เนื่องจากเป็นฤดูฝน ทุกค่ำคืนจึงมีฝนโปรยลงมา หานชิงชิงดึงผ้าห่มมาคลุมกายเด็กชายทั้งคู่ อู่เกอนอนขดกายอยู่อีกด้านหนึ่งของกระท่อม นางหยิบผ้าคลุมให้เขาเหมือนเป็นน้องชายอีกผู้หนึ่งแล้วกลับมานอนลงข้างๆหานอี้
รุ่งเช้าก่อนฟ้าสว่างฝนที่โปรยปรายมาตลอดทั้งคืนจึงได้หยุดลง หญิงสาวที่นอนไม่หลับออกมาจุดไฟเพื่อเตรียมอาหาร
อาเจินเดินมาที่กระท่อมทันทีที่มองเห็นแสงไฟ เขาช่วยนางทำอาหารจนเสร็จจึงหิ้วถังไม้ไปตักน้ำที่ลำธารมาวางไว้ให้
หานอี้และอู่เฉินตื่นขึ้นมาเห็นว่ามีคนช่วยพี่สาวอยู่แล้วจึงพากันออกไปวิ่ง หลังจากอาหารเช้าอาเจินได้นำทางหญิงสาวเดินสำรวจไปรอบๆหมู่บ้าน
หานชิงชิงแบกเป้ขึ้นหลังเดินตามไปอย่างสนใจตั้งใจจะปล่อยน้องชายทั้งสองไว้กับอู่เกอ หานอี้รีบคว้าหน้าไม้วิ่งตามมาจึงเหลือเพียงอู่เฉินอยู่กับชายหนุ่ม
นางสำรวจแหล่งน้ำและดินรอบหมู่บ้าน แล้วเดินตามธารน้ำขึ้นไปบนภูเขาเนื่องจากเป็นหน้าฝนจึงมีต้นไม้หนาทึบ
หญิงสาวมองเห็นผลไม้ป่าขึ้นอยู่หลายชนิดจึงคิดนำไปปลูกในหมู่บ้าน นางค้นหาอุปกรณ์จากในเป้แล้วขุดดินบริเวณนั้นขึ้นมากองไว้
" อาเจิน.. เจ้าไปเดินดูใกล้ๆแถวนี้ว่ามีผลไม้ป่าขึ้นอยู่ที่ใดบ้าง " อาเจินรับคำรีบทำตามที่นางสั่งไม่รอช้า
หานชิงชิงถืออุปกรณ์เดินมายังต้นสาลี่ป่า นางปีนขึ้นไปเลือกกิ่งที่ต้องการแล้วลงมือใช้มีดเล็กกรีดใต้ข้อลงมาหนึ่งนิ้วเป็นวงรอบ เว้นระยะห่างอีกนิ้วครึ่งจึงกรีดอีกวงหนึ่งใช้ปลายมีดลากตรงกลางแล้วลอกเปลือกออกไป ขูดเอาเยื่อที่หุ้มอยู่ออกจนสะอาดจึงเอาดินผสมน้ำพอหมาดหุ้มจนมิดจากนั้นใช้กระดาษเคลือบเทียนไขพันโดยรอบนำเชือกมาผูกหัวท้ายเอาไว้
นางทำเหมือนเดิมอีกหลายกิ่งจนพอกับความต้องการ จึงโหนกิ่งไม้กำลังจะทิ้งตัวกระโดดลงมา พลันก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากแนวไม้
" พวกเจ้ากำลังทำอันใดกันอยู่หรือ ?"
หานชิงชิงกำลังเพลินก็ตกใจแทบจะร่วงลงมาจากต้นสาลี่ เจ้าของเสียงเป็นบุรุษในชุดสีขาวสะอาดตารูปร่างสูงโปร่ง ท่าทางประหนึ่งนักศึกษา เขาออกจากแนวไม้เดินตรงมาทางพวกนางด้วยใบหน้าที่แย้มยิ้ม
" พวกเจ้าทำอันใดกัน เป็นสตรีกลับขึ้นไปปีนป่ายอยู่บนต้นไม้ท่าทางประหลาดผิดวิสัยสตรียิ่ง "
บุรุษผู้นี้มีใบหน้าเนียนใสราวกับหยกเนื้อดี ที่แม้แต่สตรียังต้องอิจฉา หากจะเทียบความหล่อกับอู่เกอก็มิอาจตัดสินได้ว่าผู้ใดเหนือกว่า
"มิเกี่ยวอันใดกับท่าน ตัวท่านเองก็มาลอบมองพวกข้ามิเป็นการเสียมารยาทเช่นนั้นหรือ ? " หานชิงชิงกระโดดจากกิ่งไม้ลงมายืนประจัญหน้ากับชายหนุ่ม
" ข้ามิได้มาแอบดู เพียงแต่เห็นสตรีประหลาดเช่นเจ้าขึ้นไปเกาะอยู่บนต้นไม้ หรือเจ้าคิดจะผูกคอตาย ?"
" เจ้าน่ะสิผูกคอตาย ต่อให้เจ้าตายท่านพี่ของข้าก็ยังอยู่ " หานอี้ที่นั่งมองอยู่นานลุกขึ้นมาเถียงแทนพี่สาว
" ช่างเถิด ข้ามิได้มาหาเรื่องพวกเจ้า ข้าแซ่ไป๋นามฮัวฮัว มาหาเก็บสมุนไพรแถวนี้ "
"ท่านเป็นหมอหรือ ?" หานชิงชิงและหานอี้ถามขึ้นพร้อมกัน
"บิดาข้าเป็นหมอเปิดร้านยาอยู่ในเมือง ตัวข้าเพียงมาหาสมุนไพรบางอย่างเท่านั้นมิใช่หมอ "
หานชิงชิงลอบสำรวจบุรุษตรงหน้าท่าทางของเขามิใช่ธรรมดา ไม่ต่างจากสายลับที่นางเคยพบเห็น บุรุษผู้นี้ย่อมต้องมีฝีมือมิใช่ชั่ว แต่หากมิได้มาร้ายนางก็ยินดีผูกมิตร
" ข้าแซ่หานนามชิงชิง ส่วนนั่นน้องชายข้า หานอี้ พักอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ "
" เจ้าเรียกข้าฮัวฮัวก็ได้ วันหน้าหากมีอันใดก็แวะไปหาข้าที่ร้านยาไป๋ฉือ ใบหน้าของเจ้านั้นข้าช่วยหาวิธีรักษาให้ดีหรือไม่ ? "
" ขอบใจ แต่ข้ายังไม่คิดรักษาในตอนนี้ หากต้องการเมื่อใดจะไปหาเจ้าก็แล้วกัน"
"ถ้าเช่นนั้นข้าขอไปหาสมุนไพรก่อน เจ้าต้องระวังให้ดีอย่าพลัดตกลงมาขาหักเสียเล่า หน้าตายิ่งน่าเกลียด ถ้าขาพิการอีกจะดูน่าอนาถเกินไป "
ไป๋ฮัวฮัวพูดจบก็หัวเราะ นางจึงคว้าไม้ท่อนหนึ่งปาใส่ ชายหนุ่มกระโดดหลบอย่างว่องไวแล้วเดินหายเข้าไปในป่า
"ไอ้คนปากเสีย" นางสบถไล่หลัง จากนั้นจึงเดินไปหาต้นพลับแล้วทำการตอนอีกหลายกิ่งจึงเก็บอุปกรณ์ อาเจินเดินกลับมาพอดี
" ไม่ไกลจากที่นี่ยังมีผลไม้อีกหลายชนิดขอรับ คุณหนูจะไปดูหรือไม่ "
" วันนี้กลับกันก่อนค่อยมาดูคราวหน้า " หานชิงชิงเห็นเมฆหมอกตั้งเค้าจึงรีบพากันกลับ
"กิ่งไม้พวกนั้นเราไม่เอากลับไปด้วยหรือขอรับ? " หานอี้สงสัย !
"อีกเจ็ดวันถึงจะนำไปปลูกได้ เราค่อยกลับมาเอา"
ก่อนเข้าหมู่บ้านหานชิงชิงถือโอกาสสำรวจพื้นที่ตามทางที่เดินผ่าน ที่ดินรกร้างหากถากถางให้เตียน ยังใช้ทำประโยชน์ได้อยู่หลายแห่ง
" ข้ามีพันธุ์มันเทศและพืชตระกูลถั่วอยู่หลายชนิด พรุ่งนี้เจ้าให้บุรุษที่ยังแข็งแรงมาช่วยกันถากถาง บอกพวกเขาว่าข้ามีค่าแรงให้ " นางกล่าวกับอาเจิน
" คุณหนูมิต้องจ่ายค่าแรงให้พวกข้า แค่อาหารที่ท่านให้มาก็มากพอแล้วขอรับ "
" ให้ก็ส่วนให้ คนทำงานก็ต้องมีค่าแรงข้าไม่คิดเอาเปรียบผู้อื่น เจ้าบอกพวกเขาตามนั้นเอาเฉพาะคนที่สมัครใจห้ามบังคับเด็ดขาด "
" ข้าจะจัดการตามที่คุณหนูสั่งขอรับ"
อาเจินนำคำของหานชิงชิงไปแจ้งต่อชาวบ้านทันทีที่กลับมาถึง
" มีค่าแรงด้วยหรือ ?" บุรุษผู้หนึ่งเอ่ยถาม ชาวบ้านต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก
วันรุ่งขึ้นบุรุษเกือบยี่สิบคนแบกจอบเสียมตามอาเจินมาช่วยกันถากถาง หญิงสาวตามมาดูหลังจากทานอาหารเช้าพร้อมกับอู่เกอที่เดินไปไหนได้เองแล้ว
หานอี้สอนหนังสือให้อู่เฉินอยู่ที่กระท่อมจึงไม่ตามออกมา พวกชาวบ้านทำงานอย่างขยันขันแข็ง เมื่อได้เนื้อที่พอประมาณนางจึงให้หยุดถางแล้วยกร่องกลับหน้าดินเตรียมเพาะปลูก ทุกคนเร่งปรับพื้นที่จนถึงเย็น หานชิงชิงส่งเงินให้อาเจินเป็นผู้จ่ายค่าแรงชาวบ้านคนละสองร้อยเหวิน
" คนละสองร้อยเหวินเชียวหรือขอรับ"
อาเจินถามให้แน่ใจ ที่ผ่านมาไม่มีใครจ้างแรงงานในราคาที่สูงเช่นนี้ ชายหนุ่มเคยรับจ้างแบกข้าวสารทั้งวันยังได้ค่าแรงเพียงหนึ่งร้อยเหวิน
" ข้าเองมิได้มีเงินมากมายคงช่วยเหลือพวกเจ้าได้ไม่มาก แต่หากได้ผลผลิตนอกจากชาวบ้านที่นี่จะอิ่มท้องข้าจะให้พวกเจ้านำไปขายที่จินสุ่ย ต่อไปพวกเจ้าก็จะได้มีอาชีพที่สุจริต "
" คุณหนูช่วยเหลือพวกข้ามากเหลือเกินขอรับ "
อาเจินน้ำตาคลอ ตอนแรกที่คิดมาติดตามหญิงสาวเพียงรักษาสัจจะว่าจะเป็นวัวเป็นม้าให้นาง เมื่อได้รู้ความคิดของนางเช่นนี้ ยิ่งทำให้มันเคารพและศรัทธาขึ้นไปอีก
ชาวบ้านทุกคนที่ได้รับเงินต่างดีใจวิ่งกลับไปอวดคนที่บ้าน นานแค่ไหนที่พวกเขาไม่เคยได้อิ่มท้อง ไม่มีผู้ใดที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ทุกคนกลับไปอย่างมีความสุข
เวลาเพียงเจ็ดวันที่ดินที่เคยรกร้างก็เปลี่ยนมาเป็นแหล่งผลิตพืชผลทางการเกษตร พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ปลูกมันเทศถั่วลิสงและพืชตระกูลถั่วอีกหลายชนิด เพื่อเอาไว้แจกจ่ายให้ชาวบ้านที่อดอยากทดแทนข้าวสารที่มีราคาสูง
หานชิงชิงยืนมองด้วยความพอใจก่อนจะชวนหานอี้ไปเก็บกิ่งพันธุ์ที่ทำการตอนกิ่งทิ้งเอาไว้
เมื่อพวกนางมาถึงก็พบว่ามีรากงอกออกมาแล้ว จึงทำการตัดเก็บแล้วนำกลับมาวางไว้ข้างกระท่อม
" ต้องให้อาเจินจ้างชาวบ้านสานเข่งเล็กๆสักหลายใบสำหรับปลูกต้นไม้พวกนี้ " หญิงสาวครุ่นคิด
อาการของอู่เกอยามนี้หายสนิทไม่มีร่องรอยบาดแผลให้เห็น ยาของหานชิงชิงเป็นดังยาวิเศษ เหตุใดใบหน้าของนางจึงยังมีรอยแผล
ชายหนุ่มได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ เขาเริ่มติดตามช่วยนางทำงานทุกอย่าง ไม่ว่านางจะสั่งให้ทำสิ่งใดชายหนุ่มก็มิเคยปริปาก
คืนนี้ท้องฟ้าเปิดไม่มีฝนตกลงมา น้องชายสองคนไปเล่นกับเด็กๆในหมู่บ้าน อู่เกอนำขลุ่ยหยกขนาดเล็ก ที่ห้อยอยู่กับผ้าคาดเอวออกมาเป่าเป็นเพลงซ้ำไปซ้ำมา ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงนกร้องดังมาจากเชิงเขาหลังหมู่บ้าน ชายหนุ่มเหลือบสายตามองหานชิงชิงเห็นว่านางไม่ได้มีท่าทางสนใจจึงเอ่ยออกมา
" ข้าขอออกไปยิงกระต่าย !! "
" เจ้าอยากจะยิงสักกี่ตัวก็ตามใจเจ้าเถิด หรือว่าเจ้าถือเครื่องยิงเองไม่ไหวต้องให้ข้าไปช่วย ?"
หานชิงชิงตอบโดยไม่หันมามอง จึงไม่ได้เห็นใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงของชายหนุ่ม หลังจากที่ร่างกายของอู่เกอหายจากการบาดเจ็บนอกจากคำพูดเย้าแหย่นางไม่เคยเข้าใกล้เขาอีก
" เจ้ามันสตรีหน้าไม่อาย !! "
อู่เกอกล่าวแล้วเดินออกไปจากกระท่อมได้ยินเสียงหัวเราะฮิฮะของนางอยู่ด้านใน
เมื่อชายหนุ่มพ้นประตูไปได้ครู่หนึ่งนางก็ตามออกมา มุ่งหน้าไปยังเสียงนกร้อง ที่ได้ยินคราแรก การเคลื่อนไหวของหานชิงชิงไม่ต่างจากภูติพรายที่ไร้ซุ่มเสียง
หญิงสาวมาหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ไม่ห่างจากอู่เกอที่ยืนรออะไรบางอย่าง ชายหนุ่มหันมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง พลันเงาร่างในชุดดำก็โผล่ออกมาจากความมืดตรงไปยังอู่เกอ มันเดินมาหยุดตรงหน้าชายหนุ่มแล้วคุกเข่าลง
" สิงเฟยคารวะนายน้อย เพราะข้าน้อยอารักขาไม่ดี ทำให้นายน้อยถูกทำร้าย ท่านโปรดลงโทษ "
" ลุกขึ้นเถิด พวกเจ้าทำเต็มที่แล้ว ข้าไม่ตำหนิพวกเจ้า เป็นตัวข้าที่ไร้สามารถทำให้ผู้อื่นต้องสละชีวิตข้าละอายใจยิ่ง " อู่เกอกล่าวแล้วดึงบุรุษผู้นั้นให้ลุกขึ้น
" นายน้อยอย่าได้ตำหนิตัวเอง หากยามนั้นเป็นข้าน้อยมิใช่จื่อซูข้าน้อยก็จะทำเช่นเดียวกัน ขอเพียงท่านปลอดภัยทุกสิ่งย่อมมีความหวัง " สิงเฟยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงให้อู่เกอได้รับรู้
หานชิงชิงลอบฟังอยู่ครู่หนึ่งเห็นว่าพวกเขามิใช่ศัตรูที่สังหารครอบครัวจึงกลับมายังกระท่อม จึงไม่ทันได้ยินคำพูดหลังจากนั้นที่ชายหนุ่มเอ่ยกับบุรุษนามสิงเฟย
" สตรีผู้หนึ่งได้ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ นางชื่อหานชิงชิงเจ้าจงไปสืบเรื่องราวของนางมาให้ข้า "
" ขอรับ " สิงเฟยรับคำสั่งแล้วจากไป ชายหนุ่มจึงรีบกลับมายังกระท่อม เด็กสองคนก็เดินกลับมาพร้อมกันหานชิงชิงจึงมิได้สนใจเขา
ข้าวสารและอาหารแห้งของนางใกล้จะหมด หญิงสาวจึงเรียกอาเจินมาพบนางส่งตั๋วเงินใบละร้อยตำลึงให้
" เจ้าพาคนสองสามคนนำรถม้าของข้าไปหาซื้อเสบียงที่จินสุ่ย "
" คุณหนูจะให้ซื้อทั้งหมดนี่เลยหรือขอรับ " อาเจินก้มมองตั๋วเงินในมือแล้วถามอย่างไม่แน่ใจ หญิงสาวส่ายหน้าให้กับท่าทางซื่อๆ
" ซื้อข้าวสารมามากหน่อยส่วนอย่างอื่นเจ้าก็ดูตามความเหมาะสม อย่าให้หนักเกินจนม้าวิ่งไม่ไหว ถ้ามีเวลาก็หาเมล็ดพันธุ์ผักสักสองสามชนิด ข้าจะให้อาเฉินไปกับพวกเจ้า "
" ขอรับ "
อาเจินรับคำแล้วออกไปตามบุรุษในหมู่บ้านมาอีกสองคน อู่เฉินหยิบลูกดอกมาพันผ้าคล้องไว้บนไหล่แล้วคว้าหน้าไม้เดินตามออกไปไม่ต้องให้นางกล่าวซ้ำ
อู่เกอที่เฝ้ามองการกระทำของหญิงสาวอยู่หลายวันจึงอดสงสัยไม่ได้ สตรีอายุเพิ่งถึงวัยปักปิ่นเช่นนางกลับมีความสุขุมทำทุกสิ่งเป็นขั้นตอน อีกทั้งยังเฉลียวฉลาดและกล้าหาญไม่ต่างจากบุรุษ
นางต้องผ่านสิ่งใดมาบ้างจึงได้แข็งแกร่งเช่นนี้ หลังจากที่เขากลับมาแข็งแรงนางก็มิเคยมีท่าทางลวนลามแตะต้องเนื้อตัวเขาอีก แต่ชายหนุ่มกลับเป็นฝ่ายโหยหาสัมผัสนั้น
เมื่อขบวนของอาเจินได้ออกเดินทางไปแล้ว หานชิงชิงจึงนำกระเป๋าเดินทางออกมาเปิด นางหยิบทองคำสองแท่งใส่เข้าไปในอกเสื้อแล้วปิดกระเป๋าไว้เช่นเดิม
" อี้เอ๋อ.. พี่จะเข้าไปในเมืองต้าเจียงอาจไปนานสักหน่อย เจ้ากับอู่เกอรออยู่ที่นี่มิต้องเป็นห่วง " หานอี้อยากจะตามไปด้วยแต่เมื่อนางสั่งเช่นนั้นจึงจำใจต้องรับคำ
"ขอรับ "