บทที่ 2 - เกือบหลับแต่กลับมาได้ [2/2]

1503 Words
:: :: "แม่คะ หนูดีกลับมาแล้วค่ะ" หนูดีวิ่งกระหืดกระหอบมาจนถึงบ้านในสิบนาทีหลังจากที่วิ่งหนีเจ๋งตรงหน้าร้านขายยา หัวใจเธอเต้นแรงระส่ำทั้งกลัวเจ๋งทั้งเหนื่อยที่วิ่งมา แต่ถึงอย่างนั้นก็รีบยื่นถุงยาให้กับเดือนมณีที่เพิ่งอาบน้ำประแป้งจนหน้าขาวแปร๋นเสร็จพอดี "ทำไมถึงวิ่งมาล่ะ? เจอไอ้ด่างกลางซอยเหรอ?" ไอ้ด่างที่เดือนมณีพูดถึงคือหมาจรที่อยู่กลางซอย มันเป็นหมาดุที่ถูกห้อยคอด้วยถังน้ำมันแกลลอนสามสี่อันเพื่อสร้างความลำบากให้มันไม่กัดชาวบ้าน แต่ไอ้ด่างมันเป็นตัวตึงต่อให้มีแกลลอนมันก็ยังวิ่งไล่ตามและเห่าสร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา แต่วันนี้หนูดีไม่เจอไอ้ด่าง ทว่ากลับเจออะไรที่น่ากลัวกว่าไอ้ด่างเสียอีก...นั่นคือไอ้เจ๋ง "ไม่เจอค่ะ แต่หนูดีแค่กลัวว่ามันจะมืดเท่านั้นเองค่ะก็เลยวิ่งมา" หนูดีเลือกที่จะโกหกคนเป็นแม่ เธอไม่อยากบอกแม่ว่าเจอกับเจ๋งเพราะนั่นอาจจะทำให้แม่เป็นห่วงได้ แล้วอีกอย่างเจ๋งก็ไม่ได้ทำร้ายเธอด้วยแม้ว่าเขาจะถามอะไรแปลกๆ กับเธอก็เถอะ เพียงแค่คิดเท่านั้นเธอก็ขนลุกไปทั้งกายแล้ว ไม่ใช่เพราะเสน่ห์หาแต่เป็นเพราะระแวงและกลัวต่างหาก!!! คนบ้าอะไรอยู่ดีๆ ก็มาถามว่าเธอมีผัวแล้วหรือยัง! บ้าหรือเปล่า! ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย! "มาถึงแล้วก็ไปอาบน้ำก่อนเถอะไป ดูซิ้มีแต่เหงื่อเต็มไปหมดเลย" "หนูดีจะทายาให้แม่ก่อนค่ะ เดี๋ยวหนูดีค่อยอาบ" เดือนมณีไม่ขัดความต้องการของลูกสาว เธอที่แต่งตัวเสร็จแล้วเพียงแค่ถลกชายเสื้อขึ้นเท่านั้นและปล่อยให้หนูดีทายาแก้เคล็ดขัดยอดตรงบริเวณช่วงเอว ซึ่งเป็นจุดเดิมๆ ที่เธอมักจะปวดเป็นประจำ เมื่อทายาให้แม่เสร็จแล้วหนูดีก็ไปล้างพวกหม้อน้ำเต้าหู้และอุปกรณ์ต่างๆ ล้างไปก็รู้สึกละเหี่ยใจไปเพราะก่อนหน้านี้แม่เธออุตส่าห์ทำน้ำเต้าหู้เอาไว้ แต่กลับไม่ได้ขายเพราะพวกเด็กช่างดันมาตีกันกลางตลาด นึกๆ แล้วก็โกรธคนพวกนั้นเหมือนกันที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอกับแม่ไม่ได้ขายของ แต่หนูดีก็ไม่อาจทำอะไรได้นอกจากถอนหายใจหนักๆ อย่างทำใจเท่านั้น เมื่อไหร่พวกเขาถึงจะเลิกตีกันสักทีนะ หรือไม่ถ้าหากอยากจะตีกันจริงๆ ก็ควรไปตีที่ที่ห่างไกลจากผู้คนสิ ไม่ใช่มาตีในสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่านอย่างตลาด เห้อ ช่างเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้เสียที นึกไปแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง แต่ในตอนนั้นเองที่ใบหน้าดุดันคมคายของใครบางคนก็ผุดวาบเข้าในหัวและนั่นก็ทำให้หนูดีออกแรงขัดหม้อมากกว่าเดิมเมื่อเกิดโมโหขึ้นมาเพราะคนที่เธอนึกถึงดันเป็นตัวตึงเรื่องต่อยตีที่ชาวบ้านต่างพากันเอือมระอา คราวหน้าถ้าหากต้องเจอโดยบังเอิญอีกเธอคงต้องรีบหนีให้ไวที่สุดแล้วล่ะ! ทางที่ดีอย่าข้องเกี่ยวกับอันธพาลน่ากลัวอย่างนั้นเลย! "ล้างเสร็จแล้วก็มากินข้าวนะหนูดี แม่ทำเมนูโปรดของลูกเอาไว้แล้ว" "ค่า~" หนูดีตอบกลับแม่และรีบล้างอุปกรณ์ทุกอย่างให้แล้วเสร็จจากนั้นก็รีบไปกินข้าวและจบกิจกรรมสุดท้ายด้วยการอาบน้ำ แต่ยังไม่เข้านอนเพราะหนูดียังมีการบ้านและหนังสือที่ต้องอ่าน ตอนนี้หนูดีเรียนชั้น ม.หกที่โรงเรียนรัฐละแวกบ้าน เธอได้รับทุนการศึกษาเรียนดีมาตลอดหลายปีเพราะอย่างนั้นที่ผ่านมาเธอจึงตั้งใจเรียนมาโดยตลอดและยิ่งช่วงนี้คือช่วงสำคัญสอบวัดคะแนนต่างๆ ที่เด็ก ม.หกต้องเจอ ทำให้เธอยิ่งเข้มงวดกับการอ่านหนังสือมากกว่าเดิม จนบางครั้งเดือนมณีต้องเตือนลูกสาวให้พักบ้างเพราะกลัวว่าลูกสาวจะหักโหมเกินไป "อย่าอ่านหนังสือดึกเกินไปนะลูก แม่ไปนอนก่อนล่ะ" ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว เดือนมณีจะเข้านอนเวลานี้เป็นประจำเพราะเธอต้องตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อทำน้ำเต้าหู้และน้ำขิงเตรียมเอาไว้ขายในช่วงเวลาตีห้าหน้าตลาดตอนเช้า "ฝันดีค่ะแม่" เดือนมณีเดินกลับเข้าห้องตัวเองและปิดไฟนอน ระยะเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นหนูดีก็ได้ยินเสียงกรนจากห้องข้างๆ ในขณะที่เธอยังอ่านหนังสืออยู่กระทั่งเวลาหน้าทุ่มเธอจึงหยุดอ่านหนังสือและเข้านอนด้วยความง่วงงุน :: :: ตีสี่ครึ่งคือช่วงเวลาที่หนูดีตื่นขึ้นมา เธออาบน้ำและแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนเสร็จสรรพ จากนั้นก็ช่วยเดือนมณีเข็นรถน้ำเต้าหู้ไปยังปากซอยตรงตลาดเช้า แม้ช่วงเช้าจะขายได้ไม่ดีเท่าตอนเย็น แต่อย่างน้อยก็ถือว่าขายได้กำไรพอประมาณ หนูดีจะช่วยเดือนมณีจนถึงเวลาเจ็ดโมง จากนั้นก็หากินมื้อเช้าง่ายๆ ตามตลาดเช้านั่นแหละเพราะเดือนมณีไม่มีเวลาทำมื้อเช้าให้ลูก ทว่าหนูดีก็ไม่เคยน้อยอกน้อยใจอะไรเพราะเข้าใจว่าแม่ต้องทำน้ำเต้าหู้และมันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยที่เธอจะหามื้อเช้าทานเองได้ง่ายๆ เพราะที่เธออยู่คือตลาดศูนย์รวมแหล่งของกินเชียวนะ หนูดีมีเมนูไม่กี่อย่างที่ทานเป็นประจำ บางวันก็กินขนมจีบหมู บางวันก็กินไก่ทอดหาดใหญ่แต่ขายที่กรุงเทพ แต่เมนูโปรดของเธอที่กินได้บ่อยๆ ไม่เบื่อเลยนั่นก็คือ...หมูปิ้งโบราณของยายแช่มช้อยวัยหกสิบปีที่ขายกับลูกสาวร่างท้วมวัยสามสิบกว่าปี "เอาหมูปิ้งสี่ไม้กับข้าวเหนียวหนึ่งห่อค่ะยายแช่ม" "ได้สิๆ ยายแถมให้อีกไม้เลยนะ กินเยอะๆ จะได้โตไวๆ ล่ะ ฮ่าๆๆ" ยายแช่มเป็นผู้สูงวัยอารมณ์ดีและมักจะใจดีแถมหมูปิ้งให้กับหนูดีบ่อยๆ เหมือนที่หนูดีก็มักจะแถมน้ำเต้าหู้ให้ยายแช่มเช่นกัน หนูดีไม่เคยโกรธเคืองยามที่ใครพูดเย้าแหย่เธอเรื่องส่วนสูงตราบใดที่สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดจากระแทกแดกดันหรือกระทบกระเทียบเธอ "นี่จ่ะได้แล้ว น้าคิดเงินสามสิบบาทก็พอ" ลูกสาวยายแช่มบอกอย่างใจดีและยื่นถุงหมูปิ้งให้กับหนูดีที่ยกมือไหว้ขอบคุณผู้หลักผู้ใหญ่เมื่ออีกฝ่ายใจดีกับเธอจนยายแช่มอดเอ่ยปากชมไม่ได้ ทว่าเป็นคำชมที่เอ่ยถึงเดือนมณีผู้เป็นแม่ของหนูดี "นังเดือนมันสอนลูกสาวมาดีจังโว้ย มือไม้อ่อนเสียจริง" แน่นอนว่าหนูดีที่ถูกชมว่าแม่สั่งสอนมาดีนั้นถึงกับขัดเขิน ป้าแช่มกับลูกสาวที่เห็นหนูดีแก้มแดงก็ยิ่งหัวเราะชอบใจก่อนจะออกปากไล่เมื่อเห็นว่าหนูดีใกล้จะไปเรียนสายแล้ว "ไปๆๆ ไปเรียนได้แล้ว เดี๋ยวก็สายหรอก" "ไปแล้วค่า ขอบคุณสำหรับข้าวเหนียวหมูปิ้งนะคะ" หนูดียิ้มจนตาหยีและไม่ได้รั้งรออยู่ต่อเมื่อเห็นว่ามีลูกค้าเข้ามาต่อคิวซื้อหมูปิ้งจากเธอ ตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงกว่าๆ หนูดีไม่ได้เร่งรีบเมื่อเห็นว่ายังมีเวลาเหลือพอสมควรก่อนจะถึงเวลาเข้าแถวจึงเลือกที่จะเดินไปพลางพร้อมกับกินหมูปิ้งไปพลาง ทว่าในจังหวะที่กำลังกินข้าวเหนียวอยู่นั้นจู่ๆ ก็มีไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ดันบีบแตรขึ้นมาอย่างกะทันหันจากทางด้านหลังของเธอในระยะประชิด สร้างความตกใจให้กับหนูดีที่เผลอกลืนข้าวเหนียวอย่างกะทันหัน แต่ที่น่าตกใจกว่าเสียแตรนั่นก็คือ…ข้าวเหนียวที่เธอกลืนมันดันติดคอ!!! ทำให้เธอหายใจไม่ออกจนต้องหันไปโบกไม้โบกมือขอความช่วยเหลือจากรถบิ๊กไบค์คันหนึ่งที่จอดเทียบฟุตพาธข้างเธอพอดี แต่เธอก็ต้องตาโตตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าคนที่เธอกำลังขอความช่วยเหลือนั้นดันเป็นคนคนเดียวกันกับที่บีบแตรและทำให้เธอตกใจจนข้าวเหนียวติดคอ!!! ไอ้บ้าที่ว่านั่นก็คือไอ้เจ๋ง!!! ไอ้คนสารเลววววว!!! =============================== #น้องเป็นคนเรียบร้อยนะคะ แต่แค่เวลาตกใจน้องอาจจะหลุดคำด่าออกมาบ้าง กรุณาคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำสุภาพค่ะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD