ตอนที่ 1
มินตรา ใจรักษ์ สาวน้อยเจ้าของใบหน้าสวยงามหมดจดรูปร่างงดงามซึ่งขณะนี้ใบหน้างามนั้นเต็มไปด้วยน้ำตาเนื่องจากเพิ่งเสร็จจากการฌาปนกิจบิดาและมารดารอันเป็นที่รักที่ท่านทั้งสองจากไปพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์.. ดวงตาหวานซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความเศร้าเหม่อมองไปอย่างไม่มีจุดหมายมีเพียงคำถามในใจตัวเองว่า.. เธอจะอยู่อย่างไรในขณะที่ยังเรียนไม่จบและขาดญาติมิตรที่พึ่งในใจตอนนี้มีแต่ความเศร้าและหวาดกลัว...
"มินๆ"
เพื่อนสนิทสะกิดเรียกหลังเห็นเพื่อนสาวในชุดนักศึกษาที่เหม่อมองและนิ่งไปนาน
"อะ..อะไรหรอแพรว"
เธอถามเพื่อนเมื่อตื่นจากภวังค์
" ก็ฉันถามแกว่าแกสนใจทำงานพิเศษที่ฉันบอกมั้ย"
แพรวถามเพื่อนสาวแต่ต้องเอ่ยต่อเมื่อเห็นเพื่อนสาวนิ่งคิด
"เรารู้ว่าแกหนักใจแกขี้กลัวและงานนี้ไม่เหมาะกับแกแต่งานนี้เงินดีมากนะนี่เราก็ปี3แล้วนะมินอีกปีเดียวเราก้อจะจบแล้วเราต้องหาเงินดิ้นรนจนจบให้ได้"
มินตรายังคงทำหน้าหนักใจเนื่องจากงานพิเศษที่เพื่อนว่าคือการเสิร์ฟในผับหรูที่เป็นงานกลางคืนและเสี่ยงแต่ด้วยค่าตอบแทนและพ่อแม่ที่จากไปไม่ทิ้งสมบัติอะไรไว้ให้เธอจึงต้องดิ้นรนเพื่อเก็บเงินเป็นค่าเทอมและดำรงชีพ
" มินแกไม่ต้องกลัวนะเดี๋ยวเราสอนแกเองแกไม่ต้องกลัว"
แพรวพูดซ้ำเพื่อชักชวน
"อืม.. ลองดูก็ได้"
มินตรายอมพูดตกลงหลังตัดสินใจได้
"เยี่ยมไปเลยงั้นเย็นนี้ชั้นจะพาแกไปสมัครกับผู้จัดการเองเลย"
แพรวหรือแพรวาบอกอย่างดีใจเพราะจะได้ทำงานที่เดียวกันแต่แพรวานั้นทำอยู่ก่อนแต่แพรวานั้นเป็นคนบุคลิกปราดเปรียวไม่หลัวใครผิดกันมินตราที่เรียบร้อยอ่อนหวานและขี้กลัวนิดๆแต่ที่เชียร์ให้เพื่อนทำงานนี้เนื่องจากเงินดีเพราะเพื่อนต้องใช้เงินส่งตัวเองเรียน..
6โมงเย็นสองสาวยืนรอผู้จัดการที่เคาน์เตอร์ในคลับหรู
"ที่นี่มีแต่คนมีอันจะกินไม่มีใครหยาบคายหรือทำอะไรเธอเชื่อฉัน"
แพรวาพูดบอกเพื่อนที่มีสีหน้ากังวลระหว่างรอผู้จัดการ
"อ้าวแพรวนี่หรอเด็กเสิร์ฟคนใหม่"
ธีรวัฒน์ผู้จัดการผับถามขึ้นหลังเดินมาถึง
"สวัสดีค่ะผู้จัดการ"
สองสาวกล่าวสวัสดีพร้อมยกมือไหว้ทำความเคารพ แล้วผู้จัดการก็เอ่ยบอก
" รูปร่างหน้าตาดีทีเดียวโชคดีนะที่มีคนออกพอดีเพราะที่นี่เงินดีทิปหนักพนักงานเต็มตลอด.. เอาเป็นว่าเริ่มงานวันนี้เลยแล้วกันนะ"
ผู้จัดการว่าแล้วบอกให้แพรวพามินตราไปเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมตัวเริ่มงาน
"มินแกทำได้ยิ้มไว้เพื่อน"
แพรวาบอกพลางบีบมือให้กำลังใจหลังพาเพื่อนเปลี่ยนชุดแล้วแยกย้ายกันทำงานเนื่องจากมีการแบ่งโซนกันทำงานชัดเจนเพื่อไม่ให้ดูวุ่นวายเนื่องจากเป็นคลับVIP
" ขอบใจนะแพรวเราจะตั้งใจทำงานไม่ให้เสียชื่อแก"
มินตราบอกเพื่อนอย่างซึ้งใจพลางก้มมองชุดสาวเสิร์ฟที่คล้ายชุดนักศึกษาแต่มีหูกระต่ายสีแดงเสื้อและกระโปรงฟิตกระชับกว่าชุดนักศึกษาที่เธอใส่แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้เลวร้ายนักมินตราคิดให้กำลังใจตัวเอง....
คืนแรกของการทำงานผ่านไปด้วยดีเวลาตีสองคลับปิดสองเพื่อนสาวแยกย้ายกลับที่พักเนื่องจากแพรวาพักกับพี่ชายที่ย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ แต่มินตรานั้นเช่าหออยู่ตั้งแต่แรกเข้าเรียนเนื่องจากมาจากต่างจังหวัดและไม่มีญาติที่จะไปอาศัยอยู่ด้วยได้ สองสาวโบกมือให้กันและแยกย้ายกัน...
มินตราถึงที่พักซึ่งเป็นแฟลตเก่าโทรมๆเพราะประหยัดค่าห้องมินตรากลับจากคลับโดยใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ที่ยังมีในเวลากลางคืนเนื่องจากที่พักและคลับห่างกันสามกิโลเมตร... หญิงสาวล็อคประตูเรียบร้อยน้อยจึงรีบอาบน้ำทันทีเพราะพรุ่งนี้หญิงสาวมีเรียนตอนสิบโมงเช้า มินตราล้มตัวลงนอนบนหมอนเก่าๆแต่สะอาดสะอ้านของเธอพลางคิดถึงชีวิตของตัวเอง... มินตราป็นลูคนเดียวของพ่อกับแม่พ่อม่มีเธอเมื่ออายุเยอะแล้วพ่อแม่เธอทำสวนไร่นาส่งเธอเรียนโดยเงินของท่านบ้างกู้หนี้ยืมสินบ้างมินตราทำงานพิเศษมาตลอดเพื่อช่วยพ่อแม่อีกทางแต่เป็นงานช่วงหลังเลิกเรียนแต่ที่เธอเลือกทำงานนี้เพราะแพรวาเพื่อนสาวทำอยู่ด้วยและรายได้ดีเพราะเธอต้องใช้เงินมากขึ้นเนื่องจากไม่มีพ่อแม่คอยส่งหญิงสาวคิดเรื่อยเปื่อยจนหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน...
ราม เกีรยติขจรกุลนักธุรกิจหนุ่มหล่อเจ้าของกิจการโรงแรมและส่งออกผู้มากด้วยเงินทองและบารมีเป็นเหตุผลที่ชายหนุ่มเป็นคนหยิ่งทะนง เอาแต่ใจและชินกับการมีคนคอยพะเน้าพะนอเอาใจจึงสะกดคำว่าผิดหวังไม่เป็น....
วันนี้ชายหนุ่มเดินเข้ามาในคลับหรูแห่งนี้พร้อมด้วยนางแบบคนดังที่เพิ่งขึ้นปกนิตยสารรายสัปดาห์ที่ควงคู่กันเข้ามาด้วยความโดดเด่นของทั้งคู่ทำให้มีคนสนใจอยู่มากเลยทีเดียวโดยเฉพาะสาวๆที่มองเขาตาปรอยด้วยความเสียดายที่วันนี้เขามีคู่ควงเสียแล้ว
"สั่งเลยครับวิกกี้คืนนี้คุณคือเจ้าหญิงของผม"
ชายหนุ่มเอ่ยบอกทันทีที่เรียกพนักงานเสิร์ฟมารับออร์เดอร์พร้อมส่งสายตากรุ้มกริ่ม
นางแบบสาวลิงโลดใจที่เขาเอ่ยมาแบบนี้ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นได้แค่เจ้าหญิงคืนเดียวของเขา..
มินตราที่ยืนรอรับออเดอร์เผลอมองสบตบเข้ากับเขาพอดีเลยเผลอแสดงสายตาชื่นชมในความหล่อเหลาของเขาสายตาที่เขามองตอบมานั้นชะงักไปในทีแรกก่อนแสดงอาการเยาะหยันผ่านทางดวงตาทำเอามินตรานึกอายที่เผลอไปจ้องมองเขา... พอดีกับเสียงสั่งเครื่องดื่มของวิกกี้ดังขึ้นทำให้มินตราหันไปสนใจวิกกี้
"ฉันเอา......"
"ได้ค่ะรอสักครู่นะคะ"
มินตรารีบเดินไปส่งออเดอร์และรอรับมาให้กับลูกค้าเผลอยกมือกดหัวใจที่เต้นแรง
มินตรายกรายการที่สั่งกลับมาเสิร์ฟแต่ไม่มีวิกกี้นั่งอยู่ระหว่างที่กะลังยกแก้วนั้นเสียงเขาก็ดังขึ้น
"ขอบใจนะสำหรับสายตาทอดสะพานของเธอแต่ขอโทษด้วยฉันชอบระดับเฟริสคลาสน่ะ"
มินตาเงยหน้าสบตาเขาอย่างตกใจปนอายจนน้ำตาคลอ
"เอาน่าเดี๋ยวก็มีเหยื่อหลงมาบ้างล่ะหน้าตาเธอก็น่ารักไม่เบานะ"
ยิ่งเขาพูดหญิงสาวยิ่งอายน้ำตาพาลจะไหลแต่ข่มกลั้นไว้ทำไมเขาถึงดูถูกเธอขนาดนี้คนรวยๆเค้าดูถูกคนอื่นแบบนี้หรอพอขยับปากจะอธิยายว่าเธอไม่ได้เป็นอย่าที่เขาเข้าใจเสียงวิกกี้ก็ดังขึ้นหลังจากหายไปเข้าห้องน้ำ
" คุยอะไรกันเหรอคะราม"
" อ๋อ.. ผมสอบถามอะไรนิดหน่อยน่ะเห็นหน้ายังเด็กอยู่... ว่าไงล่ะเธออายุเท่าไหร่"
มินตราที่ยืนก้มหน้าตอบแบบสั่นเพราะความอายยังไม่จางไปแล้วคิดว่าชายหนุ่มคงไม่อยากให้หญิงสาวที่มาด้วยล่วงรู้ว่าก่อนหน้านี้คุยอะไรกัน
"ยี่.. ยี่สิบเอ็ดค่ะ"
มินตราตอบแล้ววิกกี้ก็พูดต่อทันที
" เสร็จแล้วก็ไปไป๊มายืนอึ้งอยู่ได้"
นางแบบสาวพูดเสียงติดรำคาญพร้อมร่างเล็กที่เดินกลับไปโดยมีสายตาของซาตานร้ายมองตามไปอย่างเสียดายโดยที่ตัวเองยังไม่รู้ตัว
มินตราวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีที่ออกจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนั้นหญิงสาวปล่อยน้ำตาของความน้อยใจที่โดนดูถูกออกมาพลางคิดไปว่างานที่คิดว่าง่ายคงไม่ง่ายสำหรับคนที่มีจิตใจอ่อนไหวแบบเธอซ่ะแล้ว... หลังคลับเลิกแพรวาเพื่อนสาวสังเกตุเห็นสีหน้าที่ไม่ดีของเพื่อนจึงถามไปเผื่อมีปัญหาที่เธอช่วยเหลือได้
"เป็นอะไรไปมิน.. มีอะไรแกบอกเราได้นะเรื่องงานหรือเปล่าเราจะได้แนะแกไง"
แพรวาบอกเพื่อนจริงจังมินตราเลยตัดสินใจเล่าทุกอย่าให้เพื่อนฟังพร้อมน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย.. แพรวาได้ยินก็ถอนใจเฮือกแล้วบอกเพื่อน
"เราก็เคยโดนดูถูกแบบนี้งานแบบนี้มันก็มีบ้าง.. แกต้องเข้มแข็งนะมินช่างมันคิดซะว่าหมาเห่าอดทนเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นซะหน่อยนะ... สู้!!"
แพรวาบอกพลางทำท่ากำหมัดให้กำลังใจเพื่อนมินตราที่กำลังร้องให้ก็ยิ้มออกมาแล้วเอ่ยตอบเพื่อน
"เรารักแกนะแพรวดีใจที่มีแกเป็นเพื่อน"มินตราบอกอย่างซาบซึ้ง
" เราก้อรักแก.. เหมือนเด็กเลยแกนี่เดี๋ยวร้องเดี๋ยวหัวเราะไปแยกย้ายได้แล้วเดี๋ยววินหมด"
แพรวาบอกแล้วจูงมือเพื่อนเดินออกมาด้วยกัน
ด้านรามชายหนุ่มนอนครุ่นคิดบางอย่างบนเตียงในคอนโดหรูหลังจากผ่านบทสวาทกับนางแบบสาวมาหมาดๆแล้วให้เเธอกลับทันทีเพราะเขาไม่นอนร่วมเตียงกับใคร... รามแปลกใจตัวเองที่เค้าไม่ได้คิดถึงวิกกี้นางแบบสาวแต่กลับคิดถึงสาวเสิร์ฟที่มีดวงตาหวานไร้เดียงสาคิดถึงรูปร่างที่งดงามทรวงอกที่ผลิพุ่งดันเสื้อขึ้นมาอย่างชัดเจนนี่เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆปรกติเค้ามาตรฐานสูงคู่นอนของเขาต้องดารานางแบบไม่ก็เซเลปไฮโซ.. ระหว่างที่เขาคิดถึงเธอร่างกายเขากลับมีปฏิกิริยาขึ้นมาทำให้เค้าพาลโกรธเธอขึ้นมานี่เค้าแค่คิดถึงยังต้องการขนาดนี้... เอาล่ะเค้าไม่สนละว่าเธอจะชั้นไหนเค้ารู้อย่างเดียวคืออยากได้.. และเขาต้องได้!!!!
เขามาอีกแล้ว.. รามเดินเข้ามานั่งด้วยท่าทางสง่างามเป็นมินตราที่เดินมารับออเดอร์
"นี่เธอฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอคุยได้หรือเปล่า"
"อะ...เอ่อหนูไม่รู้ค่ะหนูเพิ่งเข้ามาเดี๋ยวหนูถามผู้จัการก่อนนะคะ"
รามพยักหน้ามินตราจึงเดินไปหาธีรวัฒน์ผู้จัดการเพื่อแจ้งว่าลูกค้าต้องการคุยกับเธอ.. ธีรวัฒน์ทำหน้าตกใจคิดว่ามินตรารู้จักเป็นการส่วนตัวเพราะเรื่องชู้สาวเขาไม่คิดเพราะรามนั้นไม่เคยมองพนักงานระดับล่างไม่ว่าจะสวยแค่ไหนก่อนจะพยักหน้าพร้อมบอกมินตรา
"สิบนาทีนะมิน"
"ค่ะผู้จัดการ" แล้วมินตราก็เดินกลับไปหาเขาแต่รามกลับลุกขึ้นแล้วเดินนำหญิงสาวมาตรงที่เงียบหน้าคลับ
"เอ่อ.. คุณมีอะไรกับหนูหรอคะ" พอมินตราเอ่ยรามก็หงุดหงิดให้ตายเถอะเหมือนเค้าแกล้งเด็กยังไงยังงั้น
"ฉันไม่อ้อมค้อมนะฉันเห็นสายตาเธอเมื่อวานที่ทอดสะพานให้.. ปรกติมาตรฐานฉันสูงนะเรื่องผู้หญิงแต่ฉันบอกตามตรงฉันสงสารเธอที่อุตส่าห์ทอดสะพานให้.. หลังคลับเลิกเดี๋ยวไปกับฉันแล้วกัน"
มินตราถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจแต่ชายหนุ่มกลับพูดขึ้น
"ดีใจขนาดนั้นเลยหรือไง... คลับเลิกมารอฉันตรงนี้แล้วกัน"
" ไป.. ไปไหนคะ"มินตราถามเขาแบบตะกุกตะกักหลังเพิ่งหาเสียงเจอ แต่คำถามนั้นกลับสร้างความหงุดหงิดให้รามอย่างมาก
" ไปแบบที่เธอเคยๆนั่นแหละ.. ไม่ต้องมาทำอายหรอกน่าอาชีพแบบพวกเธอมีออกเกลื่อน"
มินตรายิ่งตกใจก่อนรีบแก้ตัวให้เขาเข้าใจ
" ไม่ใช่นะคะหนูว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิด.. หนูมาหาค่าเทอมก็จริงแต่หนูไม่มีอาชีพเสริมอย่างอื่นนอกจากเสิร์ฟนะคะ"
มินตราพยายามบอกเขาแต่คำตอบคือ
" อย่ามาอายฉันเลยเห็นสายตาทอดสะพานของเธอฉันก็รู้แล้วว่าเธอต้องการอะไรฉันมีทุกอย่างทั้งเงินทั้งเซ็กซ์"
เขาพูดแบบทะนงตัวและนี่เป็นครั้งแรกที่มินตราคิดอยากตบหน้าคนขึ้นมาเป็นครั้งแรกหญิงสาวกำมือแน่นสะกดอารมณ์โกรธและอายแล้วพูดตอบอย่างสุภาพ
"ขอโทษด้วยนะคะแต่คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ... ขอตัวนะคะหนูต้องทำงาน"
พูดแล้วก็เดินกลับเข้าไปในคลับทิ้งให้คนที่ไม่เคยมีใครปฏิเสธโกรธจนหน้าชาซ้ำยังคิดว่าเป็นการโก่งค่าตัวเพราะเห็นเขาสนใจ...
"เธอจะต้องมาอ้อนวอนชั้น"
ชายหนุ่มคิดแบบโกรธแค้นเพราะเสียหน้าที่ถูกปฏิเสธจากผู้หญิงที่เป็นแค่เด็กเสิร์ฟ...
หลังคลับปิดมินตราเดินจูงมือแพรวาเหมือนเคยแต่วันนี้เธอเห็นหน้าของแพรวาเหมือนมีเรื่องเครียดเลยเลือกที่จะไม่เล่าเรื่องที่เจอให้เพื่อนฟังแล้วถามออกไป
" เป็นอะไรหรอแพรวหน้าตาไม่ดีเลย"
แพรวาไม่ตอบแต่กลับกอดเธอแน่นแล้วบอกกับเพื่อนว่า...
"ไม่เป็นไรจ้ะ... ฉันรักแก"
มินตราไม่เชื่อแต่เลือกที่จะไม่เซ้าซี้เพราะคิดว่าถ้าอยากบอกเพื่อนจะเล่าให้ฟังเอง...
"แพรวถ้าแกมีอะไรแกบอกเรานะแกช่วยเรา
ตลอด ถ้ามีอะไรที่แกอยากให้เราช่วยแกบอกเรานะ"แพรวามองตอบเพื่อนด้วยความซึ้งใจ
"เราไม่เป็นไรมิน"
แล้วแพรวาก็เดินมาส่งเธอที่วินตอนนี้มินตรากังวลเรื่องเพื่อนจนลืมนึกถึงผู้ชายหลงตัวเองคนนั้นไปสนิทวันนี้มินตราเดินออกจากคลับคนเดียวสองวันแล้วที่แพรวาไม่ได้มาทำงานมินตราได้แต่ต่อสายหาเพื่อน
จึงรู้ว่าแพรวาไม่สบายเป็นไข้หวัด... แต่ในวันนี้เธอคิดถึงเพื่อนเหลือเกินอีกสองวันเงินออกแต่ในกระเป๋าเธอตอนนี้มีเงินเพียงหกหนึ่งร้อยยี่สิบเท่านั้นเธอคิดอย่างเดียวว่าเธอต้องอยู่ได้และหาทางประหยัดด้วยการเดินเท้ากลับแฟลตโดยไม่ใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์... หญิงสาวเดินกลับโดยที่ไม่รู้ตัวว่ามีรถหรูคันหนึ่งขับตามมา
ชายหนุ่มในรถจ้องมองกิริยาของเธอตอนหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเปิดดูแล้วเดินผ่านวินมอเตอร์ไซค์โดยที่ไม่ใช้บริการผิดกันสามวันก่อนนี้