บทที่ 8 - เพื่อนรักไอ้เจ๋ง [1/2]

1329 Words
"โห่ อภินิหารเฮียเจ๋งว่ะ" เก๋าพูดอย่างทึ่งๆ และเยินยอเจ๋งเสียยิ่งกว่าใคร ต่อให้ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อเพราะเจ๋งคือตัวเรียกเงินเข้าคลับจริงๆ ก่อนหน้านี้ราวๆ หนึ่งชั่วโมงก่อนโต๊ะยังว่างอยู่เลย แต่เมื่อเจ๋งมานั่งในคลับเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นโต๊ะที่เคยว่างกลับเต็มไปด้วยลูกค้าสาวๆ ที่เริ่มทยอยเข้าคลับมากขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาห้าทุ่ม เหล่าบรรดาสาวๆ ที่เห็นว่าเจ๋งเข้าคลับในรอบหนึ่งเดือนต่างพากันกระดี๊กระด๊ายกใหญ่ หลายคนรอส่งสายตาให้เจ๋งแต่เจ้าตัวกลับไม่ชายตามองใครเลย คงมีแต่เพื่อนๆ ของเขาที่ระริกระรี้เมื่อเห็นว่าสาวๆ กำลังมองมาแม้ว่าพวกเธอจะมองเจ๋งก็ตาม "ไอ้เอ็กซ์ กูมีเรื่องอยากให้มึงช่วยหน่อยว่ะ" "เรื่องอะไรเฮีย? ว่ามาได้เลย" เอ็กซ์วางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะและมองหน้าเจ๋งที่สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา ในขณะเดียวกันเพื่อนๆ ที่เหลือก็หันมาให้ความสนใจเจ๋งที่นานทีถึงจะมีเรื่องขอความช่วยเหลือ "คืองี้...กูอยากให้มึง..." :: :: วันต่อมา... "แม่ หนูดีกลับมาแล้วค่า~" หนูดีที่เพิ่งกลับจากสนามสอบเดินเข้ามาหาเดือนมณีที่กำลังจัดเตรียมของเพื่อจะขายน้ำเต้าหู้ในช่วงเย็น หนูดีที่กลับมาพอดีจึงช่วยเดือนมณีอีกแรง "เป็นยังไงบ้าง? วันนี้ทำได้ดีหรือเปล่า?" เดือนมณีถามลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของเธออย่างใส่ใจ วันนี้เมื่อตอนเช้าก่อนหนูดีจะไปสอบเธอก็อวยพรลูกแล้วและหวังว่าลูกจะทำได้ดีดั่งใจคิด เดือนมณีแอบรู้สึกผิดอยู่ในใจมาตลอดหลายปีที่เธอไม่อาจสนับสนุนลูกสาวให้เข้าสถาบันติวเตอร์ดีๆ ได้เหมือนกับเพื่อนๆ คนอื่น ทุกสิ่งทุกอย่างที่หนูดีทำได้ในตอนนี้คือเธอขวนขวายหาวิชาความรู้ด้วยตัวเองทั้งนั้น แม้แต่ทุนการศึกษาที่ได้รับอยู่ทุกปีก็เป็นหนูดีที่พยายามรักษาเกรดของตัวเองให้อยู่ในเกณฑ์มาโดยตลอด สิ่งเดียวที่คนเป็นแม่อย่างเธอทำได้นั่นก็คือการให้กำลังใจลูกและคอยอยู่เคียงข้างในวันที่ลูกสาวรู้สึกเหนื่อยหรือท้อกับเส้นทางเดินชีวิต แต่ไม่ว่าลูกสาวจะเดินเส้นทางไหนเธอก็พร้อมที่จะสนับสนุนลูกสาวทุกทางและเคารพการตัดสินใจของหนูดีถ้าหากลูกเปลี่ยนใจอยากเรียนสายอื่นที่ไม่ใช่หมอก็ตาม "หนูดีไม่มั่นใจเลยค่ะแม่ แต่ก็ทำเต็มที่แล้วค่ะ" "ทำเต็มที่ก็ดีแล้ว ลูกรู้ใช่ไหมว่าแม่ไม่อยากให้ลูกกดดันตัวเองน่ะ" "รู้ค่ะ" ทำไมเธอจะไม่รู้ล่ะในเมื่อคนเป็นแม่ให้อิสระทางความคิดเธอมากแค่ไหน แต่เป็นหนูดีเองที่เข้มงวดกับความตั้งใจของตัวเองเพราะเธออยากไปถึงเป้าหมายของตัวเอง "แม่ว่าเราออกไปกันดีกว่า เดี๋ยวจะสาย" เดือนมณีจบเรื่องเป้าหมายชีวิตของลูกสาวเพียงเท่านั้นเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดมากแม้ว่าหนูดีจะไม่ได้รู้สึกกดดันอย่างที่เดือนมณีเป็นห่วงก็ตาม "หนูดีว่าจะถามแม่ เมื่อกี้ตอนหนูดีนั่งวินเข้ามา ตรงกลางซอยเขากำลังจะทำอะไรกันเหรอคะ?" วินมอเตอร์ไซค์ปากซอยจะวิ่งวินถึงหนึ่งทุ่มเท่านั้น หนูดีจึงเลือกใช้บริการวินนั่งกลับบ้านแต่เมื่อผ่านกลางซอยกลับเห็นว่าหญ้าที่เคยสูงเทียมหัวนั้นได้กลายเป็นที่ดินโล่งเตียนเสียแล้ว ทั้งยังเห็นรถแบคโฮกำลังขุดดินโดยมีคนงานหลายสิบคนต่างรุมล้อมที่ดินตรงนั้นราวกับว่าพวกเขากำลังลงมือก่อสร้างอะไรสักอย่าง "เมื่อเช้าเห็นตาเพชรบอกว่ามีคนมาขอซื้อที่ดินแกตรงนั้น หลังจากขายเสร็จ ตกบ่ายเจ้าของใหม่ก็จ้างคนถางป่าแล้วก็เริ่มขุดดินอย่างที่เห็นนั่นแหละ แม่ก็ไม่รู้หรอกว่าเจ้าของที่ดินคนใหม่กำลังจะทำอะไร แต่คิดว่าเงินหนามากถึงได้ทำอะไรรวดเร็วเช่นนี้ ในสายตาเดือนมณีมองว่าเจ้าของที่ดินคนใหม่คงกำลังก่อสร้างอะไรสักอย่างหนึ่ง แม้ตอนนี้จะยังดูไม่ออกแต่คาดว่าในสักวันหนึ่งคงจะรู้ว่าที่ดินที่เคยรกชัฏตรงนี้เป็นสถานที่แบบไหนซึ่งหนูดีก็นึกสงสัยเช่นกัน :: :: "ช่วงนี้ตลาดคึกคักเนอะพี่สมหมาย" เดือนมณีถามพ่อค้าขายหมูที่อยู่ล็อกข้างๆ กัน เป็นเวลากว่าสองเดือนแล้วที่ไม่มีเด็กช่างพากันตีแถวตลาด ทำให้เหล่าพ่อค้าแม่ขายเบิกบานใจมากที่สามารถทำมาค้าขายได้ มิหนำซ้ำลูกค้ายังสามารถเดินตลาดได้โดยไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะมีเด็กช่างมาตีกันตอนไหน "หรือไอ้เจ๋งมันถูกจับไปแล้ว?" หนูดีที่กำลังตักน้ำเต้าหู้ใส่ถุงชะงักมือนิ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากสมหมาย ในใจนึกอยากเอ่ยขัดเพราะเธอรู้ดีว่าเจ๋งไม่ได้ถูกจับอย่างที่ทุกคนในตลาดกำลังพูดถึง เมื่อตอนกลางวันเขายังโทรหาเธออยู่เลย ทั้งยังเป็นฝ่ายถามไถ่เรื่องสอบก่อนใครอีกด้วย ไม่มีทางที่คนอย่างเจ๋งจะถูกจับและสาเหตุที่ตลาดเย็นสงบไร้ความรุนแรงของพวกเด็กช่างมานานถึงสองเดือนนั้นเป็นเพราะเจ๋งย้ายสถานที่ต่อยตีไปยังหลังวัดแล้วต่างหาก ทั้งยังออกกฎห้ามคนในโอวาทอย่ามีเรื่องในที่ชุมชนเป็นอันขาด ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่มีเด็กช่างหรือหัวโจกคนไหนจะให้ความสนใจเรื่องสถานที่ต่อยตีหรอก พวกเขาเจออริที่ไหนก็ใส่กันที่นั่นเลยโดยไม่สนใจว่าที่แห่งนั้นจะเป็นบนรถเมล์หรือย่านชุมชนก็ตาม จะมีก็แต่ไอ้เจ๋งที่ช่วงนี้มันไม่ได้ก่อเรื่องต่อยตีย่านชุมชนแล้ว "มันถูกจับก็ดีสิ ไอ้พวกนี้จะได้เข็ดหลาบเสียบ้าง วันๆ มีแต่นำพาความเดือดร้อนมาให้ชาวบ้าน เผลอๆ เป็นพวกเรานี่แหละที่ถูกลูกหลงจากพวกมันพากันเจ็บตัวอีก" เดือนมณีพูดไม่เกินจริงและเธอก็ไม่ชอบพวกนักเลงอันธพาลมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วจึงทำได้เพียงแค่สาปแช่งให้พวกมันถูกจับไปเสีย "แม่เดือนคิดว่าใครสมควรติดคุกนะ?" "ก็ไอ้เจ๋งกับเพื่อนๆ มันไง!" เดือนมณีพูดโดยไม่หันกลับไปมองต้นเสียง เธอยังคงเม้าส์กับสมหมายที่ตอนนี้เงียบไปแล้วทั้งยังหน้าเจื่อนเมื่อเห็นว่าใครมาเยืิอนถึงร้านน้ำเต้าหู้ของเดือนมณี "แม่..." "อย่ามาสะกิดนะหนูดี! แม่กำลังเม้าส์อยู่!" "แม่" "หนูดี! แม่บอกว่าแม่กำลังเม้าส์กับลุงสมหมายอยู่!" "ถ้าอย่างนั้นก็เม้าส์ต่อสิครับแม่เดือน ผมกำลังอยากรู้อยู่พอดีเลยว่าพวกผมถูกพูดถึงยังไงบ้าง" "...!!!" สิ้นเสียงทุ้มต่ำนั้นเดือนมณีถึงกับตัวแข็งทื่อ เธอหันคอกลับมาไม่ต่างจากหุ่นยนต์ที่ไม่ได้หยอดจาระบีและเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนพูดก็ทำเอาเดือนมณีถึงกับหน้าซีดเผือดและยิ่งเผือดกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าชายร่างกำยำทั้งห้าคนที่เธอพูดถึงกำลังยืนล้อมร้านขายเต้าหู้เธออยู่และหนูดีเองก็ยืนมองเหล่าผู้ชายกลุ่มนั้นด้วยใบหน้าซีดเผือดไม่ต่างจากเดือนมณีเลยแม้แต่น้อย "อะ ไอ้เจ๋ง!!!" ==================== #แม่เดือนก็เม้าส์สนุกเกิ๊นนนน กรุณาคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำสุภาพค่ะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD