บทที่ 1 - แรกพบสบตา [2/2]

1693 Words
"อยู่ไม่ได้แล้ว! ต้องรีบหนี!!! ทั้งที่คิดว่าต้องหนีจากเด็กช่างพวกนี้แต่ขาเจ้ากรรมมันดันสั่นระริกจนก้าวไม่ออก! ในใจนึกอยากโกรธตัวเองและทุบขาสักตุบที่มันไม่ยอมก้าวเดินเสียที สาเหตุที่เธอก้าวขาไม่ออกนั่นก็เป็นเพราะว่าเธอกลัวเด็กช่างกลุ่มนั้นน่ะสิ!!! ทำยังไงดี! ไอ้ขาสั่นๆ นี่ก็ไม่ยอมเดินเสียที! มันจะขาสั่นอะไรนักหนาเนี่ย! ฮือ~ ยิ่งคนหน้าหล่อแต่ดุๆ ตัดผมทรงสกินเฮดคนนั้นที่เธอเผลอมองสบตาด้วยเอาแต่จ้องมองเธออยู่ เธอก็ยิ่งตื่นตระหนกตกใจก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้เขาเพื่อหลบสายตาอีกฝ่าย ในใจได้แต่ภาวนาขอให้คนพวกนั้นอย่ามาหาเรื่องเธอเลย แต่ดูเหมือนว่าคำภาวนาจะไม่เป็นผลเมื่อน้ำเสียงทุ้มต่ำของใครสักคนหนึ่งจากกลุ่มนั้นเอ่ยขึ้นมา "เธอ" "..." ไม่ใช่หรอก เขาไม่ได้เรียกเธอหรอกยัยหนูดี อย่างหันกลับไปนะ "เธอๆ" "..." ไม่ใช่ เขาอาจจะเรียกคนอื่นที่อยู่ใกล้ๆ กันก็ได้ "เธอน่ะ" "..." ทำหูทวนลม มองนั่นมองนี่มองถุงยาที่เพิ่งซื้อมา "เธอ!!!" "ว้าย!!!" หนูดีอุทานออกมาด้วยความตกอกตกใจสะดุ้งจนตัวโยนเมื่อเสียงดุดันนั้นดังมาจากด้านหลังในระยะประชิด แน่ชัดแล้วว่าเจ้าของเสียงนั้นกำลังเรียกเธออยู่จริงๆ จึงหันไปมองด้วยสีหน้าเหลอหลาก่อนจะรีบถลาตัวถอยห่างจากเจ้าของกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกจนเธอต้องเบือนหน้าหนี แม้ว่าต่อให้ไม่เหม็นน้ำหอมเธอก็ไม่กล้ามองสบตาเขาอยู่ดี "พะ พี่เรียกหนูเหรอคะ? " "ก็เออไง! เรียกหลายครั้งแล้ว! หูหนวกเหรอ!" น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นดูจะหัวเสียไม่น้อยที่เรียกเธอหลายครั้งแล้วแต่ไม่ยอมหันไปสักที จนเขาถึงกับลุกขึ้นเดินมาหาเธอถึงที่ด้วยสีหน้าเรียบตึงบ่งบอกว่ากำลังไม่พอใจสุดๆ ที่เธอกล้าเมินเขา! "กะ ก็นึกว่าเรียกคนอื่นนี่คะ..." หนูดีเม้มปากแน่น เถียงข้างๆ คูๆ หัวใจเต้นตึกตักอย่างหวาดกลัวชายร่างใหญ่คิ้วบากตรงหน้าที่ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรกับเธอหรือเปล่าถึงได้เรียกเธอทั้งที่เธอกับเขาไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน แต่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเขาเสียหน่อย ใครๆ ในละแวกนี้ต่างก็ต้องรู้จักเขาทั้งนั้นในเมื่อคิ้วบากๆ ผมทรงสกินเฮดและร่างสูงใหญ่ถึงเพียงนี้มีแค่คนนี้คนเดียวเท่านั้นอีกทั้งยังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในละแวกนี้อยู่เป็นประจำ คนนี้คือเจ๋ง…หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าไอ้เจ๋งเด็กเปรตนั่นแหละ! ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะได้รับคำอวยพรเป็นสัตว์ตลอด! "ที่นี่มันมีผู้หญิงคนอื่นที่ให้ใช้คำว่าเธอนอกจากเธอด้วยหรือไง! โง่ชะมัด!" หนูดีมักจะสะดุ้งตกใจยามที่ชายคนนี้พูดขึ้นมา เขาเป็นคนพูดจาโผงผางเสียงดังต่างจากหนูดีที่พูดทีแทบจะเงี่ยหูฟังอยู่แล้ว "วะ ว่าหนูทำไม ก็หนูไม่รู้นี่คะ..." โกหก! จะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ในเมื่อเธอสบตากับเขาแล้ว! เพราะอย่างนั้นเธอรู้ดีว่าเขาเรียกเธอแต่ทำเป็นหูทวนลมก็เท่านั้น! ใครจะดูไม่ออกบ้าง! โคตรไม่เนียนเลย! แม้จะรู้ว่าผู้หญิงร่างเล็กจ้อยตรงหน้าจะพูดโกหกแต่เจ๋งก็ไม่คิดที่จะพูดจับผิดอะไรมากไปกว่านี้ก่อนจะขยับปลายเท้าเข้าไปใกล้เธอ แต่เธอกลับถอยหนีอย่างรวดเร็วทั้งยังยกถุงยาใบจ้อยขึ้นปิดครึ่งหน้าตัวเองราวกับว่าจะใช้มันปกป้องตัวเองได้ทั้งที่มันก็แค่ถุงยาโง่ๆ ที่เขาปัดทีเดียวก็กระเด็นไปไกลแล้ว เจ๋งเห็นท่าทางหวาดกลัวจนตัวสั่นของเธอที่มีต่อเขาแล้วก็นึกขัดใจไม่น้อย เขาออกจะหล่อเหลาถึงเพียงนี้ที่ผ่านมามีแต่สาวๆ เข้าหาจนหัวกระดอไม่แห้งแต่ยัยตัวกระจ้อยนี่กลับมีท่าทีหวาดกลัวต่อเขา ช่างน่าขำเสียจริง! ไม่รู้จักของดีเสียแล้วยัยตัวกระจ้อยเอ๊ยยย!!! "ช่างเถอะ มีอะไรจะถามหน่อย" "ถะ ถามอะไรคะ?" "สิบแปดหรือยัง?" หนูดีมองชายหนุ่มร่างใหญ่ตรงหน้าด้วยสายตาไม่เข้าใจระคนหวาดระแวง แต่ท่าทางนั้นของเธอมันทำให้เจ๋งรู้สึกอยากกลั่นแกล้งขึ้นมาเสียอย่างนั้น "ถามทำไมคะ?" "เหอะน่า! ตอบมา!" "ยะ ยังค่ะ!" เพราะน้ำเสียงโผงผางนั้นทำให้หนูดีตอบคำถามของเขาอย่างไม่รู้ตัว เธอหลับตาปี๋นึกกลัวว่าเขาจะโมโหทั้งยังคิดไปเองว่าเขาอาจจะกำลังง้างมือขึ้นจะตบเธอด้วยซ้ำ แต่ในความเป็นจริงแล้วคำตอบนั้นของเธอกลับทำให้สีหน้าของเจ๋งพลันเคร่งเครียดขึ้นมา นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะโว้ย!!! ยัยตัวกระจ้อยนี่นอกจากจะเหมือนเด็กมัธยมแล้ว ยังอายุไม่ถึงสิบแปดอีกงั้นเหรอวะ! นึกว่าแค่หน้าเด็กอย่างเดียว! งี้ก็เข้าข่ายพรากผู้เยาว์น่ะสิวะ! ปัดโธ่เอ๊ย!!! เจ๋งมีท่าทีหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด เขาล้วงกระเป๋าหลังกางเกงยีนสีซีดแต่ท่าทางนั้นทำเอาหนูดีที่เปิดตาขึ้นพอดีเบิกตากว้างกว่าเดิม หัวใจหล่นไปอยู่ตรงตาตุ่มเมื่อคิดว่าเขากำลังจะล้วงอาวุธขึ้นมาทำร้ายเธอ แต่ที่ไหนได้เขาเพียงแค่ล้วงบุหรี่ออกมาเท่านั้นก่อนจะจุดสูบต่อหน้าเธออย่างหน้าตาเฉย "แล้วตอนนี้อายุเท่าไหร่?" เจ๋งยังไม่เลิกตั้งคำถามกับหนูดีที่เบือนหน้าหนีเพราะเหม็นกลิ่นบุหรี่ ความจริงแล้วเธอเป็นโรคภูมิแพ้กลิ่นอะไรฉุนๆ ได้กลิ่นทีไรมักจะทำให้เธอนึกคันจมูกทุกครั้งทั้งยังมีอาการอยากไออยากจามร่วมด้วย แต่ที่เธอยังไม่แสดงอาการในตอนนี้นั้นเป็นเพราะว่ามันยังไม่ถึงลิมิตที่จะแสดงอาการ แต่เมื่อเจ๋งสูบบุหรี่และพ่นควันพุ่ยๆ ตรงหน้าก็ทำให้เธอหักห้ามอาการเหล่านั้นไม่ได้อีกต่อไป "ถามทำไมคะ? ฮัดชิ่ว!" โชคดีไปที่หนูดียกมือขึ้นปิดปากได้ทันก่อนที่ละอองฝอยน้ำลายของเธอจะกระเด็นโดนหน้าเจ๋ง เธอย่นจมูกฟุดฟิดเมื่อรู้สึกว่าเริ่มคัดจมูก แต่เจ๋งกลับไม่รู้อะไรเลยคิดว่าเธอแค่อยากจามเฉยๆ เท่านั้น "ถามก็ตอบสิวะ ว่าอายุเท่าไหร่!" "สะ สิบเจ็ดค่ะ!" "สิบเจ็ดกี่เดือน?" "สิบเจ็ด ปะ แปดเดือนค่ะ" "อืม" เจ๋งครางรับในลำคอ สีหน้ายังเคร่งเครียดไม่เปลี่ยน แต่หนูดีนั้นเหมือนจะอยู่ต่อไม่ไหวแล้วเพราะเธอกำลังจะจามอีกครั้ง ทั้งยังมีอาการแสบกระบอกตาเหมือนน้ำตาจะไหลอีกด้วย "หนูไปได้หรือยังคะ?" "ยัง" เจ๋งเห็นหนูดีกระบอกตาฉ่ำวาวด้วยม่านน้ำตาบางๆ จึงเข้าใจไปว่าเธอกำลังจะร้องไห้เพราะกลัวเขาและนั่นก็ยิ่งทำให้เขาอยากกลั่นแกล้งเธอมากกว่าเดิม "ตอบคำถามนี้ก่อนแล้วจะปล่อยไป" หนูดีขยี้ปลายจมูกอย่างอดไม่ได้ก่อนจะมองหน้าเจ๋งด้วยแววตาไม่สู้ดี "ถามอะไรคะ? " "มีผัวหรือยัง?" "คะ!!!" เดี๋ยวนะ! ถามอะไรหยาบคายเสียจริง! เป็นอีกครั้งที่หนูดีตกใจกับผู้ชายคนนี้ที่ถามอะไรก็ไม่รู้ออกมา นี่มันเป็นคำถามของคนที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกอย่างนั้นหรือ! แม้อยากจะต่อว่าเขาที่เสียมารยาทแต่เธอก็ไม่กล้าพอเพราะกลัวว่าเขาจะสวนกลับมาเป็นหมัด ดูจากฝ่ามือของเขาแล้วนั้นมันใหญ่มากเสียด้วย มีหวังถ้าโดนตบครั้งเดียวเธออาจจะสู่ขิตได้ง่ายๆ เลยนะ ไม่เอาด้วยหรอก เธอยังอยากอยู่กับแม่ไปนานๆ ไม่ยอมตายเพราะถูกตบหรอกนะ! "สงสัยหูเธอต้องมีปัญหาแน่ๆ ฉันว่าฉันถามชัดถ้อยชัดคำแล้วนะ" เจ๋งยังคงสูบบุหรี่พ่นควันพุ่ยๆ ออกมา สายตาดุดันคู่นั้นจับจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มของอีกฝ่ายไม่วางตา ในขณะเดียวกันเพื่อนๆ ชายวัยรุ่นอีกสี่คนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนก็โห่แซวออกมา แต่เจ๋งก็ไม่ได้สนใจเหมือนกับว่าเขาชินไปเสียแล้วกับคำโห่แซวของเพื่อนต่างจากหนูดีที่รู้สึกอับอายขึ้นมา "ว่าไง? มีผัวหรือยัง?" "มะ ไม่มีค่ะ หนะ หนูขอตัวก่อนนะคะ!" ไม่รอให้คนน่ากลัวหน้าดุได้ถามอะไรอีก หนูดีก็รีบหันหลังวิ่งหนีไปทันทีทั้งที่ขาก็สั้นแค่นั้น ความจริงแล้วเจ๋งแค่เดินตามไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเธอแล้ว แต่ที่ยอมปล่อยไปนั้นก็เพราะเห็นว่าวันนี้คงทำเธอตกใจไม่น้อยแล้ว ขืนทำให้เธอตกใจมากไปกว่านี้ยัยตัวกระจ้อยนั่นคงจะได้ร้องไห้จริงๆ แน่ เจ๋งพ่นบุหรี่ครั้งสุดท้ายขึ้นกลางอากาศ สายตาคมดุดันคู่นั้นยังคงมองแผ่นหลังบางของหนูดีที่วิ่งเลี้ยวเข้าซอยจนลับตาก่อนจะเหยียดยิ้มมุมปากออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าจิ้มลิ้มที่เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อของเธอ เด็กอะไรทั้งน่าแกล้งแล้วก็น่ารักชิบหาย! น่ารักจนไอ้เจ๋งคนนี้อยากจะลากขึ้นเตียงเสียเดี๋ยวนี้เลยจริงๆ! แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาทำได้เพียงแค่รอเท่านั้นและต้องรออีกตั้งสี่เดือนถึงจะจับยัยตัวกระจ้อยนั่นขึ้นเตียงได้!!! =============================== #อยากบอกยัยน้องว่าหนีไป!!! 55555555555555555555555 กรุณาคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำสุภาพค่ะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD