึงไม่ได้พูดจาผสมโรงอะไรทั้งสิ้น เธอฟังเรื่องเหล่านี้มานับครั้งไม่ถ้วนจึงได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ อย่างปลกตกเท่านั้น ปัญหานี้มันไม่เคยหายไป มันเป็นธรรมเนียมที่ถูกเสี้ยมสอนในสถานบันต่อๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น หนูดีที่ไม่ได้อยู่ในจุดนั้นจึงไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงต้องมีเรื่องต่อยตีกันด้วยและเธอก็ไม่ได้อยากจะเข้าใจเช่นกัน "พี่สมหมาย พี่มาช่วยฉันยกรถเข็นขึ้นหน่อยสิ" เดือนมณีที่ด่าพวกเด็กช่างจนพอใจแล้วหันไปขอความช่วยเหลือจากพ่อค้าขายหมูร้านข้างๆ หนูดีที่เห็นว่าลุงสมหมายกับแม่กำลังจะยกรถเข็นเธอจึงรีบเข้าไปช่วยทันที แต่ยังไม่ทันจะได้ออกแรงยกลุงสมหมายที่เป็นชายร่างท้วมสูงใหญ่ก็ออกปากไล่เธอให้ถอยห่าง "หนูดี ถอยออกไปห่างๆ เดี๋ยวลุงยกเอง เดือนก็ถอยออกไปเลย" แม้แต่เดือนมณีก็ถูกไล่ให้ถอยห่างจากสมหมายที่ออกแรงยกรถเข็นให้ตั้งด้วยตัวคนเดียว สาเหตุที่สมหมายไม่ยอมให้สองแม่ลูกมาช่วยนั้นก็เพราะว่าพวกเธอเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ เท่านั้น ต่อให้พวกเธอไม่ต้องมาช่วยเขาก็ยกรถขึ้นตั้งให้พวกเธอได้อยู่แล้ว "ขอบคุณพี่สมหมายมากเลยนะ" "ไม่เป็นไรเลย แค่นี้เองสบายมาก รีบเก็บของกันเถอะ วันนี้คงไม่ได้ขายแล้วล่ะ" ในสายตาหนูดีเธอมองว่าลุงสมหมายเป็นคนใจดีคนหนึ่งเลยล่ะ เธอรู้จักกับลุงสมหมายมาหลายปีแล้วเพราะแกขายหมูอยู่แผงติดกัน หลายครั้งที่เดือนมณีไม่ต้องซื้อหมูเพราะสมหมายมักจะหยิบยื่นน้ำใจให้กับพวกเธอสองแม่ลูกบ่อยๆ ในขณะที่เดือนมณีก็มักจะให้น้ำเต้าหู้ทรงเครื่องกับสมหมายบ่อยๆ เช่นกัน หลังจากที่หนูดีช่วยเดือนมณีเก็บข้าวของเสร็จหมดแล้วสองแม่ลูกก็ช่วยกันเข็นรถเข็นน้ำเต้าหู้กลับบ้าน ซึ่งบ้านของเธออยู่ในซอยข้างตลาด ระยะทางถึงบ้านก็ราวๆ ห้าร้อยเมตรและในทุกๆ เช้ากับทุกๆ เย็นหนูดีจะเป็นฝ่ายช่วยแม่เข็นรถน้ำเต้าหู้ไปที่ตลาดเพราะเธอไม่อาจให้แม่เข็นรถน้ำเต้าหู้ที่มีน้ำหนักมากด้วยตัวคนเดียวได้ เดี๋ยวแม่เธอจะเป็นลมเป็นแล้งไปเสียก่อนจะได้ขายของ "แม่ไปอาบน้ำก่อนเลยนะ เดี๋ยวหนูดีจะออกไปข้างนอกหน่อยค่ะ" เมื่อเก็บรถเข็นเข้าที่แล้วหนูดีก็บอกกับเดือนมณีที่มองลูกสาวด้วยความสงสัย "แล้วหนูดีจะออกไปไหนล่ะ?" "หนูดีจะไปซื้อยาให้แม่ค่ะ" หนูดีเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายาบรรเทาอาการปวดเมื่อยที่แม่ใช้เป็นประจำมันหมดแล้ว ถ้าหากคืนนี้ไม่ได้ทาคงมีหวังนอนไม่หลับทั้งคืนแน่ๆ เธอไม่อยากเห็นแม่ต้องปวดหลังจนนอนไม่หลับจึงคิดจะเดินออกไปซื้อยาตรงปากซอยอีกครั้งหนึ่ง "ไม่ต้องหรอก แม่ไม่ได้ปวดอะไรมากมาย ตอนนี้ใกล้จะมืดแล้วด้วย ตรงกลางซอยมันเปลี่ยวไม่ต้องไปหรอก" "หนูดีจะรีบไปรีบกลับนะคะ แม่ไม่ต้องห่วงนะ" หนูดีไม่ได้อยากจะเมินเฉยต่อความเป็นห่วงที่แม่มีต่อเธอ แต่เธอเองก็ไม่อาจเห็นแม่ต้องทนปวดหลังได้เช่นกันจึงเลือกพูดตัดบทและรีบเดินออกจากบ้านเพราะกลัวว่าแม่จะบ่นตามหลัง ปกติแล้วหนูดีก็มักจะขับมอเตอร์ไซค์อีแก่ออกไปไหนมาไหนเป็นประจำแต่มันดันมาเสียเมื่อไม่กี่วันก่อนจึงทำให้เธอต้องเดินเท้าไปยังปากซอยอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว ท้องฟ้าที่เคยสว่างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มบ่งบอกว่าอีกไม่นานจะถึงเวลาพลบค่ำแล้ว... หนูดีเดินผ่านกลางซอยที่เป็นป่าสูงรกชัฏ ช่วงนี้จะค่อนข้างมืดหน่อยเพราะไม่มีแสงไฟซึ่งเกิดจากหลอดไฟเสียและไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลนานแล้วจึงทำให้กลางซอยค่อนข้างเปลี่ยวยามที่พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว หนูดีใช้เวลาร่วมๆ สิบนาทีก็มาถึงร้านขายยาที่แวะมาเป็นประจำ เภสัชหนุ่มคนเดิมรู้ปัญหาของเดือนมณีดีว่าเธอมักจะมีอาการปวดหลังและมักจะเป็นหนูดีที่ต้องมาซื้อยาให้อีกฝ่ายบ่อยๆ เมื่อจัดการซื้อยาเสร็จแล้วหนูดีก็ไม่รั้งรอที่จะกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันจะเดินพ้นหน้าร้านขายดี ขาทั้งสองข้างที่ก้าวเดินพลันหยุดชะงักในทันทีเมื่อเห็นกลุ่มวัยรุ่นชายราวๆ ห้าคนกำลังนั่งสูบบุหรี่ตรงโต๊ะหินอ่อนที่อยู่หน้าร้านสนุกเกอร์ซึ่งอยู่ติดกับร้านขายยา เพียงแค่เห็นเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูเท่านั้นหนูดีก็ถึงกับเหงื่อแตกพลั่กและในตอนนั้นเองที่คำพูดของเดือนมณีก็ผุดขึ้นมา 'ถ้าเจอพวกใส่เสื้อช็อปที่ไหน หนูดีต้องอยู่ให้ห่างจากพวกมันทันทีนะ! ไอ้คนพวกนี้มันอันตราย! วันๆ มีแต่เรื่อง! มันจ้องแต่จะทำร้ายผู้หญิง คนแก่ คนท้อง แม้แต่เด็กมันก็ไม่เว้นนะ!' ในวินาทีนั้นใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยมีเลือดฝาดถึงกับซีดเผือดและยิ่งซีดกว่าเดิมเมื่อเธอดันเผลอสบตากับหนุ่มหน้าหล่อคมเข้มคิ้วบากในกลุ่มนั้นโดยไม่ตั้งใจและในตอนนั้นเองที่คำคำหนึ่งก็ผุดวาบขึ้นมาในหัว แย่แล้ว!! มีคนเห็นเธอเข้าแล้ว!!! =============================== #ใครน้าาาา สบตาใครเอ่ยยยยย #เอาตอนแรกมาฝากค่าาาา กรุณาคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำสุภาพค่ะ

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.7K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.6K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.5K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K
bc

โซ่รัก ใยปรารถนา

read
6.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook