เจ๋งพูดเหมือนกับว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เงินแค่นั้นสำหรับเขามันน้อยนิดแล้วอีกอย่าง...ได้ยินมาว่าเทคนิคมัดใจสาวอีกหนึ่งวิธีคือผู้หญิงชอบสายเปย์!
ที่ผ่านมาเจ๋งไม่เคยเปย์ผู้หญิงคนไหนมาก่อนนอกจากควักเงินสดไม่กี่พันบาทให้กับบรรดาผู้หญิงที่เขาเคยมีอะไรด้วยซึ่งมันก็จบเพียงเท่านั้นไม่มีการสานต่อความสัมพันธ์ใดๆ แต่การเปย์ให้ด้วยเสน่หาทั้งที่ยังไม่เคยมีอะไรกัน หนูดีคือผู้หญิงคนแรกและเขาเต็มใจจะเปย์เธอด้วย
"ไม่เอาค่ะ เอาคืนไปเลย! เงินขนาดนี้มันเยอะเกินไปสำหรับหนูดีค่ะ"
"ไม่รู้ล่ะ เฮียให้แล้วไม่มีทางเอาคืนเด็ดขาด ถ้าไม่รู้จะเอาไปทำอะไรก็เก็บเอาไว้นั่นแหละ ถือว่าเป็นทุนการศึกษาในอนาคตไง"
สองเดือนที่ได้พูดคุยกันหรือใช้เวลาอยู่ร่วมกันในระยะเวลาสั้นๆ แล้วแต่บางโอกาสนั้นทำให้เจ๋งเริ่มรู้จักนิสัยใจคอของหนูดีมากขึ้นและเขาก็รู้ว่ายัยตัวกระจ้อยของเขาชอบเรียนหนังสือมาก หลังเลิกเรียนเธอมักจะติวหนังสือสอบให้กับเพื่อนๆ ซึ่งทำให้เจ๋งเห็นว่าหนูดีรักการเรียนมากแค่ไหน
"ไม่ได้ๆ หนูดีรับไว้ไม่ได้"
แล้วก็มีนิสัยขี้เกรงใจมากด้วย หลายครั้งที่เจ๋งซื้อกระเป๋าหรือของอะไรไปให้หนูดีมักจะปฏิเสธเสมอโดยให้เหตุผลว่า 'เดี๋ยวแม่เห็นค่ะ แม่ต้องว่าหนูดีแน่ๆ ถ้ามีข้าวของที่แพงขนาดนี้' และด้วยเหตุนั้นเขาที่ไม่อยากทำให้เธอลำบากใจจึงเลือกที่จะโอนเงินให้เธอไปเสียเพื่อตัดปัญหา
"ไม่รู้ไม่สนไม่ฟังแล้ว"
เจ๋งเดินดวกๆ ไปยังรถซุปเปอร์ไบค์พร้อมกับหิ้วถุงยาของหนูดีติดมือมาด้วย ในขณะที่หนูดีนั้นยังยืนนิ่งมองดูเงินในบัญชีตัวเอง
เงินมากขนาดนี้หนูดีในวัยสิบเจ็ดย่างสิบแปดปีเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกจึงรู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง ต่างจากเจ๋งที่รู้สึกดีเมื่อเขาได้ให้อะไรเธอบ้าง ซึ่งมันเป็นเรื่องเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับความสุขที่เขาได้ทำ
"มาขึ้นรถยัยตัวกระจ้อย ชักช้าเดี๋ยวแม่ก็สงสัยเอาหรอก"
เมื่อถูกดึงความสนใจด้วยแม่หนูดีจึงรีบวิ่งไปหาเจ๋ง ก่อนหน้านี้แม่บ่นว่าปวดหลังอีกแล้วหนูดีจึงอาสามาซื้อยาให้และเจ๋งที่โทรหาหนูดีพอดีจึงขอมาเจอเธอที่หน้าร้านยาก่อนจะจบลงที่หนูดีนวดไหล่ให้เจ๋งสิบนาทีแลกกับค่าจ้างสามร้อยบาท แต่ก็อย่างที่เห็นว่าสามร้อยบาทกลับเป็นสามหมื่นบาท...
"เฮียเจ๋งส่งหนูดีตรงนี้ก็ได้ค่ะ"
หนูดีบอกกับเจ๋งที่ขับรถเข้ามาในซอยบ้านเธอจนเกือบจะถึงกลางซอยแล้ว แต่เจ๋งเห็นว่าตอนนี้ดึกแล้วจึงดึงดันจะไปส่งเธอให้ใกล้บ้านมากกว่านี้ กระทั่งขับรถผ่านกลางซอยที่ไร้แสงไฟเพราะไฟข้างทางเสียมานานแล้วบวกกับป่าข้างทางที่รกชัฏท่วมหัวทำเอาเจ๋งที่เพิ่งมาส่งหนูดีในซอยลึกขนาดนี้เป็นครั้งแรกถึงกับขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่าบริเวณนี้มันเปลี่ยวมากและเป็นช่วงกลางซอยที่ไม่มีบ้านคนสักหลัง
"อย่าบอกนะว่าเมื่อกี้เดินผ่านตรงนี้น่ะ?"
"ค่ะ"
คำตอบซื่อๆ ของหนูดีทำเอาเจ๋งถึงกับหัวเสียขึ้นมา เปลี่ยวขนาดนี้มาเดินคนเดียวได้ยังไงวะ! แล้วการไฟฟ้าทำไมถึงไม่เข้ามารับผิดชอบเลย! แต่ก็อย่างว่าเรื่องหยุมหยิมแค่เสาไฟไม่กี่ต้นเสียหายจะเข้ามาดูแลรับผิดชอบทำไมให้เสียเวลา
แม้ตอนนี้เจ๋งจะหัวเสียกับเรื่องเสาไฟที่เห็นแต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการออกมานอกจากขับรถไปส่งหนูดีใกล้บ้านและนี่ก็เป็นครั้งแรกในรอบสองเดือนที่หนูดียอมให้เขามาส่งเธอใกล้บ้านถึงเพียงนี้
เวลานี้สี่ทุ่มแล้วบรรดาชาวบ้านในละแวกนี้ต่างก็ปิดบ้านเข้านอนกันหมดจึงทำให้หนูดีไม่ต้องกังวลกลัวว่าใครจะเห็นเธออยู่กับเจ๋งแม้ว่าเขาจะจอดรถห่างจากบ้านเธอไม่ไกลเท่าไหร่ก็ตาม
"ขอบคุณที่มาส่งค่ะ"
"พรุ่งนี้ตั้งใจสอบด้วยล่ะ"
เจ๋งไม่รู้หรอกว่าหนูดีสอบวัดผลอะไรเพราะการสอบระดับม.ปลายนั้นมีหลายอย่าง แต่หนูดีก็อธิบายคร่าวๆ ให้เขารู้ว่าที่เธอจะไปสอบในวันพรุ่งนี้มันคือการสอบวัดคะแนนเกี่ยวกับคณะแพทย์และนั่นก็ทำให้เจ๋งเพิ่งรู้ว่ายัยตัวกระจ้อยของเขานั้นมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน
เห็นเธอมีความตั้งใจกับการอ่านหนังสือในแต่ละคืนด้วยตัวเองแล้วทำให้เขาอดชื่นชมเธอไม่ได้ ระยะเวลาสองเดือนที่รู้จักกันยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เขาต้องเรียนรู้เธอเหมือนที่หนูดีเองก็เริ่มรู้จักเขามากขึ้นเช่นกัน
ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนในตอนนี้นับว่าเป็นไปได้ดีในระดับหนึ่ง หนูดีไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเจ๋งยามที่ต้องเจอหน้ากันอีกแล้ว แต่กว่าจะหายกลัวได้ก็ใช้เวลานานเกือบสองสัปดาห์เลยล่ะ หนูดีเพิ่งพูดจากับเขาอย่างเป็นตัวเองก็เมื่อราวๆ เดือนก่อนเท่านั้น อาการเกร็งยามที่เจอกันก็น้อยลงทั้งยังเริ่มต่อปากต่อคำกับเขาขึ้นมาบ้างแล้วเมื่อรู้จักและสนิทกันมากขึ้น
"หนูดีจะตั้งใจสอบค่ะ"
เธอทุ่มเทกับการอ่านหนังสือมากถึงเพียงนี้ เธอจะทำวันพรุ่งนี้ให้ดีที่สุด ถ้าแม่เห็นว่าเธอเข้าคณะแพทย์ได้แม่ต้องดีใจและภูมิใจในตัวเธอมากแน่ๆ
"เข้าบ้านเถอะ แม่คงรออยู่"
เจ๋งวางมือลงบนกลุ่มผมหนูดี เขาขยี้เบาๆ ด้วยความมันเขี้ยวเอ็นดู จากนั้นก็ยื่นถุงยาที่เขาเป็นคนจ่ายเงินให้กับหนูดีก่อนจะเฝ้ามองเธอเดินเข้าบ้านและปิดประตูรั้ว
เมื่อส่งหนูดีเข้าบ้านจนวางใจแล้วเขาถึงขับรถออกมาแต่เมื่อขับรถถึงกลางซอยที่ทั้งมืดและเปลี่ยวนั้นเขาก็สบถออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะนึกถึงใบหน้ายัยตัวกระจ้อยที่ต้องเดินผ่านจุดนี้ทุกวัน
เห็นทีคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เขารู้สึกไม่สบายใจถ้าหากยัยตัวกระจ้อยต้องเดินผ่านสถานที่ที่ทั้งมืดทั้งเปลี่ยวอย่างนี้
====================
#ใดๆ ก็คือมีความเป็นห่วงจ้าาา
กรุณาคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำสุภาพค่ะ