ตอนที่1 ตระกูลคนบาป

1314 Words
ตอนที่1 ตระกูลคนบาป "เฮียแย่แล้วผมขับรถชน ตายเกลื่อนเลย!" "อะไรนะ พูดใหม่อีกทีซิ..." ชายหนุ่มผู้เป็นพี่ชายหยุดฝีเท้ากึก เขาตกใจไม่น้อยต่อคำกล่าวถึงเหตุร้ายนี้ พอจะอ้าปากถามย้ำต่อก็ต้องนิ่วหน้าเข้าไปอีกเมื่อได้ยินสัญญาณเตือนมาจากโทรศัพท์มือถือ "เชี่ยเอ้ย! มาแบตหมดอะไรตอนนี้วะ" น้ำเสียงที่สบถออกมานั้นไม่เบาเอาเสียเลย จนผู้คนที่เดินผ่านในโถงสนามบินต่างหันมองมา แต่มีหรือที่คนอย่างกฤต ปรีชากุลจะสน คนสุดห่ามวัยสามสิบพร้อมบวกทุกสถานการณ์อย่างเขาเคยกลัวอะไรเสียที่ไหน ยิ่งเวลานี้กำลังเดือดเรื่องของน้องชายคนเล็กอยู่ด้วย หากมีใครเข้ามาวุ่นวายกับเขาในตอนนี้ ล่ะก็ คงได้ถูกอัดจนแข้งขาหัก หรือร้ายที่สุดก็คงได้เตรียมโลงศพให้ญาติไปรอเผาได้เลย "ห่าเอ้ย! ไอ้น้องเวรมันสร้างเรื่องให้อีกแล้ว จะต้องรีบไปคุยธุระซะด้วยสิ" ร่างสูงกำยำที่เพิ่งหันมาใส่สูทครั้งแรกแทบอยากจะถอดเสื้อปามันทิ้งตรงนี้ "ขยันหาเรื่องมาให้ปวดหัวทุกวันเลยไอ้พวกห่านี่ ถ้าไม่มีกูสักคนพวกมึงจะอยู่กันได้ไหมเนี่ย!" ถึงปากกฤตจะบ่นไม่เลิก แต่เขาก็รีบจ้ำอ้าวเดินออกจากสนามบิน โบกเรียกรถแท็กซี่เพื่อเปลี่ยนทิศทางไปยังจุดหมายใหม่ เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รถแท็กซี่ก็ขับมาจอดหน้าประตูรั้วสูงตระหง่าน ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในรถมองไปยังป้ายหน้าบ้านที่เขียนไว้ว่า 'ปรีชากุล' บ้านหลังนี้เป็นมรดกตกทอดของพ่อแม่ซึ่งเหลือทิ้งไว้ให้ที่กรุงเทพ น้องทั้งสองใช้ชีวิตในเมืองกรุง ส่วนเขานั้นอยู่ประจำที่ไร่แสงตะวันในจังหวัดเชียงใหม่ หากวันนี้ไม่มีเรื่องงานจนต้องขึ้นมากรุงเทพ เขาก็คงขลุกตัวอยู่ในสวนในไร่ที่เต็มไปด้วยมวลดอกไม้ที่ตนรักปานลูกในไส้เช่นเคย ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนละสายตาจากป้ายหน้าบ้านมาทางคนขับรถแท็กซี่ "ไม่ต้องทอน" เขาพูดกับคนขับรถเพียงสั้นๆ ก็รีบเปิดประตูก้าวลงไปเดี๋ยวนั้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปิดประตูรถดังปัง คนขับแท็กซี่หันมามองเขา ถึงจะไม่พอใจก็ไม่กล้าพูดหรอก เพราะดูจากท่าทางของชายหนุ่มแล้ว เขาเดือดจนแทบจะฆ่าคนได้เลยกระมัง ร่างสูงรีบจ้ำอ้าวเข้ามาในบ้าน ในใจก็ภาวนาไปด้วยว่าอย่าได้มีเหตุด่วนเหตุร้ายถึงขั้นขับรถชนคนตายเลย แค่มีคนบาดเจ็บก็พอทำเนาอยู่หรอก แต่ถ้ามีคนตาย...แถมยังเกลื่อนอีก ชีวิตน้องเขาคงจบเห่พังพินาศย่อยยับ กฤตเข้ามาถึงลานหน้าบ้านด้วยใจร้อนรุ่ม แต่พอมาถึง สิ่งที่เห็นก็ทำให้สองขาที่ก้าวมาอย่างเร็วต้องหยุดยืนนิ่ง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองบนพื้น หัวใจเขาเสียววาบทันทีที่เห็นกระถางต้นไม้ดอกไม้แตกกระจายเกลื่อนไปหมด ไม่แค่นั้นหรอก กฤตยังต้องปวดหัวจี้ดไปกับเสียงของเกรท...น้องชายคนรองซึ่งกำลังแหกปากใส่อีกคนอยู่ใกล้ๆ กันนี้เอง "ไอ้กัณฐ์ ทำอะไรของมึงไอ้เชี่ย!!" "..." "ไอ้น้องเวร กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าอย่าซิ่งให้มันมากนัก..." กฤตได้ยินไม่ค่อยชัดนักหรอก รู้แค่ว่าเกรทมันเดือดมากจนถึงขั้นด่ากราดแบบน้ำไหลไฟดับ มันเล่นด่าเสียจนไม่มองดูเลยว่ามีพี่ชายยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้แล้ว "ไอ้เกรท! ไอ้กัณฐ์!" เพราะสุดจะทนฟังแล้วนั่นล่ะ กฤตตะโกนลั่น แทบทันทีน้องชายทั้งสองถึงกับหันมองมาหน้าตาตื่น "ทำบ้าอะไรกัน แล้วไหนอะไรที่ตายเกลื่อน!!" กฤตกวาดตามองน้องทีละคน ก่อนจะมาหยุดตรงหน้าไอ้ตัวก่อเหตุ "ไอ้กัณฐ์ มึงขับรถชนอะไร" "..." "ตอบ!" เพราะเสียงที่ดุออกปานนั้น น้องคนรองอย่างเกรทก็รีบชี้ไปที่พื้น ตรงกระถางต้นไม้ที่กฤตเพิ่งเห็นมันแตกยับเมื่อครู่นี้ "ไอ้กัณฐ์! นี่มึง…" กฤตแทบควันออกหู ยิ่งเห็นรอยยิ้มกว้างแทบจะฉีกไปถึงรูหูของไอ้น้องคนเล็กด้วยแล้วเขายิ่งโมโหจัด จนสุดท้ายทนไม่ไหวคว้าหลังคอน้องเล็กสุดแสบมายืนด่าใกล้ๆ "แค่ชนกระถาง แต่บอกว่าตายเกลื่อน กล้าเล่นแบบนี้ได้ไงวะ รู้ไหมว่ากูตกใจแค่ไหน ต้องทิ้งงานรีบมาหาก็เพราะกลัวว่ามึงจะทำใครตาย แล้วนี่อะไร" กฤตชี้ไปที่กระถางต้นไม้ "สนุกมากเลยใช่ไหม!" "เฮียอย่าด่ามันเลย มันแตกไปแล้วก็แค่ซื้อใหม่ เรื่องเล็กน้อยเองแค่นี้" กฤตหันมองน้องคนรอง สายตาของเขาเขียวปั๊ดที่เห็นว่าน้องชายกำลังจะถูกสาปเลยรีบเบรกเอาไว้ก่อน "เอ็งก็อีกคนไอ้เกรท เฮียส่งมาเป็นชาติแล้วยังไม่เอาลงดินอีก หรือจะรอให้มันงอกเบิกบานในกระถางพวกนี้ซะก่อนห๊ะ" คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยถูกด่าไปอีกหนึ่งดอก กฤตเห็นแล้วว่าหน้าน้องชายมันถอดสีไม่น้อย แต่เขาก็เบรกอารมณ์ไม่อยู่แล้วจริงๆ "เออ โดนด่าแค่นี้เป็นใบ้กันเลยหรือไง" "ครับเฮีย ว่าจะทำวันนี่แหละ แฮร่" เสียงแฮร่ที่ดังตบท้ายของน้องคนรองทำเอากฤตหน้าดำคล้ำยิ่งกว่าเดิม ในใจมันเดือดปุดๆ ไปเพราะความกวนประสาทของน้องทั้งสอง โดยเฉพาะกับไอ้ตัวก่อเหตุ... "ก็เฮียเล่นพูดคนเดียว ใครมันจะแทรกทันอ่า" นั่นไงล่ะ กัณฐ์ปากไวอีกตามเคย แล้วก็เป็นพี่ชายอย่างกฤตอีกที่ต้องแยกเขี้ยวใส่มันด้วยความโมโห "ปากดีจังนะไอ้ตัวแสบ" "ผมเปล่าน้าเฮีย แค่เป็นคนตรงๆ เองครับ" "เดี๋ยวตบกบาลแยกเลย" คนถูกดุมีหรือจะกลัว แต่ก็ทำหน้าสลดไปอย่างนั้น คนที่รู้ดีสุดคือเกรท เขามองพี่ชายที น้องชายที ก่อนจะถอนหายใจแล้วเข้ามาห้ามศึกสายเลือดในครั้งนี้ "เอาแบบนี้นะเฮีย เราเข้าบ้านกันก่อนดีไหม ใจจะได้ร่มๆ" กฤตถอนใจเฮือกใหญ่ เขาเดินนำน้องเข้ามาก่อน แต่พอเดินมาได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงัก มองสภาพบ้านที่ต่างไปจากเดิม "นี่มัน…" พูดไม่ออกเลยจริงๆ ในบ้านเต็มไปด้วยลูกโป่งหลากสีที่มีหลายขนาด อีกทั้งยังมีเค้กก้อนโตที่วางอยู่ตรงกลางโต๊ะอาหารอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีทั้งกล่องของขวัญ และอะไรต่อมิอะไรมากมาย หนำซ้ำตอนนี้ เกรทดันเดินไปถือหมวกปาร์ตี้หลากสีแล้วเดินตรงมาที่พี่ชายก่อนสวมหมวกให้กับคนเป็นพี่ แล้วบรรยากาศที่เพิ่งร้อนระอุเป็นไฟเมื่อสักครู่ก็ดูจะเปลี่ยนไปชั่วพริบตา น้องทั้งสองฉีกยิ้มหวานมาให้พี่ชาย แม้รอยยิ้มนั้นจะดูฝืนมากเอาการก็ตามเถอะ แล้วอย่างไรล่ะ สำหรับกฤตแล้วเขาควรยิ้มออกเหมือนอย่างพวกมันหรือ... "ไอ้เกรท ไอ้กัณฑ์ ทำบ้าอะไรกันวะ" ทันทีทันใดสองพี่น้องก็ชี้นิ้วใส่กันเอง ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นคนจัดงานวันเกิดให้พี่ชาย "ให้มันได้อย่างนี้สิ ลืมไปแล้วหรือไงว่าวันนี้วันตายของใคร"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD