บทที่ 4 - กระชับมิตร [1/2]

1618 Words
"หนูดี ช่วยอธิบายตรงนี้ให้เราหน่อยสิ เราไม่ค่อยเข้าใจเลยอ่ะ" ‘เต็มรัก’ ที่นั่งติดกับหนูดีหันมาขอความช่วยเหลือเมื่อเธอรู้สึกว่าไม่อาจทำความเข้าใจกับเนื้อหาในบทนี้ได้เสียทีจึงต้องขอให้เด็กเรียนท็อปอย่างหนูดีเป็นฝ่ายอธิบายเนื้อหาในส่วนนี้ให้เธอฟัง "ไหน? อ๋อ เต็มต้องทำแบบนี้ก่อน…" จากนั้นหนูดีก็เริ่มอธิบายในจุดที่เต็มรักไม่เข้าใจและระยะเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นหนูดีก็สามารถทำให้เต็มรักเข้าใจเนื้อหาได้ราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องยากอะไร "โห่ ทำไมหนูดีถึงเก่งอย่างนี้เนี่ย เราว่าหนูดีต้องสอบคณะแพทย์ได้แน่ๆ" เต็มรักไม่ได้อวยเพื่อนเพื่อเอาใจ เธอเป็นเพื่อนกับหนูดีตั้งแต่ ม.ต้นแล้วจึงรู้ดีว่าเพื่อนของเธอคนนี้เป็นคนที่เก่งมากทั้งยังเป็นคนขยันมากอีกด้วยและเธอก็รู้ดีว่าเพื่อนสนิทมีความฝันอยากเป็นหมอมาโดยตลอด ที่ผ่านมาหนูดีจึงตั้งใจเรียนและตั้งใจอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อจะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง "เราไม่กล้าคาดหวังเลย" หนูดีกลัวว่าตัวเองจะผิดหวังถ้าหากเธอสอบไม่ติด ในขณะเดียวกันก็ทำใจเผื่อเอาไว้แล้วว่าถ้าหากสอบคณะแพทย์ไม่ติดจริงๆ เธอก็มีคณะอันดับสองและสามเผื่อไว้แล้ว แม้จะน่าเสียดายถ้าหากสอบแพทย์ไม่ติดขึ้นมาแต่ถึงอย่างนั้นหนูดีก็อยู่กับความเป็นจริงเพราะเธอยังต้องใช้ชีวิตต่อไป "เราเชื่อว่าหนูดีต้องทำได้ ความพยายามไม่ทำร้ายใครหรอกนะ" ช่างเป็นถ้อยคำให้กำลังใจที่ดีเหลือเกิน หนูดียิ้มรับขอบคุณเพื่อนและไม่ลืมให้กำลังใจอีกฝ่ายเช่นกัน "หนูดีก็เชื่อว่าเต็มต้องสอบได้คณะที่หวังเหมือนกัน" แม้จะเป็นเพื่อนสนิทกันทว่าต่างคนก็ต่างมีความฝันของตัวเองและทั้งสองก็พร้อมที่จะให้กำลังใจกันและกันในวันที่รู้สึกอ่อนล้า :: :: หนูดีเลิกเรียนช่วงบ่ายสามโมงครึ่งและทันทีที่เลิกเรียนก็จะเดินกลับบ้านทันทีเพราะเธอต้องกลับไปช่วยแม่จัดเตรียมน้ำเต้าหู้ที่จะขายในช่วงเย็นต่อ ในใจก็ได้แต่ภาวนาขอให้วันนี้พวกเด็กช่างอย่ามาต่อยตีแถวตลาดอีกเลย เมื่อวานก็ไม่ได้ขายมิหนำซ้ำข้าวของยังเสียหายซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลยสำหรับคนทำมาค้าขายอย่างเธอและแม่ ฐานะทางบ้านของหนูดีกับเดือนจันทร์ไม่นับว่าลำบากอะไร แต่ก็ไม่ได้สุขสบายอะไรเช่นกัน โชคดีที่เธอกับแม่ไม่ได้มีหนี้สินใดๆ เงินที่หาได้จึงพอกินพอใช้และพอจ่ายค่าเช่าบ้านเดือนละไม่กี่พันบาทเท่านั้นและยังมีเงินเก็บอีกนิดหน่อยเผื่อเป็นเงินฉุกเฉินใช้จ่ายยามจำเป็น ตั้งแต่จำความได้หนูดีก็เห็นว่าแม่เลี้ยงเธอมาด้วยตัวคนเดียวอย่างยากลำบาก ส่วนคนเป็นพ่อนั้นแม่บอกว่าเสียชีวิตไปแล้ว ตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมาหนูดีไม่เคยรู้สึกโหยหาว่าต้องมีพ่อเลยสักครั้ง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าอยู่กับเดือนมณีมาตั้งแต่แรกแล้วเพราะอย่างนั้นจึงไม่รู้สึกถึงความจำเป็นที่ต้องมีพ่อก็ได้ในเมื่อแม่เลี้ยงเธอมาจนโตขนาดนี้ด้วยตัวแม่เอง หนูดีไม่เคยน้อยใจที่ตัวเองไม่มีพ่อเหมือนอย่างใครเขาเพราะเธอมองว่าแม่ก็เป็นพ่อของเธอได้เช่นกัน เดือนมณีเลี้ยงดูและใส่ใจเธอไม่ขาดตกบกพร่องใดๆ ทั้งยังทำงานเลี้ยงเธอด้วย สำหรับหนูดี...แม่อย่างเดือนมณีเก่งที่สุดในโลกแล้ว "ยัยตัวกระจ้อย!!!" ระหว่างที่เดินเรียบฟุตพาทเพื่อกลับบ้านอยู่นั้นจู่ๆ ก็มีเสียงเรียกทุ้มต่ำและเสียงท่อรถที่ดังกระหึ่มของรถซุปเปอร์ไบค์คันหนึ่งมาจากทางด้านหลัง ในวินาทีนั้นหนูดีพลันตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันทีและเธอก็รู้ดีว่าเจ้าเสียงนั้นเป็นใครโดยที่ไม่ต้องหันกลับไปมอง! อะ อีกแล้วเหรอ! เจอกันอีกแล้วเหรอ!!! มันจะเป็นบังเอิญเจอกันบ่อยเกินไปหรือเปล่าเนี่ย!!! ไม่ต้องรอพูดคุยอะไรกันทั้งนั้นหนูดีก็เตรียมใส่ตีนหมาวิ่งหนีเจ๋ง แต่คนที่จับไต๋ได้แล้วยื่นแขนยาวๆ คว้าเสื้อนักเรียนของหนูจากทางด้านหลังเอาไว้ทำให้คนที่ออกตัววิ่งถูกเสื้อรั้งคอจนตัวเองเกือบหงายหลังล้ม โชคดีที่คนนั่งคร่อมซุปเปอร์ไบค์ริมฟุตพาทดึงคอเสื้อเธอเอาไว้ได้ทันท่วงทีโดยไม่ต้องออกแรงใดๆ จึงทำให้เธอไม่ต้องล้มก้นจ้ำเบ้า "จะหนีไปไหน! เกือบล้มแล้วเห็นไหม!" เจ๋งอดดุยัยตัวกระจ้อยไม่ได้ มันน่าโมโหจริงๆ! แค่เห็นเขาแล้วมันต้องถึงขั้นหนีกันเลยเหรอวะ! หน้าตาเขาออกนะหล่อเหลาป่านฉะนี้! แต่มาทำเหมือนเขาเป็นผีซะได้! "ปล่อยนะ! ปล่อยหนูนะ!" หนูดีตีมือของคนที่ยังจับหลังคอเสื้อนักเรียนเธอหลายครั้ง แต่รู้สึกว่าจะเป็นเธอที่เริ่มเจ็บมือเสียเอง "ถ้าปล่อยเธอก็หนีเฮียอีกน่ะสิ!" ใช่ เธอหนีแน่ๆ! ทำไมต้องอยู่ต่อกับคนอันตรายอย่างเขาด้วยล่ะ! "เราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันนะคะ! ทำไมคุณถึงต้องมายุ่งกับหนูอยู่เรื่อยเลย!" หนูดีถามเขาทั้งที่เสียงยังสั่น ทั้งที่ในใจกำลังกลัวเขาแทบตาย แต่เธอก็เริ่มโมโหแล้วเช่นกันที่เขาเอาแต่วอแวเธอไม่เลิก เธอไปทำอะไรให้เขาหรือไง! "ใครบอกไม่มี" "หนูทำอะไรให้คุณไม่พอใจเหรอคะ!" เรียวคิ้วสวยเริ่มขมวดมุ่น มือที่เคยตีมือเขาก็หยุดลงเมื่อเธอเจ็บมือจนตีเขาไม่ไหวแล้ว "ขึ้นรถก่อนแล้วจะบอก" "ไม่เอาค่ะ ไม่ขึ้น" ใครจะขึ้นรถคนแปลกหน้ากัน! แล้วหน้าอย่างเจ๋งก็ไม่ใช่คนที่ไว้ใจได้ด้วย จะพาเธอไปฆ่าหมกป่าหรือเปล่าก็ไม่รู้! ไม่เอาหรอกนะ! "เฮียไม่พาไปฆ่าหรอกหน่า!" เอ๊ะ! ทำไมเหมือนรู้ความคิดเธอเลยล่ะ! เจ๋งจะไม่รู้ความคิดของหนูดีได้อย่างไรในเมื่อหน้าเธอและสายตาเธอมันฟ้องเสียขนาดนี้ว่ากลัวเขามากแค่ไหน "ถ้าเธอไม่ขึ้นรถ เฮียจะบีบแตรอย่างนี้จนกว่าเธอจะขึ้นรถ!" ไม่ว่าเปล่าเจ๋งยังทำอย่างที่พูดจริงๆ ทั้งที่มือเขาคว้าคือเสื้อของหนูดีเอาไว้ แต่อีกมือก็กดแตรรถจนมันดัง 'ปี้นนนน~' ลากยาวและทำให้ผู้คนที่อยู่ในละแวกนั้นหันมามองด้วยความสนใจ "คุณบ้าไปแล้วเหรอคะ! อย่าทำอย่างนั้นนะ! มันสร้างความรำคาญให้คนอื่น!" "ถ้าไม่อยากให้ทำก็ขึ้นรถสิ" ปี้นนนนนนน~ ปี้นนนนนๆๆๆ ~ นอกจากจะไม่ฟังเธอแล้วเขายังกดแตรย้ำๆ หลายครั้งโดยไม่สนใจว่าใครจะมองยังไง มิหนำซ้ำยังไม่หวั่นเกรงคนที่มองกลับมาด้วย "มองทำไม! อยากร่วงเป็นมะม่วงหรือไง!!!" นี่แหละไอ้เจ๋ง! คนอย่างเขาไม่เคยกลัวใคร! แต่ไม่ใช่กับหนูดีที่เป็นคนขี้กลัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว! ไม่เคยดูข่าวหรือไงว่าเรื่องบีบแตรในประเทศไทยน่ะเป็นเรื่องอ่อนไหว! บางคนแค่บีบแตรใส่ก็สร้างความไม่พอใจให้แก่กันแล้ว ถึงขั้นยิงกันเลยก็ยังมี แต่เจ๋งกลับไม่มีความหวาดกลัวต่อสิ่งใดเลย! บ้าบิ่นที่สุดเลย!!! "พอได้แล้วค่ะ! หนูเข้าใจแล้ว!!!" และเมื่อนั้นเจ๋งถึงยอมหยุดบีบแตร ริมฝีปากได้รูปยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจที่หนูดียอมเขาเสียที "เข้าใจแล้วก็ขึ้นมา" หนูดีเม้มปากแน่น เธอเลื่อนสายตามองที่พักเท้าของรถซุปเปอร์ไบค์แล้วก็อยากจะร้องไห้ออกมา ไม่ต้องพูดอะไรเจ๋งก็เข้าใจได้ว่าเพราะอะไรก่อนจะถอนหายใจอย่างเอือมระอา "ขาสั้น!" หนูดีจะร้องไห้แล้วนะ! ทำไมชีวิตเธอถึงต้องมาเจออะไรอย่างนี้ด้วย! อะ ไอ้คนบ้าเอ้ย!! อะ ไอ้คนขายาว!!! ฮึ่ย! ในขณะที่หนูดีได้แต่ก่นด่าเจ๋งอยู่ในใจนั้นคนขายาวก็ตวัดขาลงจากรถจากนั้นก็อุ้มใต้รักแร้หนูดีขึ้นคร่อมตรงเบาะหลังโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนจะกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจ "ว้ายยยย!" "ขวัญอ่อนจริงนะ" ถึงปากจะว่าอย่างนั้นแต่เจ๋งก็ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบของเขาให้กับเธอ แม้ว่าหมวกจะใบใหญ่ไปหน่อยและดูตลกที่ขนาดไม่เข้ากับตัวคนใส่แต่เพื่อความปลอดภัยแล้วอย่างไรหนูดีก็ต้องใส่ "เกาะดีๆ รถเฮียมันแรง!" สิ้นคำพูดนั้นหนูดีเหมือนจะสิ้นสติเสียให้ได้เมื่อเจ๋งดันบิดคันเร่งออกตัวรถด้วยความเร็วทำให้หนูดีจำต้องกอดเอวสอบของคนตัวใหญ่เอาไว้ด้วยความตกใจพร้อมกับเสียงกรี๊ดที่ดังขึ้นตามหลัง "กรี๊ดดดดดดดด~ =============================== #ไอ้เจ๋ง! เอ็งก็เอ็นดูลูกสาวฉันหน่อย!! น้องกลัวหมดแล้วเนี่ย! กรุณาคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำสุภาพค่ะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD