ยามเช้าหานชิงชิงพาทุกคนออกไปวิ่งตามเชิงเขา พืชพันธุ์ที่ลงแปลงเพาะปลูกเอาไว้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะได้น้ำฝน
ช่วงนี้มีผักป่าแทงยอดอ่อนออกมาบรรดาสตรีที่ออกไปหาของป่าจึงได้ของเต็มตะกล้ากลับมาทุกวัน นางจึงไม่ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือมากนัก
ตั้งแต่หานชิงชิงเข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ก็ครุ่นคิดหาวิธีให้พวกเขาพ้นวิกฤติ อีกไม่นานเมื่อชาวบ้านได้เห็นผลผลิตก็จะมีอาชีพเป็นของตัวเอง หรืออย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ต้องอดอยากอีกต่อไป
อู่เกอติดตามนางทุกวันไม่ว่าหญิงสาวคิดจะทำสิ่งใดเขาก็จะแย่งไปทำเองเสียทุกครั้ง วันนี้นางจึงคิดจะมอบหน้าที่ฝึกสอนน้องชายทั้งสองให้กับชายหนุ่ม
อู่เกอลังเลเล็กน้อยมองหน้าหญิงสาวด้วยความประหลาดใจ จริงอยู่ที่เขาพอจะมีฝีมืออยู่บ้างแต่ก็ไม่เคยแสดงให้นางได้เห็น หานชิงชิงนางรู้ได้อย่างไร
หานอี้ที่ตามหลังมาพร้อมกับอู่เฉินเมื่อได้ยินว่าพี่สาวจะให้อู่เกอมาช่วยฝึกวิชาก็ดีใจจนออกนอกหน้า เขาชอบบุรุษที่มีท่าทางสง่างามผู้นี้มากกว่าเสิ่นหมิงจินอดีตคู่หมั้นหมายของหานชิงชิงที่ไม่ถูกชะตาตั้งแต่พบกันครั้งแรก อีกทั้งอู่เกอก็ไม่เคยแสดงอาการรังเกียจหานชิงชิงออกมาให้เห็น เมื่อเห็นชายหนุ่มมีท่าทางลังเลหานอี้จึงเข้าไปจับแขนเขา
" พี่เขย.. !! ท่านช่วยสอนพวกเราเถิดขอรับ "
หานชิงชิงสะดุดขาตัวเองจนแทบตกลงไปในท้องร่อง นางหันมาถลึงตาดุใส่น้องชาย ในขณะที่ใบหน้าของอู่เกอเปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับผลท้อสุกเขาอ้อมแอ้มตอบออกมาอย่างไม่เต็มเสียง
" ข้าสอนให้พวกเจ้าก็ได้เพียงแต่ข้าไม่ได้มีฝีมืออันใดมากนัก "
" ขอบคุณขอรับ พี่เขย !! "
หานอี้หันมาฉีกยิ้มใส่หานชิงชิงแล้วจับมืออู่เฉินวิ่งออกไปจนพ้นจากรังสีอำมหิต หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าหันมากล่าวกับชายหนุ่มที่ยามนี้หน้าแดงไปจนถึงใบหู
" น้องข้ายังเด็กพูดจามิรู้ความ เจ้าอย่าได้ถือสา ต่อไปฝากให้เจ้าช่วยดูแลก็แล้วกัน "
หญิงสาวเมื่อปล่อยน้องชายให้อู่เกอช่วยดูแลนางก็เดินกลับไปยังกระท่อมแล้วก้มหน้าก้มตาปลูกกิ่งพันธ์ุสาลี่ลงในเข่งที่พวกชาวบ้านช่วยกันสานมาให้ จนเมื่อทั้งสามคนกลับมา ทั้งหมดจึงได้ทานอาหารพร้อมกัน
ครบกำหนดวันที่นัดไว้กับร้านตีเหล็กหานชิงชิงได้เรียกอาเจินกับอาเป่ามาช่วยขนต้นสาลี่ไปยังรถม้า หานอี้กับอู่เฉินขอติดตามไปด้วย นางจึงได้ชวนอู่เกอให้ออกไปด้วยกันแต่ชายหนุ่มยืนยันจะอยู่รอที่กระท่อม
หานชิงชิงพาน้องชายมายังร้านตีเหล็ก เถ้าแก่ร้านเมื่อเห็นหน้านางก็จำได้จึงส่งเสียงทักทาย
" ของที่เจ้าสั่งทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะตรวจนับดูหรือไม่ ?"
หญิงสาวเข้าไปมองชิ้นส่วนเหล็กที่จัดไว้ในลังไม้สามลังแล้วส่ายหน้า
" ไม่ต้องนับหรอกเจ้าค่ะข้าเชื่อใจท่านลุง "
หานชิงชิงตอบรับแล้วให้น้องชายมาช่วยกันขนของ เจ้าของร้านผู้นี้นามหวงเล่ยรู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวจึงช่วยยกลังไม้ไปวางบนรถม้าให้นางด้วยตนเอง นางจึงมอบต้นสาลี่ที่กำลังติดดอกให้ชายชราหนึ่งเข่ง
" นี่มันอันใด ต้นสาลี่เล็กๆกลับติดดอกได้ด้วย !?" ชายชรามองหน้าหญิงสาวด้วยความประหลาดใจ
" ไม่เพียงแต่ออกดอก ท่านลุงเล่ยลองดูให้ดี ยังเริ่มติดผลเล็กๆอีกด้วย "
นางชี้มือไปยังผลสาลี่ที่มีขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ลุงเล่ยเห็นเช่นนั้นก็อุทานออกมา
" เป็นผลของมันจริงๆ เจ้าทำได้อย่างไรกัน ?"
" แค่เพียงรดน้ำเช้าเย็น อีกไม่นานก็จะเก็บผลของมันมาทานได้ "
ชายชราพยักหน้าด้วยความยินดี หญิงสาวผู้นี้ช่างทำสิ่งที่ผู้เฒ่าอย่างเขาต้องประหลาดใจ
หานชิงชิงถามเส้นทางไปยังร้านยาไป๋ฉือแล้วจึงพาน้องๆไปขึ้นรถม้าคิดจะนำต้นสาลี่ไปฝากไป๋ฮัวฮัว ส่วนที่เหลือนางจะลองหาเช่าแผงเพื่อตั้งขาย
ร้านยาแห่งนี้อยู่ท้ายตลาดแต่กลับมีผู้คนมาออกันแน่น เนื่องจากท่านหมอไป๋เป็นหมอที่มีวิชาการแพทย์เหนือกว่าผู้ใดในต้าเจียง อีกทั้งยังขายยาในราคาถูก หากเป็นชาวบ้านที่ยากจนก็รักษาให้โดยไม่คิดเงินพวกชาวบ้านจึงมาต่อแถวยืนรอจนหางแถวยาวออกไปเกือบสุดถนน
หานชิงชิงจอดรถม้าไว้ใต้ต้นไม้ให้น้องชายอยู่เฝ้า ส่วนตัวนางยกสาลี่ต้นหนึ่งเดินไปยังหน้าร้าน สตรีสาวผู้ช่วยร้านขายยาหันมามองนางก่อนจะกล่าว
" หากจะมาพบท่านหมอเจ้าต้องไปต่อแถวเหมือนคนอื่น ๆ จะนำของมากำนัลแล้วใช้สิทธิพิเศษที่นี่ไม่ได้ "
" ข้ามิได้ป่วยข้ามาขอพบคุณชายไป๋ "
ผู้ช่วยร้านขายยาคราวนี้มองนางด้วยความสมเพช หญิงสาวหน้าตาน่ารังเกียจเช่นนี้ยังกล้ามาขอพบคุณชายที่ได้ชื่อว่าเป็นบุรุษรูปงามอันดับหนึ่งของต้าเจียงช่างไม่รู้จักเจียมตัว
นางชี้มือไปยังบรรดาสตรีที่มีใบหน้างดงามสวมใส่เครื่องแต่งกายราคาแพงที่ยืนรวมกลุ่มอยู่ไม่ไกลจากบริเวณร้าน
" พวกนางก็มารอพบคุณชายไป๋เช่นกัน หากเจ้าต้องการพบก็ไปต่อแถวรอเถิด แต่ข้าขอบอกเจ้าไว้ก่อน คุณชายของข้ามิเคยให้สตรีใดเข้าพบ " ผู้ช่วยสตรีมองหานชิงชิงด้วยสายตารังเกียจ
หญิงสาวเก็บอารมณ์หงุดหงิดไว้ไม่อยู่ มิใช่เพราะเขาเป็นคนบอกให้นางมาหาเองหรอกหรือ หากมิใช่เพราะมีเรื่องต้องการจะเจรจา ต่อให้ชายหนุ่มรูปงามกว่านี้จะนับเป็นอะไรได้ นางมิอาจไปเข้าแถวรอบุรุษดังเช่นสตรีผู้อื่นจึงได้ส่งเสียงตะโกนเข้าไป
" ไป๋ฮัวฮัว..! เจ้าคนนิสัยเสีย บอกให้ข้ามาพบเหตุใดมิยอมโผล่หน้า หากวันนี้มิยอมออกมาก็อย่าให้ข้าได้เห็นเจ้าอีก " หญิงสาววางเข่งสาลี่ลงข้างๆผู้ช่วยสตรีผู้นั้นด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว
" ฝากให้คุณชายของเจ้าด้วย " นางกล่าวจบก็หันหลังจะเดินกลับไปยังรถม้า พลันได้ยินเสียงบุรุษดังขึ้นมาจากด้านหลัง
" ยังมิทันพบหน้าก็จะกลับแล้วหรือ ?ช่างเป็นสตรีที่เจ้าอารมณ์เสียจริง "
เสียงที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็หันไปมอง บุรุษผู้มีความงามสง่าในอาภรณ์สีขาวก้าวเดินออกมาจากด้านหลังร้านยา ชายหนุ่มสะบัดชายแขนเสื้อเพียงเล็กน้อยก็ทำให้บรรดาคุณหนูลูกผู้ดีทั้งหลาย หัวใจแทบจะโบยบินออกไปจากร่าง ความสง่างามของไป๋ฮัวฮัวไม่ต่างจากเทพบุตรที่ได้รับพรจากสวรรค์ ทำเอาสตรีน้อยใหญ่แทบลืมหายใจเมื่อพบหน้า
ไป๋ฮัวฮัวมิได้ชายตามองสตรีเหล่านั้นชายหนุ่มกลับเดินตรงเข้ามาหาหานชิงชิงสตรีหน้าบากที่กำลังมีสีหน้าขุ่นเคือง
" สตรีประหลาด มีธุระกับข้าหรือ ?"
หญิงสาวพยักหน้าชี้มือไปยังเข่งต้นสาลี่
" ข้าตั้งใจจะเอาต้นไม้มาฝาก หากเจ้ามิชอบจะนำไปทิ้งเสียก็ได้ ถือว่าข้าไม่เคยมาก็แล้วกัน "
ไป๋ฮัวฮัวมองต้นสาลี่ที่มีขนาดเตี้ยกว่าเอวแต่กลับมีดอกออกมาแล้ว สายตาของชายหนุ่มแฝงความประหลาดใจระคนยินดีหันไปคว้ามือหญิงสาวที่กำลังจะเดินจากไป
" เข้าไปคุยกันด้านใน ! " เขากล่าวแล้วดึงมือหานชิงชิงเดินผ่านสายตาริษยาของบรรดาคุณหนูลูกผู้ดีเข้าไปนั่งยังลานกว้างภายในเรือนพัก
เด็กรับใช้รีบยกน้ำชาออกมาวางให้อย่างนอบน้อม คุณชายของพวกเขาถึงแม้จะดูเป็นบุรุษที่อารมณ์ดี แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยยินยอมให้สตรีใดเข้ามาถึงในเรือนพักหรือแม้แต่สหายที่เป็นบุรุษก็ไม่เคยมีเช่นกัน บรรดาบ่าวรับใช้จึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ไป๋ฮัวฮัวนั่งลงตรงข้ามหญิงสาวหันไปสั่งเด็กรับใช้ให้ออกไปนำต้นสาลี่เข่งนั้นเข้ามาด้านใน
หานชิงชิงจิบชาที่บ่าวผู้นั้นนำมาให้ นางรู้สึกว่าชานี้มีกลิ่นหอม เมื่อดื่มลงไปแล้วทำให้สดชื่นผ่อนคลายสีหน้าของนางจึงไม่มีความขุ่นเคืองให้เห็น
เมื่อเด็กรับใช้นำต้นสาลี่เข้ามาวางไป๋ฮัวฮัวจึงพิจารณาอย่างละเอียด ตัวเขาเองต้องออกเดินทางไปหาเก็บสมุนไพรจากที่ไกลๆหลายแห่ง หากนำพวกมันกลับมาปลูกไว้ที่เรือนแบบนี้ได้บ้างก็คงจะดีไม่น้อย ชายหนุ่มหันกลับมามองสตรีประหลาดอย่างชื่นชม
" เจ้าช่วยสอนข้าให้ทำแบบนี้บ้างได้หรือไม่? " ชายหนุ่มชี้ไปยังต้นสาลี่