bc

สลับฟ้าพลิกชะตา

book_age12+
867
FOLLOW
4.0K
READ
secrets
like
intro-logo
Blurb

ฉีกทุกกฏของสตรีไปกับสายลับระดับผู้บริหาร ผู้เดินทางข้ามเวลามาจากโลกที่ล่มสลาย

กลางดึกคืนนั้นทุกเรือนในจวนกั๋วกงต่างดับไฟเข้านอน เหลือเพียงบ่าวไพร่ถือคบไฟเดินตรวจเวรยามไม่กี่คน

หานชิงชิงสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ภายนอก นางจึงแฝงตัวในเงามืดออกมาดูเหตุการณ์ เมื่อออกมาด้านนอกก็พบว่าเหลียนสงและมู่ชิวกำลังติดตามคนร้ายอย่างเงียบกริบ

ทั้งหมดมากันห้าคน มีสองคนคอยดูต้นทาง อีกสามคนกำลังตรงมาที่เรือนใหญ่

คนชุดดำสามคนกวาดสายตาสำรวจในความมืดแล้วจึงย่องเข้าไปในห้องหนังสือซึ่งเป็นห้องทำงานของนาง  เหลียนสงและมู่ชิวขยับตัวยืนแนบกับหน้าต่างพลางใช้นิ้วจิ้มจนเป็นรูแล้วมองผ่านเข้าไปด้านใน

สามคนนั้นเป่าคบไฟเล็กในมือให้แสงสว่าง  ก่อนจะช่วยกันรื้อค้นเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอ่าน  ครู่หนึ่งพวกมันก็หันมองหน้ากันด้วยความงุนงงแล้วส่งเสียงออกมาแผ่วเบา

" ข้าอ่านไม่ออก !"

" ข้าก็อ่านไม่ออก มิรู้ว่าสิ่งนี้มันยังเรียกตัวอักษรได้หรือไม่ ?"

" เช่นนั้นนำกลับไปให้นายท่านตรวจสอบ !"

ทั้งสามคนช่วยกันเก็บเอกสารบนโต๊ะแล้วย่องออกมาด้านนอก

" ฉวั้ะ ! ฉวั้ะ ! ฉวั้ะ ! "

มู่ชิวและเหลียนสงจัดการทั้งสามให้สลบอย่างรวดเร็วแล้วนำเชือกมามัดเอาไว้ ในขณะที่ด้านนอกปี้ฝานกำลังให้สายลับลากอีกสองคนเข้ามา

เวลาไม่นานชายฉกรรจ์ห้าคนก็ถูกลากมากองรวมกันที่หน้าเรือนของหานชิงชิง มู่ชิวจัดการค้นตัวแล้วหยิบแผ่นป้ายออกมาส่งให้ผู้เป็นนาย  เมื่อนางหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าบนแผ่นป้ายมีตราสัญลักษณ์ของวังหลวง

" องครักษ์วังหลวง ?"

นางหมุนแผ่นป้ายในมือในใจพลางครุ่นคิด องครักษ์วังหลวงเหตุใดจึงมาค้นจวนของนาง หรือว่ามหาเสนาฯคิดลงมือแล้ว

ชายฉกรรจ์ทั้งห้าเริ่มรู้สึกตัวเมื่อลืมตา ขึ้นก็เห็นหานชิงชิงนั่งจิบชามองมาที่พวกมันอย่างใจเย็น

" พวกเจ้ามาค้นจวนข้าต้องการสิ่งใด ?"

เงียบ...!!

เหลียนสงเห็นพวกมันไม่ยอมปริปากจึงกระแทกเท้าเข้าไปที่หน้าอกของชายผู้หนึ่งจนตัวงอด้วยความเจ็บปวด

" ใต้เท้าถามเจ้าเหตุใดจึงไม่ตอบ ? "

ฝ่าเท้าของเหลียนสงกระทืบซ้ำๆจนพวกมันทรุดฮวบลงกับพื้น ไม่มีผู้ใดยอมเอ่ยปากหานชิงชิงจึงกล่าวขึ้น

" ช่างเถิด..ในเมื่อพวกมันไม่อยากพูด ก็อย่าให้ผู้ใดได้พูดอีก ! "

" ขอรับใต้เท้า "

หานชิงชิงเดินกลับเข้าไปห้องทำงานแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ เหลียนสงเก็บเอกสารที่ถูกขโมยขึ้นมาตรวจดูความเรียบร้อยแล้วจึงสะกิดปี้ฝาน

" เจ้าอ่านเข้าใจหรือไม่ ?''

มู่ชิวและปี้ฝานก้มลงมองเอกสารที่มีรอยพู่กันไม่ต่างจากเอาปูไปจุ่มน้ำหมึกแล้วปล่อยให้มันเดินเล่นบนกระดาษ

" ลายมือเช่นนี้เชื่อว่าทั้งแผ่นดินคงมีแต่ใต้เท้าของเราที่เขียนได้ !"

" นอกจากใต้เท้าก็คงมีแต่เทพเซียนเท่านั้นที่อ่านออก ! "  ทั้งสามนินทาเจ้านายระยะเผาขนแล้วเปล่งเสียงหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

" เจ้าคนชั่ว !"

หานชิงชิงลุกขึ้นชี้หน้าตามด้วยที่ฝนหมึกที่ลอยตัดอากาศออกมาจากในห้องพุ่งไปยังกลางวงสนทนา  บุรุษทั้งสามกระโดดหลบอย่างว่องไว น้ำหมึกจึงตกกระจายอยู่บนพื้น

หญิงสาวไม่ได้ชินกับการเขียนพู่กัน นางจึงเพียงเขียนอักษรย่อที่ตนเองเข้าใจ ลายมือที่ออกมาอาจเลอะเทอะเล็กน้อยแต่ก็สามารถอ่านออก ' เจ้าสามคนนั่นก็มิยอมปล่อยผ่านเห็นได้ชัดว่าจงใจใส่ร้ายข้า ! '

หญิงสาวตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าก็พบว่าร่องรอยทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว บ่าวรับใช้สตรีรีบเข้ามาช่วยนางอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดขุนนางแล้วจึงตั้งโต๊ะอาหาร

ทุกคนในจวนต่างก็ตื่นกันแต่เช้า หานอี้และอู่เฉินเดินจากเรือนรองมาทานอาหารพร้อมกับนาง สนมฉีก็มาร่วมโต๊ะอาหารด้วยใบหน้าที่สดใสไม่หลงเหลือร่องรอยของความเจ็บป่วย

" หม่อมฉันจะหาทางให้ฮ่องเต้เสด็จมาพบพระสนมที่นี่แต่คงต้องรอให้มีโอกาสเหมาะสมเสียก่อน " หานชิงชิงเอ่ยขึ้นเมื่อทุกคนทานอาหารกันเรียบร้อย

" ความจริงท่านกั๋วกงไม่จำเป็นต้องลำบากเพื่อข้าอีก ข้าอยู่เช่นนี้ก็มีความสุขมากแล้ว "

หานชิงชิงยิ้มให้สนมฉีอย่างอ่อนโยนก่อนจะกล่าวออกมาให้นางสบายใจ

" ทุกเรื่องที่หม่อมฉันทำล้วนเป็นพระประสงค์ของฝ่าบาท  พระองค์ทรงเป็นห่วงพระสนม  ยังรับสั่งให้ท่านอดทนเมื่อทุกอย่างดีขึ้นพระสนมต้องได้กลับเข้าวังอย่างสมพระเกียรติ "

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1
ตุ่บ ...!! ความรู้สึกเหมือนถูกโยนจากที่สูงทำให้เนตรดาวรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งศีรษะ ที่แก้มด้านซ้ายเหมือนจะมียางเหนียวๆไหลเยิ้มออกมา หูทั้งสองข้างได้ยินเสียงพูดคุยของผู้ชายที่มีมากกว่าหนึ่งคน เธอไม่ได้ลืมตาขึ้นในทันทียังคงตั้งใจฟังเสียงรอบข้างให้ชัดเจน " เจ้าสังหารมันแล้วเช่นนี้จะทำอย่างไร ?" ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นผู้ที่มาด้วยกันบีบคอหญิงสาวจนหมดลมหายใจ แล้วทิ้งร่างของนางลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี " ข้าก็แค่อยากเชยชมเรือนร่างของนางเล็กน้อย ผู้ใดใช้ให้นางต่อสู้ขัดขืนจนข้าพลั้งมือเล่า นางรนหาที่เองเรื่องนี้จะมาโทษข้ามิได้ " เสียงชายอีกคนหนึ่งพูดออกมาเหมือนเห็นชีวิตผู้อื่นเป็นเพียงสิ่งไร้ค่า " แล้วทีนี้เป็นอย่างไรสตรีก็มิได้เชยชม สิ่งที่นายท่านต้องการก็ยังหาไม่พบ " " เจ้าจะกังวลอันใดยังเหลือน้องชายของมันอีกผู้หนึ่งมิใช่หรือ เค้นเอาความจริงจากเด็กนั่นก็ได้แล้ว " เนตรดาวที่ฟังเสียงพูดคุยอย่างสงบนิ่งค่อยๆหรี่ตาขึ้นมองสำรวจไปรอบๆ ภูมิประเทศแถบนี้ดูแปลกตาเบื้องหน้าเป็นแม่น้ำใหญ่ที่มีภูเขาโอบล้อมเป็นแนวยาวไปจนสุดสายตา สถานที่แห่งนี้เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อน หญิงสาวหันกลับมามองร่างกายของตัวเองก็ต้องแปลกใจ เธอควรจะบาดเจ็บสาหัสแขนข้างหนึ่งขาดหายไปไม่ใช่หรือ ทำไมร่างกายตอนนี้จึงยังครบสมบูรณ์หรือว่าสิ่งที่ได้เห็นจะเป็นเพียงความฝันเท่านั้น เธอลองขยับแขนขาแล้วหยิกไปที่เนื้อของตัวเอง " เจ็บ ..!! " ไม่ใช่ความฝันแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่มีเวลาให้เนตรดาวคิดอะไรเพิ่ม เมื่อสายตาของเธอมองเห็นชายฉกรรจ์สามคน กำลังข่มขู่เด็กชายอายุราวสิบเอ็ดสิบสองปี " ของสิ่งนั้นอยู่ที่ใดรีบบอกพวกข้ามาเดี๋ยวนี้ หากมิอยากลงนรกตามพี่สาวของแกไป " ชายผู้หนึ่งตวาดด้วยเสียงอันดังแล้วจับคอเสื้อของเด็กชายยกขึ้นจนตัวลอยเหนือพื้น " พวกคนชั่ว..!! แกสังหารท่านพี่ ข้าไม่มีวันบอกพวกแก " เด็กชายดิ้นรนยกเท้าถีบเข้าใส่คนตรงหน้าอย่างไม่กลัวเกรง ชายผู้นั้นจึงเหวี่ยงร่างเขาลงไปบนพื้น มืออีกข้างที่ถือดาบชี้ไปที่หน้าของเด็กชาย " ดี.. !! ในเมื่อพูดดีๆไม่รู้เรื่องเช่นนั้นก็ไปตายเสีย " มันขยับเข้าไปใกล้เงื้อดาบในมือขึ้นโดยชายอีกสองคนไม่ทันจะห้ามปราม เด็กชายได้แต่ก้มหน้ามองพื้นแล้วหลับตาอย่างยอมรับชะตากรรม ดาบในมือที่เงื้อง่าแต่ทว่ายังไม่ได้ฟันลงไป เจ้าของดาบก็รู้สึกเสียวแปลบที่ลำคอหันมองมือที่จับดาบซึ่งบัดนี้กลับว่างเปล่า สำนึกสุดท้ายของมันจบลงอย่างไม่เชื่อสายตาเมื่อดาบของมันย้ายไปอยู่ในมือของหญิงสาวที่เพิ่งถูกพวกมันสังหารไปเมื่อครู่ ชายฉกรรจ์อีกสองคนตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น สตรีที่ตายไปแล้วกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาเข่นฆ่าสหายของมันไม่ต่างจากภูตผีปีศาจ ทั้งสองคนกำดาบในมือตัวเองแน่นน่าเสียดายที่ความไวของพวกมันไม่มากพอ ยังไม่ทันได้มีโอกาสยกดาบขึ้นมาต่อสู้ก็เจ็บแปลบที่ลำคอจนต้องยกมือขึ้นมากุม โลหิตสดๆหลั่งไหลจากลำคอราวน้ำพุ ชายฉกรรจ์ทั้งสองตาเบิกโพลนสะอึกออกมาสองสามครั้ง ก่อนที่ร่างของพวกมันจะร่วงลงไปกองกับพื้นโดยที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกมันกันแน่ เนตรดาวมองสามร่างที่ไร้วิญญาณด้วยความสงบนิ่งไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ เธอทิ้งดาบลงบนพื้นแล้วเดินเข้าไปจับไหล่เด็กชายที่ยังไม่ลืมตา " เจ้าหนู.. เจ้าปลอดภัยแล้ว.. !! " เด็กน้อยได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็ลืมตาขึ้นเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง สายตาของเขาจับจ้องสตรีที่อยู่ตรงหน้า โดยไม่ได้สนใจว่าตัวเองรอดชีวิตมาได้อย่างไร " ท่านพี่.. !!" เนตรดาวไม่ทันตั้งตัวก็ถูกเด็กน้อยตรงหน้าพุ่งเข้ามากอดเอาไว้แน่นแล้วร้องไห้เสียงดัง " ฮือ.. ! ฮือ.. ! ท่านพี่ยังไม่ตาย.. !! " หญิงสาวงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอเข้าใจว่าเด็กชายผู้นี้อาจจะหวาดกลัวจนขาดสติจึงปล่อยให้เขากอดอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยๆดันตัวให้ห่างออกมา " เจ้าหนู.. เจ้าจำคนผิดแล้ว ข้าไม่ใช่พี่สาวของเจ้า " เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ ครู่หนึ่งสายตาก็พลันหม่นหมองลง " ท่านพี่เป็นอันใด ท่านจำข้าไม่ได้หรือขอรับข้าหานอี้เป็นน้องชายของท่าน " " เจ้าจำผิดคนแล้วจริงๆข้าไม่ใช่ท่านพี่ของเจ้า " เนตรดาวเองก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย ทำไมเด็กชายผู้นี้จึงได้ทึกทักว่าเธอเป็นพี่สาวไม่ยอมเลิกรา " ฮือ.. ! ฮือ.. ! ท่านพี่ ท่านคงถูกทำร้ายจนบาดเจ็บมากใช่หรือไม่ถึงจำข้ามิได้เช่นนี้ " หานอี้โผเข้าไปกอดหญิงสาวอีกครั้งมิหนำซ้ำยังร้องไห้หนักกว่าเดิม เนตรดาวเห็นว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องปกติจึงปล่อยให้เด็กน้อยกอดจนพอใจ เมื่อเขาคลายอ้อมกอดเธอก็รีบเดินไปยังแม่น้ำที่อยู่เบื้องหน้าโดยมีเด็กชายเดินตามมาติดๆ เธอค่อยๆนั่งลงแล้วก้มหน้ามองลงไปในน้ำหวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด " นะ~ นี่มัน !!" ภาพที่เห็นทำให้เนตรดาวตกตะลึงไปชั่วขณะ เด็กสาวที่สะท้อนเงาอยู่ในน้ำช่างมีใบหน้าไม่ต่างจากเธอเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว " เกิดอะไรกันแน่ หรือจะเป็นฝีมือของหิรัญ ?" เนตรดาวเธอคือผู้บริหารระดับสูงวัยยี่สิบเก้า ขององค์กรลับต่อต้านการก่ออาชญากรรมที่มีเครือข่ายไปทั่วทุกมุมโลก มารดาของเธอป่วยจนเสียชีวิตตั้งแต่เนตรดาวมีอายุได้เพียงห้าปี บิดาของเธอที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธสงครามขององค์กรจึงได้เลี้ยงดูเธอให้เติบโตมาพร้อมกับพี่ชายที่มีอายุมากกว่าถึงสิบห้าปี เนตรดาวถูกฝึกให้กำหนดลมหายใจตั้งแต่ตอนนั้น ทุกๆวันหลังจากเลิกงานบิดาจะนำภาพอาวุธต่าง ๆ มาให้ดูและสอนให้รู้จักโครงสร้างของมัน จากการที่ฝึกจิตกำหนดลมหายใจตั้งแต่ยังเด็กทำให้เนตรดาวมีความจำที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าสิ่งใดที่เธอสนใจเพียงมองผ่านตาแค่ครั้งเดียวก็สามารถจดจำได้ไม่ผิดพลาด พี่ชายของเธอเป็นสายลับที่มีฝีมือการต่อสู้อันดับหนึ่งขององค์กร จึงได้ช่วยฝึกฝนให้กับเธอตั้งแต่ยังเด็ก ครอบครัวจึงอบอุ่นถึงแม้จะขาดมารดาไปก็ตาม บิดาและพี่ชายรักเธอมากไม่อยากให้เธออยู่ไกลสายตา จึงได้ว่าจ้างอาจารย์จากต่างประเทศมาฝึกสอนภาษาให้ที่บ้าน เนตรดาวพูดอ่านเขียนได้ถึงสี่ภาษาอีกทั้งกับข้าวกับปลาก็ทำได้ไม่บกพร่อง ความสุขของคนที่ทำงานเป็นสายลับย่อมไม่มีความยั่งยืน เมื่อเธออายุได้เพียงสิบสี่ปีทั้งบิดาและพี่ชายเกิดอุบัติเหตุรถระเบิดตกลงไปในเหวลึก ไม่เหลือแม้แต่ร่างที่จะนำมาทำพิธี ด้วยความสามารถของเนตรดาวจึงทำให้องค์กรนำเธอมาชุบเลี้ยง เพียงอายุสิบห้าก็ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยนำทีมออกปฏิบัติภารกิจ และในครั้งนั้นเธอก็ได้พบกับหิรัญเด็กน้อยวัยหกขวบที่บิดามารดาถูกผู้ก่อการร้ายสังหาร เธอเก็บเขามาจากกองซากศพนำมาเลี้ยงดูไม่ต่างจากคนในครอบครัว เด็กน้อยในวันนั้นไม่ได้ชอบการต่อสู้แต่เขากลับชื่นชอบวิชาแพทย์ จนเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยาก ทางองค์กรจึงสนับสนุนทุนวิจัยให้กับเด็กหนุ่ม จากการปฏิบัติงานที่ไม่เคยผิดพลาด ส่งผลให้เนตรดาวได้ขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงและอาจารย์ผู้ฝึกฝนสายลับตั้งแต่อายุยี่สิบห้า ท่ามกลางความริษยาของผู้ที่ทำงานมานานแต่ไม่ได้รับตำแหน่ง " สายของเรารู้แหล่งกบดานของหัวหน้ากลุ่มอาชญากรที่สังหารคุณพ่อและพี่ชายของเนตรแล้วนะ ครั้งนี้ผอ.อยากให้เนตรนำทีมออกปฏิบิติงานด้วยตัวเอง " ปวิตารุ่นพี่วัยสามสิบห้าเดินเข้ามาพูดคุยกับเนตรดาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "เนตรไม่ได้ลงพื้นที่มาหลายปีแล้วนะ พี่วิฟังไม่ผิดใช่ไหมว่าผอ.สั่งให้เนตรไปจริงๆ" "พี่ฟังไม่ผิดหรอกจ้ะ งานนี้มีความอันตรายอย่างมาก ผอ.ไม่ไว้ใจคนอื่นจึงย้ำกับพี่ว่าต้องเป็นเนตรเท่านั้น" เนตรดาวพยักหน้ารับรู้ในขณะที่ปวิตารุ่นพี่ที่แสนดีกับเธอมาตลอดลอบยิ้มเยาะอยู่ในใจ หากไม่ใช่เพราะปวิตาไปแสดงความหวังดีเสนอชื่อเนตรดาว โดยอ้างว่าหญิงสาวอยากทำงานนี้เพื่อปิดบัญชีให้ครอบครัว ท่าน ผอ.คงไม่ยอมให้อาจารย์ผู้ผลิตสายลับอันดับหนึ่งต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ด้วยตนเอง เนตรดาวไม่เคยคาดคิดว่าภารกิจครั้งนี้จะกลายเป็นภารกิจครั้งสุดท้าย ปวิตาทรยศองค์กรด้วยการนำผู้ก่อการร้ายมาโอบล้อม ลั่นกระสุนสังหารเพื่อนร่วมงานจนหมดสิ้น ในขณะที่เนตรดาวกำลังตกตะลึงสตรีผู้หนึ่งก็เดินออกมาพร้อมกับหัวหน้าผู้ก่อการร้าย "พี่วิ.. !! พี่ทรยศองค์กรอย่างนั้นหรือ ?" "ถ้าไม่ใช่เพราะเธอแย่งตำแหน่งที่ควรจะเป็นของฉัน เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น" ปวิตาแสยะยิ้มมองหน้ารุ่นน้องที่ข้ามหน้าข้ามตาด้วยอาการเย้ยหยันไม่เหลือเค้าพี่สาวแสนดีที่เธอเคยเสแสร้ง "พี่วิโกรธเนตรทำไมต้องไปลงกับคนอื่น เด็กพวกนี้ก็เคยทำงานร่วมกับพี่ พี่ตัดใจฆ่าพวกเขาได้ยังไง" น้ำเสียงของเนตรดาวเย็นชาสายตาส่อแววคับแค้นชิงชัง "ทำงานร่วมกับฉันเช่นนั้นหรือ ? พวกมันเชื่อฟังแค่เธอที่เป็นอาจารย์ไม่เคยเห็นหัวฉัน สมควรที่พวกมันต้องตายแบบนี้ เธอเองก็ควรตายตามพวกมันไปได้แล้ว" ปวิตาตวาดเสียงดังเหมือนคนคุ้มคลั่ง "จับเป็น .. !! ผมต้องการใช้มันต่อรองกับหัวหน้าองค์กรของคุณ" หลังจากที่ฟังทั้งสองสาวโต้ตอบกันอยู่ครู่หนึ่ง ชายวัยใกล้ห้าสิบหัวหน้าผู้ก่อการร้ายก็พูดขึ้น เนตรดาวหัวเราะออกมาเบาๆมองคนทั้งคู่อย่างเฉยชา "คิดว่ามีปัญญาจับฉันได้อย่างงั้นหรือ ประเมินความสามารถของตัวเองสูงไปหรือเปล่า ?" "ระเบิดที่พวกแกวางไว้ถูกเก็บกู้ไปหมดแล้ว แกยังคิดว่าจะรอดออกไปจากที่ได้อีกหรือ เนตรดาว.. แกมันช่างหลงตัวเองเสียจริง" เสียงสนทนาของคนทั้งหมดทำให้หิรัญที่ได้รับคำสั่งให้ซุ่มรออยู่ไม่ไกลนักได้ยินผ่านเครื่องมือสื่อสารที่ติดอยู่บนร่างกายของเนตรดาว ชายหนุ่มส่งสัญญาณฉุกเฉินให้กลุ่มปฏิบัติการชุดสุดท้ายที่ซุ่มรออยู่ด้วยกัน ก่อนจะออกวิ่งนำไปยังแหล่งที่มาของเสียงพร้อมๆกับตะโกนใส่เครื่องมือสื่อสาร "อาจารย์รอผมก่อน.. !! " เนตรดาวส่งยิ้มเยือกเย็นให้ปวิตาพร้อมกับคำพูดที่คนฟังรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง "ปวิตา .. ยังมีอีกหลายเรื่องที่เธอไม่รู้ เคยได้ยินชื่อไมโครบอมส์หรือไม่ ฉันพัฒนาจนเหนือกว่าระเบิดทั่วไปอีกหลายเท่า ที่สำคัญไม่สามารถค้นหาด้วยเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด" "แก.. !! แกมันสารเลว ? " น้ำเสียงของปวิตาดูลนลานหวาดหวั่น เนตรดาวหรี่ตามองพวกมันอย่างเย็นชา เธอชูมือที่สวมแหวนแล้วกดลงไปบนพลอยประดับ ในเมื่อไร้ทางรอดอย่างงั้นก็ตายพร้อมกันเสียที่นี่ " อย่า.. !! " ปวิตาหวีดร้องเสียงลั่นในขณะที่ฝ่ายผู้ก่อการร้ายต่างพุ่งตัวลงแนบพื้นเพื่อหวังเอาชีวิตรอด " บรึ้ม..ส์ !! " เสียงระเบิดดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ เศษอิฐหินแตกกระจายผสมกับชิ้นส่วนมนุษย์ปลิวกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

วุ่นวายนักจู่ๆมีพ่อเป็นซุปตาร์

read
1.8K
bc

ลุงเหมือง ภารโรงพันล้าน

read
1K
bc

ชั่วช้าสามานย์

read
1K
bc

ทะเบียนไร้รัก

read
4.0K
bc

ปิดบัญชีรักแก้เกมคนทรยศ

read
3.0K
bc

รอยแค้น ลิขิตรักซาตาน

read
1.6K
bc

ชายาพยศรัก

read
1.4K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook