ห้านาทีต่อมา...
"เอ้า ไอติม"
เจ๋งยื่นไอติมแท่งให้กับหนูดีที่นั่งดมยาดมตรงโต๊ะหินอ่อนข้างเซเว่นด้วยท่าทางหมดแรง เป็นครั้งแรกที่เธอซ้อนท้ายใครแล้วเกิดอาการกลัวมากถึงเพียงนี้ ตลอดเส้นทางจากจุดที่ขึ้นรถมายังเซเว่นเป็นระยะเวลาห้านาทีที่หนูดีเหมือนจะวูบแล้ววูบอีก อารมณ์เหมือนเธอนั่งรถไฟเหาะอะไรประมาณนั้นแต่มันเลวร้ายกว่านั้นมาก!
เจ๋งขับรถเร็วมาก! นิ้วเท้าหนูดีจิกจนรองเท้าแทบทะลุ! ยิ่งเกร็งก็ยิ่งกอดเจ๋งแน่นมาก! โดยที่หนูดีไม่รู้เลยว่ามันคือความตั้งใจของเจ๋งล้วนๆ!
"หนูกินไม่ลง"
"กินไม่ลงก็ต้องกิน เผื่อมันทำให้รู้สึกดีขึ้น"
ทำมาเป็นพูด! คนที่ทำให้เธอต้องอยู่ในสภาพนี้มันก็เป็นเขาไม่ใช่หรือไง!
เจ๋งมองข้ามสายตาคาดโทษจากหนูดี จากนั้นก็แกะไอติมโคนรสสตรอว์เบอรีให้กับหนูดีก่อนจะยื่นจ่อปากเธอชนิดที่ว่าอย่างไรก็ต้องกินเพราะว่าถ้าไม่กินเขาก็จะเอาจ่ออยู่อย่างนี้จนกว่าเธอจะกิน ยังดีที่หนูดีไม่ดื้อกับเขาสักเท่าไหร่เมื่อเธอยอมกัดไอติมโคนเข้าปากและไม่น่าเชื่อว่ากินแค่ไม่กี่คำเท่านั้นมันก็ทำให้หนูดีรู้สึกดีขึ้นจริงๆ
ระหว่างที่หนูดีกำลังกินไอติมเพลินๆ อยู่นั้นเจ๋งที่กินไอติมแท่งอยู่ก็แบมือมาตรงหน้าเธอที่มองเขาอย่างงงๆ
"อะไรคะ?"
"ขอโทรศัพท์หน่อย"
"เอาไปทำอะไรคะ?"
"เอามาเหอะน่า เร็วๆ"
เจ๋งกระดิกนิ้วยิกๆ แต่นั่นทำให้หนูดีมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง
"คุณไม่ได้กำลังจี้เอาโทรศัพท์จากหนูใช่ไหมคะ?"
โทรศัพท์เธอราคาแค่ไม่กี่พันเท่านั้น แม้มันจะไม่ใช่โทรศัพท์ราคาแพงแต่สำหรับเธอแล้วมันสำคัญเพราะเป็นโทรศัพท์เครื่องแรกที่เดือนมณีซื้อให้กับเธอ
"เธอเลิกมองเฮียในแง่ร้ายสักทีได้ไหม? เอามาเร็วๆ อย่าให้ต้องพูดเป็นครั้งที่สาม"
ถูกเจ๋งข่มขู่เข้าหน่อยหนูดีก็ถึงกับรีบล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากระโปรงนักเรียนให้กับเขาด้วยความไว แต่ก็ยังไม่วายบ่นงุ้งงิ้งๆ เพียงคนเดียว
"บอกก็ไม่บอกว่าจะเอาไปทำอะไร..."
แน่นอนว่าเจ๋งได้ยินเสียงบ่นนั้นของเธอแต่เขาก็เมินเฉยก่อนจะกดยุกยิกๆ ทำอะไรกับโทรศัพท์ของเธอสักอย่าง ไม่ถึงหนึ่งนาทีเจ๋งก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้กับหนูดีที่รับมามองหน้าจอโทรศัพท์อย่างงงๆ และยิ่งงงกว่าเดิมเมื่อในรายชื่อที่คุ้นเคยกลับมีรายชื่อหนึ่งโผล่ขึ้นมา...
'❤️'
"นี่อะไรคะ?"
หนูดีถามเจ๋งและมองหัวใจสีแดงที่ไม่คุ้นตาอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงมาโผล่ตรงนี้ได้ มิหนำซ้ำคนบันทึกรายชื่อยังยิ้มหน้าระรื่นอีกต่างหาก
"นั่นเบอร์เฮีย"
"หนู..."
หนูดีกำลังจะเถียงกลับแต่เมื่อเจอเจ๋งมองกลับมาด้วยสายตาดุๆ เธอจึงยอมหุบปากแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่วายทำปากยื่นปากยาวเมื่อถูกยัดเยียดให้เก็บรายชื่อของเขาโดยที่เธอไม่เต็มใจ
"ไม่ได้ขอก็ต้องมีไว้ แล้วถ้าเฮียโทรหาเมื่อไหร่ตัวกระจ้อยก็ต้องรับสายทุกครั้ง เข้าใจไหม?"
เรื่องเก่ายังไม่ทันจะจบ เรื่องใหม่มาอีกแล้ว!
หลายครั้งแล้วนะที่เธอได้ยินเขาเรียกเธอว่าตัวกระจ้อย! แล้วอีกอย่างถึงเธอจะตัวเล็กจริงๆ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเรียกเธออย่างนั้นได้เสียหน่อย!
คนไม่มีมารยาท! บูลลี่รูปร่างเธอทางอ้อม!
"หนูไม่ได้ชื่อตัวกระจ้อยนะคะ! เลิกเรียกว่าตัวกระจ้อยด้วยค่ะ!"
หนูดีหน้าบูดเป็นแกงค้างคืนต่างจากเจ๋งที่โยกหัวและกัดไอติมแท่งอย่างกวนประสาท
"ถ้าอยากให้เลิกเรียก ไหนลองเรียกเฮียว่าเฮียเจ๋งซิ้"
"ไม่เรียกค่ะ"
หนูดีปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลย เรื่องอะไรเธอต้องเรียกด้วย ในเมื่อเขายังไม่เลิกเรียกเธอว่าตัวกระจ้อยเลย
"งั้นเฮียก็ไม่เลิกเรียกว่าตัวกระจ้อยเหมือนกัน"
"ก็แล้วแต่คุณ"
เออ! จะเรียกก็เรียกไปเลย!
หนูดีเชิดหน้าขึ้นราวกับเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังอวดดี ทั้งที่เหมือนกำลังไม่พอใจเขาอยู่แท้ๆ แต่ปากกลับกินไอติมที่เขาซื้อให้อย่างเอร็ดอร่อยแม้ว่าหน้าเธอจะบึ้งตึงก็อยู่ตาม เห็นเธอมีปฏิกิริยาต่อต้านเขาอย่างนี้แล้วก็นึกอยากแกล้งขึ้นมา
"ตัวกระจ้อย" เรียกครั้งแรกหนูดียังเฉย
"..."
"ตัวกระจ้อย" เรียกครั้งที่สองหนูดีเริ่มหายใจฟึดฟัด
"..."
"ตัวกระจ้อย" เรียกครั้งที่สามหนูดีมองเขาตาขวาง
"..."
"ตัวกระจ้อย"
แต่พอเรียกครั้งที่สี่เท่านั้นแหละ คนที่ถูกสร้างความรำคาญอย่างหนูดีก็ถึงกับทนฟังไม่ไหวก่อนจะตอบรับสิ่งที่เจ๋งต้องการออกไปส่งๆ เพื่อตัดความรำคาญที่เกิดขึ้น
"โอ๊ยยยย!!! รู้แล้วค่ะ! หนูดียอมเรียกว่าเฮียเจ๋งก็ได้!"
"ก็แค่นั้น มันยากอะไร ไหนลองเรียกอีกทีซิ้"
"เฮียเจ๋ง!"
รู้ทั้งรู้ว่าเธอเรียกเพราะประชดประชันแต่ถึงอย่างนั้นกลับทำให้เจ๋งรู้สึกพึงพอใจที่เธอยอมเรียกเขาว่าเฮียเจ๋งเสียที แล้วไหนจะสรรพนามที่เธอแทนตัวเองด้วยชื่อนั่นอีก
"ดีมากตัวกระจ้อย"
แต่กลับเป็นหนูดีที่อุทานออกมาเมื่อยังได้ยินสรรพนามแปลกๆ นั่นจากเขาทั้งที่บอกว่าจะเลิกเรียกกันอย่างนั้นไง!
"อ้าว ไหนบอกว่าถ้าหนูดีเรียกว่าเฮียเจ๋งแล้วเฮียจะเลิกเรียกว่าตัวกระจ้อยไงคะ!"
"เหรอ? เฮียบอกอย่างนั้นเหรอ จำไม่เห็นได้เลย"
โอ้โห้!!! คนอะไรตลบตะแลงได้ขนาดนี้คะเนี่ย!
หนูดีเห็นสกิลคนตลบตะแลงหน้ามึนแล้วถึงกับอ้าปากค้างอย่างหมดคำจะพูด
"หนูดีไม่คุยกับเฮียแล้ว หนูดีจะกลับไปช่วยแม่ขายน้ำเต้าหู้แล้วค่ะ"
"เด็กดีจังเลยนะ"
แหงล่ะสิ ใครมันจะเป็นเด็กเกเรที่มีเรื่องต่อยตีไปทั่วอย่างเขากันล่ะ
หนูดีอยากจะพูดประโยคนั้นใจจะขาดแต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าเขาอาจจะโกรธและทำร้ายเธอได้ ฉะนั้นคิดยอกย้อนในใจก็พอแล้ว
หนูดีลุกขึ้นยืนเตรียมจะกลับ จากเซเว่นตรงนี้ถ้าหากต้องเดินไปจนถึงตลาดเย็นก็ใช้เวลาราวๆ สิบนาที แต่เจ๋งที่รับหนูดีมาแล้วมีหรือจะยอมให้เธอเดินไป
"กินไอติมให้หมดก่อน แล้วเดี๋ยวเฮียไปส่ง"
"ไม่เอาค่ะ หนูดีจะเดินกลับ"
เธอจะไม่ซ้อนท้ายรถเขาอีกแล้ว! คนอะไรขับรถสะวี้ดสะว้าดได้น่าหวาดเสียวจริงๆ!
"สัญญาว่าครั้งนี้จะขับรถดีๆ แล้ว"
หมายถึงจะไม่แกล้งหนูดีแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ที่เขาขับรถหวาดเสียวเพราะต้องการให้หนูดีกอดเขาต่างหาก แต่เห็นเธอหน้าซีดตอนถอดหมวกกันน็อกแล้วเขาก็แอบรู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน
"หนูดีจะเดินกละ..."
"ชู่ว...โทรศัพท์เฮียมีสายเข้า"
เจ๋งยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากตัวเองบ่งบอกว่าให้เธอเงียบในจังหวะที่เขารับโทรศัพท์พอดี
"ว่า?"
หนูดีมองหน้าเจ๋งที่สบตาเธออยู่ แต่ถัดจากนั้นอีกไม่กี่วินาทีเท่านั้นสีหน้าของเจ๋งก็พลันเคร่งเครียดขึ้นมาในทันทีแม้ว่าสายตาของเจ๋งจะมองหนูดีอยู่ดีก็ตาม
"กูเข้าใจแล้ว จะไปหาเดี๋ยวนี้ แต่มึงนัดพวกมันให้ไปหลังวัด ห้ามไปที่ตลาดเย็นเด็ดขาด!"
เจ๋งเน้นย้ำปลายสายให้นัดแนะกับคู่อริที่หลังวัดซึ่งร้างไร้ผู้คน ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ติดขัดอะไรที่จะมีเรื่องตรงไหนก็ได้ แต่ตอนนี้เขาทำอย่างนั้นไม่ได้แล้วในเมื่อหนูดีกำลังจะไปขายน้ำเต้าหู้ที่ตลาดเย็น!
ขืนไปยกพวกตีกันที่นั่นมีหวังหนูดีอาจจะโดนลูกหลงเอาได้และในตอนนั้นเองที่เจ๋งเพิ่งตระหนักได้ว่าที่ผ่านมาเขาเคยยกพวกตีกับอริที่ตลาดเย็นอยู่หลายครั้งและนั่นก็อาจจะทำให้หนูดีโดนลูกหลงไปด้วยหรือไม่ก็อาจจะเดือดร้อนเพราะการกระทำของพวกเขาที่ตอนนั้นไม่ได้สนใจถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในละแวกนั้น
เวรจริงๆ! ก็ตอนนั้นเขายังไม่เจอยัยตัวกระจ้อยนี่นา! ถ้ารู้ว่ายัยตัวกระจ้อยมักจะอยู่ที่ตลาดเย็นช่วยแม่ขายของเขาก็คงไม่ยกพวกตีกันแถวนั้นหรอก!
"ขึ้นรถ เฮียจะไปส่งเธอที่ตลาดเย็น"
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูดีเดินกลับเองได้"
ต่อให้หนูดีจะปฏิเสธแต่เจ๋งก็ไม่ฟัง ไอติมโคนในมือของหนูดีที่เหลืออีกตั้งครึ่งถูกเจ๋งดึงทิ้งลงขยะ จากนั้นเขาก็คว้าหมวกกันน็อกใส่หัวให้หนูดีที่ได้แต่มองไอติมตาละห้อยเพราะนึกเสียดาย
เธอยังกินไม่หมดเลยนะ! ถ้าเขารีบไปทำธุระก็ควรจะไปคนเดียวสิ! ทำไมต้องลากเธอขึ้นรถไปด้วย!
"เฮียจะไปส่งตัวกระจ้อยก่อน ยังไงก็ผ่านหน้าตลาดอยู่แล้ว"
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่หนูดีอยากจะอ้าปากโต้แย้งเขามาก ไหนจะไอติมที่ทิ้งลงถังขยะอย่างไม่นึกเสียดายหรือแม้กระทั่งชื่อเรียกตัวกระจ้อยที่ยังไม่ยอมเลิกเสียทีนั่นอีก
แต่ทั้งหมดนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสและจังหวะได้โต้แย้งเสียทีเพราะเจ๋งเดินจูงเธอไปยังรถจากนั้นก็อุ้มเธอขึ้นนั่งตรงเบาะหลัง
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หนูดีรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รถซุปเปอร์ไบค์เครื่องแรงเคลื่อนตัวสู่ท้องถนนแล้ว...
===============================
#สู้เขาหนูดี ต้องมีสักวันที่เธอเถียงชนะเขาได้
กรุณาคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำสุภาพค่ะ