ตอนที่ 1

2455 Words
มินตรา ใจรักษ์ สาวน้อยเจ้าของใบหน้าสวยงามหมดจดรูปร่างงดงามซึ่งขณะนี้ใบหน้างามนั้นเต็มไปด้วยน้ำตาเนื่องจากเพิ่งเสร็จจากการฌาปนกิจบิดาและมารดารอันเป็นที่รักที่ท่านทั้งสองจากไปพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์.. ดวงตาหวานซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความเศร้าเหม่อมองไปอย่างไม่มีจุดหมายมีเพียงคำถามในใจตัวเองว่า.. เธอจะอยู่อย่างไรในขณะที่ยังเรียนไม่จบและขาดญาติมิตรที่พึ่งในใจตอนนี้มีแต่ความเศร้าและหวาดกลัว... "มินๆ" เพื่อนสนิทสะกิดเรียกหลังเห็นเพื่อนสาวในชุดนักศึกษาที่เหม่อมองและนิ่งไปนาน "อะ..อะไรหรอแพรว" เธอถามเพื่อนเมื่อตื่นจากภวังค์ " ก็ฉันถามแกว่าแกสนใจทำงานพิเศษที่ฉันบอกมั้ย" แพรวถามเพื่อนสาวแต่ต้องเอ่ยต่อเมื่อเห็นเพื่อนสาวนิ่งคิด "เรารู้ว่าแกหนักใจแกขี้กลัวและงานนี้ไม่เหมาะกับแกแต่งานนี้เงินดีมากนะนี่เราก็ปี3แล้วนะมินอีกปีเดียวเราก้อจะจบแล้วเราต้องหาเงินดิ้นรนจนจบให้ได้" มินตรายังคงทำหน้าหนักใจเนื่องจากงานพิเศษที่เพื่อนว่าคือการเสิร์ฟในผับหรูที่เป็นงานกลางคืนและเสี่ยงแต่ด้วยค่าตอบแทนและพ่อแม่ที่จากไปไม่ทิ้งสมบัติอะไรไว้ให้เธอจึงต้องดิ้นรนเพื่อเก็บเงินเป็นค่าเทอมและดำรงชีพ " มินแกไม่ต้องกลัวนะเดี๋ยวเราสอนแกเองแกไม่ต้องกลัว" แพรวพูดซ้ำเพื่อชักชวน "อืม.. ลองดูก็ได้" มินตรายอมพูดตกลงหลังตัดสินใจได้ "เยี่ยมไปเลยงั้นเย็นนี้ชั้นจะพาแกไปสมัครกับผู้จัดการเองเลย" แพรวหรือแพรวาบอกอย่างดีใจเพราะจะได้ทำงานที่เดียวกันแต่แพรวานั้นทำอยู่ก่อนแต่แพรวานั้นเป็นคนบุคลิกปราดเปรียวไม่หลัวใครผิดกันมินตราที่เรียบร้อยอ่อนหวานและขี้กลัวนิดๆแต่ที่เชียร์ให้เพื่อนทำงานนี้เนื่องจากเงินดีเพราะเพื่อนต้องใช้เงินส่งตัวเองเรียน.. 6โมงเย็นสองสาวยืนรอผู้จัดการที่เคาน์เตอร์ในคลับหรู "ที่นี่มีแต่คนมีอันจะกินไม่มีใครหยาบคายหรือทำอะไรเธอเชื่อฉัน" แพรวาพูดบอกเพื่อนที่มีสีหน้ากังวลระหว่างรอผู้จัดการ "อ้าวแพรวนี่หรอเด็กเสิร์ฟคนใหม่" ธีรวัฒน์ผู้จัดการผับถามขึ้นหลังเดินมาถึง "สวัสดีค่ะผู้จัดการ" สองสาวกล่าวสวัสดีพร้อมยกมือไหว้ทำความเคารพ แล้วผู้จัดการก็เอ่ยบอก " รูปร่างหน้าตาดีทีเดียวโชคดีนะที่มีคนออกพอดีเพราะที่นี่เงินดีทิปหนักพนักงานเต็มตลอด.. เอาเป็นว่าเริ่มงานวันนี้เลยแล้วกันนะ" ผู้จัดการว่าแล้วบอกให้แพรวพามินตราไปเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมตัวเริ่มงาน "มินแกทำได้ยิ้มไว้เพื่อน" แพรวาบอกพลางบีบมือให้กำลังใจหลังพาเพื่อนเปลี่ยนชุดแล้วแยกย้ายกันทำงานเนื่องจากมีการแบ่งโซนกันทำงานชัดเจนเพื่อไม่ให้ดูวุ่นวายเนื่องจากเป็นคลับVIP " ขอบใจนะแพรวเราจะตั้งใจทำงานไม่ให้เสียชื่อแก" มินตราบอกเพื่อนอย่างซึ้งใจพลางก้มมองชุดสาวเสิร์ฟที่คล้ายชุดนักศึกษาแต่มีหูกระต่ายสีแดงเสื้อและกระโปรงฟิตกระชับกว่าชุดนักศึกษาที่เธอใส่แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้เลวร้ายนักมินตราคิดให้กำลังใจตัวเอง.... คืนแรกของการทำงานผ่านไปด้วยดีเวลาตีสองคลับปิดสองเพื่อนสาวแยกย้ายกลับที่พักเนื่องจากแพรวาพักกับพี่ชายที่ย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ แต่มินตรานั้นเช่าหออยู่ตั้งแต่แรกเข้าเรียนเนื่องจากมาจากต่างจังหวัดและไม่มีญาติที่จะไปอาศัยอยู่ด้วยได้ สองสาวโบกมือให้กันและแยกย้ายกัน... มินตราถึงที่พักซึ่งเป็นแฟลตเก่าโทรมๆเพราะประหยัดค่าห้องมินตรากลับจากคลับโดยใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ที่ยังมีในเวลากลางคืนเนื่องจากที่พักและคลับห่างกันสามกิโลเมตร... หญิงสาวล็อคประตูเรียบร้อยน้อยจึงรีบอาบน้ำทันทีเพราะพรุ่งนี้หญิงสาวมีเรียนตอนสิบโมงเช้า มินตราล้มตัวลงนอนบนหมอนเก่าๆแต่สะอาดสะอ้านของเธอพลางคิดถึงชีวิตของตัวเอง... มินตราป็นลูคนเดียวของพ่อกับแม่พ่อม่มีเธอเมื่ออายุเยอะแล้วพ่อแม่เธอทำสวนไร่นาส่งเธอเรียนโดยเงินของท่านบ้างกู้หนี้ยืมสินบ้างมินตราทำงานพิเศษมาตลอดเพื่อช่วยพ่อแม่อีกทางแต่เป็นงานช่วงหลังเลิกเรียนแต่ที่เธอเลือกทำงานนี้เพราะแพรวาเพื่อนสาวทำอยู่ด้วยและรายได้ดีเพราะเธอต้องใช้เงินมากขึ้นเนื่องจากไม่มีพ่อแม่คอยส่งหญิงสาวคิดเรื่อยเปื่อยจนหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน... ราม เกีรยติขจรกุลนักธุรกิจหนุ่มหล่อเจ้าของกิจการโรงแรมและส่งออกผู้มากด้วยเงินทองและบารมีเป็นเหตุผลที่ชายหนุ่มเป็นคนหยิ่งทะนง เอาแต่ใจและชินกับการมีคนคอยพะเน้าพะนอเอาใจจึงสะกดคำว่าผิดหวังไม่เป็น.... วันนี้ชายหนุ่มเดินเข้ามาในคลับหรูแห่งนี้พร้อมด้วยนางแบบคนดังที่เพิ่งขึ้นปกนิตยสารรายสัปดาห์ที่ควงคู่กันเข้ามาด้วยความโดดเด่นของทั้งคู่ทำให้มีคนสนใจอยู่มากเลยทีเดียวโดยเฉพาะสาวๆที่มองเขาตาปรอยด้วยความเสียดายที่วันนี้เขามีคู่ควงเสียแล้ว "สั่งเลยครับวิกกี้คืนนี้คุณคือเจ้าหญิงของผม" ชายหนุ่มเอ่ยบอกทันทีที่เรียกพนักงานเสิร์ฟมารับออร์เดอร์พร้อมส่งสายตากรุ้มกริ่ม นางแบบสาวลิงโลดใจที่เขาเอ่ยมาแบบนี้ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นได้แค่เจ้าหญิงคืนเดียวของเขา.. มินตราที่ยืนรอรับออเดอร์เผลอมองสบตบเข้ากับเขาพอดีเลยเผลอแสดงสายตาชื่นชมในความหล่อเหลาของเขาสายตาที่เขามองตอบมานั้นชะงักไปในทีแรกก่อนแสดงอาการเยาะหยันผ่านทางดวงตาทำเอามินตรานึกอายที่เผลอไปจ้องมองเขา... พอดีกับเสียงสั่งเครื่องดื่มของวิกกี้ดังขึ้นทำให้มินตราหันไปสนใจวิกกี้ "ฉันเอา......" "ได้ค่ะรอสักครู่นะคะ" มินตรารีบเดินไปส่งออเดอร์และรอรับมาให้กับลูกค้าเผลอยกมือกดหัวใจที่เต้นแรง มินตรายกรายการที่สั่งกลับมาเสิร์ฟแต่ไม่มีวิกกี้นั่งอยู่ระหว่างที่กะลังยกแก้วนั้นเสียงเขาก็ดังขึ้น "ขอบใจนะสำหรับสายตาทอดสะพานของเธอแต่ขอโทษด้วยฉันชอบระดับเฟริสคลาสน่ะ" มินตาเงยหน้าสบตาเขาอย่างตกใจปนอายจนน้ำตาคลอ "เอาน่าเดี๋ยวก็มีเหยื่อหลงมาบ้างล่ะหน้าตาเธอก็น่ารักไม่เบานะ" ยิ่งเขาพูดหญิงสาวยิ่งอายน้ำตาพาลจะไหลแต่ข่มกลั้นไว้ทำไมเขาถึงดูถูกเธอขนาดนี้คนรวยๆเค้าดูถูกคนอื่นแบบนี้หรอพอขยับปากจะอธิยายว่าเธอไม่ได้เป็นอย่าที่เขาเข้าใจเสียงวิกกี้ก็ดังขึ้นหลังจากหายไปเข้าห้องน้ำ " คุยอะไรกันเหรอคะราม" " อ๋อ.. ผมสอบถามอะไรนิดหน่อยน่ะเห็นหน้ายังเด็กอยู่... ว่าไงล่ะเธออายุเท่าไหร่" มินตราที่ยืนก้มหน้าตอบแบบสั่นเพราะความอายยังไม่จางไปแล้วคิดว่าชายหนุ่มคงไม่อยากให้หญิงสาวที่มาด้วยล่วงรู้ว่าก่อนหน้านี้คุยอะไรกัน "ยี่.. ยี่สิบเอ็ดค่ะ" มินตราตอบแล้ววิกกี้ก็พูดต่อทันที " เสร็จแล้วก็ไปไป๊มายืนอึ้งอยู่ได้" นางแบบสาวพูดเสียงติดรำคาญพร้อมร่างเล็กที่เดินกลับไปโดยมีสายตาของซาตานร้ายมองตามไปอย่างเสียดายโดยที่ตัวเองยังไม่รู้ตัว มินตราวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีที่ออกจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนั้นหญิงสาวปล่อยน้ำตาของความน้อยใจที่โดนดูถูกออกมาพลางคิดไปว่างานที่คิดว่าง่ายคงไม่ง่ายสำหรับคนที่มีจิตใจอ่อนไหวแบบเธอซ่ะแล้ว... หลังคลับเลิกแพรวาเพื่อนสาวสังเกตุเห็นสีหน้าที่ไม่ดีของเพื่อนจึงถามไปเผื่อมีปัญหาที่เธอช่วยเหลือได้ "เป็นอะไรไปมิน.. มีอะไรแกบอกเราได้นะเรื่องงานหรือเปล่าเราจะได้แนะแกไง" แพรวาบอกเพื่อนจริงจังมินตราเลยตัดสินใจเล่าทุกอย่าให้เพื่อนฟังพร้อมน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย.. แพรวาได้ยินก็ถอนใจเฮือกแล้วบอกเพื่อน "เราก็เคยโดนดูถูกแบบนี้งานแบบนี้มันก็มีบ้าง.. แกต้องเข้มแข็งนะมินช่างมันคิดซะว่าหมาเห่าอดทนเราไม่ได้เป็นอย่างนั้นซะหน่อยนะ... สู้!!" แพรวาบอกพลางทำท่ากำหมัดให้กำลังใจเพื่อนมินตราที่กำลังร้องให้ก็ยิ้มออกมาแล้วเอ่ยตอบเพื่อน "เรารักแกนะแพรวดีใจที่มีแกเป็นเพื่อน"มินตราบอกอย่างซาบซึ้ง " เราก้อรักแก.. เหมือนเด็กเลยแกนี่เดี๋ยวร้องเดี๋ยวหัวเราะไปแยกย้ายได้แล้วเดี๋ยววินหมด" แพรวาบอกแล้วจูงมือเพื่อนเดินออกมาด้วยกัน ด้านรามชายหนุ่มนอนครุ่นคิดบางอย่างบนเตียงในคอนโดหรูหลังจากผ่านบทสวาทกับนางแบบสาวมาหมาดๆแล้วให้เเธอกลับทันทีเพราะเขาไม่นอนร่วมเตียงกับใคร... รามแปลกใจตัวเองที่เค้าไม่ได้คิดถึงวิกกี้นางแบบสาวแต่กลับคิดถึงสาวเสิร์ฟที่มีดวงตาหวานไร้เดียงสาคิดถึงรูปร่างที่งดงามทรวงอกที่ผลิพุ่งดันเสื้อขึ้นมาอย่างชัดเจนนี่เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆปรกติเค้ามาตรฐานสูงคู่นอนของเขาต้องดารานางแบบไม่ก็เซเลปไฮโซ.. ระหว่างที่เขาคิดถึงเธอร่างกายเขากลับมีปฏิกิริยาขึ้นมาทำให้เค้าพาลโกรธเธอขึ้นมานี่เค้าแค่คิดถึงยังต้องการขนาดนี้... เอาล่ะเค้าไม่สนละว่าเธอจะชั้นไหนเค้ารู้อย่างเดียวคืออยากได้.. และเขาต้องได้!!!! เขามาอีกแล้ว.. รามเดินเข้ามานั่งด้วยท่าทางสง่างามเป็นมินตราที่เดินมารับออเดอร์ "นี่เธอฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอคุยได้หรือเปล่า" "อะ...เอ่อหนูไม่รู้ค่ะหนูเพิ่งเข้ามาเดี๋ยวหนูถามผู้จัการก่อนนะคะ" รามพยักหน้ามินตราจึงเดินไปหาธีรวัฒน์ผู้จัดการเพื่อแจ้งว่าลูกค้าต้องการคุยกับเธอ.. ธีรวัฒน์ทำหน้าตกใจคิดว่ามินตรารู้จักเป็นการส่วนตัวเพราะเรื่องชู้สาวเขาไม่คิดเพราะรามนั้นไม่เคยมองพนักงานระดับล่างไม่ว่าจะสวยแค่ไหนก่อนจะพยักหน้าพร้อมบอกมินตรา "สิบนาทีนะมิน" "ค่ะผู้จัดการ" แล้วมินตราก็เดินกลับไปหาเขาแต่รามกลับลุกขึ้นแล้วเดินนำหญิงสาวมาตรงที่เงียบหน้าคลับ "เอ่อ.. คุณมีอะไรกับหนูหรอคะ" พอมินตราเอ่ยรามก็หงุดหงิดให้ตายเถอะเหมือนเค้าแกล้งเด็กยังไงยังงั้น "ฉันไม่อ้อมค้อมนะฉันเห็นสายตาเธอเมื่อวานที่ทอดสะพานให้.. ปรกติมาตรฐานฉันสูงนะเรื่องผู้หญิงแต่ฉันบอกตามตรงฉันสงสารเธอที่อุตส่าห์ทอดสะพานให้.. หลังคลับเลิกเดี๋ยวไปกับฉันแล้วกัน" มินตราถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจแต่ชายหนุ่มกลับพูดขึ้น "ดีใจขนาดนั้นเลยหรือไง... คลับเลิกมารอฉันตรงนี้แล้วกัน" " ไป.. ไปไหนคะ"มินตราถามเขาแบบตะกุกตะกักหลังเพิ่งหาเสียงเจอ แต่คำถามนั้นกลับสร้างความหงุดหงิดให้รามอย่างมาก " ไปแบบที่เธอเคยๆนั่นแหละ.. ไม่ต้องมาทำอายหรอกน่าอาชีพแบบพวกเธอมีออกเกลื่อน" มินตรายิ่งตกใจก่อนรีบแก้ตัวให้เขาเข้าใจ " ไม่ใช่นะคะหนูว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิด.. หนูมาหาค่าเทอมก็จริงแต่หนูไม่มีอาชีพเสริมอย่างอื่นนอกจากเสิร์ฟนะคะ" มินตราพยายามบอกเขาแต่คำตอบคือ " อย่ามาอายฉันเลยเห็นสายตาทอดสะพานของเธอฉันก็รู้แล้วว่าเธอต้องการอะไรฉันมีทุกอย่างทั้งเงินทั้งเซ็กซ์" เขาพูดแบบทะนงตัวและนี่เป็นครั้งแรกที่มินตราคิดอยากตบหน้าคนขึ้นมาเป็นครั้งแรกหญิงสาวกำมือแน่นสะกดอารมณ์โกรธและอายแล้วพูดตอบอย่างสุภาพ "ขอโทษด้วยนะคะแต่คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ... ขอตัวนะคะหนูต้องทำงาน" พูดแล้วก็เดินกลับเข้าไปในคลับทิ้งให้คนที่ไม่เคยมีใครปฏิเสธโกรธจนหน้าชาซ้ำยังคิดว่าเป็นการโก่งค่าตัวเพราะเห็นเขาสนใจ... "เธอจะต้องมาอ้อนวอนชั้น" ชายหนุ่มคิดแบบโกรธแค้นเพราะเสียหน้าที่ถูกปฏิเสธจากผู้หญิงที่เป็นแค่เด็กเสิร์ฟ... หลังคลับปิดมินตราเดินจูงมือแพรวาเหมือนเคยแต่วันนี้เธอเห็นหน้าของแพรวาเหมือนมีเรื่องเครียดเลยเลือกที่จะไม่เล่าเรื่องที่เจอให้เพื่อนฟังแล้วถามออกไป " เป็นอะไรหรอแพรวหน้าตาไม่ดีเลย" แพรวาไม่ตอบแต่กลับกอดเธอแน่นแล้วบอกกับเพื่อนว่า... "ไม่เป็นไรจ้ะ... ฉันรักแก" มินตราไม่เชื่อแต่เลือกที่จะไม่เซ้าซี้เพราะคิดว่าถ้าอยากบอกเพื่อนจะเล่าให้ฟังเอง... "แพรวถ้าแกมีอะไรแกบอกเรานะแกช่วยเรา ตลอด ถ้ามีอะไรที่แกอยากให้เราช่วยแกบอกเรานะ"แพรวามองตอบเพื่อนด้วยความซึ้งใจ "เราไม่เป็นไรมิน" แล้วแพรวาก็เดินมาส่งเธอที่วินตอนนี้มินตรากังวลเรื่องเพื่อนจนลืมนึกถึงผู้ชายหลงตัวเองคนนั้นไปสนิทวันนี้มินตราเดินออกจากคลับคนเดียวสองวันแล้วที่แพรวาไม่ได้มาทำงานมินตราได้แต่ต่อสายหาเพื่อน จึงรู้ว่าแพรวาไม่สบายเป็นไข้หวัด... แต่ในวันนี้เธอคิดถึงเพื่อนเหลือเกินอีกสองวันเงินออกแต่ในกระเป๋าเธอตอนนี้มีเงินเพียงหกหนึ่งร้อยยี่สิบเท่านั้นเธอคิดอย่างเดียวว่าเธอต้องอยู่ได้และหาทางประหยัดด้วยการเดินเท้ากลับแฟลตโดยไม่ใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์... หญิงสาวเดินกลับโดยที่ไม่รู้ตัวว่ามีรถหรูคันหนึ่งขับตามมา ชายหนุ่มในรถจ้องมองกิริยาของเธอตอนหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเปิดดูแล้วเดินผ่านวินมอเตอร์ไซค์โดยที่ไม่ใช้บริการผิดกันสามวันก่อนนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD