บทนำ พ่อลูกอ่อนป้ายแดง
บทนำ
พ่อลูกอ่อนป้ายแดง
ในคฤหาสน์หรูใจกลางเมืองเชียงรายที่กินบริเวณกว้าง หลายสิบไร่ ภายในบ้านมีเจ้าของคฤหาสน์หนุ่มหล่อไฟแรง ที่ทั้งเก่งและทะมัดทะแมง ในเรื่องการทำงานเขาไม่เป็นสองรองใคร ไม่ว่าจะเรื่องไหน ๆ ที่นอกเหนือจากเรื่องงานเขาก็เก่ง และที่เชี่ยวชาญที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องผู้หญิง เขาถือคติ ทำงานหนัก เที่ยวหนักเขายังคงสนุกกับชีวิตโสด ไม่อยากมีพันธะใด ๆ ให้หนักสมอง
นั่นคือสาเหตุที่เขาจะป้องกันตัวเองทุกครั้งในการ มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงทุกคน เพื่อความปลอดภัย และไม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงคนไหนใช้ช่องโหว่นี้มาเรียกร้องให้เขารับผิดชอบ
เขาไม่ใช่คนดี ไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นคนดี และผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตก็รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ใช่คนดี ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบนี้ มันอาจจะบิดเบี้ยวสักหน่อย สำหรับใครหลาย ๆ คน แต่สำหรับเขา มันก็โอเค สำหรับคนที่ต้องอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เกิด มีพ่อแม่ก็เหมือนไม่มี...ทำไมล่ะเขาจะทำอะไรก็ได้นี่ ใครจะกล้าห้ามนักธุรกิจใหญ่คนนี้ได้
“คุณชายครับมีคนมาขอพบครับ” พ่อบ้านวัยกลางคน เดินเข้ามาหาผู้เป็นนายอย่างนอบน้อม
“ใครกันมาแต่เช้า” เรือนร่างกันเซ็กซี่ที่พร่างพราวไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ กดปิดสวิตช์ลู่วิ่งแล้วก้าวเท้าลงมาหาลุงพ่อบ้าน
“ขอบคุณครับ” เขาเอ่ยปากขอบคุณพ่อบ้านที่ยื่นผ้าเช็ดตัวผืนเล็กให้ผู้เป็นนาย ลุงชัยเป็นพ่อบ้านมาตั้งแต่สมัยพ่อเขายังอยู่ที่นี่ จนตอนนี้ลุงก็ยังทำหน้าที่ดูแลนายน้อยอยู่เสมอ
“เป็นผู้หญิงกับเด็กทารกครับ”
“ลุงล้อผมเล่นรึเปล่าน่ะ ผู้หญิงกับเด็กทารกเนี่ยนะ จะมาหาผมทำไมกัน?” เจ้าของเรือนร่างอันเพอร์เฟกต์หัวเราะหึ ๆ แล้วกระดกน้ำเย็นฉ่ำเข้าสู่ลำคอแห้งผาก เพื่อให้ร่างกายที่พึ่งออกกำลังกายสดชื่นขึ้น
“ผมว่าคุณชายไปดูเองดีกว่าครับ”
“หึ ๆ ลุงนี่เล่นตลกแต่เช้า” เขาเดินไปหยิบเสื้อยืดคอกลม สีขาวแบรนด์ดัง สวมใส่มันลวก ๆ แล้วก้าวเดินฉับ ๆ ออกไปพบแขก ที่อ้างว่ามาพบเขา
“เอ็มม่า” เขาตาโตเมื่อผู้หญิงที่อุ้มเด็กทารกหันมาประจันหน้ากับเขา
“พอล” เธอเชิดคางขึ้นสูงตามฉบับผู้หญิงมั่นใจ แล้วอุ้ม เด็กลูกครึ่งหน้าตาน่ารักเดินเข้ามาหาเขา วันนี้แหละวันที่เธอจะได้อิสรภาพคืนสักที หญิงสาวคิดในใจ
“เดี๋ยว...นี่คืออะไร คุณมาที่นี่ทำไม แล้วนี่ลูกคุณเหรอ?” เขาถามเธออย่างสงสัย ไม่คิดเลยว่าเอ็มม่านางแบบสาวสวยที่เขาเคย เฟลิร์ทด้วย ปัจจุบันจะกลายเป็นคุณแม่ลูกอ่อน เธอเคยบอกเขานี่ ว่าไม่ชอบผูกมัดแล้วนี่เธอไปแอบมีสามีตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ใช่ค่ะ นี่เดซี่ ลูกสาวเรา” เธออุ้มเด็กน้อยเดินตรงเข้ามาหาเขาและจงใจเน้นคำว่า ‘ลูกสาวเรา’ ให้เขาได้ยินชัดเจน
“ให้ตายสิ คุณล้อผมเล่นเหรอ?” คนตัวโตย่นคิ้วเข้ม เข้าชิดกันอย่างสงสัย เขางงไปหมดแล้ว กับเธอไม่เคยสดสักหน่อย ไม่ใช่แค่กับเธอสิ กับทุกคนต่างหาก เขาป้องกันตัวเองดีตลอด มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะท้องลูกของเขา เมื่อไหร่กันที่เขาพลาดไป...
“อะไรที่ทำให้คุณคิดว่าเอ็มล้อเล่นคะ?” เธอยื่นเด็กน้อยไปให้เขา
“ก็คุณ...ใช้คำว่าลูกของเรา ทั้ง ๆ ที่เรา...เอ่อ” เขาพยายามควบคุมสติ ไม่ให้ตัวเองรู้สึกประหม่าจนหมดคราบนักธุรกิจ ผู้น่าเกรงขาม เพราะตอนนี้เขากลัวเหลือเกิน กลัวว่าสิ่งที่เธอพูด จะเป็นความจริง
“คุณอุ้มลูกไว้ก่อนสิคะ เดี๋ยวเอ็มเอาหลักฐานให้” เขาค่อย ๆ เอื้อมมือไปอุ้มเด็กน้อยอย่างจำนน เด็กทารกน้อยวัย 5 เดือนที่กำลังตาแป๋ว แก้มนิ่มขาวอมชมพูอย่างน่ารักน่าจุ๊บ เขารู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อยหลังจากที่ได้สัมผัสเด็กทารกที่เอ็มม่าบอกว่าเป็นลูกของเขา เขารู้สึกผูกพันกับเธออย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้สิ ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร?
“อันที่จริง คืนนั้นวันที่เราปาร์ตี้กัน พอลเมา เอ็มก็เมา เอ็มเองก็ลืมมันไปแล้ว คือเอ็มผิดเองที่ลืมคุม แต่...เอ็มเลี้ยงเด็กนี่ ไม่ไหวหรอกนะ เอ็มยังอยากทำงาน เอ็มยังอยากเป็นนางแบบระดับโลก แต่ถ้ามีเด็กนี่ ชีวิตเอ็มคงไปต่อไม่ได้ หมายถึงฝันของเอ็มต้องพังแน่ ๆ พอลเข้าใจใช่ไหม?” เธอค่อย ๆ อธิบายแล้วยื่นผลตรวจดีเอ็นเอให้เขา ซึ่งเธอใช้แผนจ้างให้รุ่นน้องนางแบบในสังกัดเดียวกันมาแอบเอารากผมของเขาไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อให้เขาดิ้นไม่หลุด เพราะอย่างไรมันก็ต้องมีหลักฐานที่เป็นเอกสารเขาถึงจะยอมรับ
“...” เขาหยิบกระดาษนั่นมาอ่าน แล้วก็พบว่าผลดีเอ็นเอตรงกัน 99 เปอร์เซ็น เด็กนี่เป็นลูกของเขาจริง ๆ คนตัวโตรู้สึกเหมือนหัวหนักอึ้งคิดอะไรไม่ออก เด็กทารกเพศหญิงหน้าตาน่ารักนี่ เป็นลูกของเขาจริง ๆ หรือ? บ้าไปแล้ว
“เดี๋ยว! นี่ผลตรวจดีเอ็นเอ คุณตรวจดีเอ็นเอฝ่ายเดียวได้ ด้วยเหรอ? ผมไม่เชื่อหรอก”
“คุณรู้จักผู้หญิงคนนี้ไหมคะ? เอ็มจ้างเธอมาแอบเอารากผมของพอลไปตรวจเองค่ะ” เธอเปิดรูปผู้หญิงคนหนึ่งให้เขาดู
“ดาริน” เขาเบิกตากว้างเพราะผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่เขา เคยมีความสัมพันธ์ด้วยช่วงเดือนก่อน
“ผมไม่เชื่อ คุณคิดว่าเรื่องแค่นี้มันจะทำให้ผมเชื่อคุณ งั้นหรือ?” เขาไม่ยอมจำนนง่าย ๆ หรอก เรื่องอะไรเขาจะเชื่อ เธออาจจะท้องกับคนอื่นก็ได้
“ถ้าไม่เชื่อพอลสามารถไปตรวจดีเอ็นเอดูอีกครั้งให้แน่ใจ ก็ได้ค่ะ ถ้าเด็กนี่ไม่ใช่ลูกพอล พอลฟ้องเอ็มได้เลย เอ็มเป็นคน ในวงการบันเทิง เอ็มไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ” เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ทำให้เขาคิดทบทวนดูอีกครั้งว่ามันอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ เพราะท่าทางเธอไม่ได้โกหก
“คุณไปอยู่ไหนมาตั้งนาน ทำไมพึ่งมาบอก” เธอน่าจะให้เขาได้มีเวลาเตรียมใจสักนิด ไม่ใช่มาเซอร์ไพรส์กันแบบนี้
“เอ็มหนีไปคลอดที่เมืองนอกมาค่ะ เอ็มกลัว เอ็มกลัวว่าพอลจะให้เอาเด็กออก เอ็มทำไม่ได้หรอกนะคะ แต่ถ้ามีใครรู้ชีวิตเอ็มดับแน่ ๆ เอ็มรู้กฎดี เอ็มไม่ต้องการอะไรจากพอลทั้งนั้น” เธอพยายามอธิบายเพราะครอบครัวเธอก็มีหน้ามีตาทางสังคม ระหว่าง ทั้งสองเกิดขึ้นจากความสนุกเท่านั้น
“แล้วไงเอ็ม...คุณมาที่นี่ต้องการอะไร ถ้าอยากให้ผมรับผิดชอบ มันก็ได้นะ แต่...” ไม่รู้จะพูดยังไงมันจุกที่คอหอยไปหมด คำพูดที่จะพูดออกมา เขาก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรหรอกนะ แต่เรื่องนี้มัน
“พอลแค่เลี้ยงเขาให้ดีก็พอลค่ะ เอ็มจะไม่กลับมาเจอเขาอีก เอ็มสัญญา พอลเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วย เอ็มไม่อยากใครรู้” เธอยักไหล่พูดหน้าตาเฉย อุ้มท้องมาตั้ง 9 เดือนเธอเป็นแม่ ไม่รู้สึกผูกพันกับลูกบ้างเลยหรือ?
“อะไรนะเอ็ม คุณหมายถึง จะให้ผมเลี้ยงเด็กคนนี้ คนเดียวงั้นหรือ?” นี่ต่อไปเขาจะกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวงั้นหรือ? เขาไม่ว่าอะไรหรอกนะ ถ้าเธอจะเป็นคนเลี้ยงแล้วให้เขาส่งเงินซัปพอร์ตลูก ทุกเดือน แต่นี่เธอเอาลูกมาทิ้งไว้ให้เขาเลี้ยงเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว
“ค่ะ เอ็มลาก่อนนะคะ ฝากพอลดูแลลูกด้วย อ้อถ้าผลตรวจออกมาแล้วยัยหนูนี่ไม่ใช่ลูกคุณ คุณอุ้มเด็กนี่ไปส่งที่หน้าบ้านเอ็ม ได้เลยค่ะ แต่ถ้าใช่ก็เป็นหน้าที่คุณนะ” เธอยื่นขวดนมให้กับเขาแล้วกลับหลังหันเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงทารกน้อยน่ารัก ที่ร้องไห้งอแงขึ้นมา เพราะถูกแม่ผู้ให้กำเนิดทิ้งไว้อย่างไม่เหลียวแล กับเอกสารทุกอย่างที่เกี่ยวกับการมอบอำนาจให้พ่อเด็กแต่เพียง ผู้เดียว
“เอ็มเดี๋ยว!” เขาร้องเรียกเธอไว้ แต่เธอไม่ แม้จะกลับหลังหันมามองเขาและลูก
“อุแง้ ๆ ๆ” เสียงทารกร้องระงมไปทั่วบ้าน
“นี่ฉันฝันไปเหรอ?” คนตัวโตเดินไปที่โซฟาตัวนุ่ม แล้ว ค่อย ๆ นั่งลง อาการเหมือนเข่าทรุด ไม่มีแรง สมองตื้อไปหมด ต่อไปจะเอาอย่างไรกับชีวิตดี จู่ ๆ เขาก็กลายเป็นพ่อลูกอ่อน แถมยังถูก แม่เด็กทิ้งไปอย่างงง ๆ ให้กลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว ให้ตายเหอะ เขาเคยเลี้ยงเด็กซะที่ไหนกัน
“อุแง้ ๆ ๆ”
“เงียบสิวะ เด็กบ้า” คนตัวโตขู่คำรามให้เด็กหยุดร้อง เด็กน้อยที่น้ำตาคลอเบ้ากะพริบตาปริบ ๆ มองผู้เป็นพ่ออยู่ครู่หนึ่งแล้วร้องไห้งอแงขึ้นมาอีกครั้งเสียงดังกว่าเก่าทำเอาเขาแก้วหูแทบแตก
“อุแง้ ๆ ๆ”
“แม่บ้านมานี่ที...ใครอยู่แถวนี้วะมานี่ซิ” คนตัวโตผู้ไม่มีประสบการณ์การเลี้ยงเด็กร้องโวยวายลั่นบ้าน
“เด็กน้อยฉันไหว้ล่ะ เงียบเถอะนะ” เขาพยายามปลอบ แต่มันก็ไม่เป็นผล เธอร้องไห้หนักกว่าเก่า
“อุแง้ ๆ ๆ”
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณชาย?” พ่อบ้าน แม่บ้านรีบวิ่งเข้ามาหา ผู้เป็นนายอย่างโกลาหล
“เด็กนี่ร้องใหญ่เลย ทำยังไงก็ได้ให้หายร้องที” ถ้ายัยเด็กนี่ ยังจะร้องอยู่แบบนี้เขาคงไม่มีสติจะคิดหาทางออกตอนนี้แน่
“สงสัยเธอคงจะหิวนมน่ะค่ะ คุณชายลองเอานมให้เธอดูด สิคะ” แม่บ้านแนะนำเขา เธอเองก็ไม่เคยเลี้ยงเด็กซะด้วยสิ เพราะเป็นสาวโสดไม่เคยมีลูก แต่ก็จำ ๆ เขามาอีกที
“จะบ้าเหรอ? ผมมีเต้าซะที่ไหน?” คุณพ่อลูกอ่อนขมวดคิ้วเข้าหากัน
“ไม่ใช่ค่ะ ป้าหมายถึง ขวดนมในมือคุณชาย”
“งั้นเหรอ?” เขาค่อย ๆ ยัดขวดนมเข้าปากเด็กน้อย เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทารกน้อยตาแป๋วค่อย ๆ ดูดนมจากขวดจ๊วบ ๆ ผู้เป็นพ่อแอบยิ้มแวบเดียว อย่างดีใจที่ทำให้เธอหยุดร้องได้ แต่เขา ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อนึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ไม่ไหวหรอก เขา เลี้ยงเด็กไม่ไหวแน่ ๆ