บทที่ 5 - เจ๋งจะจีบ

875 Words
หนูดีให้เจ๋งจอดรถก่อนจะถึงหน้าตลาดเพราะถ้าหากจอดหน้าตลาดต้องมีคนรู้จักเห็นเข้าแน่ๆ และคนเหล่านั้นก็อาจจะบอกกับแม่เธอว่าเธอเกี่ยวข้องกับเจ๋ง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่และแม่ก็อาจจะไม่สบายใจถ้าหากรู้ว่ามีพวกนักเลงอันธพาลมาข้องเกี่ยวกับลูกสาวของเธอ เดือนมณีเป็นคนที่เกลียดพวกนักเลงมาก ทุกครั้งที่พวกเด็กช่างมีเรื่องกันเดือนมณีมักจะโมโหและด่าพวกเด็กช่างทุกครั้ง ซึ่งนั่นทำให้หนูดีรู้ว่าเดือนมณีเกลียดพวกทำตัวเป็นนักเลงมากแค่ไหน "เดี๋ยวเฮียโทรหา รับโทรศัพท์ด้วยล่ะ" เจ๋งพูดกับหนูดีเพียงแค่นั้นก็ตบหน้ากากหมวกกันน็อกใบโตลงและออกตัวรถอย่างรวดเร็วไปยังเส้นทางวัดซึ่งห่างจากตลาดไม่ไกล แต่ถึงอย่างนั้นสถานที่แห่งนั้นก็ห่างจากผู้คนในละแวกนี้เพราะหลังวัดคือป่าช้าและสถานที่แห่งนั้นก็ร้างไร้ผู้คนจนไม่ต้องห่วงว่าจะสร้างความเดือดให้กับชาวบ้านและยัยตัวกระจ้อยของเขาก็ไม่ต้องเสี่ยงโดนลูกหลงจากการกระทำของพวกเขาที่ยกพวกตีกันอีกด้วย "พวกมึงมาช้า" 'ไอ้ต้อง' คู่อริตัวฉกาจของเจ๋งถามอย่างหัวเสียเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมาช้า ต้องที่นั่งยองรออยู่ก่อนแล้วราวๆ ห้านาทีขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ด้านหลังเขาคือเด็กช่างชุดช็อปเสื้อน้ำเงินราวๆ สิบคน ซึ่งมีจำนวนพอๆ กับชุดช็อปแดงของฝั่งเจ๋งที่เพิ่งมาถึง สองสถาบันเด็กช่างในละแวกใกล้เคียงที่ไม่ถูกกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วต่างยืนประจันหน้ากันอย่างไม่เกรงกลัว ครั้งนี้พวกเขาไม่มีอาวุธเพราะต้องการให้ตัวต้นเรื่องได้เคลียร์ปัญหากันซึ่งๆ หน้า ซึ่งคนที่มีปัญหาในฝั่งของเจ๋งคือไอ้ปลีกับไอ้กล้วย ในขณะที่คนมีปัญหากับไอ้แฝดก็มีสองคนเช่นกัน เจ๋งได้ฟังเรื่องคร่าวๆ ก่อนจะมาจากไอ้สองแฝดนั่นแล้วว่าปัญหาเกิดจากอะไร ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่และมันเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ซ้ำๆ จากรุ่นพี่ที่ส่งต่อรุ่นน้อง 'ศักดิ์ศรี' คำคำนี้มันค้ำคอพวกเขาอยู่และไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรหรือต่อให้มีเสียงสาปแช่งจากคนอื่นมากมายแค่ไหน คนพวกนั้นก็ไม่อาจล้ม 'ศักดิ์ศรี' โง่ๆ นี่ของพวกได้ รู้ทั้งรู้ว่าการตีกันมันไม่ใช่เรื่องดี รู้ว่าการตีกันมันสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น พวกเขาไม่เคยได้ยินคำชื่นชมจากชาวบ้าน กลับกันเคยได้ยินแต่คำสาปแช่งที่นำพาความเดือดร้อนไปให้พวกเขา แต่ถึงอย่างนั้นคำด่าและคำสาปแช่งเหล่านั้นกลับไม่อาจสู้ถ้อยคำ 'สรรเสริญ' จากพรรคพวกเดียวกันที่ชื่นชมพวกเขาเมื่อสามารถทำให้คู่อริต่างสถาบันเจ็บตัวได้ ยิ่งเป็นหัวโจกยิ่งได้รับคำสรรเสริญเยินยอจากเด็กช่างด้วยกัน เป็นที่พึ่งพาของเหล่าเพื่อนพ้องและรุ่นน้องยามที่พวกมันต้องการความช่วยเหลือ พวกเขาถือคติ 'ทำมาทำกลับ' และต่างฝ่ายก็ต่างเอาคืนกันและกันอย่างนั้นวนเวียนไม่จบไม่สิ้น...มันเป็นวังวนที่ส่งต่อกันรุ่นต่อรุ่นอย่างนี้มานานหลายสิบปีแล้วและคาดว่าวงจรนี้มันคงจะเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ "อย่าเสียเวลาเลย มาเริ่มกันเหอะว่ะ" ไอ้เจ๋งมองหน้าคู่อริอย่างไอ้ต้องด้วยสายตาดุดัน ใบหน้าคมคร้ามฉายชัดถึงความเอาเรื่อง เขาไม่มีความหวาดหวั่นใดๆ ที่ต้องปะทะกับไอ้ต้อง ต่อยตีกันมาก็นับครั้งไม่ถ้วน รู้สันดานกันดีและไอ้เจ๋งก็รู้ด้วยว่าอีกไม่นานปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนสี่คนมันจะกลายเป็นปัญหาของทุกคน... ไอ้ต้องมันไม่ยอมจบที่เด็กๆ ต่อยตีกันแค่สี่คนแน่ คนอย่างมันน่ะมักจะจบที่พาทุกคนมาตะลุมบอนกัน ข้อตกลงระหว่างพวกเขาคือ...ห้ามใช้อาวุธใดๆ สิ่งเดียวที่ใช้คือหมัดลุ่นๆ และตีนเท่านั้น ที่เหลือวัดกันที่ฝีไม้ลายมือล้วนๆ วัยรุ่นเลือดร้อนทั้งหลายต่างก็พากันมองหน้าคุมเชิงกันไปมา แล้วสิ่งที่ไอ้เจ๋งคิดเอาไว้ก็เป็นจริงเมื่อไอ้ต้องมันส่งสัญญาณพรรคพวกตัวให้ตะรุมบอนไอ้ปลีกับไอ้กล้วยเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องตัวเองมีท่าทีจะพ่ายแพ้เพราะฝีมือสู้ไอ้แฝดไม่ได้ "กูว่าแล้ว! ไอ้ต้อง! ไอ้เวร! ไอ้เหี้ย!" ไอ้เจ๋งสบถอย่างหัวเสียและเดือดดาลเมื่อเห็นไอ้ปลีกับไอ้กล้วยอยู่กลางดงตีนพวกเสื้อช็อปน้ำเงินนับสิบ เขาเองก็ทนเห็นเพื่อนถูกยำตีนไม่ได้เช่นกันจึงบอกพรรคพวกตัวเองให้เริ่มเอาคืนคู่อริ "กระทืบแม่งให้หมด!!! ถ้าเลือดหัวมึงไม่ออก มึงไม่ต้องกลับบ้านไอ้เหี้ยต้อง!!!" =============================== #อิพี่เขาก็เลือดร้อนน้าาา บอกไว้ก่อนนนนนน #ไม่สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง อ่านเพื่ออรรถรสเท่านั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD