รถมินิแวนคันสีดำเงาจอดเทียบหน้าประตูรั้วบ้านหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินสามไร่เศษ กำแพงรั้วอิฐสีเขียวขี้ม้าสูงสองเมตรครึ่งทอดยาวล้อมรอบทั้งหมดของพื้นที่ ยกเว้นฝั่งด้านหลังที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา
ไม่มีใครเคยเห็นภายในรั้วของบ้านหลังนี้มาก่อน เพราะรั้วและประตูต่างสูงทึบมิดชิดเต็มไปด้วยเถาวัลย์และแมกไม้ต่าง ๆ ต้นไม้สูงใหญ่หลากหลายชนิดโผล่พ้นกำแพงขึ้นมาราวกับด้านในเป็นป่ารกชันก็ไม่ปาน
ความลึกลับของบ้านหลังสุดซอยนั้นเป็นที่ร่ำลือไปทั่วทั้งหมู่บ้าน บ้างก็ว่าที่นั่นเป็นคฤหาสน์ผีสิง บ้างก็ว่าเป็นสถานที่กักขังบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว
เดิมทีบ้านหลังนี้เคยครึกครื้นเมื่อสิบกว่าปีก่อน หลังจากคุณนายเจ้าของบ้านเสียชีวิตไป สามีซึ่งเป็นนักธุรกิจก็ย้ายออกไปพร้อมกับลูกชายและลูกสาว บ้านหลังนี้จึงถูกปล่อยให้เงียบเหงาไร้ผู้อาศัยมานานนับสิบปี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีแม่บ้านและคนสวนเข้าออกเดือนละสองครั้ง ทว่าความวังเวงของบ้านหลังนี้ก็ยังคงเป็นที่โจษจัน
ยิ่งช่วงหลายวันมานี้มีเพื่อนบ้านบางคนได้ยินเสียงกรีดร้องของบางสิ่งดังลอดออกมาจากด้านในกำแพงสูง ยิ่งทำให้เสียงร่ำลือในอดีตซึ่งเลือนหายไปหลายปีกลับมาเป็นที่กล่าวถึงอีกครั้ง
ประตูรั้วทึบสีเขียวขี้ม้าบานใหญ่ไร้การเคลื่อนไหว กลับเป็นประตูเล็กด้านข้างซึ่งถูกเถาวัลย์เกี่ยวพันจนแทบมองไม่เห็นเปิดออกแทน ปรากฏร่างสูงสวมเสื้อโค้ชตัวใหญ่สีดำ ศีรษะคลุมทับด้วยหมวกบักเกต ใบหน้าสวมผ้าปิดปากกับแว่นกันแดดสีดำเดินออกมา
ปึง
เพลิงศูรย์ขึ้นมานั่งเบาะหลัง ถอดแว่นกันแดดสีดำลง มองตาคนขับเป็นเชิงสั่งให้ออกรถ
“เผื่อเฮียจะลืม ผมไม่ใช่คนขับรถส่วนตัวของเฮียนะครับ ตอนนี้ผมมีงานมีการทำนะ เฮียจะเรียกผมมาตามใจเหมือนสมัยเรียนไม่ได้แล้วรู้ป่ะ!” พุธรับหน้าที่เป็นสารถีขับรถบ่นอุบ เห็นอย่างนี้เขาเป็นถึงผู้ช่วยผู้กำกับของค่ายทำหนังชื่อดังเลยนะ เมื่อวานจู่ ๆ เพลิงศูรย์โทรหาสั่งให้ขบัรถมารับวันนี้ตอนเช้า
โชคดีนะที่วันนี้เขาไม่มีออกกองเลยแวะมาหาตามสั่งได้ แต่ถ้าเป็นวันอื่นล่ะเฮียเพลิงจะทำยังไง?
“ผมว่าเฮียควรซื้อรถสักคันนะ หรือใช้รถของบ้านใหญ่ก็ได้ เฮียจะได้ไปไหนมาไหนสะดวก เพราะผมก็ไม่ได้ว่างทุกวันหรอกนะ”
“กูมีรถแล้ว”
“หมายถึง Ducati Diavel ลูกรักเฮียอ่ะนะ? นั่นมันตกรุ่นไปแล้วป่ะเฮีย ตั้งแต่ปี 2015 เฮียยังจะขี่อยู่อีกเหรอ? ผมว่าเฮียซื้อรถยนต์ขับเหอะ อายุเฮียก็เยอะแล้วไง ไม่ใช่วัยรุ่นที่จะมาแง้น ๆ เหมือนสมัยมหาลัยแล้วนะ”
ดวงตาคมตวัดมองผ่านกระจกส่องหลัง แผ่รังสีมืดมนข่มขวัญที่สุด ปากหมาหาว่าเขาแก่ยังพอทน แต่บังอาจมาแตะต้องลูกรักเขา เขายอมไม่ได้
อึก… พูดแค่นี้ทำไมต้องขู่อาฆาตกันขนาดนั้นด้วยง่าาา
พุธยิ้มแฮะ ๆ ปิดปากสนิทขับรถต่อไปอย่างเงียบเชียบเรียบร้อย เพียงไม่นานก็มาถึงจุดหมายปลายทาง ร่างสูงลงจากรถหันมาสั่ง
“พับเบาะหลังให้หมด ทำพื้นที่ให้ว่างมากที่สุดเท่าที่รถมึงจะทำได้”
“ทำไมอ่ะเฮีย นี่ผมแปลกใจตั้งแต่เฮียสั่งให้เอามินิแวนมาละ หรือเฮียจะมาขนอะไร?”
“ไม่ต้องเสือกถาม สั่งให้ทำก็ทำไป เดี๋ยวนี้มึงพูดมากขึ้นเยอะเลยนะไอ้พุธ ยิ่งแก่ยิ่งน่ารำคาญ”
“โหย เจ็บ… ปากแจ๋วแบบนี้เฮียเพลิงตัวจริงเสียงจริงแน่นอนนน!”
เพลิงศูรย์หายเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งเกือบครึ่งชั่วโมง เขากลับออกมาพร้อมกับกรงใบใหญ่ประมาณครึ่งเมตร พุธถึงกับผงะถอยหลังหลายก้าวตอนเห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กตัวน้อยด้านในกรง
“ฮะ เฮีย… นั่นมันตัวอะไรน่ะ?”
“งู” เพลิงศูรย์ตอบหน้าตาเฉย เดินผ่านพุธมาหลังรถ วางกรงลงอย่างทะนุถนอมราวกับว่ามันคือสิ่งล้ำค่า
“ระ รู้แล้วว่างู! ผมตาไม่บอดนะเฮีย!”
“รู้แล้วถามเพื่อ?”
“ก็ถามเพราะว่าตกใจไง! ที่เฮียเรียกผมมาแต่เช้าเพราะจะมารับไอ้งูน่าเกลียดน่ากลัวเนี่ยอ่ะเหรอ?!” พุธตกใจจนแทบช็อก เขารู้เรื่องรสนิยมความคลั่งไคล้สัตว์แปลก ๆ ของผู้ชายที่ชื่อเพลิงศูรย์ดี เขายังจำตอนอายุสิบขวบได้ไม่ลืม ตอนนั้นเฮียเพลิงจับงูมาพันรอบคอเขา ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เกลียดกลัวงูชนิดเห็นแล้วขนหัวตั้ง!
ไม่คิดเลยว่าผ่านไปหลายสิบปีแล้วเฮียเพลิงก็ยังเลือดเย็นไม่เปลี่ยน! ทำไมถึงกล้าใช้เขาขับรถมารับงู! เห็นแค่นี้ก็แข้งขาอ่อนแล้ว! จะเอาแรงที่ไหนไปขับรถไหวก่อนนนนน!!
“ไม่กลับ?”
“มะ ไม่… ไม่ ๆ ๆ ผมไม่ขับแล้วววว เฮียเอากุญแจรถไปเลยนะ!” กุญแจรถยัดลงบนมือเพลิงศูรย์ “ฮะ เฮียขับไปเองเลย! แล้วจอดรถทิ้งไว้หน้าบ้าน เดี๋ยวผมนั่งรถตามหลังไปเอาเอง!”
ใครไม่กลัวไม่มีทางเข้าใจหรอก คำว่ากลัวสุดขีด กลัวจนแข้งขาอ่อน กลัวจนฉี่แทบราดมันเป็นยังไง! ใครไหวไปก่อนเลย ไอ้พุธไม่ไหวจริง ๆ อยากจะร้องงงงง!
“จะเสียเวลาเพื่อ? เปลืองเงินเปลืองทอง น้ำมันยิ่งแพง ๆ มึงอย่าเรื่องมากไอ้พุธ กลับด้วยกันนี่แหละ มึงไปนั่งหน้า เดี๋ยวกูขับกลับเอง” เพลิงศูรย์ตัดบทเปิดประตูฝั่งคนขับ ไม่วายหันมาเขม่นตาใส่เชิงบังคับให้พุธขึ้นรถ
“ไม่-มี-ทาง! ผมไม่ขึ้นไปแน่อ่ะ! เกิดมันหลุดจากกรงเลื้อยมาพันคอผมอีกทำไงอ่า!! ไม่เอาโว้ยยยย!! จะเปลืองน้ำมัน เปลืองเงิน เปลืองห่าอะไรก็ช่างแม่ง! ต่อให้น้ำมันลิตรละร้อยผมก็พร้อมจ่าย!!”
เพลิงศูรย์ขึ้นมานั่งบนรถ กดกระจกฝั่งข้างคนขับลง ปรายตามองคนขี้ขลาดขึ้นสมองด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ความอ่อนของมึงนี่มันเพิ่มขึ้นตามอายุสินะ ฮึ”
พุธ “…”
เอาคืนสินะ… เมื่อกี้โดนเฮียเอาคืนงั้นสินะ…
อ๊ากกกกกกกกกกก! ทำไมเฮียเพลิงเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนี้เล่า!!!