bc

ฉันรักเธอ ฉันเกลียดเธอ

book_age18+
304
FOLLOW
1.7K
READ
family
HE
opposites attract
stepfather
heir/heiress
blue collar
drama
sweet
bxg
kicking
brilliant
campus
office/work place
childhood crush
secrets
like
intro-logo
Blurb

"หนึ่งอาจจะเคยรักพี่มาก แต่หนึ่งรักพี่ได้...หนึ่งก็เกลียดพี่ได้เหมือนกัน"

เธอกับพ่อไปเจอเขาบาดเจ็บจึงช่วยเขาไว้และให้เขาพักอาศัยอยู่ด้วยกันเรื่อยมา เพราะไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหนอีกทั้งตัวเขาเองก็จำอะไรไม่ได้ จนเวลาผ่านไปเพราะความใกล้ชิดกันมันจึงเกิดความผูกพันธ์จนกลายมาเป็นความรัก อยู่มาวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งสองต้องพลัดพรากจากกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในสถานะที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว หนำซ้ำเขากลับจำเธอไม่ได้และยิ่งซ้ำร้ายไปกว่านั้นเธอต้องมารับรู้ว่าเขานั้นมีคู่หมั้นอยู่แล้ว.....

chap-preview
Free preview
ตอนที่1. พบเจอ
เอี๊ยดดด!!!! เสียงเบรครถดังสนั่น “เฮ้ย!นั่นคนใช่มั้ย เป็นไรป่าววะ” เสียงผู้เป็นพ่อร้องถามลูกสาวอย่างตกใจ ตอนนี้เป็นเวลาโพล้เพล้แล้วจึงมองเห็นอะไรไม่ค่อยชัดนัก “เราลงไปดูกันดีมั้ยพ่อ” ผู้เป็นลูกสาวเอ่ยชวนอย่างอยากรู้ “จะดีเหรอวะไอ้หนึ่ง” “เถ่อะน่าพ่อ ยังไงก็ยังไงแล้วเราก็ลงไปดูเขาหน่อย” “แต่เราเหยียบเบรคทันใช่มั้ยวะ” พ่อเธอยังถามอีกด้วยความไม่แน่ใจ แอ๊ดกรึบ! นับหนึ่งลงจากรถ เธอค่อย ๆ เดินย่องไปดูคนที่ล้มฟุบอยู่หน้ารถของเธอ ผู้เป็นพ่อเดินตามเธอมา นับหนึ่งค่อย ๆ จับตัวเขาพลิกหงายขึ้นและยื่นนิ้วมือไปอังที่จมูกดูว่าเขายังหายใจอยู่หรือเปล่า “พ่อ เขายังหายใจอยู่” เธอหันไปบอกผู้เป็นพ่อ “เฮ้ย!เลือด” พ่อเธอร้องตกใจเมื่อเห็นเลือดไหลจากหัวของคนตัวโตที่ตอนนี้หมดสติอยู่ “โธ่พ่อ!ก็พ่อเหยียบเบรคทัน เราไม่ได้ชนเขาหรอกน่า เขาอาจจะไปโดนอะไรบาดเจ็บมาก่อนหน้านี้ก็ได้” “เอาไงดีวะ แถวนี้มีแต่ป่า ถ้าขืนปล่อยไว้ไอ้หนุ่มนี่ตายแน่” “เราช่วยเขาไปก่อนดีมั้ยพ่อ ยังไง ๆ ก็เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน” “เออ เอาไงก็เอาวะ” “ฮึ๊บบบ..ฮึ๊บ” สองพ่อลูกช่วยกันพยุงลากคนตัวโตไปขึ้นท้ายรถกระบะคันเก่า ตึ้ง! ผู้เป็นพ่อปิดท้ายรถ “เฮ้อ! คนอะไรตัวหนักเป็นบ้า” นับหนึ่งพึมพำกับตัวเอง “ไปกันเถอะ เดี๋ยวใครผ่านมาเห็นเข้าจะคิดว่าเราเป็นคนทำร้ายไอ้หนุ่มนี่เข้าล่ะ จะซวยกันไปใหญ่” “จ้ะพ่อ ไปกัน” บรื้นนน… ----- บ้านนับหนึ่ง(หมู่บ้านแสงดาว) ที่นี่คือหมู่บ้านหลังเขา เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ มีชื่อว่าหมู่บ้านแสงดาว มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่กี่สิบครัวเรือนรวมทั้งครอบครัวของนับหนึ่งด้วย ทุกคนที่นี่ส่วนมากก็มีอาชีพทำไร่ ทำสวน หาของป่าเข้าไปขายที่ตลาดในเมือง หรือออกไปไกลอีกนิดก็ไปหางานทำเป็นลูกจ้างที่รีสอร์ทที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของภูเขาลูกนี้ ส่วนบ้านนับหนึ่งเองทำไร่ข้าวโพดรายได้ก็ไม่ค่อยดีนัก และเมื่อว่างจากงานไร่ก็จะไปหาของป่าขาย เหมือนวันนี้ที่เธอขอพ่อติดสอยห้อยตามไปด้วยและก็มาเจอกับเหตุการณ์นี้เข้า “ฮึ๊บ ๆ อึก! เฮ้อทำไมมันหนักอย่างนี้วะ” “เอ้า! นั่นแกสองคนไปพาใครมาด้วยวะน่ะ แล้วนั่นเขาเป็นอะไร” เสียงของสมทรงแม่เลี้ยงของนับหนึ่งร้องถามขึ้น เมื่อเห็นสองพ่อลูกช่วยกันพยุงร่างคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน “แกอย่าเพิ่งถามมากเลยน่า ไปเตรียมที่นอนให้ไอ้หนุ่มนี่หน่อย” เอนกบอกสมทรงไป “เออ ๆ ๆ” สมทรงรับคำแล้วรีบกุลีกุจอจัดที่ให้ และเมื่อวางร่างสูงให้นอนลงเรียบร้อยแล้ว “ไอ้หนึ่ง เอ็งไปทำแผลให้ไอ้หนุ่มนั่นหน่อยแล้วกัน” เอนกบอกลูกสาว “จ้ะพ่อ” แล้วเธอก็ไปค้นหาอุปกรณ์ทำแผลและยาเท่าที่จะหาได้ในบ้านตอนนี้ มาปฐมพยาบาลให้คนตัวโตที่นอนไม่ได้สติอยู่ เมื่อเสร็จแล้วทุกคนก็มานั่งคุยถามไถ่และปรึกษากัน “ยังไง ตกลงพวกเอ็งสองคนพาใครที่ไหนมาด้วยวะ” สมทรงเอ่ยถามสองพ่อลูกขึ้นอีกครั้ง “ไม่รู้เหมือนกันจ้ะแม่” นับหนึ่งเป็นคนเอ่ยตอบแม่เลี้ยงของเธอไป สมทรงคือภรรยาใหม่ของเอนกซึ่งก็รักและเลี้ยงนับหนึ่งมาเหมือนลูกในไส้ นับหนึ่งเองก็รักและเคารพสมทรงเหมือนแม่แท้ ๆ เช่นกัน แม่ของนับหนึ่งเสียไปด้วยโรคไข้ป่าตั้งแต่เธอยังเด็ก ๆ เธอจึงเรียกสมทรงว่าแม่ “อยู่ ๆ ไอ้หนุ่มนี่มันก็วิ่งลงมาจากเขามาตัดหน้ารถของเราเข้า” เอนกบอกเล่าให้ผู้เป็นภรรยาฟังต่อ “หา!! นี่แกอย่าบอกนะว่าแกขับรถชนไอ้หนุ่มนั่นเข้า แล้วเดี๋ยวถ้ามันฟื้นขึ้นมามันจะไม่กลับไปแจ้งความเอาตำรวจมาจับแกเอาเรอะตาเหนก” สมทรงโวยวายร้องถามขึ้นมาอย่างตกใจ “เฮ้ย! แกก็ฟังข้าพูดให้จบก่อนสิวะ ข้าน่ะไม่ได้ชนไอ้หนุ่มนี่หรอก ข้าเหยียบเบรคทัน ข้ากับไอ้หนึ่งก็งงอยู่ว่าไอ้หนุ่มนี่มันสลบไปได้ยังไง ไม่รู้มันหนีอะไรมารึเปล่าจากบนเขานั่น” “จริงเหรอวะ” สมทรงถามเอนกเพื่อความแน่ใจ เพราะเป็นห่วงเอนกว่ากลัวจะโดนเอาเรื่อง “จริงจ้ะแม่ หนึ่งกับพ่อก็เลยลงไปช่วยเขามานี่แหล่ะ ก็ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิด” นับหนึ่งพูดสำทับขึ้นมา “เออ..เอาน่ายังไงก็ช่วยมันมาแล้ว เดี๋ยวรอให้พ่อหนุ่มนั่นฟื้นก่อน เราค่อยสอบถามว่ามันไปไงมาไง หรือหนีอะไรมาถึงได้มาโผล่แถวนี้ได้ แล้วเราค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกัน” เอนกเป็นคนเอ่ยสรุปทั้งหมด “เออ ข้าละเป็นห่วงเอ็งสองคน กลัวเขาจะเข้าใจผิดแล้วไปแจ้งตำรวจมาจับพวกเอ็งสองคนเข้านี่ละวะ แต่ดูท่าทางมันจะเป็นผู้ดีมีเงินรึเปล่าวะนั่น” “เอ๊อะ! จะเป็นใครมาจากไหนเดี๋ยวรอมันฟื้น เราก็รู้เองล่ะ ว่าแต่เอ็งทำอะไรไว้ให้พวกข้ากินวะ ข้าชักเริ่มจะหิวแล้วล่ะ” “ปะ..งั้นเราไปกินข้าวกันก่อนก็แล้วกัน” แล้วทั้งสามก็เข้าครัวไปกินข้าวกัน -- อีกฟากหนึ่งของภูเขา(ขุนเขารีสอร์ท) “โธ่!มึงไม่น่าพลั้งมือไปฟาดหัวคุณวายุเลย ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง นายก็อุตส่าห์สั่งไว้แล้วแท้ ๆ ว่าให้ทำแค่สั่งสอนแค่ขำ ๆ ก็พอ” “เออ ก็กูไม่ได้ตั้งใจนี่หว่า ก็คุณวายุเขาเกือบได้เห็นหน้าพวกเรากูก็พลั้งมือป้องกันสิวะ ถ้าได้เห็นหน้าพวกเราแย่กันหมดแน่” “แล้วนายจะว่ายังไงมั่งวะเนี่ย” “กูว่าเรารีบไปจากตรงนี้กันก่อนเถ่อะ เดี๋ยวเกิดมีใครมาเจอพวกเราเข้า ซวยแน่” “เออ ไป!” -- หมู่บ้านแสงดาว(บ้านนับหนึ่ง) “อ๊ะ โอ๊ะ โอ้ย!” วายุค่อย ๆ ลืมตาตื่น และกวาดตามองไปรอบ ๆ ที่นี่ที่ไหนนะ มันเป็นที่ ๆ เขาไม่คุ้นเคยเลย แล้วทำไมเขาถึงรู้สึกปวดหัวรุนแรงขนาดนี้ วายุพยายามพาตัวเองลุกขึ้นเดินเปะปะไปทั่ว ปึก! อึก! “โอ้ย!” เขาเดินมาชนเข้ากับนับหนึ่งที่ได้ยินเสียงเขาก็เลยเดินมาดู วายุล้มทับนับหนึ่ง “อึ๊ อึก! ออกไปนะ ตัวหนักชิบเป๋งเลย” นับหนึ่งพยายามยันตัวเขาที่ล้มทับเธออยู่ให้ออกพ้นจากตัวเธอ “พ่อ แม่ ช่วยด้วย!” เธอตะโกนเรียกพ่อกับแม่ “เฮ้ย!” เอนกและสมทรงรีบวิ่งมายังที่นับหนึ่งร้องเรียกทันที และช่วยกันจับพยุงวายุให้ลุกออกจากตัวนับหนึ่ง “โอ๊ะ ปวด โอ้ย!ปวดหัวอะไรอย่างนี้” วายุร้องขึ้นอีก นับหนึ่งค่อย ๆ พยุงตัวลุก แล้วทุกคนก็หันไปมองที่วายุเป็นตาเดียว “พ่อหนุ่มใจเย็น ๆ นะ เอ็งค่อย ๆ ตั้งสติก่อน” เอนกบอกเขาเป็นเชิงให้ผ่อนคลาย “เอ็งเป็นใคร มาจากไหน แล้วไปโดนอะไรมา” สมทรงเอ่ยถามสมทบ วายุกวาดตามองรอบ ๆ ไปด้วยดวงตาเคว้งคว้างแล้วกุมหัว “ไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมนึกไม่ออก ปวดหัว!โอ้ย!” เขาร้องขึ้นมาอีกด้วยความเจ็บปวด “งั้นเอ็งอย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้เลย ข้าว่าเอ็งไปนอนพักก่อนดีมั้ย พรุ่งนี้แล้วค่อยว่ากัน” เอนกบอกเขา “เอ้อ แล้วเอ็งหิวรึเปล่า” สมทรงถามเขา “เอ็งก็ไปหาข้าวหาปลามาให้มันกินก่อนก็แล้วกัน แล้วหายาแก้ปวดมาให้มันกินด้วย” เอนกบอกสมทรง “เออ ๆ รอแป๊บนะ” วายุนั่งกุมขมับไม่ตอบ “ไอ้หนึ่ง แล้วเอ็งเป็นไงมั่งวะ” เอนกหันมาถามลูกสาว “โธ่! พ่อก็ถามได้ ก็เจ็บน่ะสิเล่นล้มทับมาทั้งตัวขนาดนั้น คนอะไรตัวหนักชะมัด!” แล้วสมทรงก็ยกสำรับกับข้าวมาให้วายุแล้วปล่อยให้เขานั่งกินไป ทั้งสามก็มานั่งปรึกษากันอีกครั้ง “ตกลงจะเอายังไงดีวะเนี่ย ดูเหมือนไอ้หนุ่มนั่นมันจะจำอะไรไม่ได้เลย นี่เราคิดดีแล้วใช่มั้ยเนี่ยที่เอามันกลับมาบ้านด้วย” เอนกบ่นพึมพำออกมา “เออน่า ยังไงก็ช่วยมาแล้ว เอ้า!แยกย้ายกันไปนอนเถ่อะ พรุ่งนี้ค่อยถามพ่อหนุ่มนั้นดูอีกที” สมทรงพูดขึ้น แล้วทุกคนก็พากันแยกย้ายไปนอน

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.5K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.9K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook