ตอนที่ 1 ถ้ารู้ว่าเขาจะกลายมาเป็นพระเอก วันนั้นฉันจะไม่เดินตามไส้กรอกไป

2331 Words
ภาค 1 เพื่อนของนางเอก บทที่ 1 ต้องเล่าย้อนกลับไปเมื่อ 14 ปีก่อน ตอนที่เรื่องราวทั้งหมดได้เริ่มต้นขึ้น ชื่อของฉันคือควีน ที่ได้ชื่อนี้มา จริงๆ ฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไร แต่เดาว่าอาจเพราะคุณพ่อกับคุณแม่ ของฉันทั้งคู่เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากๆ อยากมีลูกมาตลอดเกือบ 20 ปี แต่ก็ไม่สำเร็จซักที จนกระทั่งถอดใจ แต่แล้วคุณแม่กลับพบว่าตนตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติในวัยเกือบ 40 ปี ฉันจึงกลายเป็นราชินีตัวน้อย ลูกสาวสุดที่รักของเจ้าสัวอันดับต้นๆ ของประเทศ เกิดมาบนกองเงินกองทอง ชนิดที่ว่าชี้นกเป็นนก ชีไม้บอกว่าเป็นกระสวยอวกาศก็ไม่มีใครกล้าขัด ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากมายที่พ่อกับแม่สร้างมาด้วยกัน ล้วนต้องตกเป็นของฉันในอนาคต นับตั้งแต่เด็ก ทุกคนมักจะคิดว่าฉันคงนิสัยไม่ดี เป็นคุณหนูจอมเหวี่ยงเอาแต่ใจ ไม่สนใคร เพราะพ่อกับแม่รักและตามใจฉันมากโดยไม่แคร์สิ่งใด แต่ในความเป็นจริงฉันกลับเป็นเด็กพูดน้อย โลกส่วนตัวสูง แม้จะหน้าตาน่ารักมาก แต่กลับตัวเล็กมากเช่นกัน ในขณะที่ขึ้นมัธยมปลายแล้ว ฉันยังตัวเท่าเด็กประถมที่พึ่งเข้าเรียนชั้นมัธยมต้น แค่มองจากหน้าตา ใครๆ ก็มักจะคิดว่าฉันเป็นเด็กอ่อนหวานว่านอนสอนง่ายและหลอกง่าย จริงๆ แล้วพวกเขาคิดถูกในตอนแรกน่ะนะ เพราะแม้ว่าฉันจะโลกส่วนตัวสูง แต่ก็เป็นยัยตัวแสบ ที่เพื่อนสนิทบอกว่า “เธอมันดื้อเงียบ เป็นตัวร้ายในคราบของนางฟ้า” อันที่จริง ฉันก็พอจะรู้ตัว มีครั้งหนึ่งฉันปล่อยสุนัขให้วิ่งไล่ญาตินิสัยไม่ดี ที่มาพูดจาดูถูกว่าฉันแค่เกาะพ่อเกาะแม่กิน รวยจากเงินของพ่อแม่แต่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ฉันไม่รู้ว่าขี้ไก่ไม่ฝ่อนั้นแปลว่าอะไร แต่ฟังแล้วไม่สบอารมณ์เอาซะเลย โชคดีที่ญาติคนนั้นแค่โดน อาเธอร์เดอะเกรทของฉันกัดก้นไปไม่กี่คำ เขาร้องไห้จ้าจากนั้นก็ไม่กล้าเข้าใกล้ฉันอีกเลย ต้องขอบคุณที่สุนัขบ้านฉันฉีดวัคซีนครบ เขาถึงยังปลอดภัยดี อ้อ และมีครั้งหนึ่ง รุ่นพี่ที่เข้ามาใหม่คนหนึ่งเห็นเพื่อนรักของฉันดูขัดหูขัดตา จึงคิดนินทาปล่อยข่าวลือสร้างความเสียหายให้รุ่นน้องตาดำๆ ฉันสบโอกาสจึงเปลี่ยนครีมนวดผมเป็นกาวไว้ในขวดที่เจ้าหล่อนใช้ประจำ (ต้องโทษที่ระบบรักษาความปลอดภัยในห้องน้ำชมรมว่ายน้ำมันห่วย) หลังจากที่เจ้าหล่อนต้องโกนผมจนหัวล้าน ก็ไม่เคยคิดนินทาทรงผมของใครอีกเลย…อื้ม การนินทาเป็นสิ่งที่ไม่ดี จำไว้นะ แม้กระทั่งแอบสับเปลี่ยนขวดน้ำตาลเป็นเกลือในห้องของอาจารย์ไร้เหตุผลหัวโบราณฉันก็ทำบ้าง แต่ฉันไม่ใช่เด็กไม่ดีที่แกล้งคนอื่นโดยไร้เหตุผล หากพวกเขาไม่มียุ่งกับฉัน หรือคนของฉัน ฉันก็จะไม่เข้าไปก้าวก่ายวุ่นวายหรอก ในชีวิตนี้ยังมีอะไรอีกมากมายให้ฉันได้ทดลองทำ เช่นนิยายใหม่ๆ การ์ตูนใหม่ๆ ตุ๊กตาใหม่ๆ ที่ขยันออกคอลเลคชั่นเหลือเกิน ขณะคิดอะไรเพลินๆ ไม่ทันระวัง ฉันถือไม้เอียงจนเจ้าไส้กรอกที่เดินถือมาตลอดทางเลื่อนหลุดจากไม้กลิ้งไถลไปบนทางเท้า ฉันก้าวตามมันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่มุมทางเดินอับสายตาแห่งหนึ่ง หลังจากก้มเก็บไส้กรอกชิ้นนั้นเพื่อไม่ให้แม่บ้านต้องลำบากแล้วนั้น ฉันจึงเงยหน้าขึ้นมา แล้วสบตากับผู้ชายร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง เขาอยู่ในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย เราสบตากันอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง คล้ายจะวัดกันว่าใครจะยอมถอยก่อน ในขณะที่ผู้หญิงอีกคนที่อยู่ด้านหน้าเขากำลังหันหลังให้ฉัน เสื้อผ้าเจ้าหล่อนก็ไม่เรียบร้อยเช่นกัน แต่เพราะหันหลังอยู่จึงไม่เห็นว่ามีคนเข้ามารบกวนยามทำกิจกรรมส่วนตัวเข้าซะแล้ว ในตอนนั้นฉันยังไม่รู้ ว่านายหน้าดุตรงหน้านี้ จะกลายเป็นพระเอกในเรื่องราวตลอดสิบกว่าปีของฉัน ถ้าวันนั้นฉันรู้ว่าเขาเป็นพระเอกที่ไม่อ่อนโยนเอาซะเลย ฉันคงเลือกที่จะเดินจากไปเงียบๆ มากกว่า ชื่อของเขาคือคิงส์ นั่นคือการพบกันครั้งแรกของเรา นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาดุจัด ดวงตาเรียวยาวด้วยเชื้อสายจีนในตัว พอเห็นว่าฉันไม่ยอมขยับตัว เขาก็ดูไม่ตกใจแถมยังส่งสายตาดุไล่เหมือนรำคาญเสียเต็มประดาที่โดนขัดจังหวะ ในตอนนั้นฉันจำหน้าเขาได้เพราะฮันนี่ เจ้าแม่ข่าวสารประจำชั้นปีเคยเอารูปของรุ่นพี่ที่ฮ็อตที่สุดให้ฉันและนางฟ้าดู ซึ่งก็คือเขาที่อยู่ด้านหน้าฉันนี่แหละ ฉันหยิบไส้กรอกของตัวเองได้แล้ว พอถูกไล่ทางสายตาแถมถลึงตาซ้ำ จึงค่อยยอมๆ ลุกจากไป ไม่ส่งเสียง ไม่กระโตกกระตาก สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว หลังจากเดินออกมาได้ไม่ไกลฉันก็พบผู้อำนวยการที่ทำท่าเหมือนกำลังหาอะไรซักอย่าง เมื่อเขาเห็นฉันก็เดินตรงเข้ามาหารวดเร็วยิ่งกว่าจรวด “หนูควีน ยังไม่กลับบ้านเหรอลูก มาทำอะไรแถวนี้” คำถามของผู้อำนวยการก็ดูไม่น่าแปลกใจ เพราะแถวนี้เป็นด้านหลังของโรงเรียน ที่ๆ เด็กมัธยมต้นไม่น่าจะมาได้ ฉันยกมือขึ้นไหว้สวัสดีคนเป็นผู้ใหญ่กว่า แล้วก้าวถอยหลังออกไปเผื่อผายมือให้เขาเห็นชุดที่ฉันใส่ “โอ้ หนูขึ้นชั้นมัธยมปลายแล้วนี่นา ถ้ามีเรื่องอะไรไม่เข้าใจตรงไหนหรือต้องการอะไรเพิ่มก็มาบอกลุงได้เลยนะ” ผู้อำนวยการแทนตัวเองว่าลุง เพราะเขารู้จักและคุ้นเคยกับครอบครัวฉันเป็นอย่างมาก อาจเพราะหุ้นเกือบ 20% ที่บ้านฉันถืออยู่ในโรงเรียนนี้ “ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ย พลางทำสีหน้าอึดอัดใจจนคนสูงวัยสังเกตุได้ “มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า การเรียนมีปัญหา หรือเพื่อนร่วมห้องมาปัญหาเหรอ” เขารีบเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ฉันส่ายศรีษะเบาๆ พลางขยับตัวชี้ไปทางที่พึ่งผ่านมา “หนูเห็นพี่ผู้ชายกำลังทำไม่ดี” ว่าแล้ว นัยน์ตาฉันก็คลอน้ำตาขึ้นมาเพื่อเรียกความสงสาร “หนูกลัว” “ไหน พี่ผู้ชายคนไหน ทางนั้นเหรอ” ฉันพยักหน้าทำสีหน้าลำบากใจ “ไม่ต้องกลัวนะ หนูรีบไปเถอะ เดี๋ยวลุงจัดการให้เอง” ฉันพยักหน้าอีกครั้งด้วยท่าทางน่าสงสารจนคนสูงวัยปวดหนึบในใจ ว่าแล้วเขาก็รีบชี้นำให้ฉันเดินไปทางตรงข้ามกับที่ผ่านมา พลางเดินสวนไปด้วยสีหน้าท่าทางจริงจังแบบกำลังจะไปเอาเรื่อง ฉันสูดหายใจฮึก กลั้นน้ำตาจนแห้งสนิทเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้มีน้ำตาคลอเบ้า มองผู้อำนวยการโรงเรียนเดินไปจนสุดสายตา แล้วจึงหันหลังกลับ หยิบไส้กรอกไม้ที่ไม่ได้ตกพื้นขึ้นมากินอย่างสบายใจ พอเดินมาถึงหน้าโรงเรียน ก็พบว่ารถของที่บ้านจอดรอรับอยู่แล้ว นอกจากพ่อบ้านที่มารับฉันยังมีหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งเหมือนนางแบบ ใบหน้าสะสวย แม้จะไม่ได้สวยมากเหมือนดาราแต่ก็มีสเน่ห์ชวนมอง เธอกำลังยืนเถ้าสะเอวทำหน้าเคร่งใส่ฉัน พอเห็นหน้าฉัน เจ้าหล่อนก็ตรงปรี่เข้ามาทันทีด้วยท่าทางเหมือนยักษ์หิว และนี่แหละ คือนางเอกของเรื่องนี้…นางฟ้า เพื่อนสุดที่รักของฉัน “หายไปไหนมาน่ะ มือถือก็ไม่ยอมหยิบไปด้วย” ฉันเงยหน้ามองเพื่อนสนิท พลางยิ้มหวานให้แล้วยื่นไส้กรอกไปเบื้องหน้าอย่าง้องอน “ซื้อมาฝาก” คนได้รับของฝากกลับขมวดคิ้วยุ่งกว่าเดิม “ที่หายไป ไปแอบซื้อไส้กรอกมาเนี่ยนะ จริงๆ เลย” ถึงจะทำเสียงดุ แต่สุดท้ายน้ำเสียงก็อ่อนลงเรื่อยๆ อย่างจนใจเมื่อโดนฉันยิ้มหวานใส่พร้อมท่าทางสำนึกผิด “ขอโทษนะ ลืมหยิบมือถือไป” “คราวหน้าถ้าจะไป เรียกเราไปด้วยนะ ไม่งั้นเราจะตีควีน” พูดจบก็ยกมือขึ้นมาโบกๆ ทำท่าจะตีฉันให้ได้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว พ่อของนางฟ้าซึ่งเป็นคนสนิทของพ่อฉันที่ปู่นำมาเลี้ยงดูจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ นางฟ้าเสียแม่ตั้งแต่เกิดเพราะคลอดยาก ดังนั้นหลังจากสูญเสียบิดาซึ่งเป็นญาติสนิทคนเดียวที่ยังสามารถติดต่อได้ พ่อของฉันจึงรับนางฟ้าเข้ามาในบ้าน และเลี้ยงดูเหมือนลูกคนหนึ่ง เพราะความที่เราอายุเท่ากัน เราจึงสนิทกันเหมือนพี่น้อง แต่นางฟ้ากลับตรงกันข้ามกับฉันอย่างสิ้นเชิง แม้จะชื่อนางฟ้า แต่แม่นางฟ้าคนนี้เป็นสาวโหดสายบู๊ตัวจริง เจ้าหล่อนตัวสูง แค่ขึ้นชั้นมัธยมต้นความสูงก็แตะ 170 ซ.ม.แล้ว ตอนนี้พึ่งขึ้นชั้นมัธยมปลาย ความสูงล่าสุดคือ 175 ซ.ม. เป็นสาวหุ่นนางแบบสุดฮ็อตของโรงเรียน แต่ตัวนางฟ้ากลับไม่ใช่สายหวาน เธอเป็นคนไม่ยอมคน ใครมารังแกสาวๆ ในห้อง นางฟ้าตามไปฟาดรายตัว ทำให้สาวๆ ปลื้มปริ่มนางฟ้า ยกให้เป็นทูนหัวของบ่าว ในขณะที่พวกผู้ชายกลัวเจ้าหล่อนมาก “ไปเถอะ รีบกลับบ้านดีกว่า การบ้านเยอะมากเลยวันนี้” คนตัวสูงกว่าดึงมือฉันไปจับแล้วลากไปที่รถ แต่พึ่งแตะมือฉันได้ก็แทบจะสะบัดทิ้ง “ยี้ อะไรอยู่ในมืออ่ะ เหนียวมาก” ฉันแบมือออก พบไส้กรอกที่พึ่งตกพื้นเมื่อครู่ ฉันยังหาโอกาสทิ้งไม่ได้เลยถือไว้ก่อน นางฟ้าทำสีหน้าขยะแขยง รีบคว้าผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าแล้วแย่งไส้กรอกออกจากมือฉันไปใส่ในถังขยะในรถ ก่อนจะขยิบทิชชู่มาเช็ดมือให้ “ให้ตายสิควีน ยี้ ไปเถอะ คืนนี้คุณลุงบอกกว่าจะกลับบ้านเร็วด้วย” ฉันพยักหน้าเดินตามขึ้นรถกลับบ้านไปพร้อมกับเพื่อนสนิท เรากลับบ้านด้วยกัน หลังจากกินอาหารเย็นร่วมกันในครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ฉันกับนางฟ้าก็มานั่งทำการบ้านด้วยกันในห้องหนังสือ ใกล้จะสี่ทุ่มแล้ว ตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนตามมาด้วยเสียงนุ่มทุ้มของคุณแม่ “เด็กๆ แม่ขอคุยด้วยหน่อยจ้ะ” นางฟ้ารีบวางปากกาแล้วปรี่ไปที่ประตู เปิดประตูเกาะแขนแม่ฉันเข้ามา เจ้าหล่อนกำลังเป็นลูกรักของคุณแม่ฉันในช่วงนี้ เพราะพึ่งไปช่วยเป็นนางแบบในงานเดินแบบการกุศลที่คุณแม่ของฉันจัด แล้วได้รับกระแสตอบรับดีมาก ในขณะที่เด็กสาวหุ่นประถมอย่างฉัน แม้จะถูกทุกคนรุมชมว่าหน้าตาสะสวยเหมือนตุ๊กตา แต่ก็ตัวเล็กไปเมื่อเทียบกับนางแบบสูงๆ มืออาชีพทั้งหลาย ก็เหมือนเสาตอม่อ กับหอไอเฟล จึงได้แต่แต่งตัวสวยๆ เดินตามคุณแม่ไปเงียบๆ นางฟ้าจูงมือคุณแม่มายังโซฟาตัวนุ่มกลางห้อง เรานั่งประกบข้างคุณแม่คนละด้านด้วยความเคยชิน แม่คว้ามือฉันกับนางฟ้าคนละข้าง พวกเราตั้งใจฟังสิ่งที่แม่จะพูดโดยไม่รู้ตัว “คือแบบนี้นะสาวๆ มะรืนนี้มีงานเลี้ยงฉลองของบริษัทเพื่อนคุณพ่อ บริษัท XY ยักษ์ใหญ่ด้านการเงินระดับเอเชีย จริงๆ แล้วแม่ต้องไปร่วมงานกับคุณพ่อ แต่แม่ดันติดงานเลี้ยงรุ่นซะแล้วสิ เป็นงานที่ไม่ได้จัดมา 5 ปีแล้ว ถ้าพลาดครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้รวมตัวกันแบบครบทีมอีกเมื่อไหร่” ฉันพอจะเดาจุดประสงค์ของคุณแม่ออกแล้ว พอท่านเห็นท่าทางเอนตัวหนีของฉันก็รีบดึงมือไว้เลย “อย่างนี้นะ แม่คิดว่าจะให้พวกหนูไปเป็นเพื่อนคุณพ่อซักหน่อย ทั้งคู่เลย ก็เหมือนออกงานปกติทั่วไปในทุกครั้งแหละจ้ะ” “ได้เลยค่ะคุณป้า ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ คุณป้าไปงานเลี้ยงรุ่นให้สบายใจได้เลยค่ะ หนูกับควีนจะไปเป็นเพื่อนคุณลุงเองค่ะ” นางฟ้าชิงตอบรับแทนฉันไปซะแล้ว คุณแม่ปล่อยมือจากฉันไปประกบมือนางฟ้าแล้วเอ่ยขอบคุณอย่างดีใจ ไม่วายชมสำทับไปอีกหลายคำ ส่วนฉันนั้นก็ถูกลากไปงานเลี้ยงร่วมกันอย่างช่วยไม่ได้ ไม่สิ ไม่มีโอกาสเอ่ยปฎิเสธซักคำเมื่อคุณแม่หันมาส่งสายตาวิบวับให้ “อ่ะนี่ป้าให้นะ เอาไปซื้อชุดสวยๆ ใส่นะ พายัยควีนไปด้วยกันเลย” “ขอบคุณค่ะคุณป้า” นางฟ้ารับอังเปาไปอย่างดีใจ พูดจบ คุณแม่ก็หันมาทางฉันที่กำลังจะอ้าปากคัดค้าน ฉันไม่ไปหรอกนะงานเลี้ยงน่ะ น่าเบื่อจะตาย “วันก่อนควีนบอกแม่ว่าอยากได้ตุ๊กตาใหม่ใช่ไหมคะ” ฉันพยักหน้าไม่รู้ตัว นึกถึงตุ๊กตาตัวแพงที่อยากได้เมื่อวันก่อน แต่คุณแม่ไม่อนุมัติซะที เงินค่าขนมก็ไม่พอค่าสู่ขอน้อง “คุณแม่ให้อังเปาหนูนะ ไปซื้อตุ๊กตาใหม่สิลูก” ฉันพยักหน้าอีกครั้งอย่างรวดเร็ว หงึกๆ เผลอแบมือรับอังเปาปึกใหญ่จากคุณแม่ที่เตรียมพร้อมมาดีอย่างเชื่อฟัง รู้ตัวอีกครั้งก็พบว่าตัวเองโดนคุณแม่ซื้อตัวด้วยตุ๊กตาตัวใหม่กับเงินอังเปาก้อนใหญ่ไปซะแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD