บทนำ
วันนี้ก็เหมือนวันธรรมดาอีกวันที่ฉันกำลังเดินทางกลับบ้านโดยคนขับรถจะไปจอดรอที่หอสมุดมหาวิทยาลัยซึ่งอยู่ใกล้กับคณะของฉัน
ฉันกำลังเดินเอื่อยชมบรรยากาศของมหาวิทยาลัยเอริสที่ขึ้นชื่อเรื่องการตกแต่งทิวทัศน์สวยงามที่สุดในเอเชีย สวนข้างทางหรือแม้กระทั่งเกาะกลางถนนถูกตกแต่งอย่างหรูหราสวยงาม ทันสมัย จนฉันอดที่จะถ่ายรูปเก็บไว้เผื่อให้คุณพ่อท่านเป็นไอเดียในการแต่งสวนที่บ้าน
ฉันเดินใกล้จะถึงจุดหมายที่นัดกับคนขับรถไว้ ก่อนจะรู้สึกแปลกเหมือนมีคนมองมาแต่หันไปมองกลับไม่เห็นใครหรือฉันจะคิดมาก “ฉันคงคิดมากไปเองรึเปล่านะ”
ฉันเดินต่อไปโดยพยายามไม่สนใจสิ่งที่อยู่รอบข้างจนกระทั่ง …
เอี๊ยด!
อยู่ๆ รถก็พุ่งเข้ามาในทางเท้าซึ่งไม่น่าเป็นไปได้เลยเพราะนี่คือเขตการศึกษาทำให้รถทุกคันไม่ได้ใช้ความเร็ว ฉันเกือบหยุดหายใจรถคันนั้นพุ่งผ่านหน้าฉันเพียงไม่กี่ก้าว รถคันดังกล่าวรีบหมุนรถหนีไปในทันทีอย่างหน้าสงสัย
“หนูเรอา!! หน๊อยตั้งใจจะชนนิ” ทำไมวันนี้คุณอาพจน์มารับฉันกันนะ คุณอาต้องเห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่แน่ๆ ฉันเตรียมโดนคุณพ่อดุแน่เลย
“เอ่อ หนูโอเคค่ะ เรารีบกลับกันดีกว่านะคะ” ฉันไม่อยากให้สถานการณ์ใหญ่ไปมากกว่านี้เพราะนักศึกษาเริ่มเข้ามามุ่งดูกันแล้ว ให้ตายสิ ฉันเดินขึ้นมาบนรถก่อนจะเห็นว่าคุณอาพจน์กำลังโทรหาใครสักคนซึ่งฉันพอจะเดาได้เลยว่าต้องเป็นคุณพ่อแน่ๆ
“เรอาคราวหลัง อาไปรับหน้าตึกนะ” ฉันไม่ตอบอะไรกลับไปเพราะทุกวันนี้ก็แทบจะไม่ได้ไปไหนมาไหนเหมือนวัยรุ่นทั่วไปอยู่แล้ว จะไปไหนก็ต้องมีคนไปรับไปส่ง น่าเบื่อ
คฤหาสน์
คุณอาพจน์เลี้ยวรถเข้ามาภายในคฤหาสน์หรูซึ่งเป็นมรดกตกทอดของตระกูลของฉัน บ้านของฉันเป็นนักการเมืองมาสามรุ่นซึ่งตอนนี้คุณพ่อของฉันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งโชคดีของฉันที่มีพี่ชายเพราะตอนนี้เขาเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษซึ่งคุณพ่อส่งไปเรียนเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ แต่พี่ชายก็อยู่กับคุณแม่ซึ่งก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ ฉันจึงเป็นลูกสาวเอาแต่ใจและโดนตามใจเสมอมา
ฉันสนใจการเขียนโปรแกมตั้งแต่เด็กคงเป็นเพราะคนรุ่นใหม่ละมั้งที่มาสนใจด้านนี้ ฉันเลือกเข้าcomsciของมหาวิทยาลัยเอริสแต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเพราะตอนนี้คะแนนกิจกรรมของฉันยังขาดอยู่มาก เฮ้อ แต่ทำไงได้ล่ะคุณพ่อไม่ยอมปล่อยฉันเลยเพราะตอนนี้คุณพ่อมีปัญหากับสถานทูตไทยในรัสเซียซึ่งฉันรู้แค่ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงอ่อนไหว
“เรอา ลูกเป็นยังไงบ้าง” คุณพ่อรีบเดินออกมารับฉันที่หน้าประตูบ้านด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล
“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”
“แบบนี้มันไม่โอเคแล้วนะ พ่อจะจ้างคนมาดูแลลูก”
“อุบัติเหตุรึเปล่าคะ คุณพ่ออย่าพึ่งกังวลนะคะ” ฉันพยายามปรามคุณพ่อให้ใจเย็น
“พจน์ มีคนเชื่อใจได้มั้ยเอาไปดูแลยัยหนูในมหาวิทยาลัยที” ฉันกำลังจะอ้าปากเถียงแต่ก็ต้องหยุดเพราะถึงเถียงไปก็ไม่ชนะอยู่ดี
“คนที่เชื่อใจได้คงต้องใช้เวลาหา ถ้าอย่างนั้นผมจะลองให้เจคมาช่วยดู”
“เจคลูกชายนายใช่มั้ย ดีเหมือนกันแบบนั้นฉันก็เบาใจขึ้นหน่อย” ฉันส่ายหน้าไปมา ลูกชายอาพจน์ฉันเคยเห็นแค่ครั้งเดียวคือตอนอายุเจ็ดขวบ ฉันแทบจะจำหน้าเขาไม่ได้อยู่แล้ว
“เฮ้อ ไม่จำเป็นต้องขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ” ฉันพูดอย่างเกรงใจ
“ไม่ได้ เราไม่ต้องเถียง” ฉันทำหน้าเอือมระอา
“ให้หนูไปนอนคอนโดกับเพื่อนก็ได้มั้ย จะได้ไปไหนมาไหนก็มีคนอยู่ด้วยตลอด”
“แต่เพื่อนลูกแต่ละคน ดูแล้วไม่น่าจะปกป้องลูกได้นะ” ก็จริง ฉันพลันคิดถึงหน้าเพื่อนสาวแต่ละคน
“งั้นก็แล้วแต่คุณพ่อเถอะค่ะ หนูขึ้นไปทำการบ้านละ เอ๊อ พรุ่งนี้หนูเข้ากิจกรรมนะคะเลิกช้า อาจจะกลับเอง”
“ไม่ได้” คุณพ่อค้านเสียงแข็ง
“คะแนนกิจกรรมหนูไม่มีเลยนะคะ หนูต้องเข้ากิจกรรมบ้าง” ฉันเริ่มโมโหแล้วนะทำไมไม่ฟังที่ฉันพูดเลย
“เฮ้อ งั้นก็เข้าไปเถอะแล้วเดี๋ยวพ่อจัดการเอง” ฉันพยักหน้าก่อนจะเดินกลับขึ้นห้องเพื่อทำการบ้านโดยเขียนHTML ส่งอาจารย์ในพรุ่งนี้
ฉันขึ้นมาเปิดคอมพิวเตอร์ก่อนจะเริ่มลงมือทำแต่ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นสายวีดีโอของหนึ่งแก๊งค์เพื่อนของฉันเอง ฉันกดรับสายทันที
“สวัสดี ขิมกับจูเน่ล่ะ”
‘สองคนนั้นน่าจะยังอยู่คณะนะเห็นว่ากำลังทำสถานที่รับน้อง’
“โอเค”
‘งั้นเดี๋ยวขอถามเรื่องการบ้านเลยนะ ฉันรันโค้ดไม่ได้ว่ะ’ เสียงใสของลี่ดังขึ้นอย่างสงสัย
“งั้นเราทำพร้อมกันเลยนะ เดี๋ยวฉันจะแชร์หน้าจอขึ้นมานะ”
พวกเราสองคนนั่งทำงานและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการทำโจทย์ช่วยกัน “นี่แกรู้จักเจคที่อยู่มหาวิทยาลัยเรามั้ย” ฉันถามขึ้นเพราะคิดว่าลี่น่าจะรู้จักคนเยอะแน่ๆ
‘เจคไหน คณะอะไร’ ฉันอ้ำอึ้งเออว่ะลืมไปเลยว่าไม่ได้รู้ลึกขนาดนั้น
“เออๆ ช่างเหอะ พรุ่งนี้เข้ากิจกรรมรับน้องสาขาด้วยนะพ่อให้ไปแล้ว”
‘จ้า สักทีเนาะเดี๋ยวเรียนไม่จบเพราะคะแนนกิจกรรมจะมาบ่นทีหลัง’ พูดจบพวกเราก็ลุยแก้โค้ดกันต่อ คืนนี้คงอีกนานแน่