bc

อ้อนรักนางกำนัลตัวน้อย (5P)

book_age18+
1.2K
FOLLOW
4.5K
READ
comedy
twisted
sweet
heavy
lighthearted
kicking
like
intro-logo
Blurb

ธิตาภาสาวน้อยวัยใส นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ชั้นปีที่หนึ่ง(เอกภาษาจีน) เธอมีความใฝ่ฝันในวัยเด็กว่าอยากจะเป็นไกด์พาผู้ท่องเที่ยว เที่ยวชมแหล่งโบราณสถานต่าง ๆ ของประเทศจีน จึงได้มุ่งหน้าเข้ามาศึกษาในคณะนี้ แม้จะต้องหารายได้เสริมโดยการทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยเธอก็ไม่ย่อท้อแต่อย่างใดเนื่องด้วยเธอมียายที่รักคอยเป็นกำลังใจให้อยู่เสมอ

แต่แล้วด้วยอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดมาก่อนได้เกิดขึ้น ในวันที่เธอต้องรีบเดินทางไปหายายที่ป่วยนอนพักรักษาตัวในรพ.แห่งหนึ่ง จึงได้ถูกรถชนเข้าทำให้เธอได้ตายจากโลกยุคปัจจุบันกลับไปเกิดใหม่ในร่างเดิมของตนที่สิ้นบุญไปแล้วในยุคจีนโบราณ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเพียงนางกำนัลรับใช้ตัวเล็ก ๆ ในวังหลวงเพียงเท่านั้น

เดิมทีการใช้ชีวิตอยู่ในยุคจีนโบราณนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยากหนักหนาแสนสาหัสอยู่แล้ว แต่กลับมีเรื่องราวยุ่งยากมากมายจากบุรุษมากหน้าหลายตาที่คอยวนเวียนเข้ามาใกล้ชิดในชีวิตของเธออีกด้วย

หนึ่งคือองค์ฮ่องเต้ผู้มีใจรักมั่น มีคติประจำใจอยู่ว่า “ถ้าเขาจะรักเป็นแค่นางกำนัลเขาก็รัก”

สองคือองค์ไท่จื่อผู้มิเคยยอมพ่ายแพ้ต่ออุปสรรคใดในรัก ยึดมั่นในคติของตนที่ว่า “ที่หนึ่งไม่ไหว ขอเต็มใจเป็นที่อะไรก็ได้ หวังเพียงได้อยู่คู่เคียงกับนางกำนัลตัวน้อยที่ตนหมายตาไว้ก็เพียงพอแล้ว”

สามคือหมอหลวงผู้หล่อเหลาและงามสง่า เพียงปรายสายตามาเหลือบแลมองเท่านั้น ก็พลันสั่นไหวไปทั้งหัวใจเสียแล้ว

สี่คือท่านแม่ทัพผู้องอาจ นอกจากจะมีอาการคลั่งรักอย่างหนักแล้ว ยังร่วมรักเก่งไม่แพ้ผู้ใดอีกด้วย

ภายใต้ศึกชิงนางอันดุเดือดนิด ๆ จากผู้งานดีทั้งที่คน แท้จริงแล้วใครกันคือผู้ที่จะชนะในศึกรักครั้งนี้?

กลยุทธ์การศึกใดก็ช่วยหลบไปก่อนเถิด ผู้งานดีทั้งสี่คนในนิยายรักจีนโบราณเรื่องนี้ ขอยึดหลักการ “มารยาใดพวกข้าล้วนไม่เกี่ยง ขอเพียงมีเจ้าร่วมเตียงก็พอใจแล้ว” เท่านั้นเอง

chap-preview
Free preview
เกิดใหม่ในยุคจีนโบราณ

ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ขณะที่อาจารย์ประจำภาควิชากำลังสอนเรื่องปรัชญาจีนโบราณอยู่ แต่ธิตาภากับมีอาการเหม่อลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนัก เนื่องด้วยมัวพะวงเฝ้าคิดถึงแต่ยายที่ป่วยออดแอด ๆ ของตนแล้วก็อดที่จะหวั่นใจขึ้นมาไม่ได้ เพราะยายนั้นเป็นคนที่เธอรักมากที่สุด เนื่องจากพ่อและแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุจากไปตั้งแต่เธอยังเล็ก ยายจึงเป็นที่พึ่งทางใจอย่างเดียวที่เธอเหลืออยู่ อีกทั้งยายยังคอยเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เธออายุได้เพียงเจ็ดขวบเท่านั้น

เมื่อเสียงออดดังบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น ธิตาภาจึงรีบก้าวเท้าออกจากห้องเรียนโดยทันที ทำเอาอรอนงค์เพื่อนรักเพียงคนเดียวของเธอต้องรีบวิ่งตามออกมาด้วยความรวดเร็ว

"ยายธิ แกจะรีบไปไหนนักหนาเนี่ย เพิ่งจะเลิกเรียนก็เดินจ้ำเอา ๆ เลยนะ แกเคยเห็นใจในหุ่นของฉันบ้างไหมเนี่ย? กว่าจะวิ่งตามแกมาทัน"

อรอนงค์พูดขึ้นพร้อมกับหอบแฮ่ก ๆ ไปด้วย

"ฉันจะรีบกลับบ้านไปดูยายของฉันหน่อยน่ะแก ช่วงนี้ยายของฉันไม่ค่อยสบาย เห็นไอถี่ๆ และดูเหนื่อยเอามาก ๆ เลย" ธิตาภาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน

"ถ้าอย่างนั้นแกกลับไปดูยายของแกก่อนก็ได้ สักหกโมงเย็นแกออกมาเจอกันที่ร้านนมปั่นร้านเดิมที่เราไปนั่งกินด้วยกันบ่อย ๆ หลังมอได้ไหม? ฉันมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับแก" อรอนงค์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

"อืม ได้สิ แล้วเจอกันนะแก"

ธิตาภารับคำพร้อมทั้งเดินไปรอขึ้นรถสองแถวเดินทางกลับบ้านเช่าของตนกับยาย

เมื่อกลับเข้าไปในบ้านเช่าแล้ว ธิตาภาก็พบว่ายายของตนกำลังไอโขลกๆ อยู่จนตัวโยน จึงรีบเข้าไปประคองยายให้ลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ พร้อมทั้งจัดยาแก้ไอและน้ำอุ่นมาให้ยายของตนด้วย

"ยายจ๋า....กินยาแก้ไอนี่เสียหน่อยนะจ๊ะ จะได้หายป่วยเร็ว ๆ" 

ธิตาภาพูดขึ้นพร้อมทั้งวางยาเม็ดสีเหลืองเม็ดเล็ก ๆ ลงบนฝ่ามือของยาย

"ขอบใจมากนะลูก" ยายของธิตาภาพูดขึ้นพร้อมทั้งหยิบยามาใส่ปากด้วยมืออันสั่นเทา

"น้ำอุ่นด้วยจ้ะยาย" ธิตาภาพูดพร้อมกับยื่นแก้วน้ำอุ่นส่งให้ ยายจึงรับแก้วน้ำอุ่นนั้นยกขึ้นมาจิบช้า ๆ ก่อนจะหายใจออกมาเสียงดัง

"ยายจ๋า ยายเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะตอนนี้?" ธิตาภาถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

"ยายไม่เป็นไร ยายไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้ยายก็ตื่นไปขายมาลัยที่ตลาดได้แล้ว หนูไม่ต้องเป็นห่วงยายหรอกนะลูก" ยายพยายามพูดด้วยน้ำเสียง

ร่าเริง เพราะไม่อยากให้ธิตาภาต้องมาคอยคิดมากกับอาการเจ็บป่วยของตน

"ก็หนูรักยายมากนี่จ๊ะ จะไม่ให้หนูเป็นห่วงยายได้อย่างไรกัน ยายจ๋า ยายไม่ต้องไปขายพวงมาลัยที่ตลาดแล้วนะจ๊ะ ต่อจากนี้ไปหนูจะดูแลยายเอง" ธิตาภาพูดขึ้นพร้อมทั้งหยิบแบงค์พันสามใบยัดใส่มือของยาย

"หนูไปเอาเงินมาจากไหนตั้งเยอะเหรอลูก?" เสียงยายถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ

"ยายจ๋า ที่หนูบอกยายว่าหนูขอไปทำการบ้านและโครงงานที่บ้านเพื่อนนั้น ความจริงแล้วหนูไปทำงานพิเศษมาจ้ะยาย" 

ธิตาภาเพิ่งเริ่มทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนมาได้ราวหนึ่งสัปดาห์แล้ว ซึ่งงานพิเศษที่เธอทำนั้นคือการจัดเตรียมโต๊ะไว้ให้บริการลูกค้า และคอยเสริฟ์อาหาร เหล้า เบียร์และกับแกล้มให้กับลูกค้านั่นเอง แต่เธอรับงานไม่เกินสี่ทุ่มเนื่องจากต้องรีบกลับมาดูแลยายที่ป่วยออดแอด ๆ ของเธอ

ย้อนไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อนตอนที่ยายของเธอเริ่มป่วยหนัก หมอที่ทำการรักษาได้แจ้งว่ายายของเธอนั้นป่วยเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดทำบายพาสหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราว ๆ สี่แสนบาท เธอจึงได้ตัดสินใจทำงานพิเศษนี้อย่างไม่มีทางเลือก

เมื่อเห็นยายกินยาเสร็จแล้ว ธิตาภาจึงจัดเตรียมกับข้าวไว้ให้ยายของตนอย่างง่าย ๆ คือโจ๊กใส่ไข่หนึ่งชาม ก่อนที่ตนจะอาบน้ำแต่งตัวไปทำข้างนอกโดยไม่ลืมฝากยายของตนไว้กับเพื่อนบ้านผู้แสนดีคือลุงชิตกับป้าช้อยให้ช่วยดูแลยายแทนตนด้วย และหากเกิดอะไรขึ้นสามารถโทรหาตนได้ทันที

ธิตาภาก้าวขาออกจากบ้านเช่าด้วยความรีบเร่ง เนื่องด้วยขณะนี้เลยเวลานัดหมายกับอรอนงค์เพื่อนรักมาได้เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว เมื่อไปถึงยังร้านนมปั่นเจ้าประจำของตน ธิตาภาก็พบว่าอรอนงค์กำลังนั่งกดโทรศัพท์มือถือด้วยใบหน้าที่งอเง้าบอกบุญไม่รับอยู่ จึงเดินเข้าไปนั่งยังฝั่งตรงกันข้ามและเอ่ยขึ้นมาอย่างตรงประเด็นว่า "แกมีเรื่องสำคัญอะไรจะคุยกับฉันอย่างนั้นหรือยายอร?"

เมื่อได้ยินเสียงของเพื่อนรักเอ่ยทัก อรอนงค์จึงเงยหน้าขึ้นมามองอย่างเสียมิได้ พร้อมทั้งทำหน้าตางอเง้าอย่างเป็นพิธีก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า "ฉันคิดหาวิธีช่วยให้แกหาเงินสี่แสนไปรักษายายของแกได้แล้วนะยายธิ"

"วิธีไหนหรือแก?" ธิตาภาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

"เป็นเด็กเสี่ยไง" อรอนงค์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น

"ฉันไม่เป็นเด็ดขาด ให้ตายยังไงฉันก็ไม่ยอมขายตัวเด็ดขาด"

ธิตาภาปฏิเสธขึ้นมาเสียงแข็ง

"แกอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ" อรอนงค์ท้วง

"แกลองมาฟังฉันเล่าโพร์ไฟล์ของเสี่ยที่คิดจะเลี้ยงแกให้แกฟังก่อน ไม่แน่เห็นหน้าเห็นหุ่นเขาแล้วแกอาจจะชอบเขาก็เป็นได้นะ" อรอนงค์พูดขึ้น

"เสี่ยคนนี้เป็นทหารยศสูงมาก" อรอนงค์กล่าวหยั่งเชิง

"แก่ หัวล้าน อ้วนพุงพลุ้ย ฉันขอบายนะ แกเลิกพูดได้แล้ว" ธิตาภากล่าวตัดบท

"แกฟังฉันพูดให้จบก่อน" อรอนงค์ท้วงขึ้น

"พี่เขาชื่อผู้พันเข้มอายุสามสิบสองปี ชื่อจริงชื่อขจรศักดิ์" 

"ชื่อเช้ย เชย" ธิตาภาเบ้ปากอย่างเริ่มหมั่นไส้คนที่ตนรู้จักแค่ชื่อแต่ยังไม่เคยเห็นหน้า

"แล้วเป็นผู้พันตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนี้ใช้เส้นสายหรือยังไงกันใครจะไปรู้?"

"ฟังให้จบก่อนแก ฟังฉันก่อน" อรอนงค์ปรามขึ้นมาอีกรอบ

"ว่าไป ฉันแค่อยากรู้ข้อมูลเขา แต่ฉันจะไม่ยอมขายตัวให้เขาอย่างแน่นอน" ธิตาภากล่าวเสียงหนักแน่น

"พี่เขาเป็นลูกครึ่งไทยอเมริกันผิวสี แม่เป็นคนไทยแท้ ๆ ส่วนพ่อเป็นอเมริกันผิวสี" 

"อ่อ เขาเป็นลูกครึ่งแล้วยังไงต่อ?" ธิตาภาเอ่ยถามขึ้นอีก

"ข้อตกลง ถ้าแกยอมเป็นแฟนกับเขาสองปี เขาจะให้เงินแกหกแสนบาท วันแรกที่มีอะไรกันเขาจะให้เงินแกสองแสนบาท หลังจากนั้นเขาจะให้เงินแกอาทิตย์ละหนึ่งแสนบาทจนครบสี่แสน เพื่อให้แกเอาเงินไปรักษายายของแก  และหลังจากนั้นทุกอาทิตย์พี่เขาจะทยอยให้เงินแกเรื่อย ๆ จบครบหกแสนภายในสองปีที่ตกลงกันไว้ ข้อเสนอนี้แกจะว่ายังไงบ้าง?  มีเงินไปรักษายายภายในไม่ถึงเดือนเลยนะแก"อรอนงค์พูดขึ้น

"แล้วรูปร่างหน้าตาเขาเป็นยังไงบ้าง?" ธิตาภาเอ่ยถามขึ้นมาอีก 

"ก็ สูง หล่อ เข้ม ตัวใหญ่ ๆ หน่อยอะ" อรอนงค์พูดขึ้นพร้อมทั้งยื่นโทรศัพท์มือถือส่งให้กับธิตาภาดูรูปของเข้มที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ 

ธิตาภาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอนั้นอย่างเสียมิได้ เมื่อเพ่งมองไปที่หน้าจอแล้วก็พบว่า ผู้ชายที่ชื่อเข้มคนนี้หุ่นดีมาก ก.ไก่ล้านตัวเลยแหละมั้ง  กล้ามเป็นมัด ๆ  ต้นขาแข็งแรง สูงเกือบสองเมตร แววตาสีเพลิงคมกริบที่เพียงแค่ตวัดสายตามองก็อาจจะเฉือนคนอื่นเป็นชิ้น ๆ ได้แล้ว..... 

'ก็แล้วยังไง ถึงอย่างไรฉันก็ไม่เคยรู้จักเขามาก่อนนี่' ธิตาภาคิดขึ้นมาในใจก่อนจะส่งโทรศัพท์คืนไปให้กับอรอนงค์ พร้อมกับพูดต่อไปว่า "ขอบคุณในความหวังดีของแก แต่ฉันรับไว้ไม่ได้จริง ๆ แล้วแกไปรู้จักมักจี่กับเขาได้ยังไงฮะยายอร?" 

"แกลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันก็มีพ่อเป็นทหาร แกยังเคยไปหาฉันที่ค่ายทหารสมัยที่เรายังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายด้วยกันอยู่เลย แค่นี้ก็ทำเป็นจำไม่ได้เสียแล้ว" อรอนงค์พูดขึ้น

"ก็แล้วแกไปรู้จักกับเขาได้ยังไงล่ะ?" ธิตาภาถามย้ำขึ้นมาอีก

"เขามาหาพ่อฉันที่ค่ายแล้วเห็นรูปแก เขาเลยคุยกับฉันเรื่องแก ก็เลยได้รู้จักกัน"

อรอนงค์พูดขึ้นพร้อมทั้งหยิบโทรศัพท์จากมือของธิตาภามาไว้กับตนตามเดิม

"อืม ช่างมันเถอะ ถ้าแกได้คุยกับเขาอีกก็ช่วยบอกเขาด้วยนะว่าฉันไม่ได้ขายตัวและไม่ได้อยากเป็นเด็กเสี่ยด้วย  ฉันขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะ" ธิตาภาเอ่ยขอตัวอย่างมีมารยาท 

แต่ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน กลับมีเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาเสียก่อน เมื่อธิตาภาเปิดดูจึงพบว่าผู้ที่โทรมาหาตนคือลุงชิตนั่นเอง จึงกดรับสายโทรศัพท์ด้วยความรวดเร็วและกรอกเสียงลงไปว่า

"สวัสดีค่ะลุงชิต โทรมามีอะไรหรือเปล่าคะ?"

"หนูธิ หนูทำใจไว้ดี ๆ นะลูก ตอนนี้ยายของหนูอยู่ที่รพ.xxx อาการไม่สู้ดี หมอบอกว่ายายของหนูคงไม่รอดแน่แล้ว อยากให้หนูรีบมาดูใจยายตอนนี้ได้ไหมลูก?" เสียงปลายสายพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนปนความเศร้า

"ได้ค่ะ หนูจะรีบไปตอนนี้เลยค่ะ"

ธิตาภาพูดขึ้นพร้อมกับรีบร้อนออกไปจากร้านนมปั่นทันที ทิ้งให้

อรอนงค์ต้องรีบวิ่งตามไปติด ๆ

และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อรถกระบะที่ขับมาด้วยความเร็วสูงชนเข้ากับร่างของธิตาภาอย่างแรง จนร่างของเธอกระเด็นไปได้ไกลเกือบสามเมตรก่อนที่ร่างของเธอจะร่วงลงสู่พื้นสิ้นใจตายไปในทันที 

แต่เมื่อดวงวิญญาณของเธอได้ออกจากร่างมาแล้ว ด้วยความเป็นห่วงยายจึงได้แวบมาที่รพ.ตามที่ลุงชิตบอก  เมื่อไปถึงก็พบว่าหมอและพยาบาล

กำลังช่วยกันปั๊มหัวใจให้ยายของตนอยู่อย่างเต็มความสามารถ 

จนกระทั่งมีเสียงดังขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ายายของเธอได้สิ้นใจจากโลกนี้ไปแล้วเช่นกัน

ธิตาภามองดูมองดวงวิญญาณของยายที่กำลังเคลื่อนออกจากร่างด้วยความงุนงง ก่อนที่ยายจะมายืนอยู่ข้างเตียงและส่งยิ้มให้เธออย่างมีเมตตาและเลือนหายไปอย่างช้า ๆ ทิ้งให้ธิตาภาต้องยกมือขึ้นมาคว้าไว้ได้เพียงแค่อากาศเท่านั้น

ก่อนที่ธิตาภาจะทันได้ฟูมฟายต่อสิ่งใดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วฉับไวเช่นนี้  ก็พลันมีเสียงดังขึ้นมาจากทางด้านหลังว่า  "เจ้าจงไปกับข้าประเดี๋ยวนี้"

เมื่อธิตาภาหันหน้าไปมองก็พบเข้ากับบุรุษผู้หนึ่งที่แต่งตัวด้วยชุดขาวราวกับเป็นผู้ปฏิบัติธรรมอยู่เป็นนิจ ในมือข้างขวาถือหนังสืออยู่หนึ่งเล่มกำลังจ้องมองมาที่ตนอยู่

"คุณเป็นใครกันเหรอคะ?" ธิตาภาเอ่ยถามด้วยความงุนงงสงสัย

"ข้าคือยมทูตที่จะพาดวงวิญญาณของเจ้าไปเกิดใหม่"

"ไปเกิดใหม่ที่ไหนกันเหรอคะ? แล้วฉันก็เพิ่งจะตายไปเมื่อไม่นานมานี้ ทำไมถึงได้ไปเกิดใหม่ไวนักหรือคะ?" ธิตาภารัวคำถามใส่เป็นชุดด้วยความสงสัยหนักมาก

"เจ้าหมดบุญในภพปัจจุบันชาตินี้ก็จริง แต่อายุขัยของเจ้ายังไม่หมด เพราะฉะนั้นข้าจะให้เจ้าไปเกิดใหม่ในร่างเดิมของเจ้าในภพอดีตแทน"

ยมทูตเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งเปิดหนังสือที่ถือมาด้วยออกมาตรวจดูอีกครั้งเพื่อความแน่นอน

"นี่ไม่เท่ากับว่าฉันต้องไปแย่งชิงร่างกับดวงวิญญาณเจ้าของร่างเดิมหรือคะ ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ" ธิตาภาปฏิเสธขึ้นมาเสียงเข้ม

"เจ้าของร่างเดิมได้หมดบุญและสิ้นอายุขัยไปแล้ว ไม่สามารถอยู่ในร่างเดิมได้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นเจ้าไม่ได้ขโมยร่างเดิมนั้นมาแน่นอนสบายใจได้ ไปเถิดจงไปกับข้าเดี๋ยวนี้ ก่อนที่มิติแห่งกาลเวลาจะปิดลง"

ยมทูตเอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้ฝ่ามือซัดพลังใส่วิญญาณของธิตาภาให้ตกลงไปในหลุมแห่งกาลเวลา เมื่อตกลงไปในหลุมแห่งกาลเวลานั่นแล้วธิตาภาก็พลันรู้สึกเวียนหัวและหายใจไม่ออกขึ้นมาโดยทันที ความรู้สึกเหมือนคนกำลังจะจมน้ำตายยิ่งนัก......

ใช่แล้ว!! เธอคงจะกำลังจมน้ำตายเป็นแน่ ถ้าไม่มีมือของใครคนหนึ่งที่คอยฉุดเธอให้ขึ้นมาจากห้วงของสายน้ำและห้วงของกาลเวลานั่น เธอคงจะตายไปแล้วจริง ๆ

เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพัก ธิตาภาก็เริ่มเวียนหัวน้อยลง แต่ความหนักอึ้งที่หัวนั้นกลับมีมากกว่า พลันหูทั้งสองข้างก็เริ่มได้ยินภาษาจีนโบราณดังขึ้นอยู่หลายประโยคด้วยกัน แต่ที่แปลกประหลาดไปมากกว่านั้นคือเธอสามารถเข้าใจในทุกประโยคได้อย่างชัดถ้อยชัดคำโดยไม่ต้องเปิดดิกชันนารีไทยจีนเลยแม้แต่น้อย

'ยมทูตชุดขาวกำลังเล่นตลกอะไรกับเธออยู่กันแน่นะ?' ธิตาภาคิดอย่างหวาดระแวงอยู่ภายในใจ

'มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน ชาติปัจจุบันเป็นคนไทย แต่ได้มาเกิดใหม่เป็นคนจีนในยุคโบราณนี่? แต่ที่เราเคยเรียนวิชาพระพุทธศานามา คนเราทุกคนล้วนเวียนว่ายตายเกิดกันมาหลายภพชาติแล้ว เราอาจจะเคยเกิดเป็นคนในหลายประเทศมาแล้วก็เป็นได้' ธิตาภาคิดขึ้นมาในใจอย่างคนที่ปลงตกไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมาพบเจอกับความเป็นจริงเสียที

จนกระทั่ง...มีเสียงบุรุษผู้หนึ่งกล่าวขึ้นมาว่า "หากเจ้ายังไม่ยอมฟื้นขึ้นมาอีก ข้าคงต้องได้จุมพิตแบ่งลมหายใจให้เจ้าเสียแล้ว"

เมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น ธิตาภาจึงค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาดูด้วยความสงสัยว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างกันแน่ พลันความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัว ทำให้ธิตาภาต้องยกสองมือน้อย ๆ ของตนขึ้นมากุมขมับไว้ด้วยความทรมาน

"ปวดหัวเหลือเกิน" ธิตาภากล่าวออกมาได้เพียงเท่านั้นก็หลับตาลงไปอีก บุรุษผู้นั้นจึงได้อุ้มธิตาภาเข้าไปพักยังห้องด้านในและสั่งความให้สาวใช้

ผู้หนึ่งช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ธิตาภาให้เรียบร้อยด้วย ก่อนจะออกไปนั่งจิบชายังด้านนอก  ทิ้งให้ธิตาภาต้องนอนครึ่งหลับครึ่งตื่นแบกความรู้สึกหนักอึ้งอยู่ภายในหัวด้วยความทุกข์ทรมานอยู่อีกหลายชั่วยาม.......

 

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

เมียนอกสถานะ

read
11.0K
bc

ปราถนารักที่พักพิง

read
7.2K
bc

ทรามสวาท

read
11.7K
bc

อุ้มรักซาตานร้าย

read
44.8K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
31.6K
bc

เธอกับเขา...จากดาวคนละดวง

read
3.1K
bc

Love (Un) limit รักนี้ (ไม่) มีจำกัด

read
8.4K
dreame logo

Download Dreame APP

download_iosApp Store
google icon
Google Play